ตอนที่ 23 กับตัวเองยิ่งโหด (1)
ทิศทางที่กระบี่ยาวมุ่งไปหาคือสถานที่ที่เชียนอวี่หยางซ่อนตัวอยู่
ใบไม้สั่นไหว ชายหนุ่มในชุดแพรผู้หนึ่งะโออกมา ใบหน้าหล่อเหลาของเขาทำให้จันทราในยามนี้หม่นแสงไปเลย ทว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของฮวาอิ่งเม่ยไม่ใช่รูปโฉมของอีกฝ่าย แต่เป็ท่าทางองอาจกล้าหาญ บุคลิกสูงสง่าทรงอำนาจของเขาต่างหาก
‘ชายคนนี้ ไม่ธรรมดาเลย!’
‘เด็กสาวคนนี้ ไม่ธรรมดาเลย!’
สายตาทั้งคู่สบประสาน ในดวงตาคนทั้งสองเกิดประกายไฟแล่นผ่าน ฮวาอิ่งเม่ยรู้สึกว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าไม่อาจจัดการได้ง่าย ขณะที่เชียนอวี่หยางเองก็คิดเช่นเดียวกัน
ก่อนหน้านี้เขายังรู้สึกว่าเด็กสาวโง่เขลาปานนี้ มิน่าเล่าจึงถูกพี่รองถอนหมั้น ตอนนี้เขาเพิ่งรู้ว่าความจริงเด็กสาวคนนี้ไม่ได้โง่ กลับเป็พวกเขาเองต่างหากที่มองไม่เห็นไหวพริบและความเด็ดขาดที่นางเก็บซ่อนไว้
ฮวาอิ่งเม่ย บุตรสาวของจวนแม่ทัพใหญ่ เขาจำนางไว้แล้ว!
“ที่ธรณีสงฆ์ เ้าถึงกับเอาชีวิตคนเชียวหรือ” เชียนอวี่หยางตั้งคำถามที่ไม่คล้ายว่าโกรธนักกับฮวาอิ่งเม่ยที่สีหน้าสงบนิ่ง
ฮวาอิ่งเม่ยยิ้มพลางเช็ดกระบี่อ่อนในมือต่อ กล่าวตอบคำถามของเชียนอวี่หยางด้วยสีหน้าไม่ยี่หระว่า “คนรึ ข้าแค่สังหารสัตว์เดรัจฉานไปหลายตัวเท่านั้น”
ช่างไม่เห็นชีวิตคนอยู่ในสายตาจริงๆ
เชียนอวี่หยางสะดุ้ง ข่มความรู้สึกหนาวเยือกที่ผุดขึ้นมาในจิตใจ ยิ้มพลางกล่าว “เ้าดูสงบนิ่งถึงเพียงนี้ ไม่กลัวว่าข้าจะพูดเื่ในวันนี้ออกไปหรือ”
กระบี่อ่อนเช็ดจนสะอาดแล้ว ฮวาอิ่งเม่ยโยนผ้าเปื้อนเืในมือลงบนพื้น เงยหน้าขึ้นสบตาเชียนอวี่หยาง ไม่ได้ตอบคำถามเขาแต่ย้อนถามว่า “ท่านจะทำหรือเปล่าล่ะ”
เชียนอวี่หยางถูกคำพูดย้อนถามอย่างมั่นใจของนางทำเอานิ่งงันไป ใบหน้าเขามีเขียนคำว่าคนดีอยู่ด้วยหรือไง นางถึงได้มั่นใจปานนี้ว่าเขาจะไม่พูดเื่ในวันนี้ออกไป
“ต่อให้พูดออกไปจะมีคนเชื่อหรือ” ฮวาอิ่งเม่ยยิ้มออกมาอย่างไม่หวาดเกรงสิ่งใด และไม่สนสีหน้าแปลกประหลาดของเชียนอวี่หยางด้วย
ชื่อเสียงของฮวาอิ่งเม่ยคืออะไรเล่า โง่เขลาเบาปัญญา ขี้ขลาดขวัญอ่อน ยากจะออกมาเชิดหน้าชูตาได้ไม่ใช่หรือ ต้องขอบคุณจ้าวเยียนหรานกับฮวาโหรวหลาน ภาพลักษณ์เช่นนี้ของนางถึงได้ฝังลึกอยู่ในจิตใจผู้คนไปแล้ว ยามนี้จู่ๆ มีคนผู้หนึ่งะโออกมาบอกว่าฮวาอิ่งเม่ยเป็มารร้ายสังหารคนได้โดยไม่กะพริบตา คาดว่านางไม่ต้องทำอะไร ผู้ที่กล่าวคำพูดนี้คงถูกคนมองว่าเป็บ้าไปแล้ว
เชียนอวี่หยางพูดไม่ออก ยามนี้หากไม่ใช่เขาเห็นกับตาตัวเอง แต่มีคนมาบอกเขาว่าเห็นฮวาอิ่งเม่ยฆ่าคน เขาคงได้หัวเราะจนท้องแข็งไปแล้ว
มันจะเป็ไปได้อย่างไรกัน ใช่สิ เป็ไปได้อย่างไรกัน!
“ถึงแม้จะไม่มีใครเชื่อ แต่องครักษ์รอบกายเ้าตายหมดแล้ว เ้าจะอธิบายอย่างไร” เชียนอวี่หยางรู้สึกขัดใจกับท่าทางเชื่อมั่นไม่กลัวอะไรเลยของนาง เพราะมันทำให้เขาไม่อาจละสายตาอยู่บ้าง
อันที่จริงตอนลงมือสังหารคนพวกนี้ ฮวาอิ่งเม่ยได้คิดหาทางออกไว้แล้ว นางตวัดสายตาขึ้น ส่งยิ้มให้เชียนอวี่หยาง ยิ้มแบบนี้อีกแล้ว แม้จะรู้ว่านี่เป็ยาพิษอย่างแรง เชียนอวี่หยางก็ยังหมดทางขัดขืน นางคล้ายดอกฝิ่นที่มีพิษ แม้รู้ว่าเสพติดแล้วจะทำลายตัวเองก็ยังลุ่มหลงจนไม่อาจถอนตัวอยู่ดี
ตวัดกระบี่ขึ้น แทงออก
ฮวาอิ่งเม่ยเผยอยิ้มออกมา นางใช้กระบี่ในมือแทงใส่ร่างตัวเองโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย พริบตานั้นโลหิตซึมผ่านชุดขาวนางออกมา ราวกับโบตั๋นงามที่แบ่งบานทันใด
“เ้าทำอะไรน่ะ” เชียนอวี่หยางใจหายวาบ เขานึกไม่ถึงว่า อีกฝ่ายจะแทงกระบี่ใส่ตัวเองโดยไม่กะพริบตาด้วยซ้ำ เด็กสาวผู้นี้ ช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้ นางไม่เพียงโหดต่อผู้อื่น แต่ยังโหดกับตัวเองยิ่งกว่าอีก
เชียนอวี่หยางรู้สึกเ็ปใจอยู่บ้าง เป็ความรู้สึกสงสารจับจิต นางต้องเติบโตในแวดล้อมการเอาตัวรอดเช่นไร จึงทำให้กลายเป็คนเ็าถึงเพียงนี้
“ข้าก็แค่ถามดูเท่านั้น ต่อให้เ้าคิดไม่ออก ข้าก็จะ...” เชียนอวี่หยางชะงักกึก นาทีนี้เขาถึงกับลืมตัวไป และที่ทำให้เขาไม่อยากเชื่อคือ จิตใต้สำนึกของเขาได้คิดหาทางออกให้นางไว้แต่แรก
“คุณหนู...” ชิวเอ๋อร์พอเห็นโลหิตบนร่างฮวาอิ่งเม่ย ก็ปล่อยโฮออกมาอย่างอดไว้ไม่อยู่อีก
ฮวาอิ่งเม่ยตบมือชิวเอ๋อร์เบาๆ อย่างปลอบโยน ให้อีกฝ่ายไม่ต้องเป็ห่วง กระบี่นี้แม้จะดูไปหนักหนาสาหัส แต่เป็าแเพียงผิวกายเท่านั้น อย่างมากห้าหกวันก็หายดี เมื่อเทียบกับอาการาเ็ของนางในตอนนั้นแล้ว นี่ไม่นับว่าาเ็ด้วยซ้ำ นางไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย จะทำร้ายตัวเองจริงๆ ได้อย่างไร
“เช่นนี้ เป็อย่างไร” ฮวาอิ่งเม่ยยิ้มพลางถามขึ้น
“เ้าบ้าไปแล้ว!?” เชียนอวี่หยางสบถออกมาเบาๆ สีหน้าบอกถึงความร้อนใจอย่างที่เขาไม่เคยเป็มาก่อน “อิ่งอี รีบไปเชิญท่านหมอหลี่ของโรงหมอหุยชุนมาเร็ว”
“ไม่ต้องหรอก แค่าแเล็กน้อยเอง” ฮวาอิ่งเม่ยกล่าวเสียงเรียบ แม้นางจะเดาได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าต้องมีฐานะไม่ธรรมดาแน่ แต่นึกไม่ถึงว่าข้างกายเขาจะมีองครักษ์ลับคอยติดตาม นี่ไม่ใช่ระดับลูกหลานขุนนางใหญ่ทั่วไปจะมีได้ ฮวาอิ่งเม่ยแอบนึกว่าโชคดีที่เมื่อครู่ไม่ได้ลงมือ ไม่เช่นนั้นเกรงว่าตอนนี้ตนคงได้ลงไปนอนกับพื้นเหมือนกับคนพวกนี้ ตายสนิทจนไม่รู้จะตายอย่างไรแล้ว
“อะไรเรียกว่าแค่าเ็เล็กน้อยไม่ต้องรักษา เ้านี่...” เชียนอวี่หยางไม่เคยขัดใจแต่ทำอะไรไม่ได้เช่นนี้มาก่อน เขาไม่เข้าใจเลยว่า เหตุใดอีกฝ่ายจึงไม่สนใจแม้แต่กับชีวิตตัวเอง
“ลึกใต้ิัสามชุ่น[1] อยู่ระหว่างไตกับลำไส้ใหญ่”
เชียนอวี่หยางถูกคำพูดที่จู่ๆ นางก็บอกมาทำเอางงไปอยู่บ้าง จากนั้นค่อยนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายหมายความอย่างไร นางกำลังบอกตำแหน่งของาแกับเขา
ระหว่างไตกับลำไส้ใหญ่ไม่มีอวัยวะที่สำคัญ ใต้ิัสามชุ่นนอกจากชั้นไขมันหนึ่งชุ่นแล้ว าแที่แทงเข้าในร่างกายจริงๆ ไม่ลึกนัก หมายความว่าาแที่ดูเหมือนหนักหนาสาหัสนี้ แท้จริงแล้วไม่เป็อะไรเลย
เชียนอวี่หยางถอนใจอย่างโล่งอก แต่กลับรู้สึกขุ่นเคืองด้วยความอับอายที่ตัวเองทำในสิ่งผิดแผกไปจากเดิม
เขาคิดว่า เป็เพราะเขาไม่เคยพบเห็นหญิงสาวเช่นนี้มาก่อนจึงเสียกิริยาไปกระมัง! มีไหวพริบปฏิภาณ การตัดสินใจที่เด็ดขาด ฝีมือดุดัน เ็าไร้น้ำใจ เมื่อเทียบกับพวกคุณหนูสูงศักดิ์ในหอห้องที่มีอยู่มากมายเ่าั้แล้ว หญิงสาวเช่นนี้ยิ่งทำให้ผู้คนตื่นใจ น่าเลื่อมใสยิ่งกว่าเสียอีก
พี่รอง ดูเหมือนว่าเพื่อมุกเม็ดหนึ่งท่านได้พลาดขุมทรัพย์ที่ฝังตัวอยู่ใต้เนินทรายไปเสียแล้ว
ส่วนเขา ยามนี้ก็แค่ได้พบเห็นขุมทรัพย์เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เชียนอวี่หยางยังคาดหวังอยู่ว่า ยามที่นางเปล่งประกายรัศมีอันเจิดจรัส จะได้เห็นสายตาที่ตื่นตะลึงด้วยความแปลกใจของผู้คนรอบข้าง
เชิงอรรถ
^ 1 ชุ่น ประมาณ 1 นิ้ว