วันนี้ก็เหมือนวันทำงานที่แสนจะธรรมดาของนภัสสรเธอเดินเข้าประตูบริษัทวอร์เท็กซ์ อินเตอร์แอคทีฟพร้อมกับแก้วกาแฟในมือเช่นเคย เมื่อถึงชั้นทำงานหญิงสาวนั่งลงที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งพลางอ้าปากหาวอย่างง่วงงุน
จากนั้นทำการวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะทำการเปิดไฟล์รายงานข้อมูลของตัวเกมขึ้นมาอ่านเหมือนทุกครั้ง เธอกวาดสายตาอ่านข้อมูลต่างๆอาทิเช่น ยอดผู้เล่นสูงสุดต่อชั่วโมง ยอดบัญชีผู้เล่นใหม่ข้อมูลเลเวลสูงสุดของผู้เล่น ณ ปัจจุบัน ด้วยอาการง่วงเหงาหาวนอน
เมื่อไล่อ่านมาถึงบรรทัดรายงานจำนวนผู้เล่นที่พบเควสต์ลับซึ่งเป็วิธีการปลดล็อกเนื้อเื่หลักของเกมนภัสสรก็เลือกที่จะเลื่อนสายตาผ่านมันไปแบบเร็วๆ เหมือนอย่างที่เคย
แต่ในขณะที่สายตาของเธอกำลังเลื่อนผ่านมันไปเหมือนทุกครั้งหญิงสาวก็ััได้ถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไป
นภัสสรขยี้ตาพร้อมกับเลื่อนสายตากลับมาอ่านข้อมูลในรายงานอีกครั้งก่อนจะพบว่าตัวเลขที่มันเคยเป็เลขศูนย์อยู่ตลอดในเวลานี้มันได้เปลี่ยนเป็เลขหนึ่งเสียแล้ว นั่นทำให้เธอตาสว่างขึ้นมาทันทีหญิงสาวไม่รอช้ารีบมุ่งตรงสู่ห้องทำงานของหัวหน้าด้วยอาการแตกตื่น
“ดร.คะ! ดร.คะ!มีข่าวด่วนมาแจ้งค่ะ!”
เลขาสาววิ่งมาหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานของดร.ภาคินพัฒนศิริ ผู้เป็หัวหน้านักพัฒนาและเ้าของโปรเจคเกม Legends of Odyssey
ชายวัยกลางคนใบหน้าคมเข้มสวมแว่นทรงเหลี่ยมเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย“มีเื่อะไรเหรอครับ?วิ่งหน้าตาแตกตื่นมาเชียว”
“ตอนนี้มีผู้เล่นที่สามารถปลดล็อกเควสต์ลับของเกมที่ดร.ซ่อนเอาไว้ได้สำเร็จแล้วค่ะ!”เลขาสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“จริงเหรอครับ?”ดร.ภาคินมีสีหน้าใเล็กน้อยก่อนลงมือเปิดไฟล์รายงานข้อมูลเกมจากคอมพิวเตอร์ชายวัยกลางคนใช้สายตาอ่านข้อมูลอย่างถี่ถ้วนก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ใช้ชื่อในเกมว่าก้องภพสินะดูเหมือนเพิ่งสมัครไอดีได้ไม่นานก็สามารถปลดล็อกเควสต์ลับของเกมได้เลย” ดร.ภาคินลูบคางขณะจ้องมองข้อมูลรายงานอย่างตั้งใจ “น่าสนใจจริงๆ”
“ใช่ค่ะและรายงานก็เพิ่งส่งมาเมื่อสองชั่วโมงก่อนนี้เองค่ะแปลว่าตอนนี้ผู้เล่นคนนี้ก็น่าจะกำลังฝึกฝนวิชาอยู่”
ดร.ภาคินที่มีสีหน้าพึงพอใจหันมากล่าวกับหญิงสาว “ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยคอยติดตามเื่นี้ให้ผมด้วยถ้ามีอะไรคืบหน้าก็มารายงานผมได้ทันที”
“รับทราบค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับคำสั่งและในขณะที่เธอกำลังจะเอี้ยวตัวหันหลังกลับก็ได้เอ่ยทักขึ้นมา
“ว่าแต่...ดร.พักผ่อนบ้างก็ดีนะคะตรงนี้มันคล้ำหมดแล้ว”เลขาสาวใช้นิ้วชี้ไปที่ขอบตาของตัวเองพร้อมกับส่งรอยยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เมื่อหญิงสาวเดินออกไปดร.ภาคินทำการถอดแว่นตา จากนั้นวางมันลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยข้อมูลและแผนผังในการพัฒนาตัวเกมด้วยท่าทางเหนื่อยล้าเนื่องจากเขา้ารีบอัพแพทช์ใหม่ของตัวเกมให้ได้เร็วที่สุดจึงโหมทำงานจนไม่ได้นอนมาั้แ่เมื่อคืน
เขาหมุนเก้าอี้ไปทางหน้าต่างที่เป็กระจกใสบานใหญ่เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์จากตึกสูงระฟ้า
“เวลานั้นใกล้เข้ามาแล้วสินะ”ชายวัยกลางคนพึมพำเบาๆ กับตัวเองด้วยใบหน้าที่เหมือนกำลังครุ่นคิดบางสิ่งในใจ
......
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านใบไม้ลงมาที่ลานกว้างหลังเรือนของพระยาพิชิตโดยที่ในเวลานี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนฝึกซ้อมการเตะต้นกล้วย
ก้องภพยืนประจันหน้ากับต้นกล้วยด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจเขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะออกแรงฟาดหน้าแข้งใส่เป้าหมายและทันทีที่หน้าแข้งของเขาปะทะกับต้นกล้วยมันได้เกิดดาเมจคริติคอลพร้อมกับการที่ต้นกล้วยหักเป็สองท่อน
[ผู้เล่น ก้องภพ ทำการ ล้มต้นกล้วยต้นที่ 924 ได้สำเร็จ]
[ทักษะการเตะ เลื่อนระดับเป็ขั้นที่ 90]
หลังจากการฝึกฝนอย่างหนักตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาก้องภพรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นในทุกส่วนของร่างกายเขาสามารถหักต้นกล้วยเป็สองท่อนด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวมันช่างง่ายดายและเป็สิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะทำได้ใน่แรกของการฝึกฝน
พระยาพิชิตที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลนักพยักหน้าพอใจสีหน้าและแววตาแสดงออกถึงความภูมิใจในตัวลูกศิษย์ จากนั้นได้เอ่ยกับชายหนุ่ม
“ดูเหมือนว่าเอ็งพร้อมแล้วสำหรับบทเรียนต่อไป”
“บทเรียนต่อไปเหรอครับอาจารย์?”ก้องภพหันกลับมาถามด้วยความสงสัย
พระยาพิชิตไม่ได้ตอบอะไรนอกจากส่งเสียงเรียกบ่าวที่อยู่ในเรือน
“ไอ้เข้มเอ๊ยออกมาหาข้าหน่อย”
ครู่ต่อมาชายหนุ่มผิวคล้ำสูงโปร่งรูปร่างกำยำก็ได้รีบวิ่งเข้ามาที่ลานฝึกพร้อมกับขานรับพระยาพิชิต
“มีอันใดให้กระผมรับใช้หรือขอรับ”
พระยาพิชิตที่อยู่ในท่ายืนเอามือไพล่หลังมองชายหนุ่มตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งราวกับกำลังพินิจพิเคราะห์บางสิ่งในใจก่อนจะเอ่ยปากพูดอย่างช้าๆ
“ั้แ่บัดนี้ไปเอ็งจงเป็คู่ฝึกให้กับเ้าก้องภพ”
เข้มเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจแต่ก็พยักหน้าน้อมรับคำสั่งของพระยาพิชิตแต่โดยดี
“ขอรับท่านพระยา”
“ดี”พระยาพิชิตกล่าวสั้นๆ ด้วยสีหน้าพึงพอใจก่อนจะหันกลับมาหาก้องภพ“ได้ยินแล้วใช่หรือไม่เ้าก้องภพ หน้าที่ของเอ็งในวันนี้คือประลองกับไอ้เข้มโดยมีเงื่อนไขว่าเอ็งจักต้องไม่แพ้จนกว่าเวลาประลองจักครบสิบนาที”
เมื่อได้ฟังคำพูดของอาจารย์ชายหนุ่มก็ได้ขมวดคิ้วทันที “หมายความว่ายังไงครับ? นี่อาจารย์คิดว่าผมจะแพ้เหรอ?”
ก้องภพที่ฝึกฝนมาตลอดทั้งเดือนย่อมมีความมั่นใจในทักษะของตัวเองอยู่เต็มเปี่ยมและนั่นทำให้เขาคิดว่าบ่าวรับใช้แค่คนเดียวคงจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ยากเกินไปสำหรับเขา
“หึๆเช่นนั้นเอ็งก็ลองดูเถิด”
พระยาพิชิตหัวเราะในลำคอพลางวาดมือในอากาศจากนั้นได้เกิดวงกลมเรืองแสงสีขาวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสิบเมตรขึ้นมาล้อมรอบตัวก้องภพและเข้มเอาไว้พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนของระบบปรากฏขึ้นมา
[เตรียมการประลอง]
ก้องภพอ่านข้อความแจ้งเตือนและสังเกตว่าทั้งเขาและเข้มต่างมีหลอดพลังชีวิตปรากฏขึ้นที่เหนือศีรษะพร้อมทั้งตัวเลขกำกับว่า 100/100 จากนั้นไม่กี่อึดใจต่อมาข้อความของระบบก็เปลี่ยนเป็ตัวเลขที่นับถอยหลัง
[3]
[2]
[1]
[เริ่มการประลอง!]
หน้าต่างแจ้งเตือนเปลี่ยนเป็นาฬิกาจับเวลา
[เวลาในการประลอง 0 : 01]
ในเวลานี้คนทั้งคู่ทำการตั้งการ์ดพร้อมกับโยกตัวซ้ายขวาเพื่อดูเชิงของอีกฝ่ายและเมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้เอาแต่ดูเชิงไม่ยอมโจมตีสักที ก้องภพที่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมจึงเปิดฉากพุ่งเข้าโจมตีก่อนเขาโยกตัวเข้าหาพร้อมกับปล่อยหมัดตรงที่มั่นใจว่าแรงพอจะน็อกอีกฝ่ายได้ในหมัดเดียว
ทว่าเมื่อหมัดของเขาถูกปล่อยออกไปเข้มกลับเอี้ยวตัวไปด้านหลังเพื่อหลบหลีกหมัดของเขาได้อย่างง่ายดายและนั่นทำให้ก้องภพตกตะลึงไม่น้อย
แต่ก้องภพไม่หยุดแค่นั้นเขายังทำการออกหมัดซ้ายตามไปเพื่อหวังผลโจมตีเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายซึ่งแน่นอนว่าเข้มก็ยังสามารถยกแขนขึ้นมากันหมัดนั้นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำราวกับอ่านการโจมตีของก้องภพออก
ทำไมเหมือนรู้เลยว่าเราจะโจมตีแบบไหน? หรือว่าจะเป็แค่เื่บังเอิญ?
ก้องภพเริ่มรู้สึกแปลกใจเมื่ออีกฝ่ายสามารถป้องกันการโจมตีของตัวเองได้อย่างง่ายดายเขาจึงลองเพิ่มความเร็วในการโจมตีออกหมัดขวาและซ้ายสลับกันอย่างรวดเร็วโดยหวังไม่ให้อีกฝ่ายมองการโจมตีของเขาออก
ทว่าเข้มก็ยังสามารถหลบหลีกและป้องกันได้ทุกครั้งโดยทุกๆการเคลื่อนไหวของเขาเป็ไปอย่างสมบูรณ์แบบและไม่มีการพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว
อะไรกันฟะ? ออกหมัดรัวขนาดนี้ก็ยังสามารถรับการโจมตีได้ทุกครั้งหมัดเรามันมองออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอไง?
ความประหลาดใจของก้องภพกลับกลายเป็ความหงุดหงิดเขาพยายามทำให้การโจมตีซับซ้อนยิ่งขึ้นรวมไปถึงการเคลื่อนไหวที่หลากหลายเพื่อหวังทำให้เข้มหลบการโจมตีของเขาไม่ได้
ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมายังคงเดิมนั่นก็คือเข้มยังสามารถอ่านการเคลื่อนไหวและหลบหลีกการโจมตีได้ทุกครั้ง
นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ยขนาดแค่บ่าวในเรือนของอาจารย์เรายังสู้ไม่ได้เลยเหรอ?
ก้องภพที่อยู่ในท่าตั้งการ์ดเริ่มรู้สึกใจเสียเขากำหมัดแน่นด้วยความหงุดหงิดพลางเริ่มคิดในหัวอย่างเหม่อลอยและในเสี้ยววินาทีนั้นเองความเ็ปก็ได้แผ่ซ่านไปทั้งเอวด้านซ้ายพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนของระบบแสดงขึ้นมา
[ผู้เล่น ก้องภพ พลังชีวิต 90/100]
เป็เพราะในเวลานี้เข้มได้เริ่มโจมตีสวนกลับแล้ว เขาใช้หน้าแข้งขวาฟาดเข้าที่สีข้างของก้องภพนั่นจึงทำให้ก้องภพที่กำลังเหม่อลอยได้สติคืนมาทันทีเขาพยายามตั้งท่าเพื่อเตรียมรับการโจมตีครั้งต่อไปแต่ก็ดูเหมือนไม่ทันการณ์เสียแล้ว เพราะในเวลานี้หมัดขวาของเข้มได้พุ่งตามเข้ามาที่ใบหน้าของเขา
[ผู้เล่น ก้องภพ พลังชีวิต 75/100]
ก้องภพพยายามตั้งหลักเพื่อเตรียมกลับมาสู้อีกครั้งทว่าเข้มก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตั้งตัวเลยแม้แต่น้อยจัดการใช้เข่าซ้ายกระแทกเข้าที่ลำตัวของก้องภพ
[ผู้เล่น ก้องภพ พลังชีวิต 60/100]
ก้องภพถูกเข้มไล่โจมตีอยู่ฝ่ายเดียวพร้อมกับจำนวนเืที่ลดลงอย่างต่อเนื่องโดยที่เขาไม่มีโอกาสที่จะตอบโต้เลยแม้แต่น้อยและหลังจากที่ถูกอีกฝ่ายไล่ต้อนด้วยการออกอาวุธอย่างไม่หยุดยั้งระบบก็ได้แสดงข้อความแจ้งเตือนครั้งใหม่ขึ้นมา
[ผู้เล่น ก้องภพ พ่ายแพ้การประลอง]
[เวลาในการประลอง 3 : 28]
หลังจากสิ้นสุดการประลองพระยาพิชิตที่ยืนดูการต่อสู้อยู่ในระยะไม่ใกล้ไม่ไกลได้ก้าวเข้ามาหาลูกศิษย์ที่ตอนนี้กำลังนอนกองกับพื้นพร้อมกับเอ่ยปากขึ้นช้าๆ“เป็อย่างไรล่ะเ้าก้องภพ ยังคิดว่าตัวเองเก่งกาจพอจักชนะไอ้เข้มอีกหรือไม่?”
ก้องภพลุกขึ้นมาด้วยท่าทางทุลักทุเลก่อนจะก้มหัวและตอบกลับอาจารย์ด้วยน้ำเสียงเคอะเขิน“ไม่แล้วครับอาจารย์”
“ฮึๆ เช่นนั้นก็ดีแล้วจงจำให้ขึ้นใจว่าในการต่อสู้นั้นเอ็งไม่ควรประมาทผู้ใดแม้ว่าอีกฝ่ายจักดูด้อยกว่าเอ็งสักเพียงใดมิเช่นนั้นมันจักนำความฉิบหายมาสู่ตัวเอ็งเช่นนี้แล”
“ครับอาจารย์ต่อไปนี้ผมจะไม่ประมาทอีกแล้วครับ”ชายหนุ่มโน้มตัวน้อมรับคำสอนของอาจารย์อย่างว่านอนสอนง่าย
พระยาพิชิตพยักหน้าพลางหันไปมองเข้ม“ส่วนเอ็ง วันนี้ทำได้ดีมากกระบวนท่าการออกอาวุธยังคงแข็งแกร่งดั่งคำสอนที่ข้ามอบให้ถือว่าไม่เสียชื่อบ่าวในเรือนข้า”
“ขอบพระคุณขอรับท่านพระยา”เข้มโน้มตัวทำความเคารพพระยาพิชิตอย่างนอบน้อม
“เอาล่ะข้าจักไปเอนหลังบนเรือน” พระยาพิชิตเอ่ยพลางหันมามองก้องภพอีกครั้ง“เอ็งจงตั้งใจฝึกกับไอ้เข้มต่อไป เมื่อใดที่สู้กับมันได้ครบสิบนาทีจึงจักถือว่าผ่านเงื่อนไขของข้า”
“ครับอาจารย์”
เมื่อกล่าวจบพระยาพิชิตจึงเดินเอามือไพล่หลังกลับไปที่เรือนพลางพูดพึมพำกับตัวเองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ฮึ ให้ไอ้เข้มมันสอนเชิงมวยเอ็งแล้วกันนะเ้าก้องภพ”
เมื่อพระยาพิชิตเดินจากไปทั้งก้องภพและเข้มก็เริ่มต้นประลองมวยกันอีกครั้งซึ่งแน่นอนว่าทุกครั้งจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของก้องภพอยู่เสมอจนเมื่อมาถึงครั้งที่ห้าของการประลองและผลลัพธ์ยังคงจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของก้องภพอีกเช่นเคย
“อะไรกันเนี่ยทำไมฉันถึงสู้นายไม่ได้สักที” ก้องภพทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความท้อแท้
เมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่ายเข้มจึงนั่งลงเช่นกัน “อย่าเพิ่งถอดใจไปเลยขอรับการต่อสู้นั้นจักต้องสะสมประสบการณ์กับคู่ต่อสู้มากมายหลากหลายรูปแบบถึงจักอ่านทางการโจมตีออกตัวกระผมเองกว่าจักเก่งกล้าเยี่ยงนี้ก็ต้องฝึกกับท่านพระยามาไม่น้อยเลยขอรับ”
เมื่อได้ฟังคำพูดของอีกฝ่ายก้องภพก็ทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น“ก็ถูกของนายแฮะ ฉันคงต้องพยายามอีกเยอะเลยแหละว่าแต่...ฉันยังไม่ค่อยรู้เื่ของอาจารย์เลยนายช่วยเล่าเื่ของอาจารย์ให้ฉันฟังหน่อยสิ” ก้องภพถามด้วยใบหน้าอยากรู้อยากเห็น
“กระผมเป็เพียงบ่าวรับใช้หาได้รู้อันใดมากมายดอกขอรับ”
“รู้แค่ไหนก็เล่าแค่นั้นแหละเล่ามาเลยฉันอยากฟัง” ก้องภพจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็นเต็มเปี่ยม
เมื่อเห็นท่าทางเซ้าซี้ของอีกฝ่ายเข้มจึงยอมรับคำขอในที่สุด “ขะ...เข้าใจแล้วขอรับ”ชายหนุ่มหยักหน้าก่อนจะกระแอมให้ลำคอโล่งเพื่อเริ่มเล่าให้ฟัง
“ท่านพระยาเติบโตมาในสำนักมวยไทยของบิดาที่เป็ทั้งเ้าของสำนักและเป็อาจารย์สอนวิชาให้ท่านพระยาั้แ่เด็กๆเมื่อท่านพระยาเข้าสู่วัยหนุ่มก็ได้ออกตระเวนประลองเชิงมวยกับสำนักมวยต่างๆจนชื่อเสียงของท่านพระยาโด่งดังถึงหูเ้าเมืองอโยธยา ท่านจึงถูกเรียกเข้ารับราชการจากนั้นด้วยความสามารถด้านการต่อสู้อันเก่งกาจของท่านพระยาจึงสร้างความดีความชอบอยู่หลายคราทำให้ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็ ‘พระยาพิชิต’ดำรงตำแหน่งคุมกองทัพหลักของเมืองอโยธยา”
“กระทั่งเมื่อโลกนี้ถูกาาจอมมารนามว่าดาร์กทาลอส สร้างความโกลาหลจนนำไปสู่การรวมตัวของ 10 หัวเมืองใหญ่ท่านพระยาก็ได้เป็ผู้นำกองทัพเข้าต่อสู้และปราบปรามกองทัพของมันอีกทั้งท่านพระยายังเป็หนึ่งในสี่นักรบในตำนานที่ได้ต่อกรกับดาร์กทาลอสก่อนจักสังหารมันลงได้ในที่สุด นำความสงบสุขคืนสู่โลกนี้และหลังจากนั้นชาวเมืองทั้งหลายก็ยิ่งศรัทธาในตัวท่านพระยาจึงได้ตั้งสมญานามให้ท่านใหม่ว่า‘พระยาพิชิตา’”
“ตามที่กระผมทราบก็มีเพียงเท่านี้คงจักไม่ได้ช่วยให้ท่านก้องภพทราบสักเท่าใดดอกขอรับ”
“เหอะๆ”ก้องภพหัวเราะแห้งพลางคิดในใจ
นี่ขนาดไม่ค่อยไม่รู้เื่ของอาจารย์นะถ้ารู้ทุกเื่จะขนาดไหนกันฟะเนี่ย?
“แต่ว่าอาจารย์ในตอนนี้ดูไม่เหมือนนักรบในตำนานสักเท่าไรเลยนะ”
“จักคิดเช่นนั้นก็มิแปลกดอกขอรับหลังจากท่านปราบาาจอมมารได้สำเร็จท่านก็เลือกที่จักวางมือแล้วกลับมาอยู่ที่เรือนกับภริยาและลูกสาวอย่างเรียบง่ายทิ้งภาพของนักรบอันเก่งกาจไว้เพียงเื้ั”
“อื้มๆอย่างนั้นเองสินะ” ชายหนุ่มลูบคางพลางคิดบางอย่างในใจ
ขนาดบ่าวในเรือนอาจารย์ยังเก่งขนาดนี้แล้วอาจารย์ที่เป็ถึงนักรบในตำนานจะเก่งขนาดไหนกันนะ? คาดเดาไม่ออกเลยจริงๆเราเองก็ชักอยากจะรีบฝึกให้เก่งแบบนั้นบ้างแล้วสิ...
เมื่อได้ฟังเื่ราวของพระยาพิชิตความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังเมื่อครู่ก็ได้หายไปจากใจก้องภพและมันได้ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่เต็มเปี่ยม
ก้องภพลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางกระตือรือร้นพร้อมเอ่ยกับชายหนุ่มที่อยู่ด้านข้าง“ถ้างั้นเรากลับมาฝึกกันต่อเถอะ”
“ขอรับ”เข้มกล่าวตอบรับพร้อมกับลุกขึ้นยืนทันที
หลังจากนั้นชายหนุ่มทั้งสองก็เริ่มตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งใหม่ที่จะเริ่มต้นอีกครั้งและไม่นานจากนั้นข้อความแจ้งเตือนของระบบก็ได้แสดงขึ้นมา
[เริ่มการประลอง!]