ผมกลายเป็นตัวละครในเกมแนวดาร์กแฟนตาซี

    บทที่ 31

    บทที่ 31


    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนักบวชเข้าใจสายตาของอีอันผิดไปหรือเปล่า จึงพูดแก้ต่างออกมา “เมื่อนานมาแล้ว เคยมีสาวกแห่งจักรวรรดิมาเยี่ยมเยียน นั่นเป็นครั้งเดียวที่ลูโซลาร์ประทานสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วยตัวท่านเอง”


    ด้วยตัวเองงั้นเหรอ?


    สายตาของอีอันหันไปทางรูปปั้น


    “…?!”


    คิ้วของเขาขมวดขึ้นทันที นอกจากแสงแล้ว เขารู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เหนือความศักดิ์สิทธิ์จาง ๆ


    “ถ้างั้นช่วยบอกธุระของท่านมาเถอะ ข้ายินดีจะช่วยเต็มที่” บาทหลวงพูดออกมาอย่างสุภาพ


    แสงของรูปปั้นสว่างขึ้นราวกับตั้งใจให้เห็น


    “ช่างน่าเสียดาย” อีอันละสายตาจากรูปปั้นแล้วพูดต่อ “ข้าเป็นทหารรับจ้าง ไม่ใช่สาวก"


    “ไม่ใช่…สาวกงั้นเหรอ”


    “ใช่ แล้วข้าก็ไม่ใช่ผู้ศรัทธาด้วย”


    ถ้าเป็นเวลาปกติก็เข้าใจผิดว่าเขาน่าจะหลอกลวง แต่อีอันพูดความจริงเพราะเขารู้สึกว่าเทพธิดากำลังจ้องเขาผ่านรูปปั้นนั้นอยู่ 


    ‘ทำไมถึงยังดูอยู่นะ? ก็ไม่ใช่พวกชอบถ้ำมองนี่’


    เขาไม่สามารถแสร้งปลอมเป็นสาวกต่อหน้าพระเจ้าได้ ถ้าทำเช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าจะมีการลงโทษแบบใด


    “ถ้าคำพูดนั้นเป็นความจริง…” นักบวชที่ก้มหน้าลงมองอย่างงุนงงหันไปมองที่รูปปั้นแล้วพูดออกมา “ถ้าอย่างนั้นท่านไม่คิดจะรับใช้เทพธิดาผู้เปล่งประกายเลยเหรอ”


    อยู่ดี ๆ มาเผยแผ่ศาสนาอะไรกันเนี่ย


    อีอันหัวเราะแห้ง ๆ แล้วถามกลับอีกครั้ง “พูดจริงเหรอ”


    “ถ้าเทพธิดาไม่ได้เมตตาเป็นนพิเศษ ก็คงไม่สามารถยืนดูรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่นี้ได้หรอก” นักบวชพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแล้วหันหน้าไปมองอีอัน “ถ้าท่านรับใช้ลูโซลาร์ ท่านจะถูกเลือกเป็นสาวกอย่างแน่นอน ไม่มีเกียรติและศักดิ์ศรีใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านี้แล้วสำหรับมนุษย์”


    “…”


    แสงของรูปปั้นส่องประกายชัดขึ้นราวกับว่าคำพูดของบาทหลวงนั้นได้สื่อถึงพระเจ้าแล้ว


    ในขณะที่อีอันยังไม่ตอบอะไร แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้อีอันหุบยิ้มลง


    ‘เควสต์สาวกจริง ๆ ด้วย’


    หน้าต่างเลือกตอบรับเควสต์โผล่ขึ้นมาด้านหน้า


    สาวกแห่งลูโซลาร์


    ในเกมมีอาชีพที่สามารถรับเควสต์สาวกของพระเจ้าได้หากมีเลเวลมากกว่าที่เกมกำหนด แต่ที่อีอันรู้มา นักเวทดำไม่ได้รวมอยู่ในนั้น


    นักเวทมีเควสต์ปลุกพลังด้วยการเฝ้าสังเกตสัจธรรมต้นกำเนิดหรือรับเอาสัจธรรมนั้นไว้แทน ซึ่งอีอันยังเก็บเลเวลได้ไม่ถึงขั้นนั้น


    ‘…บางทีตอนนี้อาจจะไม่มีข้อจำกัดแบบนั้นแล้วก็ได้’


    อีอันรวบรวมสติได้ เขาเลือกปฏิเสธเควสต์แล้วเอ่ยขึ้น “ไม่ใช่ว่าจะตัดสินใจในทันทีหรอก ต้องค่อย ๆ คิดดู”


    จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้บอกนักบวช แต่บอกลูโซลาร์ที่อาจเฝ้าดูอยู่ แม้ไม่คิดที่จะรับใช้นางในภายหลังก็ตาม แต่ตอนนี้จำเป็นต้องใช้พลังของนางทันที จึงละเว้นไว้ก่อน


    ถ้าปฏิเสธอย่างเด็ดขาดแล้วนางถอนพลังศักดิ์สิทธิ์คืน ก็อาจจะไม่มีความลำบากใจอีกต่อไป


    สายตาของนักบวชที่กำลังคล้อยตามเริ่มสั่นไหว


    “หวังว่าท่านจะตัดสินใจได้ถูกต้อง เพราะเทพธิดาที่เปร่งประกายเป็นผู้เมตตาแก่ผู้ศรัทธา และ…” เสียงของนักบวชที่กำลังยิ้มนั้นเบาลง


    “ถ้าช่วงเวลาที่เป็นเกียรตินั้นมาถึง โปรดจำเอ็ดเวิร์ดผู้ซื่อสัตย์คนนี้ไว้ ข้าจะดูแลอย่างเต็มที่”


    โอ้ ตอนนี้ถึงกับต้องแนะนำตัวเองด้วย


    อีอันยิ้มอยู่ครู่หนึ่ง “เข้าใจแล้ว เอ็ดเวิร์ด ข้าจำได้แน่นอน”


    อีอันตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเดียวกัน พลางคิดว่าจะโดนปล้นกระเป๋าเสียแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขาเป็นคนปล้นเสียมากกว่า เขาไม่ได้โกหกจึงไม่มีอะไรที่ต้องลังเล


    “มีบางอย่างที่ข้าต้องการความช่วยเหลือจากท่าน”


    “เชิญท่านพูดมาได้เลย” เอ็ดเวิร์ดพยักหน้าทันที


    “โปรดชำระพลังเวทที่เสื่อมสลายให้บริสุทธิ์ด้วยพลังศักดิ์สิทธิของเทพธิดาผู้เปล่งประกายด้วยเถิด”


    อีอันพูดด้วยความเคารพและหยิบแก่นพลังเวทที่ปนเปื้อนออกมาจากมิติเก็บของ มีลูกแก้วขนาดใหญ่หนึ่งลูกและขนาดเล็กอีกสามลูก พลังเวทที่ปนเปื้อนผุดขึ้นมาเหมือนน้ำมันดิบ


    “พลังเวทที่ปนเปื้อนเป็นอย่างนี้นี่เอง ถ้ามันโอบอุ้มแก่นพลังเวทขนาดนี้ แสดงว่าคงไม่ใช่สัตว์ประหลาดธรรมดา” เอ็ดเวิร์ดถอนหายใจขณะมองไปที่ฝ่ามือของอีกฝ่ายอย่างลังเล “ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าทำไมเทพธิดาถึงเมตตาท่าน”


    “ถ้าชำระล้างพลังเวทที่เสื่อมได้ ก็ถือว่าได้รับความเมตตาอย่างมาก ถ้าอย่างนั้น…” อีอันกระดิกมือที่กำแก่นพลังเวทเอาไว้ “ท่านทำได้เท่าไหร่จากทั้งหมดนี่? พรุ่งนี้ประมาณตอนเที่ยงข้าต้องไปแล้ว”


    เอ็ดเวิร์ดจ้องมองแก่นพลังเวทพลางครุ่นคิดและตอบออกมา “เทพธิดาประทานพลังศักดิ์สิทธิ์ให้มากกว่าปกติ แต่ร่างกายของข้ามีขีดกำจัดในการอธิษฐาน ถ้ามากกว่าหนึ่งคงจะยาก”


    “อันเดียวเองงั้นเหรอ…”


    อีอันเลียริมฝีปากอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้คาดหวังว่าจะชำระล้างแก่นพลังเวทขั้นสูงได้ภายในหนึ่งวัน แต่จำนวนแค่หนึ่งอันนั้นมันน้อยเกินไป


    “เว้นแต่ว่าท่านจะบริจาคเงินบำรุงเทวาลัยได้มากพอ…” เสียงพูดของเอ็ดเวิร์ดดังขึ้น “แม้ร่างกายจะทรุดโทรม แต่ก็สามารถอธิษฐานขอให้เทพธิดาชำระล้างได้ทั้งคืน บางทีอาจทำได้เพิ่มมากกว่าหนึ่ง”


    ไอ้หมอนี่…?


    อีอันเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นแล้วมองเอ็ดเวิร์ดที่กำลังยิ้มกว้าง อีกฝ่ายดูเป็นคนดี แต่รอยยิ้มนั้นเหมือนกับว่าหากถูกแทงก็ไม่ทำให้เลือดไหลออกมา


    อีอันหันมองไปมาระหว่างรูปปั้นด้านหลังและเขาด้วยสายตาที่สื่อว่ายังคิดจะรับเงินอยู่อีกเหรอแม้จะเป็นแบบนี้


    ดวงตาของเอ็ดเวิร์ดหรี่ลงเล็กน้อย


    แต่ถึงอย่างนั้นเขาไม่ได้เปิดปากพูดก่อน


    เจ้านี่มันก็พยายามจนถึงที่สุดเลยเนอะ


    ในที่สุดอีอันก็หัวเราะแล้วชักมือเก็บเข้าไปในอก


    “ต้องการเท่าไหร่ คงต้องใช้เงินในการรับใช้ลูโซลาร์มากเลยสินะ…”


    ในที่สุดรอยยิ้มของเอ็ดเวิร์ดก็หุบลงเมื่อได้ยินคำพูดที่ฟังดูเยาะเย้ย


    “ข้า…จะไม่รับไว้…” เขาขยับปากพูดพึมพำ


    อีอันหยุดเคลื่อนไหวขณะจ้องมองเขา


    “อะไรนะ?”


    “ข้าบอกว่า…จะไม่รับไว้ ข้าพลั้งปากพูดไปเองขอรับ หากได้ช่วยเหลือผู้ที่เทพธิดาท่านเมตตา ก็ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งแล้ว…” เอ็ดเวิร์ดพูดออกมาด้วยความเสียดาย แม้แต่แววตาที่แสดงความเสียใจน้อย ๆ ก็ยังหายไป


    “ถ้างั้นก็รบกวนท่านด้วย ท่านเทพธิดาคงจะรับรู้ถึงความซื่อสัตย์ที่ท่านมี”


    อีอันยิ้มแย้มขณะเลือกแก่นพลังเวทสองอันในมือยื่นให้


    “…น่าจะอย่างนั้น”


    เอ็ดเวิร์ดยิ้มมุมปากเล็กน้อย ซึ่งจริง ๆ แล้วเขากำลังฝืนยิ้ม


    ***


    หลังจากผ่านไปประมาณชั่วโมงกว่า อีอันก็มาถึงหน้าที่พักแรม


    ‘นานมากแล้วที่มิติเก็บของไม่ได้อัดแน่นอย่างนี้’


    นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะเติมเสบียงก่อนที่จะไปถึงป่าสุสานจึงกำลังเตรียมปล้นโรงตีเหล็ก


    แม้ว่านักเวทดำจะไม่ได้คุกคาม แต่เขารู้ดีว่าอุบัติเหตุมักเริ่มจากความประมาทเสมอ


    เป็นเพราะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นจึงทำให้กระเป๋าว่างแบบนี้


    ‘ไม่คิดเลยว่าจะพูดเรื่องเงินขึ้นมาแบบนั้น แม้ว่าพระเจ้ากำลังมองอยู่ก็ตาม’


    อีอันหัวเราะอีกครั้งเมื่อนึกถึงเอ็ดเวิร์ดขณะเปิดประตูที่พักแรม


    “โอ้…! ในที่สุดนักล่ามังกรก็กลับมาแล้ว!” เสียงของมิเกลที่เริ่มเมาแล้วพูดต้อนรับเขา


    “นายท่าน! ช่วยบอกหน่อยเถิด! ท่านไปล่ามังกรในหนองน้ำมาจริง ๆ เหรอขอรับ?” เสียงตะโกนของฟิลลิปดังขึ้นตามมา ใบหน้าของเขาแดงเหมือนมะเขือเทศ


    ดื่มจนหนำใจเลยสินะ


    อีอันเดินเข้าไปด้านในอย่างหงุดหงิด พวกขี้เมาที่จ้องมองมาที่เขาต่างก็หันหน้าหนีและหลบสายตา


    คาดเดาได้ว่าพูดคุยเรื่องอะไรกัน

    คล้ายกับเรื่องผมกลายเป็นตัวละครในเกมแนวดาร์กแฟนตาซี ที่คุณอ่าน

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912