ตอนที่ 2 (1)
สมองถูกสีแดงสดขนาดใหญ่รุกล้ำเข้ามาอย่างสมบูรณ์ คลื่นอารมณ์ที่เ็ปและเศร้าโศกโหมซัดสาด โจมตีหัวใจของเจี่ยนอินอย่างรุนแรง อารมณ์ที่หนักหน่วงทำให้ผู้คนไม่อาจทานทน ทั่วทั้งร่างคือความสิ้นหวังอย่างสมบูรณ์
‘...ซ่อน...ซ่อนไว้ให้ดี...อย่าให้ใครรู้...’
‘...จากนี้ไปเ้าจะจำข้าไม่ได้...และข้าก็จะจำเ้าไม่ได้ด้วยเหมือนกัน...’
เสียงของใคร คุ้นมาก เอาแต่ดังอยู่ข้างหู
สีแดง ความรู้สึกที่น่ากลัว ความสิ้นหวังที่หายใจไม่ออก และความไกลโพ้นนั่น...
แสงสีทองแดงโหมกระพือ อากาศโดยรอบบิดเบี้ยว กลิ่นอายโบราณที่พลุ่งพล่านเขย่าขวัญ ยันต์สีทองในห้องตรวจเริ่มแตกเพราะแบกรับไม่ไหว ปริแตกไปเรื่อยๆ เลี่ยวต้าเหวยหมดสติไปทันที บริเวณหน้าอกเริ่มยุบเข้าไปด้านในด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ชัด ถึงแม้จะเป็ร่างกายกึ่งมนุษย์ แต่ก็ไม่สามารถทนต่อแรงกดดันที่สูงเช่นนี้ได้เหมือนกัน
นี่คือสิ่งที่เกินความเข้าใจของมนุษย์ไปมาก เป็พลังที่มีเพียงเซียนยุคาหรือปีศาจโบราณกาลเท่านั้นถึงจะมีได้ ตอนที่หงเซี่ยนััโดนเจี่ยนอิน มันก็ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างน่าประหลาดใจ
แผ่นดินสั่นะเื ชั้นเก้าของชั้นพิเศษโรงพยาบาลเหอผิงทลายลงไปครึ่งหนึ่งทันที นอกห้องตรวจมีเสียงกรีดร้องดังขึ้นไปทั่ว หลังจากหลอดไฟทั้งหมดกะพริบแล้วะเิทันที
เจี่ยนอินร้องไห้ด้วยความเ็ป บนใบหน้าขาวซีดเต็มไปด้วยรอยน้ำตา
นี่ไม่ใช่อารมณ์ของเขา แต่เป็สิ่งที่ทะลวงเข้ามาในสมองของเขา เขามองหน้าหงเซี่ยน มองดวงตาของหงเซี่ยน และมองลึกเข้าไปในหัวใจของคนแปลกหน้าคนนี้ ไม่รู้ทำไม เขารู้แค่ว่าสิ่งเหล่านี้ซ่อนอยู่ในร่างกายของคนคนนี้ ความทรงจำที่ลึกที่สุด
หงเซี่ยนจ้องเจี่ยนอินเขม็ง แล้ววางมือบนคอของเจี่ยนอินก่อนจะค่อยๆ บีบช้าๆ
ทันใดนั้น ความคิดของหงเซี่ยนก็ไหลเข้าสู่สมองของเจี่ยนอินเหมือนกับธารน้ำไหล หงเซี่ยนไม่ได้สลบเหมือดไปเหมือนกับเลี่ยวต้าเหวย และก็ไม่ได้เหมือนกับเลี่ยวต้าเหวยที่ถูกแรงกดดันมหาศาลจากทั่วทุกด้านบีบอัดจนกระดูกหน้าอกแตกละเอียดและยุบลงเช่นกัน เขาแค่มองเจี่ยนอินอย่างสงบ จากนั้นก็ค่อยๆ ออกแรง จนกระทั่งเจี่ยนอินรู้สึกเ็ปมากจนหายใจไม่ออก ใบหน้าเปลี่ยนจากขาวซีดเป็ม่วง
หลังจากที่แสงสีทองและแสงสีแดงผสานกันก็แยกออกจากกันอย่างรุนแรง จากนั้นก็เข้าปะทะกัน พลังสองสายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงผสานเข้าด้วยกันในตอนแรก จบลงด้วยการผลักไสกันและกัน ปลดปล่อยพลังออกมาสู้กันในห้องตรวจเล็กๆ นี้อย่างเต็มที่ ไม่มีใครคิดที่จะปล่อยให้ใครรอดไปได้ราวกับจะสู้กันให้ตายไปข้างอย่างไรอย่างนั้น
จนกระทั่งมีเสียงกระแทกจากด้านนอกลอยมา เสียงของกวนเย่ว์ะโอยู่หลังประตูดังลั่นว่า “เซี่ยนเซี่ยน ลูก ลูกพ่อ! แผ่นดินไหว! รีบออกมาเร็วเข้า ตึกจะถล่มแล้ว!”
และก็แทบจะในทันที เจี่ยนอินคล้ายกับว่าถูกทำให้ใ ดวงตาสีทองจึงเปลี่ยนกลับไปเป็สีดำดังเดิม ในขณะเดียวกันพลังที่เอ่อล้นออกมาก็ถูกเก็บเข้าไปอย่างหมดจด หลังจากนั้นทั้งตัวก็อ่อนยวบลงมา
กวนเย่ว์พังประตูเข้ามาเห็นทั้งห้องตรวจเหมือนถูกพายุไต้ฝุ่นถล่ม อีกทั้งลูกชายของตนก็กำลังบีบคอเ้าหนูน้อยไม่ยอมปล่อย เขาร้องเสียงดังว่า “ลูกกำลังทำอะไร!”
หงเซี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางมองสำรวจเจี่ยนอินที่ตอนนี้ตัวอ่อนปวกเปียกอยู่ในมือของเขาแวบหนึ่ง แล้วก็เก็บพลังของตนเองกลับมาในเวลาเดียวกัน
หงเซี่ยนคลายมือ เจี่ยนอินที่ห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศจึงล้มกลับลงไปบนรถเข็นพลางไอไม่หยุด
เจี่ยนอินตัวสั่นเทิ้ม ปีนลงมาจากรถเข็น คลานสี่ขาไปที่มุมห้อง แล้วซ่อนตัวอยู่ที่มุมกำแพงทั้งสอง กอดเข่าไม่พูดจา ในดวงตาโตน้ำตาพรั่งพรูออกมาไม่หยุด ทั้งน่าสงสารและน่าอนาถ
กวนเย่ว์มองหงเซี่ยน จากนั้นก็มองไปที่เจี่ยนอินอีกครั้ง แล้วรีบเดินเข้าไปหาเจี่ยนอิน “เ้าหนูพวกเรารีบไปกันเร็ว ตึกนี้จะถล่มแล้ว!”
แต่ก็เป็ตอนที่กวนเย่ว์กำลังจะแตะโดนตัวเจี่ยนอินนั้นเอง เจี่ยนอินก็กรีดร้องว่า “อย่า…!” และเริ่มสั่นหนักยิ่งขึ้น!
หลังจากที่ทั้งสองหยุดเคลื่อนไหว อาคารของโรงพยาบาลเหอผิงที่สั่นไหวไปครึ่งหนึ่งก็หยุด กวนเย่ว์เงยหน้าขึ้นมองเพดานที่พังไปแล้วซีกหนึ่ง จากนั้นก็ตบหน้าอกเบาๆ “แผ่นดินไหวหยุดแล้ว...”
“ไม่ใช่แผ่นดินไหว…” หงเซี่ยนจ้องไปที่เจี่ยนอิน ดวงตาที่สงบไร้คลื่นมาโดยตลอด ตอนนี้เริ่มมีคลื่นแล้ว
เป็เด็กคนนี้นั่นแหละที่ทำ
...
เจี่ยนอินเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดเหมือนกับเด็กน้อยที่ถูกรังแก อาการสั่นสะท้านของเขานั้นไม่เคยหยุดเลย ซุกตัวอยู่ที่มุมห้องไม่ยอมให้ใครแตะต้อง
ดูแล้วเหมือนจะเป็แบบนั้น แต่หงเซี่ยนกลับมีความรู้สึกว่าไม่ใช่เจี่ยนอินที่ไม่ให้คนอื่นแตะต้อง แต่เป็เขาที่ไม่้าแตะต้องใครต่างหาก
เจี่ยนอินกลัวมาก ไม่รู้ว่าตัวเองเป็อะไรไป เขารู้ว่าตนเองนั้นไม่ปกติ และสิ่งที่เข้ามาในหัวของเขาเมื่อกี้นี้เป็ความทรงจำของคนอื่น เพียงครู่เดียวสิ่งเ่าั้ก็เต็มไปทั้งหัวของเขาแล้ว ซึ่งมันทำให้เขาทนไม่ไหว
จู่ๆ ประตูที่ล็อกไว้ก็ถูกเปิดออก เจี่ยนอินและหงเซี่ยนเงยหน้าขึ้นไปมองทางประตูที่ถูกถีบให้เปิดออกจนบิดเบี้ยวอย่างง่ายดายพร้อมกัน จากนั้นชายสองคนก็ยืนอยู่ที่หน้าประตู พอมองไป พวกเขาก็อ้าปากเผยฟันขาวแล้วพูดว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มาช่วยเหลือพวกคุณแล้ว เซอร์ไพรส์ไหม คิดไม่ถึงเลยล่ะสิ!”
สีหน้าของหงเซี่ยนยังคงเ็าและเรียบเฉย แต่กลับเป็ชายรูปร่างสูงใหญ่ล่ำสันคนหนึ่งในสองคนที่ยืนอยู่ข้างนอกนั่นที่เห็นเจี่ยนอินกำลังตัวสั่นเทาอยู่ ก็อ้าปากกว้างด้วยความตกตะลึง
“เกิดอะไรขึ้น เป็นายเองเหรอ...”
เจี่ยนอินร้องไห้สะอึกสะอื้น จนถึงขั้นสะอึกอีกด้วย สองคนนั้น คนหนึ่งสวมชุดลำลอง ส่วนอีกคนหนึ่งสวมชุดตำรวจจราจร คนที่สวมชุดลำลองนั่นรีบร้อนเดินเข้ามาในห้องตรวจ มองดูหมอเลี่ยวต้าเหวยที่ล้มคว่ำอยู่ที่พื้น แล้วลองใช้เท้าเตะสะกิดอีกฝ่ายดู หลังจากที่พบว่าคนคนนี้ได้สลบเหมือดไปเป็ที่เรียบร้อยแล้วก็ไม่สนใจ หันไปพูดกับเจี่ยนอินว่า
“เ้าหนู ฉันบอกกับนายไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าวันที่หนึ่งเดือนเจ็ด เป็วันเริ่มปิดเทอมฤดูร้อน ข้างนอกวุ่นวายมาก และอยากให้นายกลับบ้านเร็วๆ น่ะ”
เจี่ยนอินเบิกตามองเขา ไม่เข้าใจว่าชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำตรงหน้า แถมยังสวมชุดเครื่องแบบร้านสะดวกซื้อคนนี้กำลังพูดถึงเื่อะไร
“พี่หง” ชายคนนั้นหันไปมองหงเซี่ยน
“ผู้ก่อเหตุอยู่ข้างนอก” หงเซี่ยนกล่าวง่ายๆ