Ep. 27
06:00 น.
ฉันรีบตื่นนอนมาแต่เช้าถึงแม้ว่าร่างกายเกือบจะไม่ไหวเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอน ไม่ใช่แค่สองรอบแล้วจบลงที่โซฟานั่น แต่วินยังพาไปต่อในห้องน้ำ บนพื้น แล้วก็จบลงที่เตียงอีกครั้ง ภาพสุดท้ายที่ฉันเห็นก่อนที่ตาจะปิดไปคือหน้าวินที่บิดเบี้ยวด้วยความสุขสมหลังจากการปลดปล่อยในตัวฉันในรอบสุดท้าย
"ปวดตัวชะมัดเลย" ฉันก้มดูร่างกายตัวเองไปที่เต็มไปด้วยรอยแดงเป็จ้ำๆพลางนึกขอบคุณเขาที่อุตส่าห์เว้นบริเวณส่วนที่โผล่ออกมานอกร่มผ้าไว้ให้ ไม่งั้นฉันก็ไม่รู้จะแบกหน้าไปเจอยายได้ยังไง ตอนแรกกะจะไปแบบไม่บอกคนที่นอนกรนอยู่บนเตียงแต่มาคิดๆดูแล้ว เขียนโน๊ตบอกไว้สักแผ่นคงจะดีกว่า ส่วนฉันก็จะนั่งแท็กซี่ไปเอง
แกร๊กกกก!
ฉันรีบหันกลับไปมองว่าเสียงเปิดตู้เสื้อผ้าเมื่อกี้มันจะทำให้คนบนเตียงตื่นขึ้นมารึเปล่า วินขยับตัวน้อยๆก่อนจะพลิกตัวนอนคว่ำ มือใหญ่ก็กวาดไปมาทั่วเตียงนอนเหมือนพยายามจะหาตัวฉัน แต่พอไม่เจออะไรนอกจากความว่างเปล่าร่างหนาก็เริ่มลืมตาขึ้น เขาสะบัดหัวขมวดคิ้วมุ่นแล้วชะเง้อมองก็สบตบเข้ากับฉันที่ยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าตรงปลายเตียงพอดี สภาพผมเผ้ากระเซอะกระเซิงหลังจากตื่นนอนแต่ใบหน้าหล่อเหลานั้นก็ยังคงรักษาให้สภาพที่เหมือนจะดูไม่ได้ตอนนี้เปลี่ยนเป็ลุคที่ดูเท่ปนเซ็กซี่ไปซะงั้น รอยสักบนร่างกายที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมาทำฉันใจสั่นขึ้นมาอีกระรอก อะไรกันเนี่ยนี่ฉันจะต้องตกหลุมรักแฟนตัวเองไปจนถึงเมื่อไหร่ >\\\\<
"ตื่นเช้าอีกแล้ว ไปเอาแรงมาจากไหนนักหนาวะ ตัวก็เล็กนิดเดียวอึดไปไหมวะ? โดนไปตั้งห้ารอบยังลุกขึ้นมาก่อนหกโมงได้" วินเหลือบตามองนาฬิกาแล้วอ้าปากหาว เขายกมือหนาขยี้ผมที่ยุ่งแล้วจนยุ่งเหยิงมากกว่าเดิมแล้วปิดตาลงทำท่าจะนอนต่อ ไหนๆก็ตื่นมาแล้ว ฉันบอกเขาตอนนี้เลยดีกว่า
"วิน.. หวานจะไปค้างกับยายสักอาทิตย์นะ" ฉันบอกแล้วหันไปจัดการเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าต่อ แต่วินจากที่ตอนแรกเขากำลังจะนอนต่อแล้วแต่กลับกลายเป็ว่าตอนนี้เขาลุกมานั่งพิงหัวเตียง ตาเปิดออกไม่เหมือนคนง่วงอีกต่อไป
"ยังไม่หายโกรธฉัน?"
"เปล่า แต่หวานตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปหายาย"
"แน่ใจนะว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะหนีฉันเพราะงอน?"
"หวานแค่คิดถึงยาย"
"งั้นเก็บกระเป๋าเผื่อฉันด้วย เดี๋ยวไปอาบน้ำแป๊บ!" หลังจากนั้นวินรีบร้อนลงจากเตียงคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไปทันที
......................................................................
"จะแวะกินอะไรก่อนไหม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นขณะที่กำลังจะเลี้ยวรถเข้าซอยก่อนถึงบ้านยายมีตลาดนัดเช้าตั้งอยู่ ตอนแรกกะว่าจะมาทานข้าวพร้อมยายเลยแต่กว่าจะถึงคงแปดโมงพอดี ยายคงจะกินเสร็จเรียบร้อยไปก่อนแล้ว
"แวะก็ได้"
ทันทีที่รถจอดสนิทฉันก็เปิดประตูลงมา มีร้านขายของมากมายและผู้คนที่แต่งตัวธรรมดาหิ้วตระกร้าสานเลือกซื้อของกันอย่างขวักไขว่ แม่ค้าพ่อค้าต่างเอ่ยเรียกลูกค้าด้วยน้ำเสียงหวานให้ซื้อของของตนทั้งโฆษณาของที่ตัวเองว่าขายอะไร ดียังไง อร่อยยังไง เสียงเจื้อยแจ้วดังระงมไปทั่วตลาด ไม่ได้ัับรรยากาศแบบนี้มานานมากแล้ว วินล็อครถแล้วเดินตามมาก่อนจะคว้าถุงผ้าที่ฉันถืออยู่ไปถือไว้เอง
"หนูปลาทอดมั้ยจ๊ะ ทอดใหม่ๆกรอบๆร้อนๆเลยจ้า"
"กินอะไรดี?" ฉันถามวินที่ยืนมองไปรอบๆตลาดแล้วหันมาสบตากับฉัน
"ยังไม่รู้ เดินดูก่อน"
"อือ หวานอยากกินน้ำเต้าหู้"
"ต้องกินข้าวด้วย!"
"รู้แล้วน่า!" ฉันเดินหนีคนตัวสูงที่มองเคืองใส่แต่วินก็รีบเดินตามมาแล้วจับมือฉันไว้แน่น
"แกงถุงจ้าแกงถุง แกงหน่อไม้ แกงเขียวหวาน พะแนง มัสมั่น แกงถุงไหมจ๊ะพ่อหนุ่ม" คุณป้าส่งยิ้มหวานให้วินและเขาก็ก้มมองฉันอีกที เหมือนถามผ่านสายตาว่าจะซื้อร้านนี้ไหม
"อันนี้เป็มัสมั่นอะไรคะป้า?"
"มัสมั่นไก่จ้าคนสวย สักถุงมั้ยจ๊ะ?"
"เอามัสมั่น1ถุงค่ะ วินเอาอะไร?" เขาทำหน้าตาครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนที่จะตอบกลับมา
"ข้าวผัดได้มั้ย?"
"แต่ร้านนี้ไม่มีข้าวผัดนะ เดี๋ยวเดินดูร้านอื่นก่อนก็ได้"
"หมายถึงข้าวผัดของเธอ ถึงบ้านแล้วทำให้หน่อย" มีของกินให้เลือกตั้งเยอะตั้งแยะ หรือมันเยอะเกินไปจนเขาเลือกไม่ถูกเลยอยากกินข้าวผัดของฉันแทน ฉันยิ้มเอ็นดูก่อนจะพยักหน้าตกลงแล้วยื่นมือไปหยิกแก้มเขาเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว
"แหม~ หวานกันจังเลย พ่อแม่ทั้งหล่อทั้งสวยแบบนี้ลูกออกมาจะน่ารักน่าชังขนาดไหนน้อ" คุณป้าเอ่ยแซวพร้อมกับยื่นถุงแกงมาให้ แต่คำพูดเมื่อกี้ก็ทำฉันอดแปลกไม่ได้ที่คุณป้าพูดเหมือนรู้ว่าฉันท้องอยู่ หรือว่าพุงฉันมันยื่นออกมาจนเห็นชัดแล้วงั้นหรอ? ฉันก้มมองท้องตัวเองทันที ชุดที่ใส่วันนี้มันก็ไม่ได้รัดขนาดที่เห็นท้องป่องๆได้ชัดเจนนี่นา วินส่ายหน้ากลับมาเหมือนเข้าใจคำถามที่ถามผ่านสายตาของฉัน
"คุณป้ารู้ได้ยังไงคะว่าหนูท้อง?"
"ดูมีน้ำมีนวล ผิวพรรณดูเต่งตึง มีสง่าราศีออร่าคุณแม่จับเป็ประกายวิบวับเลยน่ะสินังหนู แม่สวยแถมหน้าก็ใสกิ๊กตอนท้องแบบนี้ลูกสาวชัวร์เชื่อป้า! สมัยตอนป้าสาวๆก็อย่างนี้แหละ ลูกสาวสามคนจ้า!" วินขมวดคิ้วทำเหมือนไม่อยากเชื่อที่คุณป้าแกพูดและดูจะออกไปทางรำคาญมากกว่า เพราะสำหรับวินแล้วเขาไม่ค่อยชอบคนที่พูดเยอะและคำพูดที่ดูเกินจริงเกินไป แต่ฉันยิ้มแล้วยืนคุยกับคุณป้าต่ออีกหน่อยด้วยความตื่นเต้น
"ป้าแม่งขี้โม้ชิบหาย"
"ป้าเขามีประสบการณ์มาก่อนนะ อาจจะจริงอย่างที่ท่านว่าก็ได้ ไม่อยากได้ลูกสาวหรอ?" วินยังบ่นอุบั้แ่ขับรถออกมาจากตลาดจนตอนนี้เลี้ยวเข้ารั้วหน้าบ้านมาแล้วก็ยังไม่เลิกพูดถึงเื่ที่ฉันยืนคุยกับป้าแกอยู่นานจนเป็เหตุให้กว่าจะมาถึงบ้านก็ปาเข้าไปเกือบจะเก้าโมงแล้ว
"ลูกอะไรก็ได้หมดอ่ะ! แค่มีแม่ชื่อเสียงหวานก็พอ"
ปังงง!!!!
พูดเสร็จแล้วก็เปิดประตูลงรถไปปล่อยให้ฉันนั่งอึ้งกับคำพูดเมื่อกี้ของเขาอยู่ในรถคนเดียว วันนี้ฝนจะตกพายุจะเข้าหรือเปล่า.. ที่วินพูดประโยคแบบนั้น
"ไม่มีใครอยู่ในบ้าน?" วินวางของที่ซื้อมาจากตลาดไว้บนโต๊ะทานข้าวตัวเล็กแล้วมองไปรอบๆก่อนจะถามขึ้น จริงด้วย ั้แ่เดินเข้ามาฉันก็ยังไม่เจอยายเลย ไปไหนนะ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
"อ้ะ เสร็จแล้ว วินกินไปก่อนเลยนะเดี๋ยวหวานขอไปดูยายที่บ้านน้าศรีนวลแป๊บนึง" ฉันวางจานข้าวผัดลงบนโต๊ะแล้วออกมาแต่ยังไม่ทันที่จะออกจากรั้วบ้านก็เจอยายกำลังเดินมาทางนี้พอดี
"ยายจ๋า"
"ยัยเสียงหวาน! มาั้แ่เมื่อไหร่?" เมื่อยายเดินเข้ามาใกล้ฉันถึงได้สังเกตเห็นว่าชุดที่ยายใส่อยู่ตอนนี้มันดูแปลกไป
"หวานเพิ่งมาถึงจ้ะ แล้วยายไปไหนมาจ๊ะ?" เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวอร์มสีดำไหนจะรองเท้าผ้าใบอีก ฉันไม่เคยเห็นยายแต่งตัวแบบนี้มาก่อนเลย
"ไปออกกำลังกายมา"
"ห้ะ! ออกกำลังกาย!?"
"ทำไม ยายแค่ออกกำลังกายจะร้องเสียงดังไปทำไมล่ะเสียงหวานเอ้ย คนแก่ตกอกใหมด" ว่าแล้วก็ยกมือทาบอกแต่สีหน้ากลับเรียบนิ่งไม่ได้แสดงออกว่าใเท่าฉันที่ยืนมองชุดที่ยายใส่อยู่ในตอนนี้เลยด้วยซ้ำ
"ยายไหวหรอจ๊ะ?"
"หลานคนนี้นี่! เห็นยายแก่ขนาดนั้นเชียวหรือไงกัน เช้อะ!"
"เปล่าจ้ะยาย.. หวานแค่เป็ห่วง ก็เมื่อก่อนยายยังบ่นปวดเข่าอยู่เลยนี่นา แล้วหวานก็ไม่คิดว่า..."
"ปวดนั่นปวดนี่นั่นแหละยิ่งต้องออก หมอเขาบอกมา คนแก่ๆ รุ่นยายๆป้าๆแถวนี้เขาก็ไปกันทั้งนั้นแหละ แล้วนี่มาคนเดียวหรือไง? พ่อวินไม่มาด้วยรึ?"
"มาสิจ๊ะยาย วินกินข้าวอยู่ในบ้านแล้วนี่ยายกินข้าวแล้วยัง สายมากแล้วด้วยทำไมออกกำลังกันนานจัง"
"โอ้ย กินกันมาเรียบร้อยแล้ว พอออกกำลังเต้นแอโรบิคตามหมอเขาเสร็จก็นั่งจับกลุ่มกินข้าวกันตามประสาคนแก่ ดีกว่านั่งกินข้าวเหงาๆที่บ้านคนเดียว" ฉันยิ้มตามเมื่อฟังจากน้ำเสียงที่ยายพูดแล้วดูมีความสุขจริงๆกับกิจกรรมเต้นแอโรบิคของท่าน ฉันชักอยากจะเห็นซะแล้วสิ พอได้ยินแบบนี้ฉันค่อยสบายใจหน่อยหัวใจมันรู้สึกพองโตดีใจแบบอธิยายไม่ถูกที่ได้เห็นรอยยิ้มและได้ยินเสียงของยาย แต่..ก็รู้สึกผิดในเวลาเดียวกันที่ปล่อยยายให้เหงาอยู่บ้านคนเดียวตั้งนาน
"เข้าบ้านกันเถอะจ้ะ แดดเริ่มแรงแล้ว" ฉันพยุงแขนยายเดินเข้าบ้านแต่รู้สึกว่า่นี้ยายเดินเร็วกว่าฉันอีกนะแถมยังแข็งแรงขึ้นมากจริงๆด้วย
"เจอยายมั้ย?" วินก้มหน้ากินข้าวผัดโดยที่ไม่ได้มองว่าฉันเดินมากับใคร พอเห็นว่าฉันเงียบไม่ตอบเขาถึงได้เงยหน้ามามอง แต่ก็ต้องสำลักข้าวที่เพิ่งตักเข้าปากไปทันทีเมื่อเห็นยายยืนอยู่ตรงหน้า แต่ฉันว่าคงเป็เพราะชุดที่ยายใส่มากกว่า
"แค่กๆๆ!! พาสาวที่ไหนมาด้วยวะหวาน?!" วินถามขึ้นหลังจากดื่มน้ำเสร็จ
"ออกกำลังนี่มันดีจริงๆ" ยายพูดแล้วก็ยกแขนสองข้างขึ้นมาดูใกล้ๆเหมือนกำลังพอใจในผิวพรรณของตัวเอง
"เฮ้ย นี่มันยายนี่หว่า! โฮ้ ทำไมดูสาวผิวพรรณเต่งตึงแบบนี้อ่ะยาย อย่างกับเด็กสาวอายุสิบแปด อย่ามานั่งใกล้ผมนะเดี๋ยวแฟนผมหึง!" วินยังพูดแซวยายต่อทำท่ายื่นหน้าเข้ามาดูใกล้ๆแล้วขยี้ตาแล้วมองดูอีกครั้ง ถึงจะรู้ว่าวินแกล้งพูดแต่ยายก็ยังยิ้มเขินจนแก้มขึ้นสีแดง
"ตาวินนี่พูดอะไรก็ไม่รู้ เด็กสาวสิบแปดสิบเก้าอะไรกัน หลอกลวงคนแก่จริงๆเลยเชียว ยายไปอาบน้ำดีกว่า"
"ผมพูดจริงนะยาย เห็นแว๊บแรกนึกว่าญาญ่า!" วินยังะโแกล้งแซวต่อไม่เลิกทั้งที่ยายเขินเดินหนีเข้าห้องน้ำไปแล้ว
"ขำนักหรือไง?" ฉันหุบยิ้มแล้วแกล้งทำหน้านิ่งดุวินที่เอาแต่แกล้งยายตลอดทุกทีที่เจอเลย
"อะไร ไม่เห็นเหรอว่ายายชอบ ฮ่าๆๆๆๆ ไปออกกำลังกายมาจริงดิ? ไหวหรอวะ กระดูกกระเดี้ยว"
"ทีต่อหน้ายายไม่เห็นพูดแบบนี้บ้างล่ะ?"
"ใครจะหาเื่ให้ตัวเองโดนงอนอ่ะ แค่เมียงอนคนเดียวก็ง้อยากแล้ว เกิดยายงอนขึ้นมาแล้วจับฉันกับเธอแยกห้องนอนกันคืนนี้ฉันก็อดดิวะ!"
"........"
******** to be continued
