32 | คุณมาที่นี่ ้าอะไรกันแน่
ระหว่างรอพวกโคชประชุม เพลงพนัสก็เก็บข้าวของจนเป็ระเบียบ หิ้วถุงขยะออกไปทิ้งในถังใหญ่ข้างนอกโรงเรียน พลางคิดถึงแม่เพื่อนตัวแสบไปด้วย...ร้ายกว่านี้มีอีกไหม ออกตัวไวไม่ปรึกษากันก่อนอีกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับว่าทอรุ้งสามารถผลักดันให้ทุกอย่างเข้าแผนได้ดังใจคิดจริง ๆ
คืนนี้จะได้นั่งรถคุณแสนย์จริง ๆ หรือนี่ แค่คิดก็อดตื่นเต้นไม่ได้ อีกไม่นานเธอกับทอรุ้งจะได้ไปกินข้าวมันไก่รอบดึกกับเขา และเขาก็จะไปส่งที่คอนโด จากพิกัดร้านข้าวมันไก่ คิดว่าทอรุ้งน่าจะหมายถึงให้ไปส่งที่คอนโดสามย่านนั่นละ เธอว่าจะชวนทอรุ้งนอนค้างด้วยกันเสียเลย แต่ถ้าเพื่อนไม่สะดวกก็คงทำเป็ลงรถด้วยกัน แล้วค่อยนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกลับคอนโดพระรามเก้าละมั้ง
ทว่าเธอประเมินทอรุ้งต่ำไปเสียแล้ว แม่เพื่อนสาวมาเหนือเมฆกว่านั้น
หลังเลิกประชุมเกือบสี่ทุ่ม ปิดยิม ปิดโรงเรียนเรียบร้อย พอชัชแสนย์เดินนำไปที่รถยนต์ซึ่งจอดอยู่ชั้นลานจอดรถ ทอรุ้งก็เริ่มแผนการโดยไม่บอกไม่กล่าวล่วงหน้าอีกตามเคย
“ฮัลโหลเจ๊ ว่าไงนะ! ท้องเสียหนักมากเหรอ...อ้าว มีใครดูแลหรือเปล่า กินยา กินเกลือแร่หรือยัง ตายละ...โอเค ๆ เดี๋ยวรุ้งจะไปหาเดี๋ยวนี้แหละ”
โทรศัพท์สายสำคัญเข้าทันที เมื่อกี้ยังไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้าดังสักแอะ
“พี่แสนย์ขา พอดีพี่ที่ทำงานของรุ้งท้องเสีย รุ้งต้องไปดูพี่เขาเดี๋ยวนี้เลย” แล้วแม่นักยูโดก็ใช้มือหนัก ๆ ผลักหลังเพื่อนจนแทบเซหลุนไปชนเขา “รุ้งฝากเพลงด้วยนะคะ ช่วยไปส่งมันที่คอนโดที หาข้าวให้มันกินด้วยนะคะ”
เพลงพนัสทำได้เพียงถลึงตา อ้าปากพูดไม่ทัน เพราะจบคำนั้นทอรุ้งก็วิ่งหายลงไปข้างล่าง โดดขึ้นแท็กซี่หน้าตาเฉย ทั้งที่เมื่อตอนค่ำยังบอกอยู่เลยว่ากลัวถูกเขาปล้น
ชัชแสนย์หัวเราะในลำคอเบา ๆ แล้วเชิญให้เธอขึ้นรถ
จากที่เคยคิดว่าการเข้าใกล้คุณแสนย์ช่างเป็เื่ยาก จะจีบจนสำเร็จนั้นยิ่งแทบมองไม่เห็นทาง แต่บัดนี้เพลงพนัสรู้แล้วว่า ‘สิ่งที่ยังมองไม่เห็น ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้’ เหมือนอย่างตอนนี้ที่เธอกำลังนั่งเคียงข้างชัชแสนย์ มีเขาขับรถพาไปกินข้าวและไปส่งที่คอนโด หญิงสาวคลี่ยิ้มให้ตนเองในความมืดสลัว เดือนที่แล้วยังซึมยังเศร้าอยู่เลย ไม่นึกว่าผ่านไปไม่นานเธอจะได้มานั่งรถกับคุณแสนย์แบบนี้แล้ว ช่างเหมือนฝัน แต่ก็ไม่ใช่ความฝัน เป็ยิ่งกว่านั้นเพราะมันคือความจริง
ชายหนุ่มผู้เป็คนขับเปิดเพลงให้ฟังเบา ๆ และยังชวนคุยหลายเื่ เขาคงไม่อยากให้แม่บ้านคนใหม่อย่างเธอต้องประหม่าที่มานั่งรถหรูราคาแพงของเ้าของสถาบันอย่างเขากระมัง หญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่างรถ กรุงเทพมหานครยามสี่ทุ่มกว่ายังไม่หลับใหล เช่นเดียวกับหัวใจเธอที่เต้นคึกคักไม่ยอมพักผ่อน
ธัชชัยเคยพูดบ่อย ๆ ว่าต้องมารู้จักกันในโลกแห่งความจริงให้ได้ ถึงจะเกิด ‘เคมี’ ระหว่างคนสองคน ส่วนลลิตาก็เชียร์ให้มาพบเขาเช่นกัน เพราะคุณแสนย์เป็นักกีฬาน่าจะถนัดรับรู้ด้าน ‘ัั’ การพบกันย่อมมีความเป็ไปได้มากกว่าจีบออนไลน์ และเวลานี้สิ่งที่เพื่อน ๆ เชียร์มาตลอดก็กำลังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นแล้ว
ส่วนแม่เพื่อนจอมแผนการ ถึงจะชอบทำอะไรไม่ปรึกษา แต่ก็ต้องยอมรับว่ายายรุ้งนี่เก่งชะมัดที่ล่อคุณแสนย์ให้เข้าแผนได้อีกครั้ง และชายหนุ่มก็ร่วมมือดีเกินคาด เธอคิดว่าทอรุ้งคงอ่านเกมขาด จับจุดที่ชายหนุ่มมีความเป็สุภาพบุรุษ รักน้อง รักเด็ก อ่อนโยน และใจดี จึงคิดแผนการให้เข้าทางนี้ได้
นึกย้อนถึงตอนจีบออนไลน์เพลงพนัสก็ยิ้มเขิน ขนาด่ที่ทำได้แค่ส่งข้อความ ทอรุ้งยังสร้างสถานการณ์น่าอัศจรรย์ได้ตั้งมากมาย ต่อจากนี้เล่า เธอมาอยู่ที่นี่แล้ว ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเขา ไม่เชื่อก็คงต้องเชื่อว่าเดี๋ยวทอรุ้งคงสร้างปาฏิหาริย์ให้ได้เซอร์ไพรส์อีก หลังจากประเดิมครั้งแรกในคืนนี้
ชัชแสนย์จอดรถเทียบริมถนนหน้าคอนโดขนาดกลาง สูงเจ็ดชั้น มีห้องที่เปิดไฟสว่างมากกว่าห้องที่ปิดมืด แสดงว่าผู้อยู่อาศัยซึ่งส่วนใหญ่เป็นิสิตยังไม่เข้านอน คงกำลังอ่านหนังสือสอบกันอยู่ ลูกศร น้องสาวของเธอก็น่าจะเป็เช่นนั้นเหมือนกัน
เนื่องจากภายในเขตคอนโดมีรถลูกบ้านจอดเต็มพื้นที่จนแออัด เธอจึงขอให้เขาส่งแค่ริมถนนนี้พอ
“ขอบคุณคุณแสนย์มากนะคะที่มาส่ง แล้วก็...ขอบคุณอีกครั้งสำหรับข้าวมันไก่ค่ะ” ความตื่นเต้นคลายลงไปมากจนเริ่มพูดประโยคยาว ๆ กับเขาได้เป็ครั้งแรก
“ไม่เป็ไรครับ ผมยินดี” เขายิ้มบาง แต่ยังคงมองหน้าเธอนิ่งราวกับรอคำพูดบางอย่าง
เพลงพนัสหลบสายตานั้นเพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อ จะต้องบอกกูดไนต์หรือเปล่านะ หรือบอกให้เขาขับรถกลับดี ๆ เื่นี้ก็ไม่รู้จะบอกทำไม เขาขับรถดีอยู่แล้ว หรือบอกว่าเจอกันพรุ่งนี้ ข้อนี้เขาก็รู้แล้วเหมือนกัน เธอหาคำพูดที่เหมาะสมไม่เจอจึงตัดสินใจเงียบเสีย แล้วเปิดประตูก้าวลงจากรถไป
ทว่า...โดยไม่คาดฝัน ชายหนุ่มดับเครื่องแล้วลงจากรถตามมา “เดี๋ยวครับ คุณเพลง”
“คะ?”
“ดึกมากแล้ว ผมไปส่งคุณถึงหน้าคอนโดเลยดีกว่า”
แล้วคุณแสนย์ก็พาข้ามถนน เดินเคียงกันผ่านลานจอดรถอันมืดเปลี่ยวไร้เงาคนไปจนถึงหน้าอาคาร สายลมเย็นยามดึกพัดโชยมา แต่หัวใจของหญิงสาวกลับอบอุ่น นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้รู้สึกว่าตนเป็เสมือนแก้วบาง ควรค่าแก่การทะนุถนอมเช่นนี้
ั้แ่เล็กจนโต พ่อกับแม่สอนให้มีความเป็ผู้นำ ดูแลตัวเองและน้องสาวได้ ในที่ทำงานเธอมีบทบาทเป็นักวิจัยรุ่นพี่ เป็เจ๊ลูกไม้ของพวกน้อง ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาได้เสมอ และเป็สาวแกร่งบุกไปได้ทุกหนทุกแห่ง ั้แ่เมืองกรุงซิวิไลซ์ถึงในป่าลึก ก็ปรับตัวอยู่ได้ทุกที่ ไม่เดือดร้อน
สมัยเป็นักวอลเลย์บอลมือเซตตัวโรงเรียน การฝึกซ้อมที่เข้มข้นหล่อหลอมให้เป็คนเข้มแข็ง ทรหด อดทนต่อทุกความกดดันและสถานการณ์ยากลำบาก เธอเป็แม่ครัวของเพื่อน ๆ เอื้อเฟื้อดูแลผู้อื่นเสมอมา โดยไม่เคยคิดเรียกร้องขอสิ่งตอบแทน ไม่คิดน้อยใจ หรือขอความเห็นใจจากใคร
ชีวิตที่ผ่านมามีความสุขได้ด้วยตัวเองก็จริง แต่ถ้าไม่มีคุณแสนย์ในวันนี้ เธอก็คงลืมไปแล้วว่าความรู้สึกเวลาได้รับการปกป้องดูแลนั้นช่างอ่อนหวานสวยงามเช่นไร
เมื่อมาถึงหน้าล็อบบีอันเป็ประตูกระจก หญิงสาวทัดปอยผมพลิ้วลมเข้ากับใบหู ก่อนจะหันกลับไป
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่มาส่ง ฉันขอตัวขึ้นข้างบนก่อนนะคะ”
น้ำเสียงที่พูดออกมาช่างอ่อนหวานราวกับไม่ใช่เสียงของตน เมื่อหญิงสาวเห็นว่าเขาไม่ได้พูดอะไรต่อ ก็เอื้อมมือจะผลักประตูเข้าไป
แต่คนเสียงทุ้มกลับเรียกไว้ “เดี๋ยวครับ”
“คะ? คุณแสนย์มีอะไรเหรอคะ”
หันกลับไปอีกครั้ง สายลมดึกพัดจนเรือนผมสีเข้มของชัชแสนย์พลิ้วไหวเล็กน้อย แต่สายตาที่พุ่งตรงมาที่เธอกลับแน่วแน่ ไม่ไหวติง
“สรุปว่าคุณจะไม่พูดจริง ๆ น่ะเหรอ”
เสียงทุ้มนุ่มที่ชวนเธอคุยตลอดทางบัดนี้กลับกลายเป็เสียงเครียด แววตาที่เคยสุภาพอ่อนโยนยามเข้ามาทักทายในงานสยามยูโดคัพเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมคาดคั้นราวกับตำรวจสอบสวนผู้ร้าย ไม่ผิดจากที่ได้เห็นตอนแนะนำตัวในห้องยิม และนี่ยิ่งเป็สิ่งยืนยันว่าเธอไม่ได้ตาฝาดไปเองอย่างที่ทอรุ้งว่า
“คุณแสนย์ เอ่อ...หมายถึงอะไรคะ”
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาช้า ๆ หญิงสาวขยับถอยแต่หลังก็ติดกำแพงเสียแล้ว พลันดวงตาคมกริบราวปลายดาบก็จ้องลงมา พร้อมกับเสียงห้วนต่ำดังขึ้น
“คุณมาที่ยูโดซัน ้าอะไรกันแน่”
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
อ้าววว สรุปที่พาไปกินข้าว ไปส่งที่คอนโด ไม่ได้หวานหรอกเหรอเนี่ย
คุณแสนย์นะคุณแสนย์ นอกจากจะไม่สนใจกันแล้ว ยังตั้งแง่ใส่อีก สู้ ๆ เว้ยลูกไม้