ม่ายสาวคาวสวาทเจอพวกพ่อผัวรุมสวิง 18+

    22. อ้าขาให้หมอหนุ่มใหญ่ตรวจดูแบบลึก ๆ

    เช้าวันใหม่ ณ คฤหาสน์ตระกูลศิริวัธนากรณ์

     

    แพรไหมเดินลงมาจากห้องนอนในชุดเดรสผ้าไหมเนื้อลื่นสีครีมที่รัดรูปพอดีตัวใบหน้าสวยหวานอีกทั้งยังมีส่วนโค้งเว้าที่สมบูรณ์แบบร่างกายเธอช่างงดงามเกินกว่าหญิงตั้งครรภ์ทั่วไป

     

    หน้าอกเต่งตึงขนาดใหญ่ที่ดันผ้าออกมาเด่นชัดและสะโพกกลมกลึงที่บิดซ้ายขวาอย่างเป็๲ธรรมชาติขณะเธอเดินลงบันไดเธอไม่รู้ตัวเลยว่าทุกย่างก้าวของเธอช่างเย้ายวนเพียงใดในสายตาคนอื่น

     

    ธนัทนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเช้าถ้วยกาแฟในมือหยุดนิ่งเมื่อสายตาเขาจับจ้องไปที่แพรไหมดวงตาคู่คมกริบเต็มไปด้วยความหื่นกระหายเขามองหน้าอกของเธอที่เด้งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะก้าวเดินและสะโพกที่โยกย้ายราวกับเชิญชวนโดยไม่ตั้งใจ

     

    เขากลืนน้ำลายอย่างยากเย็น กำมือแน่นใต้โต๊ะเพื่อระงับความร้อนที่พุ่งพล่านในร่างกายความทรงจำจากภาพทรวดทรงที่เกือบเปลือยเปล่าของแพรไหมในคืนงานศพพี่ชายเขายังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ

     

    "อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณธนัทคุณหญิงแม่ออกไปทำงานแล้วหรือคะ"

    แพรไหมทักทายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเธอนั่งลงข้างที่นั่งอันว่างเปล่าของคุณหญิงสุรีย์ แม่ของธนัทโดยไม่รู้ว่าสายตาของเขายังคงติดตามทุกการเคลื่อนไหวของเธอ

     

    “ใช่ครับคุณแม่ออกไปประชุมที่สำนักใหญ่พร้อมกับคุณพ่อ๻ั้๫แ๻่ 6โมงเช้าแล้ว”
    ธนัทตอบอย่างสุภาพเช่นเคย สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หน้าอกอวบโตของแพรไหมที่นับวันก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

     

    แต่ยังมีอีกคนที่จับจ้องแพรไหมด้วยสายตาที่ต่างออกไป…

     

    นิภาพรรณ เพื่อนเก่าสมัยเรียนเมืองนอกของสองพี่น้องเธอรู้จักสนิทสนมเป็๞อย่างดีทั้งกับธีรภัทรผู้พี่ และธนัท ผู้เป็๞น้องชาย

    หล่อนกำลังเดินเข้ามาในห้องอาหารของคฤหาสน์ตระกูลศิริวัธนากรณ์โดยไม่ได้รับเชิญ

     

    นิภาพรรณหญิงสาวรูปร่างโปร่งบาง สวมชุดรัดรูปสีดำที่พยายามเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งแต่เมื่อเทียบกับแพรไหม ความสวยแบบสาวสมัยใหม่ของเธอกลับดูจืดชืดไปในทันที

     

    นิภาพรรณกัดฟันแน่นเมื่อเห็นสายตาของธนัทที่มองแพรไหมราวกับจะกลืนกินทั้งตัว

     

    ความอิจฉาลุกโชนในใจเมื่อเธอเปรียบเทียบหน้าอกที่ใหญ่โตและกลมกลึงของแพรไหมกับของตัวเองที่เล็กกว่ารวมถึงสะโพกผายโค้งมนอวบอัดที่บิดไปมาขณะก้าวเดินด้วยความเป็๲ธรรมชาติของแพรไหม

     

    ซึ่งนิภาพรรณรู้ดีว่าไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหนก็ไม่อาจเลียนแบบความงามที่แสนเย้ายวนนั้นได้

     

    "นี่น่ะเหรอแพรไหม...เมียของพี่ธีร์"

    นิภาพรรณพูดด้วยน้ำเสียงหวานแต่แววตาเต็มไปด้วยความร้ายกาจ เธอเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ตัวถัดจากธนัทราวกับพยายามดึงความสนใจจากเขา 


     

     

    "เห็นว่าย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วสบายดีใช่ไหมจ๊ะ? ดูท่าทาง...จะสุขสบายมากสินะไม่ต้องทนอยู่บ้านเช่ากระจอก ๆ แบบเดิมแล้ว ส้มหล่นชัด ๆ"

     

    เธอพูดพร้อมใช้สายตาเหยียดหยามจ้องไปที่ดวงหน้าสวยหวานของแพรไหมอย่างจงใจ

     

    แพรไหมยิ้มเจื่อน ๆทำเป็๞ไม่เข้าใจถึงความหมายแอบแฝงในคำพูดของฝ่ายตรงข้าม

    "ฉันก็...กำลังพยายามปรับตัวอยู่ค่ะ"

    เธอตอบอย่างเจียมตัวพยายามมองข้ามคำพูดเสียดสีของนิภาพรรณ

     

    “ธนัทคะ คุณรู้ไหมว่าแพรไหมน่ะเป็๞ตัวกาลกิณี โบราณเขาเรียกว่า ดวงผู้หญิงกินผัว นิภาว่า ธนัทควรจะอยู่ห่างๆ หล่อนเอาไว้ดีกว่า”

    คำกล่าวหาของนิภาพรรณดังก้อง

     

    ธนัทในสูทสีเทาเข้ม ใบหน้าคมเข้มราวรูปสลักขมวดคิ้ว สายตาคู่คมฉายแววไม่พอใจ “นิภาพรรณ อย่าพูดแบบนี้คำพูดของเธอกำลังทำร้ายความรู้สึกของพี่สะใภ้ฉันอยู่นะ”

     

    นิภาพรรณยิ้มหยัน เปิดกระเป๋าสะพายออก แล้วหยิบผ้ายันต์สีเหลืองขอบแดงออกมายื่นให้แก่ชายหนุ่ม

     

    “ธนัทคะ ถ้าคุณไม่เชื่อนิภาก็ไม่เป็๲ไรแต่ฉันขอร้องให้คุณแปะยันต์แผ่นนี้ไว้เหนือหัวเตียงจะช่วยป้องกันสิ่งอัปมงคลจากแพรไหม ที่อาจจะทำคุณประสบแต่เคราะห์ร้าย”

     

    หล่อนใช้นำเสียงเหยียดหยาม สายตาจ้องแพรไหมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะอาหารตัวยาว

     

    ร่างแพรไหมสั่นสะท้านหัวใจเต้นรัวเมื่อได้ยินคำพูดเสียดสีนั้น ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความกังวล มือเรียวกำแน่นเข้าหากันเพื่อระงับความรู้สึกคับแค้นใจที่พลุ่งพล่านอยู่ในอก

     

    ‘คุณธนัทจะเชื่อคำพูดของผู้หญิงคนนี้ไหมนะ?’ คำถามวนเวียนอยู่ในใจ

     

    ใบหน้าคมเข้มขมวดคิ้วมุ่น สายตาคู่คมบ่งบอกว่ากำลังหงุดหงิดและรำคาญ

    “นิภาพรรณ พูดจาอะไร ไร้สาระ”

    เขาโบกมือปฏิเสธ แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้

     

    “พี่สะใภ้ครับผมขอตัวไปเซ็นต์เอกสารที่ห้องทำงานก่อนนะครับ”

    “ค่ะ คุณธนัท”

     

    ชายหนุ่มเดินหนีไปยังห้องทำงานมือกำแน่นราวระงับอารมณ์โกรธ

     

    นิภาพรรณหันมามองแพรไหมริมฝีปากยิ้มเ๯้าเล่ห์

    “รู้ไหม ธนัทเขาเคยเชื่อฟังฉันทุกอย่างเราสองคนสนิทมานาน๻ั้๹แ๻่เรียนเมืองนอกด้วยกัน

    ส่วนเธอ...ก็เป็๞ได้แค่พี่สะใภ้แค่เครื่องผลิตหลานชายให้เขา ถ้าเธอคลอดลูกเมื่อไรเขาคงเฉดหัวเธอออกไปจากบ้านนี้!”

     

    เสียงแหลมคมกริบราวมีดเสียดแทงจิตใจของแพรไหมมือของหญิงสาวสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัดเพราะเธอมิอาจควบคุมความโมโหในใจได้อีกต่อไป

     

    “ไม่จริง! คุณธนัทปฏิบัติต่อฉันดียิ่งกว่าพี่สะใภ้!”

    เสียงหวานสั่นด้วยความโกรธ

     

    นิภาพรรณหัวเราะเยาะ

    “ฝันไปเถอะ! ธนัทน่ะชอบโปรยเสน่ห์ให้สาว ๆรอบตัวเขาแทบทุกคนน่ะแหละ ฉันเองก็เคยโดนเขาให้ความหวังแบบนี้

    อย่าคิดว่าคนเพอร์เฟ็คอย่างเขาจะตกลงปลงใจกับใครง่ายๆ ผู้หญิงสวยที่ยังโสด และมีฐานะใกล้เคียงเขามีอีกเป็๲สิบเป็๲ร้อย!”

     

    แพรไหมยืนช็อค ใบหน้าซีดเผือด หัวใจเต้นรัวมือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก คิดไม่ถึงว่าธนัทจะเป็๲ผู้ชายอย่างที่นิภาพรรณว่า

     

    ขณะนิภาพรรณยิ้มมุมปากแอบเดินไปยังห้องนอนของธนัทอย่างเงียบ ๆหล่อนแอบติดผ้ายันต์สีเหลืองขอบแดงเหนือหัวเตียงพร้อมกับรอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนใบหน้า

    นังแพรไหม...ฉันรู้ว่าแกต้องเข้ามาเห็นแกจะต้องเจียมตัวไว้ให้มาก!

    …

     

    ตกบ่าย แพรไหมฉวยโอกาสที่คฤหาสน์เงียบสงัดย่องเข้าไปในห้องนอนของธนัท กลิ่นน้ำหอมผู้ชายยังลอยอบอวลเตียงนอนขนาดใหญ่สะอาดเรียบร้อย

     

    แต่สายตาคู่หวานของเธอสะดุดเมื่อเห็นผ้ายันต์สีเหลืองขอบแดงแปะเด่นเหนือหัวเตียงราวมีดกรีดใจ หัวใจหล่นวูบ น้ำตาคลอเบ้า ใบหน้าหญิงสาวซีดเผือด

     

    “นี่ธนัทเชื่อคำพูดของนิภาพรรณงั้นเหรอถึงได้เอายันต์มาแขวนที่หัวเตียงแบบนี้”

     

    “ที่ผ่านมาระหว่างเราคืออะไร...ไหนคุณเคยบอกว่าจะดูแลฉันและลูกในท้อง...”

     

    มือเรียวเกาะขอบเตียงแน่นร่างสั่นสะท้านด้วยความเสียใจ ความหวังที่เคยมีกลับแตกสลายลงตรงหน้าภาพคำสัญญาของธนัทวนเวียนในใจ

     

    แต่ผ้ายันต์นั้นราวตอกย้ำว่า ธนัทเชื่อคำพูดของนิภาพรรณที่กล่าวหาว่าแพรไหมเป็๲ตัวกาลกิณี

    เธอก้าวถอยออกมา ขาทั้งสองสั่นราวจะล้มมือลูบหน้าท้องนูนเพื่อปลอบใจตัวเอง

     

    ‘ฉัน...คงเป็๞ได้แค่พี่สะใภ้ของเขาเท่านั้น’

    เสียงในใจดังขึ้นใบหน้าสวยเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา

    …

     

    ตอน อ้าขาให้หมอหนุ่มใหญ่ตรวจดูแบบลึก ๆ

     

    หลังจากผ่านเ๹ื่๪๫ราวรบกวนจิตใจไปได้ไม่นานแพรไหมตื่นขึ้นมาตอนเช้าด้วยอาการปวดหัวจี๊ด ๆ และคลื่นไส้เล็กน้อย เธอคิดว่าน่าจะเป็๞ผลจากความเครียดสะสมและการตั้งครรภ์ที่ใกล้จะย่างเข้าสู่ไตรมาศสุดท้ายเต็มที

    หญิงสาวจึงตัดสินใจขับรถไปโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่เธอฝากครรภ์อยู่แล้วก่อนหน้านี้ เพื่อให้คุณหมอตรวจดูอาการ

     

    แต่เนื่องจากแพรไหมเข้ามาหาหมอแบบกระทันหันโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าเมื่อไปถึง พยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ก็แจ้งว่าวันนี้คุณหมอสูตินารีแพทย์ที่เธอเคยฝากท้องด้วยไม่อยู่

     

    พยาบาลสาวจึงแนะนำให้เธอเข้ารับการตรวจจากนายแพทย์วิชัย ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังในวงการสูตินรีเวช

     

    "หมอวิชัยเป็๲หมอสูติที่เก่งมากคนหนึ่งของโรงพยาบาลเราค่ะคุณแพรไหมลองเปิดใจดูนะคะ ไม่ต้องกังวลเลย"

    พยาบาลส่งยิ้มให้อย่างมั่นใจ

     

    แพรไหมลังเลเธออยากตรวจกับคุณหมอผู้หญิงมากกว่าเพราะรู้สึกเขินอายที่จะให้หมอผู้ชายตรวจร่างกายใน๰่๭๫ตั้งครรภ์

    แต่เมื่อพยาบาลยืนยันอีกครั้งถึงความเชี่ยวชาญของหมอวิชัยเธอจึงยอมเดินตามพยาบาลเข้าไปยังห้องตรวจ

     

    ภายในห้องตรวจ นายแพทย์วิชัย อายุน่าจะราว ๆ55 ปี ต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ใบหน้าคมเข้มที่ยังคงหล่อเหลาแม้จะมีอายุผมสีดอกเลาเปียกแบบเว็ทลุค (wet look) ด้วยเจลที่ใช้จัดแต่งทรงผมให้เข้ารูปดูดี

     

    ดวงตาเรียวเล็กมองเธอด้วยความสนใจผ่านแว่นสายตากรอบสีทองดูภูมิฐาน

    หยุดจ้องเขม็งอยู่ที่ทรวงอกขนาดมหึมาที่ตัวเสื้อชุดคลุมท้องปิดบังไว้ไม่มิด