เช้าวันต่อมา
โม่หลิงได้เรียกอี้เหรินเฟิ่งไปยังเรือนของตอนเองเขาได้มอบเคล็ดวิชาประจำตัวไห้อี้เหรินเฟิ่ง พร้อมแจ้งกับเขาว่าเมื่อไดที่อี้เหรินเฟิ่งฝึกเคล็ดวิชาที่ไห้ไป สำเร็จในส่วนที่หนึ่งแล้วไห้กลับมาหาเขาอีกครั้ง
เมื่อพูดคุยเสร็จอี้เหรินเฟิ่งจึงกลับมายังห้องพักของตนแล้วจึงนำเคล็ดวิชาที่โม่อู่หางมอบไห้ขึ้นมาฝึกฝนเคล็ดวิชาที่โม่หลิงได้มอบไห้นั้น มีชื่อว่าเคล็ดหมื่นบุปผาเหมันต์แบ่งออกเป็ห้าส่วนด้วยกัน ในส่วนที่หนึ่งจะคล้ายคลึงกับเคล็ดลาหายใจหิมะเพียงแต่ว่าจะซับซ้อนยิ่งขึ้นทำไห้สามารถดูดซับพลังและควบรวมพลังได้ดีขึ้นอีกหลายเท่า
อี้เหรินเฟิ่งใช้เวลาศึกษาเคล็ดวิชาในส่วนนี้อยู่ราวสามชั่วโมงก็พอเข้าใจเคล็ดวิชาในส่วนนี้กว่าห้าส่วนแล้วจากนั้นจึงเริ่มเดินลมปราณต์ตามเคล็ดวิชาที่ได้รับมาเขาใชัเวลาในการฝึกเดินลมปราณต์กว่าหนึ่งวันในที่สุดเขาก็สามารถเดินลมปราณต์ตามเคล็ดวิชาในส่วนที่หนึ่งได้สำเร็จ
ทว่าหากจะให้สำเร็จเคล็ดวิชาในส่วนนี้ผู้ฝึกจะต้องเดินลมปราณต์ควบรวมพลังจนมีแก่นพลังน้ำแข็งเกิดขึ้นในตันเถียนไห้ได้เสียก่อนแต่ก็ไม่ได้เกินความสามารถของอี้เหรินเฟิ่งแต่อย่างได
อี้เหรินเฟิ่งใช้เวลาฝึกวิชานี้เพียงวันละห้าชั่วโมงสลับกับฝึกวิชาอื่นๆไปเรื่อยๆเพื่อที่จะได้พัฒนาตนเองไห้รอบด้านเขาจะไม่ยอมทิ้งขว้างสุดยอดวิชาอื่นๆโดยเด็ดขาด
แต่กระนั้นก็ไม่ได้เป็การขัดขวางถ่วงรั้งการฝึกสุดยอดวิชาธาตุน้ำแข็งของเขาแต่อย่างไดเพราะเขามีกำไลัเหมันต์ช่วยในการฝึกฝนอีกทั้งกายเทพสองลักษณ์ของเขาที่สามารถกำเนิดพลังหยินได้เอง จึงทำไห้การฝึกฝนของเขานั้นก้าวหน้าได้รวดเร็วกว่าไครในใต้หล้าแห่งนี้
อี้เหรินเฟิ่งนั้นใช้เวลาเพียงสองสัปดาห์ในการฝึกวิชาในส่วนที่หนึ่งนี้นี่ถ้าหากเขาตั้งใจฝึกอย่างจริงจังอาจจะใช้เวลาเพียงสามวันเท่านั้นในการฝึกฝนวิชาในส่วนนี้
หลังจากนั้นเขาจึงได้กลับไปหาโม่หลิงอีกครั้งในวันถัดไป
เมื่อโม่หลิงเห็นอี้เหรินเฟิ่งต้องหารหาเขาโม่คลิงก็คิดว่าอี้เหรินเฟิ่งนั้นมีปัญหาในการฝึกฝนเป็แน่เขาจึงได้แต่สอบถามอี้เหรินเฟิ่งออกไป
"เฟิ่งเอ๋อร์เ้าฝึกวิชาเป็อย่างไรบ้าง เ้าติดขัดตรงไหนอย่านั้นหรือถึงได้มาหาข้าเ้าสงสัยสิ่งไดจบสอบถามมาได้ได้ ข้าจะช่วยแนะนำเ้าไห้เอง"
"เปล่าขอรับท่านอาจารย์ ข้านั้นฝึกวิชาในส่วนแรกสำเร็จแล้วขอรับข้าจึงได้มาหาท่านในวันนี้ เมื่อวันก่อนท่านได้บอกกับข้าไว้ว่าเมื่อสำเร็จวิชาในส่วนแรกแล้วนั้น ไห้ข้ากลับมาหาท่าน"
เมื่อโม่หลิงได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึงเป็อย่างยิ่งต้องบอกว่าเคล็ดวิชาหมื่นบุปผาเหมันต์ของเขานั้น มีความซับซ้อนเป็อย่างมากสมัยตอนที่เขานั้นได้เรียน แค่เคล็ดวิชาในส่วนแรกนี้เขาใช้เวลากว่าหกเดือนในการฝึกนี่อะไรกัน เพียงฝ่านไปสองสัปดาห์เท่านั้น อี้เหรินเฟิ่งกลับฝึกสำเร็จแล้วจะไม่ไห้เขาใได้อย่างไรกัน
"เ้าฝึกในส่วนแรกเสร็จแล้วอย่างนั้นรึไหนเข้ามาให้อาจารย์ตรวจดูหน่อยได้หรือไม่"โม่หลิงกล่าวอย่างตื่นเต้น
อี้เหรินเฟิ่งจึงเดินเข้าไปหาโม่หลิงใกล้ๆ
"เชิญขอรับท่านอาจารย์"พร้อมกับยื่นมือไปไห้เขาตรวจดู
เมื่อโม่หลิงได้ตรวจดูไปยังตัณเถียนของอี้เหรินเฟิ่งนั้นเขาก็ได้ใยิ่ง อี้เหรินเฟิ่งใช้เวลาเพียงสองสัปดาห์ก็สามารถมารถควบรวมแก่นพลังธาตุน้ำแข็งได้สำเร็จจริงๆช่างน่าตกตะลึงยิ่งนักอีกทั้งภายในตัณเถียนของอี้เหรินเฟิ่งยังมีแก่นิญญาเพลิงอีกด้วยช่างน่าตะลึงโลกยิ่ง
เมื่อเขาได้สำรวจร่างกายนี้อย่างละเอียดนั้นในที่สุดเขาก็ไพบว่าแท้จริงแล้ว อี้เหรินเฟิ่งนั้นเป็กายเทพสองลักษณ์ในตำนานนั่นเอง เขาจึงได้กล่าวกับอี้เหรินเฟิ่งไปว่า
"เฟิ่งเอ๋อร์ เ้าทราบหรือไม่ว่าเ้านั้นมีกายเทพสองลักษณ์ในตำนานอยู่ใน"
"ข้าทราบขอรับท่านอาจารย์บิดาข้าได้บอกกับข้าแล้ว อีกทั้งยังบังคับข้าฝึกวิชาั้แ่ยังเล็กแล้วขอรับ"
โม่หลิงได้ยินดังนั้นก็คิดว่าเด็กคนนี้ต้องมีที่มาใหญ่โตยิ่งแล้วไม่เช่นนั้นเขาไม่มีทางเป็อย่างทุกวันนี้ได้คนมีความสามารถล้นฟ้าั้แ่ยังเด็กเช่นนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เองเป็อันขาด
"เช่นนั้นก็ดีแล้วอาจารย์อยากไห้เ้าเก็บเื่นี้เป็ความลับด้วยมันเกี่ยวกับความปลอดภัยของเ้าด้วย"
"ข้าทราบแล้วขอรับท่านอาจารย์"
"เช่นนั้นในวันพรุ่งนี้เ้าจงกลับมาหาข้าอีกครั้ง ข้าจะพาเ้าไปฝึกยังที่อื่นวันนี้ข้าต้องไหเตรียมการไห้แล้วเสร็จเสียก่อน จึงจะพาเ้าไปได้"
"ขอรับท่านอาจารย์"จากนั้นอี้เหรินเฟิ่งก็ได้กลับมายังห้องพักของเขา
เช้าวันต่อมาโม่หลิงได้พาอี้เหรินเฟิ่งไปยังอาคารแห่งหนึ่งในป่าด้านหลังสำนัก เมื่อเข้าไปด้านในอาคารนั้นมีประตูอยู่หนึ่งบานเมื่อโม่หลิงได้เปิดประตูก็ได้พาอี้เหรินเฟิ่งเดินเข้าไปในนั้น
เมื่อเข้าประตูมาก็จะเป็บันไดวนลึกลงไปด้านล่างทั้งสองเดินลึกลงไปด้านล่างกว่าหนึ่งชั่วโมงด้านล่างนี้กลับมีห้องต่างๆแยกไว้ราวสิบห้อง ทุกห้องต่างไร้ผู้คนอยู่โม่หลิงได้กล่าวว่าด้านล่างนี้คือบ่อกำเนิดหยิน มีไว้สำหรับไห้ผู้าุโและศิษย์สืบทอดไว้ฝึกวิชา
ด้านล่างนี้จะเต็มไปด้วยพลังธาตุน้ำแข็งมันถูกขุดเจาะลงมาจนเข้าใกล้กับแหล่งกำเนิดธารน้ำแข็งโบราณยิ่งนักจึงทำไห้เหมาะสำหรับดูดซับพลังธาตุน้ำแข็งเพื่อฝึกวิชาประจำสำนักที่สุด
แต่ก็เปี่ยมไปด้วยอันตรายเช่นกันเพราะในนี้นั้นในยามค่ำคืน พลังหยินสุดขั้วจะกระจายตัวขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ซึ่งจะไห้ผู้ดูดซับพลังนั้นได้รับพลังความเย็นเกินขีดจำกัดจนอาจทำไห้เกิดอันตรายได้
มันจึงไม่ได้เปิดไห้ใช้โดยทั่วไปจำเป็จะต้องมีผู้ดูแลอย่างไกล้ชิดซึ่งนับจากนี้ไปโม่หลิงจะเป็คนคอยดูอี้เหรินเฟิ่งฝึกฝนอยู่ข้างใต้นี้
"เฟิ่งเอ๋อร์นับจากนี้เ้าจงฝึกเคล็ดหมื่นบุปผาเหมันต์ อยู่ภายในนี้ อาจารย์จะช่วยดูแลเ้าเองเ้าจงดูซับพลังงานธาตุน้ำแข็งในนี้และฝึกวิชาส่วนที่เหลือต่อไป ถ้าเ้าไม่ไหวอาจารย์จะเป็คนพาเ้าขึ้นไปเอง"
"ขอรับท่านอาจารย์"อี้เหรินเฟิ่งกล่าวเสร็จก็เข้าไปยังห้องฝึกที่อยู่ใกล้ๆเขาแล้วเข้าไปฝึกอย่างว่าง่าย ส่วนจินฉานนั้นเขาได้ทิ้งมันไว้ในห้องพักพร้อมกับแหวนมิติไห้มันหนึ่งวง
อี้เหรินเฟิ่งเริ่มฝึกวิชาในส่วนที่สองต่อทันทีในส่วนที่สองนี้ เขาจำต้องดึงพลังธาตุน้ำแข็งจากภายยนอกเข้าสู่แก่นธาตุน้ำแข็งภายในตัณเถียนของเขา จากนั้นจึงเริ่มกระจายพลังธาตุน้ำแข็งเข้าสู่ทุกส่วนของร่างกายทำให้ร่างกายทุกส่วนเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังธาตุน้ำแข็งจึงถือว่าสำเร็จเคล็ดวิชาในส่วนที่สองนี้
อี้เหรินเฟิ่งนั้นจมจ่อมไปกับการฝึกฝนจากกลางวันเข้าสู่กลางคืน โม่หลิงที่คอยเฝ้าดูอยู่นั้นเตรียมตัวจะพาอี้เหรินเฟิ่งกลับขึ้นไปแล้ว เนื่องจากเมื่อพลังหยินสุดขั้วได้กระจายตัวออกมานั้นมันมีความอันตรายเกินไปสำหรับผู้ที่มีพลังยุทธอ่อนด้อย
แต่ถ้าเกิดว่าสามารถดูดซับพลังหยินสุดขั้วนี้เข้าไปได้ก็จะเหมือนเสือติดปีก ก้าวหน้ารวดเร็วเป็ร้อยพันเท่าโม่หลิง้าดูว่าอี้เหรินเฟิ่งนั้นจะสามารถดูดซับพลังสุดยอดหยินนี้เข้าไปได้หรือไม่
เมื่อเวลาฝ่านไปอี้เหรินเฟิ่งนั้นบัดนี้ลืมวันลืมคืนไปแล้วเขาจมจ่อมไปกับเคล็ดวิชาอยางเงียบๆจนในที่สุดก็เข้าสู่่เวลากลางคืน เมื่อพลังสุดยอดหยินได้แพร่กระจายออกมานั้นอี้เหรินเฟิ่งก็ได้ดูดซับพลังไปอย่างไม่รู้สึกตัว
โม่หลิงที่ดูอยู่ใกล้ๆเฝ้ามองอย่างเป็ห่วงแต่ก็ไม่ได้เกิดสิ่งไดขึ้นอี้เหรินเฟิ่งยังคงดูดซับพลังและยังคงฝึกฝนต่อไปอย่างไม่มีปัญหาไดๆทั้งสิ้น
โม่หลิงเฝ้าดูอยู่หลายชั่วโมงในที่สุดเขาก็นั้งฝึกฝนอยู่ข้างๆอี้เหรินเฟิ่งอย่างสบายใจรอคอยอี้เหรินเฟิ่งตื่นขึ้นมาอย่างวางใจ