ตอนที่1 ตื่นขึ้นมาในโลกใหม่
แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องเข้ามาในห้องผู้ป่วยวีไอพีของโรงพยาบาลบำรุงรักษ์จากช่องว่างของผ้าม่านด้านตรงข้ามเตียงคนป่วยที่ปิดไม่สนิทอากาศภายนอกกึ่งร้อนทั้งที่อยู่ใน่ฤดูหนาว ทว่าภายในห้องเปิดเครื่องปรับอากาศซึ่งช่วยให้รู้สึกเย็นสบาย
เส้าอู๋เหยากำลังลืมตาขึ้นมาพลันต้องหรี่ตากะทันหัน เนื่องจากมีแสงอาทิตย์แยงตาพอดี เธอกระพริบเปลือกตาเพื่อปรับดวงตาให้เข้ากับแสงสว่างที่จ้าเกินไปพร้อมกับตรวจสอบร่างกายตัวเองด้วยความประหลาดใจ
“เอ๊ะ!ฉันถูกะเิดีวาสของพวกเจอรัลนี่นา ฉันไม่ได้ตายหรอกหรือ?”
เส้าอู๋เหยาตื่นใที่พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงในร่างใหม่แปลกตามีสายพลาสติกระโยงระยางทั่วร่างกายที่สำคัญคือมีการใส่สายให้ออกซิเจนไว้ในรูจมูกตนเอง เธอหยิบออกด้วยความอึดอัดทันทีเพราะตอนนี้เธอสามารถหายใจเองได้แล้ว
พลันกุมหัวและอุทานอีกครั้งด้วยความเ็ปกับสภาพร่างกายที่มีาแที่หัวว่า
“เอ๊!ฉันอยู่ในร่างของใครละนี่? อา!.....เจ็บหัวชะมัดฉันไม่ตายแต่าเ็ได้ยังไงกัน?”
เส้าอู๋เหยาจับหัวที่มีผ้าก๊อซปิดคลุมาแและพันรอบหัวไว้ด้วยความเ็ปเธออยากที่จะสบถอีกหลายคำ ทว่าเธอได้ยินเสียงบางอย่างจากภายนอกห้อง เป็เสียงฝีเท้าของผู้คนมากกว่าสองคนฉับพลันมีคนเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องคนป่วยทันใด
“อ๊ะ! คนป่วยรู้สึกตัวพอดีเลยค่ะ”
เสียงหวานใสของพยาบาลดังขึ้นพร้อมกับมีร่างของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาสองคนเดินเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มผมสั้นสวมแว่นตาใส่เสื้อกาวน์สีขาวคลุมชุดเสื้อกางเกงสีฟ้าเข้มโดยมีหูฟังสำหรับแพทย์คล้องคออยู่ ส่วนชายหนุ่มอีกคนผมสั้นเกรียนสวมชุดสูทสีกรมท่าท่าทางเคร่งขรึมเหมือนทหารหรือตำรวจที่จริงจัง
“เสี่ยวจวินคนป่วยรู้สึกตัวแล้ว นายคิดจะดูแลเธอยังไง?”
นายแพทย์มานพอัครนิพนธ์ หรือหมอนพ รองกรรมการบริหารโรงพยาบาลบำรุงรักษ์ เป็โรงพยาบาลเอกชนที่เป็หนึ่งในธุรกิจของตระกูลอัครนิพนธ์เขาสอบถามเพื่อนชาวจีนที่มาด้วยกันด้วยภาษาจีนอย่างคุ้นเคย
หยางจวินถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เห็นว่าเธอปลอดภัยดีเขาเหลือบมองหญิงสาวสวยตรงหน้าด้วยความสนใจ
ตอนนี้เส้าอู๋เหยาพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความช่วยเหลือจากพยาบาลสาวเธอกำลังวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พลางประมวลและวิเคราะห์เื่ราวจากความทรงจำของตนเองผสานเข้ากับร่างเดิมอย่างรวดเร็วพร้อมกับจ้องมองทั้งสามคนในห้องด้วยความสงสัย
ท่าทางและแววตาที่เต็มไปด้วยความคำถามของหญิงสาวคนป่วยทำให้หยางจวินรู้สึกโกรธเธอน้อยลง แม้ว่าครั้งแรกเขาจะรู้สึกโกรธเธอมากที่กล้าเดินตัดหน้ารถยนต์ของเขาขณะที่เขากำลังเดินทางไปส่งเพื่อนหรือเ้านายที่สนามบิน ทำให้เขาต้องเรียกแท็กซี่ไปส่งแทนซึ่งเป็คำสั่งโดยตรงจากเ้านาย ส่วนตัวเขาต้องจัดการปัญหากับหญิงสาวนิรนามรายนี้ก่อน
“สอบถามเธอให้หน่อยนพคิดจะเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่?หรือจะให้ผมช่วยอะไรก็บอกมาละกัน?”
หยางจวินไม่สามารถพูดภาษาไทยได้เขาสื่อสารกับเพื่อนแทนเพื่อให้เพื่อนถ่ายทอดคำพูดของเขาไปสู่หญิงสาวถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกประทับใจอยู่บ้างที่พิจารณาอย่างชัดเจน แล้วพบว่าหญิงสาวตรงหน้ามีความงดงามที่ลงตัวจนสร้างความประทับใจให้กับเขา
โดยภาพรวมของหญิงผู้าเ็ไม่ว่าจะเป็ใบหน้ารูปไข่ ผมยาวปลายหยิกสีน้ำตาลทอประกายสีทองยามต้องแสงอาทิตย์ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งเชิดปลายบ่งบอกว่าเป็คนรั้นพอสมควรริมฝีปากอวบอิ่มได้รูปสวย รูปร่างผอมบาง
ถึงแม้ว่ารูปร่างหญิงสาวจะผอมเพรียวทว่าเขาจดจำัับางอย่างได้อย่างชัดเจนเมื่อครั้งที่อุ้มเธอจากพื้นถนนไปวางบนฟุตบาทขณะรอรถพยาบาลได้เป็อย่างดี เป็ความนุ่มนิ่มที่ััได้จากอวัยวะส่วนแขนขาของเธอ
อย่างไรก็ตามตอนเกิดเหตุนั้นมีเืไหลอาบเต็มใบหน้าของหญิงคู่กรณีทำให้หยางจวินไม่ได้สังเกตอย่างถนัดตา ซึ่งเขามองเห็นแค่แผลแตกบนหัวเธอเท่านั้นเป็ผลมาจากล้มหัวฟาดพื้นถนนของเธอนั่นเอง
ในตอนนั้นหยางจวินโกรธหญิงสาวเป็อย่างมากเนื่องจากจู่ๆ เธอเดินตัดหน้ารถยนต์ ทว่าโชคดีที่คนขับรถส่วนตัวของเขาขับไม่เร็วมากนักทำให้เบรกรถทันก่อนที่จะชนเธอแค่เส้นยาแดงผ่าแปด กระนั้นเธอก็ล้มหมดสติหัวฟาดพื้นพอดีเขาจึงต้องรับหน้าที่จัดการปัญหากับเธอให้เรียบร้อย ก่อนเดินทางกลับประเทศจีนตามเ้านายไป
นายแพทย์มานพเลิกคิ้วมองเพื่อนชาวจีนด้วยความแปลกใจเขาไม่คาดคิดว่าเพื่อนผู้เ็าและไม่สนใจความรู้สึกคนอื่นจะกลายเป็คนดีมีน้ำใจซึ่งเปิดโอกาสให้เขาสอบถามคนป่วยหญิงถึงความ้าจากเพื่อนตนเช่นนี้
“คนป่วยครับเพื่อนผมถามว่าคุณคิดจะเรียกค่าเสียหาย หรือ้าให้เขาช่วยเหลืออะไรไหมครับ? ”
นายแพทย์มานพเหลือบมองสีหน้าสงสัยของคนป่วยหญิงเขาจึงสอบถามอย่างช้าๆพลางรู้สึกแปลกใจเกี่ยวกับอาการาเ็ของหญิงสาวอยู่พอสมควรเนื่องจากาแหัวกระแทกพื้นถนนอย่างแรงของเธอ อาจส่งผลต่อการทำงานของสมอง
โดยเฉพาะสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดคืออารมณ์และสภาพจิตใจของเธอที่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์อย่างน้อยโชคดีที่เธอไม่มีภาวะแท้งแต่ข่าวร้ายจากวงสังคมไฮโซของเธอที่กำลังอื้อฉาวเป็ผลให้เขารู้สึกเห็นใจในความโชคร้ายของเธอที่เกิดขึ้นพอสมควร
อนึ่งข่าวครึกโครมเกี่ยวกับการหย่าร้างของเธอซึ่งกลายเป็ข่าวดังของเมืองหลวงในชั่วข้ามคืน เนื่องด้วยเธอเป็ลูกสาวของนายณรงค์ศรีวรรณรงค์ มหาเศรษฐีติดอันดับของเมืองไทย ผู้เป็เ้าของธุรกิจมากมายไม่ว่าจะเป็บริษัทไชน์เรียลเอสเตท บริษัทฟรุตวันเดอร์ เ้าของหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดหรูในชื่อคอนโดหรือหมู่บ้านมั่งคั่งรวมถึงธุรกิจอีกหลายประเภท
อย่างไรก็ตามข่าวโด่งดังของเธอรวมถึงผลการตั้งครรภ์ของเธอนั้น เขาไม่ได้เล่าให้เพื่อนชาวจีนฟังแต่อย่างใดเพราะถือว่าเป็เื่ส่วนตัวของคนป่วยซึ่งหน้าที่ของเขามีแค่รักษาอาการป่วยและาเ็ของเธอเท่านั้น
“คนป่วยครับเข้าใจคำถามของผมไหมครับ?”
หมอมานพถามณิชาอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจคำถามของเขาไหมเขากังวลว่าอาการาเ็อาจกระทบกระเทือนสมองถึงแม้ว่าผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียด จะไม่พบความผิดปกติใดที่น่าเป็กังวลก็ตาม
เส้าอู๋เหยากระพริบตาปริบๆเธอพบว่าการมาอยู่ร่างใหม่ในโลกใหม่นี้ รวมทั้งหมอหนุ่มมีการใช้ภาษาสื่อสารที่ไม่คุ้นเคยสำหรับเธอทว่าความทรงจำจากร่างเก่าที่หลงเหลืออยู่ ช่วยให้เธอสามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดายเธอจึงตอบกลับตามข้อมูลที่พบจากร่างเก่า ซึ่งเธอประมวลผลและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็วจึงเลือกทางออกชีวิตแล้วตอบกลับหมอหนุ่มว่า
“เข้าใจค่ะคุณหมอฉันไม่้าเงินหรอกค่ะ เพราะถึงยังไงก็เป็ความผิดฉันเหมือนกัน แต่ถ้าเป็ไปได้ฉันอยากให้เขาช่วยหางานให้ ที่ประเทศของเขาได้ไหมคะ?”
เส้าอู๋เหยาลอบสังเกตภาษาที่หมอหนุ่มและชายหนุ่มหล่อเหลาอีกคนสนทนาระหว่างกันเธอพบว่าเป็ภาษาที่แตกต่างกันภายในโลกนี้ กอปรกับความทรงจำเดิมที่มีอยู่ทำให้เธอเข้าใจได้ทันทีว่าภาษาของชายหนุ่มชุดสูทเป็ภาษาจีน
‘นี่มันคือสิ่งที่แย่ที่สุดของฉันเลยนี่ฉันกำลังตั้งครรภ์อยู่ ปัญหาคือสมองฉันก็คิดและประมวลผลช้ามาก บ้าจริง! ฉันอ่อนแอขนาดนี้ได้ยังไง?’
ณิชาคิดด้วยความกลัดกลุ้มใจเกี่ยวกับปัญหาร่างใหม่ที่เธอเข้ามาอยู่แทนที่เป็ผลให้เธอ้าไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อื่น
เธอครุ่นคิดด้วยความกังวลและคาดหวังจากชายหนุ่มชาวจีนว่า
‘หวังว่าเขาจะให้ฉันไปประเทศจีนด้วยนะหากฉันอยู่ที่นี่ต่อไป อาจถูกนังจิ้งจอกตามรังควาน บางทีอาจถูกบีบบังคับให้ตายแน่ๆ’
เส้าอู๋เหยาสัญญากับตัวเองอย่างหนักแน่นว่าเธอจะช่วยแก้แค้นให้กับร่างเก่าเองเนื่องจากการที่ร่างเก่าตกอยู่ในสภาพท้องไม่มีพ่อ จนคิดสั้นด้วยการฆ่าตัวตายโดยการเดินตัดหน้ารถยนต์ของชายหนุ่มชาวจีน
ถึงแม้ว่าการตัดสินใจของร่างเก่าจะประสบผลสำเร็จทว่าเป็การเสียชีวิตโดยที่ยังมีห่วงผูกพันอยู่ไม่ว่าจะเื่ท้องโดยที่ไม่รู้ว่าใครเป็พ่อของลูก รวมทั้งเื่ความโง่แสนซื่อที่ถูกน้องสาวต่างแม่แย่งสามีมาก่อนที่จะแต่งงานกับตนเหตุการณ์ไม่คาดคิดทั้งหลายส่งผลให้เธอเข้ามาอยู่แทนที่ด้วยความบังเอิญหรือโชคชะตาที่ไม่มีใครล่วงรู้ได้
‘หวังว่าข้อเสนอของฉันจะไม่สร้างความลำบากใจให้เขามากเกินไปหรอกนะ’
เส้าอู๋เหยาหรือณิชาครุ่นคิดอย่างกังวลกับท่าทางนิ่งเงียบของชายหนุ่มหลังจากที่เขารับฟังข้อความของเธอจากหมอหนุ่มแล้ว
ก่อนที่หยางจวินจะตอบกลับณิชาพลันมีเสียงฝีเท้าของคนสองคนดังขึ้นหน้าประตูห้องคนป่วย พร้อมกับเปิดประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจเป็ร่างของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาและหญิงสาวสวยสง่า ทั้งคู่เพิ่งตกเป็ข่าวดังของประเทศเมื่อคืนนี้
หมอมานพมีโอกาสดูข่าวสังคมไฮโซพอดีทำให้เขารู้จักทั้งสองคนที่เข้ามาใหม่โดยปริยาย แตกต่างจากหยางจวินที่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจในการที่มีคนเข้ามาขัดจังหวะการสนทนาของเขา
“เอ๊! พี่สาวฉันมานอนโรงพยาบาลนี้เองหรือคะ? ทำไมเดินไม่ระวังละ? คนกำลังท้องกำลังไส้อยู่ด้วยระวังจะแท้งนะคะ เอ๊ะ! หน้าตายังสดใสอยู่แสดงว่าไม่แท้งแล้วนี่นา แต่ใครกันนะที่เป็พ่อของลูกในท้อง?”
สุพิชชาศรีวรรณรงค์ หรือเมย์ น้องสาวต่างมารดาของณิชา กล่าวทักทายแกมดูแคลนพี่สาวต่างมารดาพร้อมกับพูดประจานอย่างอ้อมๆ พลางเหลือบมองภายในห้องพักคนป่วยด้วยความสนใจ
เธอยืนเกาะแขนแฟนหนุ่มหรือสามีโดยพฤตินัยของตนไว้อย่างหวงแหนเนื่องจากเหลือบมองเห็นแววตาห่วงใยจากแฟนหนุ่มที่ทอประกายส่งตรงให้กับณิชาสร้างความไม่พอใจให้กับเธอเป็อย่างมาก
หยางจวินเดินเลี่ยงไปยืนอยู่ด้านปลายเตียงโดยปล่อยให้ชายหญิงที่เข้ามาใหม่เดินตรงไปเตียงคนป่วยอย่างสนใจเขาเหลือบมองเห็นหญิงสาวคนป่วยกำหมัดแน่น พลางลุ้นว่าเธอจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจภาษาไทยทว่าด้วยทักษะของนายตำรวจอย่างเขาสามารถวิเคราะห์ท่าทางและสีหน้าของผู้คนได้ไม่ยากเกินไป
“ผมว่าพวกคุณไปรออยู่ข้างนอกก่อนดีไหมครับ? ผมกำลังตรวจร่างกายคนป่วยอยู่พอดี”
หมอมานพเหลือบมองเห็นท่าทางที่เหมือนกำลังดูเื่สนุกของเพื่อนเขาจึงรีบพูดห้ามทัพก่อนที่จะมีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นในห้องคนป่วยโดยเขาไม่เข้าใจว่าคู่ชายหญิงเข้ามาในห้องได้อย่างไรซึ่งเขาคิดที่จะไปจัดการกับเ้าหน้าที่แผนกประชาสัมพันธ์ภายหลัง
“คนป่วยยังไม่ว่าอะไรเลยคงไม่เป็ไรกระมังคะคุณหมอ”
สุพิชชาหัวเราะเบาๆพลางตอบกลับหมอมานพอย่างไม่กังวล เธอพร้อมที่จะเหยียบย่ำพี่สาวคนดีให้จมดินโดยเฉพาะ่เวลาที่พี่สาวตกต่ำเช่นนี้ เป็โอกาสอันดีที่หาได้ยากยิ่ง
เส้าอู๋เหยายิ้มมุมปากด้วยความสนใจกับท่าทางหาเื่ของน้องสาวต่างมารดาเธอพบว่าลูกไม้ตื้นเขินที่อีกฝ่ายเลือกที่จะทำลายชื่อเสียงและความมั่นใจของร่างเก่านั้นมันใช้ไม่ได้ผลกับเธอที่เคี่ยวกรำการศึกและการเรียนรู้เล่ห์เหลี่ยมผู้คนมาเกือบสามสิบปีบนดาวเอเอสฉะนั้นกลอุบายแค่นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเธอแม้แต่น้อย จึงตอบกลับอย่างสบายใจพร้อมกับเหน็บแนมกลับคืนว่า
“ไม่ว่าอะไรหรอกจ้ะน้องเมย์แค่แย่งสามีพี่เอง บังเอิญว่ารองเท้าพี่มันไม่รักดีเฉยๆก็เลยพลาดสะดุดไปขวางรถคนอื่นเข้า แต่พี่เป็คนหัวแข็งตายยากรับรองว่าเื่แค่นี้ไม่ส่งผลอะไรกับพี่หรอก อยากได้อะไรก็เอาไปเถอะพี่.....ทำทานให้”
ท้ายประโยคเส้าอู๋เหยาจงใจเน้นเสียงลากยาวพร้อมฉีกยิ้มหวานให้กับน้องสาวอย่างตั้งใจ