ธรณีคลั่ง(ใหม่)

    ตอนที่72 เผ่าดาเรียล

       มังกรตัวใหญ่ได้ปล่อยเขาออกจากปากของมันที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคมซี่เท่าแขนของมัน ซึ่งทำให้เขาที่ได้ยืนบนพื้นแฉะๆ งุนงงเป็นอย่างมาก

       ภูมิที่กำลังยืนอึ้งอยู่บนพื้นหินผสมดินให้น้ำนั้นเข้าได้จ้องมองไปยังเจ้ามังกรยุโรปตัวสีขาว ตัวนั้นด้วยสายตาเอาเรื่องก่อนที่มือทั้งสองข้างของเขาจะกระชับขวานหอกในมือจนแน่น 

        ต่อมาเจ้ามังกรตัวนั้นก็ค่อยๆ หดเล็กลงๆ ทั่วทั้งตัวจนมีขนาดเท่าตัวเขาแล้วรูปร่างของมันก็ได้เปลี่ยนแปลงไปช้าๆ เส้นขนสีดำบนหัวของมันได้กลายเป็นเส้นผมที่ดูนุ่มลื่นเปล่งประกายส่ายไปมาตามสายน้ำ แขนขาที่มีเกล็ดและกรงเล็บกลับกลายเป็นมือและขาที่ดูบอบบางของหญิงสาว ร่างกายก็เปลี่ยนเป็นสาวหน้าอกสะบึ้มแบบที่ผู้ชายหลายๆ คนชอบมอง เสื้อผ้าในชุดเดรสสีขาดสะอาดตาได้ปกคลุมร่างกาย ใบหน้าที่ยื่นยาวของมังกรก็ได้หดสั้นลงจนกลายเป็นใบหน้าของหญิงสาวที่ประดับด้วยรอยยิ้ม และใบหน้านั้นช่างเป็นใบหน้าที่ภูมิคุ้นเคยมากนัก จนทำให้เขาตะลึงอ้าปากค้าง

       แต่ก็กลับเป็นปกติอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเขายังได้กระชับอาวุธในมือให้แน่นมากขึ้น จนทำให้หญิงสาวที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ยังเป็นสิ่งมีชีวิตอันน่าเกรงขามได้หัวเราะออกมาเบาๆ

       ภูมิจ้องมองไปที่เธออย่างไม่ว่างตามากขึ้นไปอีกเพราะคนคนนี้ช่างเหมือนกับคนที่เขาเคยรักมากที่สุดในโลกยิ่งนัก แล้วเธอก็ได้พูดขึ้นทั้งที่ยังอยู่ในน้ำกันแต่ภูมิก็ได้ยินชัดเจน

       " ไง ไอ้หมาน้อย คิดถึงแม่ไหมเอ่ย "

       หยาดน้ำตาของภูมิเอ่อท่วมจนเขามองภาพของคนตรงหน้าไม่ชัดแต่ภาพในใจของเขากลับชัดเจนยิ่ง

       " แม่ยังไม่ตายหรอครับ หรือว่าแม่เป็นวิญญาณแล้วมาช่วยผม "

       ในใจของเขาตอนนี้เชื่อมั่นว่าผู้หญิงตรงหน้าของเขานั้นคือแม่ของเขาจริงๆ เพราะแม่จะใช่คำนี้กับเขาเฉพาะตอนที่แม่กลับบ้าน จากทำงานในไร่ทำนา

       " เรื่องมันยาวนะ จะฟังไหม "

       ภูมิพยักหน้าเป็นการสื่อว่าต้องการที่จะฟังเรื่องราวทั้งหมด

       " มานี้มา มาให้แม่กอดให้หายคิดถึงหน่อย "

        ร่างกายของภูมิเหมือนมันจะขยับไปเองมันได้เดินเข้าหาหญิงสาวนางนั้นช้าๆ แล้วเข้าไปตรงหว่างแขนเรียวบางที่อ้าออก จากนั้นเธอก็ได้พาภูมิเดินเข้าไปด้านในของถ้ำที่มีหินก้อนสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ไม่ต่างจากเตียงนอนซึ่งมีผิวราบเรียบนั่งลงพร้อมกับภูมิ เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเย็นวาบเมื่อนั่งลง ก่อนจะหันหน้าไปจ้องมองดวงหน้าที่ขาวใส่และดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลของผู้เป็นมารดาเธอที่เห็นลูกชายจ้องมองเหมือนจะเอาคำตอบก็ได้แต่ยิ้มขำซึ่งทำให้เธอดูมีเสน่ห์มากขึ้นถ้าผู้ชายคนอื่นได้มาเห็นคงหลงใหลกันเป็นแถวแล้วเธอก็ได้เปิดปากพูดอีกครั้ง

        " จริงๆ แล้วแม่ยังไม่ตายหรอก มันเป็นแผนแกล้งตายของแม่นะ แม่ขอโทษนะ "

        " หะ แกล้งตาย แล้วที่เผาไปนั้นร่างของใครอะแม่ แล้วแม่ทำไมถึงแกล้งตายด้วยละครับ "

       ภูมิได้พูดขัดขึ้นในทันทีด้วยความตกใจกับข้อมูลที่ได้รับ

       " ฟังแม่ก่อนสิ "

       เธอเมื่อเห็นลูกชายยิ้มแห้งๆ จึงได้กล่าวต่อ

       " ที่แม่ต้องทำอย่างนั้นก็เพื่อไม่ให้ลูกได้รับอันตรายจากพวกศัตรูของแม่และพ่อ แล้วในโลงนั้นก็เป็นเพียงร่างที่แม่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกพวกมัน แม่ขอโทษนะที่ต้องปล่อยให้ลูกต้องอยู่เพียงคนเดียว"

       เธอได้โอบกอดลูกชายเพียงคนเดียวเอาไว้แน่นพร้อมกับลูบหลังของลูกชายที่ในสายตาของเธอนั้นเขาไม่ต่างจากเด็กน้อยเลย

       " แล้วพวกศัตรูของแม่เป็นใครหรอครับ แล้วแม่บอกว่ามันเป็นศัตรูกับแม่และพ่อ แล้วพ่ออยู่ไหนหรอครับ อย่าบอกนะว่าพ่อเสียไปแล้ว อันนี้ใช้ได้แค่ตอนผมเป็นเด็กเท่านั้นแหละ ฮ่า "

       ภูมิกล่าวถามขึ้นด้วยความสงสัยแล้วปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะ ก่อนที่มันจะหยุดอย่างกะทันหันเพราะสีหน้าของผู้เป็นแม่นั้นดูเศร้าสลดเป็นอย่างมาก แล้วเธอก็ได้เอ่ยตอบภูมิ

       " พวกมันเป็นเหมือนกับแม่นั่นแหละพวกเราเป็นเผ่าพันธุ์ดาเรียลหรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ามนุษย์ต่างดาวก็ได้พวกเรานั้นได้หลบหนีจากการระเบิดของดวงดาวแล้วได้มาเจอโบกที่คนที่นี่เรียกกัน "

       เธอมีสีหน้าเศร้าหมองใน ขณะที่เล่า

        " พวกเรา แม่กับศัตรูของแม่และพ่อของลูก เมื่อก่อนเราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน พวกเราทั้ง 3 ได้หลบหนีมาด้วยยานอวกาศเพียง 3 คน เมื่อมาถึงโลกพวกเราทั้งสองแต่เมื่ออยู่ได้ไปสักพักพวกเราก็ได้รู้ว่าพลังชีวิตของแม่และเขาลดลงอย่างรวดเร็วจนน่าจะใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ได้อีกหนึ่งปีในตอนนั้นพวกเราได้ร่วมมือกับคนบนโลกเพื่อสร้างดันเจี้ยนขึ้นมาอย่างลับๆ เพื่อที่จะทำให้เผ่าพันธุ์ดาเรียลของเราเอาไว้เพราะดันเจียนจะเปลี่ยนพลังของโลกในนี้ให้เป็นพลังที่เผ่าดาเรียลสามารถยืดอายุได้อีกยาวนาน "

       เธอพักหายใจก่อนจะเล่าต่อแต่ใน

       " ความเป็นจริงนั้นเป็นเพียงผลพลอยได้เป้าหมายจริงๆ ของเขาคือการที่จะครอบครองโลกใบนี้โดยการสร้างดันเจี้ยนขึ้นทั่วโลกซึ่งต่างจากเป้าหมายเดิมที่จะสร้างเพียงอันเดียว แม่และพ่อได้รับรู้ความลับนี้เข้า แต่แม่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วพ่อกับแม่จึงได้แก้ไขให้มนุษย์ปกติมีพลังเมื่อเข้าสู่ดันเจี้ยน เพื่อที่จะได้มีชีวิตรอดกันบ้างและพวกเรายังได้ขโมยกุญแจในการเปิดใช้งานดันเจี้ยนด้วย แต่สุดท้ายมันก็หาพวกเราจนเจอ แม่จึงต้องใช้แผนแกล้งตายเพื่อไม่ให้พวกมันรู้ถึงตัวตนของลูก ส่วนพ่อนั้นตอนนี้ถูกพวกมันจับตัวได้ในขณะที่ปลอมตัวเป็นสายลับ แต่แม่ก็ไม่รู้ว่าพวกมันจับพ่อไปไว้ที่ไหน… "

        แล้วเธอก็ได้เล่าเรื่องราวให้แก่เขาฟัง โดยภูมินั้นได้ตั้งใจฟังเป็นอย่างมากพร้อมกับสองมือที่กำเป็นหมัดและแน่นขึ้นเรื่อยๆ

       " แล้วแม่หาผมเจอได้ยังไงหรอครับ "

       ภูมิถามด้วยเสียงปกติเมื่อกลับมาได้สติ

        " จริงๆ แล้วแม่ก็ได้สืบหาพ่อจากพวกมันนั่นแหละ ที่แรกแม่ก็ไม่รู้หลอกว่าเป็นลูกแต่พอได้รับรู้ได้ถึงพลังที่คุ้นเคยจากแหวนที่มือของลูกแม่ก็รับรู้ได้ทันทีเพราะมันคือแหวนประจำตระกูลของแม่ "

       ภูมิได้ยกแหวนขึ้นมาดูในทันทีเมื่อผู้เป็นมารดาได้พูดถึงแหวน

       "แล้วอีกอย่างคือขวานหอกที่เป็นอาวุธของพ่อของที่ขารักมาก แม่จึงได้เขาไปช่วยลูกในทันที "

       หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้คุยกันในเรื่องต่างๆ จนเวลาล่วงเลยไปอีกหลายชั่วโมงก่อนที่ผู้เป็นแม่จะบอกให้ลูกนอนพักผ่อนเพราะวันนี้เขาเจอศึกหนักมาพอสมควร

       เมื่อตื่นนอนบนเตียงที่เย็นสบายเข้าก็ได้เห็นผู้เป็นแม่กำลังนั่งหันหลังทำอะไรบางอย่างอยู่เข้าจึงได้ค่อยๆ ย่องเข้าไปกอดเธอ

       " ว้าย"
















    คล้ายกับเรื่องธรณีคลั่ง(ใหม่) ที่คุณอ่าน