<อรุณสวัสดิ์ความทรงจำ>
...ท่ามกลางราตรีอันหนาวเหน็บปานะเืหัวใจ เวลาได้ผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจทราบนับั้แ่ที่ฟีร์มัวหมดสติ
"ที่นี่....ที่ไหน?"
ในที่สุดั์ตาสีม่วงอเมทิสต์ก็ลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิดอันแปลกตา กระนั้นแม้จะกล่าวว่าความมืดแต่รอบๆก็เต็มไปด้วยประกายแสงราวหมู่ดาวไม่สิ้นสุด ฟีร์มัวที่กำลังสับสนมึนงงค่อยๆก้าวออกไปหาหนึ่งในประกายแสงเ่าั้ ขณะเดียวกันก็พยายามนึกค้นหาความทรงจำก่อนที่เธอจะมาอยู่ที่นี่
"....ฉัน...ฉันถูกเขาผลัก..ลงมาจากบันไดสูง มันเจ็บ..มากๆ หรือที่นี่คือดินแดนหลังความตายอย่างในหนังสือ?"ฟีร์มัวพูดทวนความจำด้วยความสับสนมึนงง ก่อนที่สองแขนเล็กและบอบบางจะกอดร่างที่สั่นเทาด้วยความกลัวของตัวเองไว้
'ฉันตายแล้วเหรอ..? ไม่นะ! ท่านพ่อคะ ลูกไม่อยากตาย... ท่านพี่ ได้โปรดช่วยน้องด้วย...'
ด้วยความกลัวทำให้หญิงสาวเผลอกัดริมฝีปากจนช้ำเื ตาของเธอเริ่มพร่ามัวด้วยคลอน้ำตา ..กระทั่งก้าวมาถึงประกายแสงดวงหนึ่งประดุจหิ่งห้อยที่ถูกล่อลวง พลันนั้นเองความรู้สึกบางอย่างก็ดลใจให้ฟีร์มัวจับจ้องประกายแสงดวงนั้นเขม็ง แล้วมองลึกลงไปโดยไม่รู้ตัว...
--ปัง!!
เสียงดังสนั่นลั่นขึ้นจนปวดแก้วหูในพัลวัน! หญิงสาวสูงศักดิ์ผงะถอยหนีทันทีด้วยความตื่นตระหนกใ!
อย่างไรก็ตาม ครู่ต่อมาก็หาได้มีอะไรเกิดขึ้นอีก ทุกอย่างโดยรอบยังคงเงียบสงัดวังเวงเช่นเดียวกับวินาทีที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาไม่ผิดเพี้ยน ในเวลานี้แม้ว่าความกลัวและความตระหนกจะค่อยๆถูกความเงียบบรรเทาให้จางหายไปทีละน้อย แต่กระนั้นความสงสัยใคร่รู้ของฟีร์มัวกลับไม่ได้จางหายไปเลย
เธอรวบรวมความกล้าที่เหลือน้อยนิดเข้าไปใกล้ประกายแสงดวงนั้นอีกครั้งและกลั้นใจมองลงลึกไป.. .
ปังๆๆๆๆๆ..!!
เสียงของสิ่งที่ดูจะเป็อาวุธดังลั่นรัวจนรำคาญหู อานุภาพของมันช่างแสนน่ากลัว ทุกๆครั้งที่ลูกเหล็กเ่าั้ถูกยิงออกไปนั่นหมายถึงชีวิตที่ถูกคร่าอย่างไร้ความปรานี อาวุธนั้นคือปืน..เป็อาวุธที่ในโลกของฟีร์มัวหาได้น้อยมากเพราะอานุภาพด้อยกว่าเวทมนตร์หลายชนิด เรียกได้ว่ามันเป็อาวุธสำหรับผู้ที่พลังเวทย์ต่ำหรือพิการไร้พลังเวทย์ แต่ปืนในภาพนั้นมีลักษณะที่แตกต่างและหลากหลาย บ่งบอกถึงวิวัฒนาการซึ่งต่างจากปืนที่เธอรู้จัก
ภาพที่ฟีร์มัวกำลังพินิจทัศนาคือปืนเ่าั้..กับหญิงสาวผมทองั์ตาสีฟ้าซึ่งสวมชุดที่คาดว่าเป็เครื่องแบบทหาร?
หญิงสาวผู้มีสีหน้าเ็าไร้อารมณ์..ไร้หัวใจ
ทักษะความสามารถในการรบและการเข่นฆ่า
นิสัยตีสองหน้าที่ใช้หลอกลวงผู้คนเพื่อภารกิจ
ความซื่อสัตย์ ความภักดี ศักดิ์ศรี และความเย่อหยิ่ง
ในภาพนั้นสิ่งทีฟีร์มัวเห็นคือทหารสาวมากความสามารถคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในสนามรบอย่างไม่กลัวเกรง กระทั่งะุในรางปืนของเธอหมดลงก็ยังคว้ามีดสั้นที่เหน็บไว้กระโจนเข้าปาดฟาดฟันศัตรูอย่างสุดแสนอำมหิตจนน่าหวาดกลัว หรือแม้ว่ามีดจะบิ่นหักในที่สุด..สองมือสองเท้าของเธอก็ยังคงตวัดทำร้ายและแก่งแย่งชีวิตของศัตรูต่อไปได้เรื่อยๆ
สัตว์ประหลาด..นั่นคือนิยามของฟีร์มัวขณะมองหญิงสาวคนนั้น ขณะเดียวกันนั่นก็เป็สมญานามที่ผู้คนเรียกขานเธอเช่นกัน
ผ่านมานานปียศศักดิ์ทางทหารของหญิงสาวจึงนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว สูงจนยากจะเชื่อว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะไต่เต้าขึ้นมาได้ด้วยวัยเพียงเท่านั้น กระนั้นด้วยสถานการณ์บีบบังคับหญิงสาวจึงหาได้นั่งโต๊ะจัดการเอกสารหรือคอยสั่งการ เธอมีทหารในสังกัดมากมาย ทั้งยังนำพวกเขาลงสู่สมรภูมิไปพร้อมกับตัวเองเสมอ และหน่วยของเธอก็ถือว่าเป็หน่วยซึ่งได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในราชอาณาจักรแห่งนั้น
ราชอาณาจักรที่ฟีร์มัวไม่รู้จักหรือคุ้นเคยแม้แต่น้อย?
ที่แห่งนั้นไม่มีเผ่าพันธุ์ทรงปัญญาอื่น ไม่มีเวทมนตร์ ไม่มีสัตว์อสูร มีเพียงเทคโนโลยี ยุทโธปกรณ์ ทักษะ ฝีมือ และมนุษย์ด้วยกันเองเท่านั้น แต่กลับเป็สถานที่ที่น่าหลาดกลัวเหลือเกิน ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยาและการฆ่าฟัน ทั้งที่มีเพียงมนุษย์ด้วยกันแต่กลับแบ่งแยกชาติพันธุ์เสียยิ่งกว่าโลกของเธอ
จากนั้นความบ้าคลั่ง ความเก่งกาจ และเกียรติยศ คือสิ่งที่ฟีร์มัวได้เห็นจากหญิงสาวในประกายแสงดวงนี้!
...และแล้วประกายแสงก็วูบดับไปเมื่อเื่ราวสิ้นสุด...
"...อ..อะไรกันเนี่ย..?"
ฟีร์มัวสะบัดหน้าไปมาด้วยความปวดหัวมึนงง ราวกับเื่ราวเ่าั้ที่เห็นผ่านตาไปเมื่อครู่ได้ฝังลึกเข้ามาในสมองของเธอ ตอนนี้หญิงสาวเรือนผมสีรัตติกาลแทบอยากจะอาเจียนออกมาด้วยถูกความรู้สึกคลื่นไส้มึนงงจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ..ริมฝีปากสวยเม้มแน่นอย่างอดกลั้น พลันนั้นั์ตาสีอเมทิสต์ก็มีประกายกล้าขึ้นทันใด เธอรู้สึกโหยหาอย่างประหลาด เธอ้ามากกว่านี้ กระหายมากกว่านี้ อยากเห็นมากกว่านี้ อยากรู้มากกว่านี้ ราวกับมันเป็ส่วนหนึ่งของตัวเองที่เธอได้สูญเสียไป!
โดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น ร่างบางพยายามก้าวเข้าหาประกายแสงดวงอื่นๆต่อไป ต่อไปเรื่อยๆ
...เนิ่นนานจนยากจะรู้ว่าผ่านไปเท่าใด
ฟีร์มัวได้เห็น ได้ยิน และได้กลิ่น ของสิ่งต่างๆมากมายในภาพเ่าั้ เธอเฝ้ามองชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งต่อไปเรื่อยๆด้วยความสนอกสนใจ หญิงสาวผู้อาภัพไร้ครอบครัว ไร้ที่พึ่งพิง ร่อนเร่ มีเพียงตรอกเล็กๆที่เปรียบเสมือนบ้าน บางคราก็เป็ข้างถนน ซากแผ่นสังกะสี หรือลังกระดาษขาดๆโทรมๆ นอกจากนี้ยังมีเหล่าสหายโจรเท่านั้นที่คล้ายกับครอบครัวซึ่งไร้ความผูกพัน
ชีวิตของเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้ข้างถนน อยู่กินในสลัม เอาชีวิตรอดด้วยการลักขโมยและแก่งแย่ง
หญิงสาวเติบโตขึ้นจนปรากฏความงดงามขึ้นเรื่อยๆ หลายครั้งถูกฉุดโดยชายฉกรรจ์ในตรอกสลัม เสื้อผ้าอันเป็สิ่งล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งถูกมือหยาบกร้านของเหล่าชายผู้หยาบโลนกระชากฉีกนับครั้งไม่ถ้วน แต่สองมือที่ฝึกฝนการขโมยจนช่ำชองก็ได้คร่าเอาชีวิตของคนเ่าั้มาโดยไม่รู้ตัวครั้งแล้วครั้งเล่า..ราวกับมันเป็พร์
กระทั่งหญิงสาวในวัยแรกแย้มถูกพบและได้รู้จักกับนายทหารร่างสูงใหญ่ ความประทับใจแรกพบคือภาพของเขาที่ถือขวดเหล้าราคาแพงเดินมานั่งยองๆข้างเธอซึ่งกำลังนั่งกอดเข่าพิงกำแพงตรอกภายใต้เสื้อผ้าโทรมๆขาดวิ่น เผยเรือนร่างขาวซีดให้ประจักษ์วับๆแวมๆล่อตาล่อใจ...โดยข้างกำแพงอีกฝั่งมีศพโชกเืของชายอ้วนคล้ำขนดกที่เปลือยท่อนล่างนอนแน่นิ่งอยู่
เธอถูกเขานำไปรับเลี้ยง ส่งเรียน ฝึกฝน และกลายเป็ทหารเช่นเดียวกับเขา..พ่อบุญธรรมที่แสนใจดีของเธอ จอมพลในอนาคตอันใกล้
ภารกิจคือชีวิต
หน้าที่คือิญญา
คำสั่งคือชะตา
สามประโยคที่หญิงสาวจำขึ้นใจ ใบหน้าเสแสร้งที่ประดับรอยยิ้มนั้นก้าวเข้าหาผู้คนมากมายเพื่องานที่ได้รับมอบหมาย ใบหน้าที่เ็าไร้หัวใจถลาเข้าสู่าก่อนใครด้วยหวังเข่นฆ่าทำลายล้าง รอยยิ้มแสยะกว้างแย้มพรายทุกครั้งที่ได้ััความอุ่นร้อนของเืที่ไหลรินจากศัตรู ส่วนแววตามุ่งมั่นเต็มไปด้วยความซื่อสัตย์และภักดีนั้นมีให้แก่พ่อบุญธรรมและราชอาณาจักร
ส่วนหัวใจที่เต้นโครมด้วยความรักถวิลหา..มอบให้กับชายที่เธอหลงรัก.. .
ฟีร์มัวยังคงมองหญิงสาวที่หลงโง่งมในความรักเช่นเดียวกับเธอต่อไป
รักที่หวานชื่นยามอยู่เคียงคู่สองต่อสอง ร่างกายที่ผสานเป็หนึ่งเดียวมากล้นด้วยความสุขสม ความซื่อสัตย์ต่อความรักที่เธอมอบให้เขาช่างล้นเหลือ แต่ในสนามรบ..เธอคือเครื่องจักรสังหารที่ไร้หัวใจ ก้าวเข้าสู่สมรภูมิไปพร้อมกับเขาในฐานะหัวหน้าหน่วยและลูกหน่วยคนสนิทที่เธอไว้ใจที่สุด
ฟีร์มัวยิ้มให้กับภาพนั้น แม้ใจหนึ่งจะรู้สึกอิจฉา..แต่่เวลานั้นกลับทำให้เธอเคลิบเคลิ้มอย่างประหลาด
แต่..คำกล่าวที่ว่าผู้ชายลับหลังไปไว้ใจไม่ได้ก็เป็จริง
หญิงสาวถูกหักหลังความเชื่อใจ ถูกทำลายความซื่อสัตย์ หัวใจที่เจ็บช้ำทำเอาร่างแกร่งที่ผ่านมาทุกสมรภูมิทรุดฮวบอย่างไร้เรี่ยวแรง!
ฟีร์มัวรู้สึกราวหัวใจถูกบีบรัดด้วยลวดหนามขณะมองภาพนั้นด้วยความเจ็บแค้นแทนอีกฝ่าย หญิงสาวผู้งมงามถวายทุกสิ่งเพื่อความรัก หญิงสาวที่โง่งมเช่นเดียวกับเธอ!
..ภาพของชายที่รักเสร็จสมกับหญิงอื่นบนเตียง..
ในบ้านของเธอและเขา
ในห้องนอนของเธอและเขา
ในที่ที่เธอและเขาร่วมรักสร้างสุขมาด้วยกันเนิ่นนาน...
ราวกับภาพเดิมที่ถูกฉายซ้ำ หญิงสาวผู้โกรธเกรี้ยวก้าวเข้าไปทำร้ายจิกตีนังแพศยาที่ฉกเอาคนรักของเธอไป หากแต่ภาพคราวนี้หญิงสาวไม่ได้ถูกรั้งไว้ทันเช่นเดียวกับฟีร์มัว นังสันดานญาติวานรนั่นบนเตียงของเธอ..บนที่ของเธอ! ในที่สุดก็ถูกชกต่อยตบตีจนยับเยินปางตาย!!
เสียงห้ามปรามของชายหนุ่มไม่อาจหยุดเธอได้!
แรงเหนี่ยวรั้งของชายหนุ่มไม่อาจขวางเธอได้!
ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาแห่งความผิดหวังและดวงตาที่แดงก่ำนั้น ไม่แม้แต่จะหันไปมองใบหน้าบึ้งตึงโกรธขึงของชายที่รัก หญิงสาวไล่นังนั่นไปได้สำเร็จ เช่นเดียวกับที่ชายหนุ่มตบหน้าเธอจนแดงก่ำเป็รอยมือแล้วขับไล่ไสส่งเธอออกมาจากบ้านหลังนั้น...ที่ที่เธอกับเขาซื้อมาเพื่อเป็สถานที่ของกันและกัน
เธอเดินร่อนเร่ไปตามทางด้วยแววตาเหม่อลอย
จนกระทั่งรู้ตัวอีกที...หญิงสาวก็ถูกนังแพศยาที่เธอไล่ออกมาก่อนหน้านี้ ผลักร่างที่โอนเอียงไร้เรี่ยวแรงเป็ทุนเดิมไปกลางถนนคอนกรีตอันเย็นเฉียบ แล้วถูกรถบรรทุกชนจนร่างแหลกเละไปพร้อมกับความโศกเศร้าและความเคียดแค้นชิงชัง!!
..ภาพสุดท้ายคือภาพชายหนุ่มที่เธอรักวิ่งมาฉุดพานังแพศยาที่ฆ่าเธอหนีไปด้วยกัน...
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดด..!!! ทำไม!! ทำไมต้องเป็แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!! ทำไม!!!"
พลันนั้นฟีร์มัวกรีดร้องออกมาด้วยหัวใจที่ปวดร้าวเกินจะทน! ไม่! วินาทีนั้นหัวใจของเธอถูกย่ำยีจนแหลกสลายไม่ต่างจากเศษแก้ว! ร่างเล็กทรุดลงร้องไห้คร่ำครวญออกมา สองมือปัดป่ายใบหน้าเปื้อนน้ำตาไม่หยุดหย่อน ดวงตาของเธอบวมแดงขึ้นจนแสบซ่า แต่น้ำตาและเสียงกรีดร้องคร่ำครวญก็ยังไม่หยุดลง ในเวลานี้หัวใจของเธอกำลังจะแหลกร้าวไม่เหลือชิ้นดี!!
ภาพเ่าั้...ความทรงจำนั่น! มันเข้ามาในหัวของเธอ!! โดยสัญชาตญาณ..ฟีร์มัวรู้ว่านั่นคือตัวเธอ! ความทรงจำชาติที่แล้วของเธอ!!
พลเอกหญิงเอลเน่ การ์เดียล หญิงสาวผู้โง่งมในความรักจนถูกหักหลังนั่น! คือเธอในชาติก่อน!!
..ราวกับพระเ้าจงใจกลั่นแกล้งหรือโชคชะตาเล่นตลก.. .
ผ่านไปนานเท่าไรกับเสียงร่ำไห้คร่ำครวญ? สุดท้ายแล้วเสียงหัวเราะอันขมขื่นก็ดังขึ้นท่ามกลางความมืด...พร้อมกับประกายแสงดวงสุดท้ายที่วูบดับลง
พระเ้ากำลังกลั่นแกล้งเธอ! ทรงมองเธอเป็ของเล่นที่ถูกย่ำยีได้ตามใจ! ชาติก่อนเธออาภัพทั้งชาติกำเนิด ชีวิตวัยเด็ก และความรัก ชาตินี้พระองค์ยังด้านส่งเธอมาเกิดเป็นางร้ายในเกมจีบหนุ่มสมัยเก่าซึ่งพ่อบุญธรรมเคยซื้อมาให้เล่นแก้เบื่อยามว่างจากภาระหน้าที่!
"เกมมันจบแล้ว..แต่ชีวิตฉันไม่จบแน่ ถ้าฉันมีโอกาสอีกครั้ง...คอยดูเถอะ พระเ้า..!!"
โชคชะตาต่อจากนี้ของฉัน! ฉันจะทำลาย! ย่ำยี! ขยี้ขยำ! กระทืบซ้ำ! ทำให้มันบิดเบี้ยวจนพระองค์ไม่อาจชี้ทางกำหนดชะตาให้ฉันได้อีกเลย!!!
"ใช่แล้ว ใช่ ตอนนี้ชื่อของฉันตอนนี้คือ ฟีร์มัวเนียร์ เค.ดี. เอลโลชาแตล สตรีสูงศักดิ์ที่ตั้งเป้าจะอยู่เหนือทุกอย่าง..."ฟีร์มัวกล่าวพลางหยัดยืนขึ้น สองเท้าก้าวเดินไปตามความมืดพร้อมั์ตาสีอเมทิสต์...ที่มีแววตาเ็าอำมหิตเช่นตัวเธอเมื่อชาติก่อนซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย
...เช่นตัวเธอที่เป็นสัตว์ประหลาดแห่งยุคสงคราม