อณาจักรมีทั้งหมด 7 อณาจักร
-อณาจักรเหมัณห์
-อณาจักรอัคคีเพลิง
-อณาจักรจันทรา
-อณาจักรวิหครัติกาล
-อณาจักรไพลิน
-อณาจักรเวหา
-อณาจักรัฟ้า
ณ เมืองพยัคฆ์ดำ อณาจักรไพลิน
ฮวาหลินที่เดินทางมาถึงเมืองนี้ก็ใช้เวลาไปสามวันอย่างเหนื่อยล้าเพราะเดินทางไกลไม่ได้หยุดพัก จะพักก็ตอนนอนเท่านั้น แถมบางคืนก็มีสัตว์อสูรมารบกวนอีกก็ฆ่าไปตั้ง50ตัวแถมมีแต่ระดับสีแดง ซึ่งนางฆ่ามันได้ง่ายเพราะระดับลมปราณที่มีไม่ต้องใช้อาวุธ ฮวาหลินเดินมาถึงหน้าประตูเมืองมีทหารยืนเฝ้าประจำการห้าคนโดยนางไปเข้าแถวเพื่อจ่ายเงินผ่านทาง
"พี่ชาย เมืองนี้จ่ายค่าผ่านทางเท่าไหร่"ชายร่างโตที่แบกกระสอบไรสักอย่างด้านหน้า นั้นก็หันมามองนางด้วยใบหน้านิ่ง
"1เหรียญทอง"หา 1เหรียญทอง ไม่แพงไปหน่อยหรอว่ะ นางมองเศษเงินที่มีแค่100เหรียญเงินซึ่งเท่ากับ1เหรียญทองพอดี จ่ายแค่ค่าผ่านทางก็หมดตัวแล้ว นางคร่ำครวญกับเงินนั้นอย่างเวทนา ใบหน้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด
"ข้าจ่ายให้เ้าเองแม่หนู"นางหันไปตามเสียงที่ด้านหลังก็ตาลุกวาว เจอกับชายชราผมขาว หนวดขาวนั้นที่มองนางด้วยใบหน้าอบอุ่น ยิ้มจนตาหยี
"ท่านาุโ ไม่ต้องลำบากหรอกเ้าคะ"ต่อให้นางดีใจแต่นางก็ยังมีความเกรงใจอยู่บ้างเพราะเราทั้งสองไม่ได้รู้จักกันเลยนะ
"ไม่เป็ไรข้าชอบช่วยเหลือ ดูแล้วเ้าคงเดินทางมาไกลสินะ"นางพยักหน้าตอบ เพราะเธอเข้าสังคมไม่ค่อยเก่ง จะเงียบๆเวลาอยู่กับคนอื่น เวลาอยู่คนเดียวก็จะอีกแบบ
"ขอคงข้ารบกวนท่านแล้ว"นางโค้งตัวลงเพื่อขอบคุณ ชายชราก็ลูบหนวดยิ้มรับ
ผ่านไป1เค่อ นางก็เข้าเมืองได้ทันทีเพราะได้รับความช่วยเหลือจากผู้าุโที่ไม่รู้คุยไรกับทหารพวกนั้นคงจะสนิทกันสินะ ท่านผู้นั้นต้องเป็คนใหญ่คนโตแน่เลย นางมองสำรวจชายชราด้วยความเป็สายลับย่อมต้องสำรวจเพื่อเก็บข้อมูล ระหว่างนางรอชายชราผู้นั้นอยู่นางก็มองไปรอบๆ อย่างสนใจ เพราะบ้านช่องมีแต่หลังใหญ่ทั้งนั้น
"แม่หนูเ้ารอข้ารึ เห็นไม่เดินไปไหนเลย"นางพยักหน้าแล้วโค้งตัวขอบคุณอีกครั้ง
"ข้าขอบพระคุณท่านมากที่ช่วยข้า"
"ไม่เป็ไรข้าแค่ถูกชะตากับเ้าแค่นั้นเองเล็กน้อย"ชายชรามองเด็กสาวอย่างรู้สึกทึ่งเพราะไม่คิดว่าอายุแค่นี้จะอยู่ระดับจอมปราชญ์ขั้นกลางแถมยังปกปิดลมปราณจนเขาแทบตรวจเกือบไม่เจอ ทั้งที่เขาอยู่ระดับสูงกว่านางหลายขั้น น่าสนใจ น่าสนใจ
"เอ่อ ถ้าข้าน้อยจะถามทางไปร้านอาหารหรือที่ขายอาหารอยู่ทางใดเ้าคะ"นางเอ่ยถามเพราะกินเนื้อย่างไฟั้แ่มาอยู่ร่างนี้แล้วก็เบื่อ อยากััรสชาติอื่นบ้าง
"หึหึ ข้ากำลังจะเดินทางไปโรงเตี้ยมพอดี มากับข้าสิแม่หนู"โอ้ดีเลย นางก็พยักหน้า
เดินมาประมาณ3กิโลก็ถึงโรงเตี้ยมใหญ่มีป้ายที่หน้าโรงเตี้ยมชื่อว่า จี้ แถมเป็โรงเตี้ยมที่น่าแพงพอดู นางหยุดกึกทันที ใครมันจะเข้าไปล่ะ เงินมีแค่100เหรียญเงินเองนะ ชายชราที่รับรู้ว่านางหยุดเพราะอะไรก็ขบขัน
"ไม่ต้องห่วงหรอกมื้อนี้ข้าเลี้ยง"
"ท่านาุโ ข้ารบกวนท่านมากไปแล้ว ท่านไม่ต้องช่วยข้าขนาดนี้ก็เ้าคะ ข้าเกรงใจ"ชายชราได้ยินก็ยิ้ม เขาถูกใจนัก แววตาที่เ็านั้นก็ยังคงมีความถ่อมตน
"เลี้ยงเ้าผู้เดียว ขนหน้าแข็งข้าไม่ร่วงหรอก มาสิ อย่าให้ผู้ใหญ่ต้องยืนนานข้าเมื่อย"นางจำใจรับอย่างฝืนๆเพราะสายตาชายชรานั้นแม้จะดูใจดีแต่เป็สายตาที่เหมือนผ่านรบราฆ่าฟันมาไม่ท้วน เห็นแล้วนางก็ขนลุก นางเดินตามหลังชายชราไปที่ชั้นสามสุด ที่มีเสี่ยวเอ้อมารับใช้อย่างนอบน้อม แถมยังดูสนิทสนมด้วย แถมเสี่ยวเอ้อยังเรียกชายชรานั้นว่านายท่านอีก กลิ่นมันแปลกๆแฮะ
"เชิญนั่งเถอะแม่หนู"ชายชราผายมือที่เก้าอี้ตรงข้ามเขาที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว เพราะนางไม่นั่งสักที
"จะดีหรือเ้าคะ ข้าขอแยกโต๊ะก็ได้"
"เชิญเถิด ข้าอยากมีเพื่อนร่วมทานด้วย ดูเหมือนเ้าอยากได้ข้อมูลในเมืองนี้ด้วยสินะ"ชายชรายิ้ม นางสะดุ้งเพราะนางคิดอยู่แล้วว่าถ้ากินข้าวเสร็จจะรีบหาข้อมูลก่อน
"เชิญๆเดี๋ยวอาหารเย็นชืดหมด"นางก็พยักหน้าเข้าใจแล้วลงมือทานอย่างสงบเสงี่ยมเพราะทานต่อหน้าผู้ใหญ่จึงไม่ค่อยกินมุมมามเท่าไหร่ ชายชราที่เห็นนางกูเกร็งต่อเขาก็ขบขัน
"ทานตามสบายของเ้าเถิด ข้าไม่ได้เ้าระเบียบขนาดนั้น"นางได้ยินก็ยิ้มในใจ
"งั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ"นางจับไก่นึ่งมาทั้งตัวก็กินทันที ว้าว อร่อยมาก อร่อยจริงๆ นางกวาดกินบนโต๊ะที่ชายชราคอยยื่นให้ตลอดแถมยังสั่งเพิ่มอีก
"เ้ากินเก่งจริงๆนะแม่หนู"ชายชราเอ่ยเพราะนางกินไปสองยกแล้ว ตัวเล็กนิดเดียวเอง
ทั้งสองทานอาหารกันเรียบร้อยก็พากินของหวานต่อแล้วก็ชวนกันคุยซึ่งจะเป็ชายชรามากกว่าที่คุยคนเดียวเพราะนางเล่นฟังไปเคี้ยวไปคล้ายกับฟังนิทาน
"ข้าลืมเอ่ยนาม ข้าจี้กงยุน หรือเรียกข้าว่า ท่านปู่จี้กงก็ได้"นางก็กระแอมไอเพราะนามสกุลจี้นั้นมันที่ป้ายหน้าโรงเตี้ยมนี้นี่น่า คิดไว้ไม่มีผิด
"ข้า ฮวาหลินเ้าคะ"
"เ้ามาทำอันใดหรือที่นี่"
"ข้าเดินทางมาหางานทำ เพราะข้าเหลือตัวคนเดียวครอบครัวเสียไปหมดสิ้นแล้ว"นางเอ่ย ชายชราได้ยินก็รู้สึกเห็นใจ นางยังเยาว์วัยนักที่ต้องมาเสียครอบครัวไปด้วยวัยเพียงเท่านี้คงลำบากไม่น้อย แต่ก็รู้สึกชื่นชมนางที่นางเป็คนเข้มแข็ง ดวงตาที่ไม่แสดงความรู้สึกนั้นอีก
"ท่านปู่จี้กง ข้าอยากทราบข้อมูลเมืองนี้ และที่ไหนพอจะมีงานให้ข้าทำบ้าง "
"เมืองนี้คือเมืองพยัคฆ์ดำ 1ใน5เมืองที่อยู่ในอณาจักรไพลิน อณาจักรเราขึ้นชื่อเื่แร่ ซึ่งจะมีแร่มากมายกว่าอณาจักรอื่น เมืองพยัคฆ์ดำจะมีแร่ที่เป็จำนวนมากก็แร่หยก"นางพยักหน้าเข้าใจ เพราะดูจากกำแพงที่หนาแน่นนั้นแล้วคงทำจากแร่
"ส่วนเื่งานนั้นขึ้นอยู่กับเ้าชอบทำแบบไหน มันมีงานหลากสาย"นางคิดตามท่านปู่จี้ดู นั่นสินางทำอะไรเป็ เพราะอยู่โลกเก่านางก็เป็สายลับ มาโลกนี้ก็ไม่อยากจะทำงานแบบนั้นอีก อยากลองทำงานแบบอื่นดูบ้าง
"ข้ามีดีที่ความจำ และทำงานหนักได้ เช่นล่าสัตว์ "ชายชราก็พยักหน้า
"เ้าลองไปสมัครสมาชิกล่าสัตว์ดูสิ สมาคมเปิดรับทุกวัน แต่ต้องมีกลุ่ม4คนเท่านั้นถึงจะออกล่าได้"
"แล้วการล่ามันเป็ยังไหรือท่านปู่จี้ จะได้เงินไหม"
"อืม ได้สิ หากเ้าล่าได้สีตว์อสูรสีแดง 20 ตัว ก็20เหรียญนิล ระดับต่อไปก็40 เหรียญนิล เพิ่มขึ้นที่ละสองเหรียญนิล"โอ้ เยอะจัง ถ้างั้นถ้าเราเอาสัตว์ที่เราล่าได้ไปขายล่ะ จะได้เท่าไหร่กันเชียว
"ท่านปู่จี้ แล้วถ้าเราล่าแล้วอยากขาย ที่ใดรับซื้อหรือ"
"แน่นอนต้องหอนกพิราบขาวเป็หอที่ให้ราคายุติธรรม และมีชื่อเสียงมากกว่าด้วย หากเ้าจะไปก็เดินไปถัดจากโรงเตี้ยมประมาณ20หลังก็เจอแล้ว เป็หอสีขาวทั้งหลัง"นางพยักหน้า ตอนนี้ข้ามีสัตว์อสูรตั้ง550ตัว จะได้เงินเท่าไหร่กันเชียว
"แล้วถ้าเราอยากซื้อบ้านละท่าน"ชายชรายกคิ้ว ก็เผยรอยยิ้ม ท่านยิ้มบ่อยไปนะ
"ไปที่จวนเ้าเมือง เพื่อขอซื้อได้เลย ซึ่งถัดจากหอนกพิราบไป5กิโล"
"ข้าคงต้องเดินทางแล้ว ขอบพระคุณสำหรับน้ำใจทานที่ให้ข้าน้อยนี้ ไว้มีโอกาสข้าจะตอบแทนท่านแน่นอน ข้าน้อยขอลา"นางโค้งตัว แล้วเดินออกไปเพราะนางต้องรีบแล้ว เดี๋ยวไม่มีที่นอนพอดี
หอนกพิราบขาว
"ยินต้อนรับคุณหนู ไม่ทราบว่าท่านมีเื่ใดที่จะติดต่อซื้อขายกับเรา"องครักษ์ประจำหอสองคน ด้านหน้าประดูเอ่ยขึ้นเพราะเห็นนางเดินเข้ามาหา
"อืม ข้ามาขาย"องครักษ์คนเดิมก็กล่าวต่อ
"เชิญท่านตามข้ามาขอรับ"นางเดินตามหลังชายร่างใหญ่เข้าไป ก็ต้องใเพราะภายในการตกแต่งสวยงามมาก แถมยังรูปภาพวาดเรียงรายชวนมอง ฝีมือจิตรกรท่านนี่คงฝีมือไม่เบา
"คุณหนูเชิญด้านในขอรับ"องครักษ์ผายมือไปที่ประตูสีเืนั้นที่มีลวดลายนกพิราบขาว นางก็พยักหน้าแล้วเปิดประตูเข้าไปก็พบกับผู้หญิงวัยกลางคนแต่ก็ยังคงงดงาม นางมองมาที่ฮวาหลินอย่างยิ้มแย้มสมหน้าแม่ค้า
"เชิญคุณหนู"นางผายมือมาให้นั่ง ฮวาหลินนั่งลงตามคำเชิญ นี่หรอที่ขายสัตว์อสูรจะไม่หรูเกินไปมั้ง เธอคาดหวังน้อยเกินไปสินะ หญิงวัยกลางคนมองนางแล้วจิบชาอย่างชิลๆ ท่าสง่างามดั่งราชินีนั่นทำเอาฮวาหลินมองแล้วขำนิดๆในใจ
"คุณหนูข้ามีนามว่า เยี่ยหยู ข้าเป็เ้าของหอนกพิราบแห่งนี้เอง"เยี่ยหยูเอ่ยแนะนำแก่ฮวาหลินที่เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดนางจึงตัดสินใจเอ่ยก่อน
"ข้า ฮวาหลิน"
"คุณหนูฮวาหลิน ท่านมีอันใดมาขายรึ"
"สัตว์อสูร"เยี่ยหยูยกคิ้วขึ้น เพราะเท่าที่องครักษ์บอกนางว่า คุณหนูผู้นี้มาตัวเปล่านี่
"ตามที่ข้าได้รับแจ้งว่าคุณหนูฮวาหลินมาตัวเปล่าไม่ใช่หรือ"ฮวาหลินได้ยินก็นึกว่าคนโลกนี้ไม่ใช่เก็บสัตว์อสูรไว้ในแหวนหรอกรึ
"มันอยู่ในนี้"ฮวาหลินชูแหวนสีทองให้ดู เยี่ยหยูก็เข้าใจทันที
"แล้วราคาของสัตว์อสูรขายยังไงบ้าง"ฮวาหลินถามออกไปเพราะเผื่อนางแบ่งขายถูก
"ถ้านับจากระดับนอกจากสีแดงก็ตก ตัวละ 50เหรียญทอง ส่วนระดับสีแดง 50เหรียญนิล สีแดงคราม 50เหรียญหยก สีส้ม50เหรียญแร่ สีรุ้ง 1000เหรียญเพชร เ้าคะ"ฮวาหลินได้ยินก็ตาโต คือมันแพงงมาก ราคาช่างสูงมาก ทำไมราคาต่างจากสมาคมล่าสัตว์ให้ล่ะ
"่ท่านเยี่ยหยูราคามันไม่สูงไปหรือ"เยี่ยหยูได้ยินก็ยกยิ้ม นางคงไม่เคยค้าขายสินะ
"ท่านไม่คงไม่ทราบว่าสัตว์อสูรระดับสีแดงขึ้นไปนั้นมันล่ายาก และไม่ค่อยมีใครไปล่า เมืองนี้เป็เมืองที่ร่ำรวยทุกจวน จึงมีนิสัยรอกินรอใช้อย่างเดียว คุณหนูคงเป็คนต่างเมืองสินะ "ฮวาหลินพยักหน้า จริงสินะ เพราะนางเดินผ่านจวนแต่ละหลังมีแต่หลังใหญ่ๆทั้งนั้น
"แต่จะมีสมาคมล่าสัตว์เท่านั้นที่เปิดให้เหล่าคนมักสนุกเพื่อล่าเล่นๆประชันฝีมือกัน หรือเอาไว้ยืดเสนยืดสาย พอได้มาก็เอามาขายให้ข้า ซึ่งที่ข้ารับซื้อเพราะต้องส่งไปให้ราชวงศ์ต่ออีกที "ฮวาหลินได้ยินก็คิดว่าหอพิราบขาวนี้คงเป็ของราชวงศ์แน่เลยเพื่อทำการค้าขายเข้าวังหลวง ที่แท้สมาคมล่าสัตว์นั้นไม่ใช่ของราชวงศ์จึงให้ราคาน้อยเท่าที่นางเข้าใจ
"งั้นข้าขอขายให้ท่าน 500ตัว"เยี่ยหยูได้ยินก็ตาโต เป็ไปได้อย่างที่คุณหนูผู้นี้จะมี500ตัว แถมยังอายุแค่นี้ ฮวาหลินที่เห็นสายตาของเยี่ยหยูมองมาก็เข้าใจทันทีว่า นางปล่อยไก่ซะแล้ว แต่คนผู้นี้คงไม่เอาไปแพร่ให้คนอื่นรู้ละมั้ง
"ทะ...ท่านกล่าวจริงหรือ"ฮวาหลินพยักหน้าตอบ
"เชิญท่านไปตรวจดู" นางยื่นแหวนให้อย่างไม่ปิดบัง เยี่ยหยูรับมาทันทีแล้วรีบเช็คดูปรากฎว่ามีจริงๆด้วย แถมเป็ระดับสีแดงขึ้นทุกตัว เยี่ยหยูแทบนั่งไม่ติด พรางมองไปที่ใบหน้าขาวเรียวด้านหน้าก็ขนลุก
"ท่านล่ามาคนเดียวหรือมีใครฝากท่านมา"
"ข้าคนเดียว ก็แค่สะสมเรื่อยๆน่ะ"เยี่ยหยูกุมขมับ เพราะฮวาหลินเล่นพูดหน้าตาเฉยเหมือนฆ่าหมูฆ่าแมวเล็กๆเท่านั้น
"คุณหนู ท่านช่างทำให้ข้าใจริงๆ เอาเป็ว่าท่านจะขายให้ข้า 500 ซึ่งมี สีแดง300ตัว สีคราม200ตัวหรือ"เยี่ยหยูเอ่ยเพราะส่วนใหญ่ที่เห็นผ่านๆเป็ระดับนี้ทั้งนั้นเลยไม่รู้ว่ามีระดับสีส้มอยู่ด้วย
"เอ่อ เอาสีส้มออกขายสองตัวด้วย"เยี่ยหยูทึ่งในตัวฮวาหลิน
"เ้าคะ สีแดงทั้งหมด300ตัว เป็จำนวน 1500เหรียญนิล สีคราม200ตัว 10000เหรียญหยก สีส้ม2ตัว 100เหรียญแร่ เ้าคะ"ฮวาหลินพยักหน้าอย่างดีใจ สมแล้วที่ฝ่าฟันแทบตายทั้งสองเดือน ได้ค่าตอบแทนซะเยอะเลย
"รอสักครูเ้าคะ ข้าขอไปถ่ายโอนสัตว์ในนี้ก่อนแล้วจะนำมาพร้อมเงินตราทั้งหมด"ฮวาหลินพยักหน้า รอไป1เค่อ เยี่ยหยูก็กลับมาพร้อมกล่องเล็กๆกล่องหนึ่ง
"นี่คือกล่องเงินตราทั้งงหมดเ้าคะ"ฮวาหลินเปิดออกก็เห็นว่ามันมีแหวนมิตสามวง กับแผ่นป้ายตรานกพิราบขาวเล็กเท่าสองนิ้วมือก็เงยหน้ามองเยี่ยหยูด้วยความสงสัย นางเห็นก็ยิ้มให้แล้วอธิบาย
"แหวนมิติสามวงนี้คือเหรียญเงินที่เเยกเป็ของแต่ระดับเ้าคะ ส่วนป้ายนกพิราบขาวนั้นคือป้ายลูกค้าพิเศษ เพราะถ้าใครได้ป้ายอันนี้จะมีส่วนลดในการซื้อของจากทางเราและจะสามารถเข้าร่วม การประมูลของใต้ดินหอพิราบอีกด้วยเ้าคะ ซึ่งการประมูลของหอพิราบเรามีเดือนละครั้งเท่านั้น ซึ่งท่านคงต้องรอเดือนถัดไปเพราะเดือนนี้ผ่านการประมูลมาแล้ว ซึ่งจะจัดทุกกลางเดือนเ้าคะ"ฮวาหลินพยักหน้าเข้าใจทันที แล้วจึงนำแหวนทั้งหมดนั้นลงเเหวนเดิมหลังจากตรวจหมดเรียบร้อยแล้ว เยี่ยหยูมองแหวนมิตินั้นอย่างอยากได้ เพราะน้อยมากที่จะใส่ของได้เยอะขนาดนั้น นางเป็ลูกเต้าใครกัน
"เอ้อ ท่านเยี่ยหยูท่านพอจะมีรถม้าเช่าไปจวนเ้าเมืองหรือไม่"ฮวาหลินเอ่ยถามเพราะนางจะไปซื้อบ้านเพราะ้าสร้างรากฐานไว้อนาคตข้างหน้านางไม่อยากอยู่แบบเร่ร่อนแบบนี้หรอก
"ไม่ต้องเช่าให้มากความ ท่านเป็ลูกค้าพิเศษสำหรับเรา เดี๋ยวข้าจะให้ลูกน้องของข้าไปส่งท่านเอง"ฮวาหลินก็ยกยิ้มั้แ่เข้าเมืองมานางโชคดีอะไรขนาดนี้นะ ก็ดีเหมือนกัน อยากให้มันราบรื่นแบบนี้ไปตลอดเลยละ
"ขอบคุณท่านเยี่ยหยูที่มีน้ำใจต่อข้า"
"ไม่เป็ไรคนกันเอง"นางยิ้ม
"เอ่อถ้าข้าจะหาคนที่เอาไว้คอยเฝ้าหน้าหอแบบท่านข้าต้องทำยังไง"เยี่ยหยูได้ยินก็เข้าใจทันที
"อ่อ ท่านหมายถึงทาสใช่หรือไม่"
"หือ มีทาสด้วยหรอ ไม่ใช้จ้างคนมาหรอกหรอ"
"ไม่หรอกเ้าคะ ที่ท่านเห็นสองคนด้านหน้าหอพิราบขาวเรานั้นแต่ก่อนพวกมันเป็ทาสที่ข้าซื้อมาต่างหาก"ฮวาหลินตาโตแต่ระดับของสองคนด้านหน้าแม้จะน้อยกว่าตนไม่คิดว่าจะเป็ทาส นึกว่าเป็ทหารรับจ้างสะอีก
"ถ้าท่าน้าทาสเชิญที่ร้านค้าทาสอยู่ใกล้ๆจวนเ้าเมือง1กิโลก็ถึงเ้าคะ"
"ค้าคนแบบนี้ ไม่ผิดกฎหมายหรือ"ฮวาหลินถามอย่างสงสัย
"มันก็มีผิดแต่ถ้าจดทะเบียนการค้าก็ไม่ผิดแล้ว แต่กฎของการค้าทาสคือห้ามนำทาสที่ไม่เต็มใจมาขายเด็ดหรือนำมาแบบผิดๆ ส่วนใหญ่ทาสร้านนั้นเป็ทาสจากตระกูลที่ล่มสลายหรือยากจนยอมมาเป็ทาสเพื่ออย่างน้อยถ้าไม่มีใครซื้อก็ยังมีข้าวแจกให้มันกินทุกวัน พวกมันเลยยอมเสียศักดิ์ศรีดีกว่าอดตาย"
"อืม อย่างนี้นี่เอง ข้าขอบใจท่านมากที่แนะให้ข้าหลายเื่เลย"
"ไม่เป็ไรเ้าคะ ข้ายินดีเสมอ"
"งั้นข้าคงขอตัวลาท่านแล้ว ไว้โอกาสหน้าข้าจะมาใหม่"ฮวาหลินลุกขึ้นโค้งกายลง เยี่ยหยูก็ยิ้มและโค้งตอบเพราะนางคือลูกค้า
"เดินทางปลอดภัยเ้าคะ รถม้าด้านหน้ารอท่านแล้ว"ฮวาหลินยกคิ้วขึ้นนางเอาเวลาไหนไปสั่ง ทั้งที่นั่งกับเราแท้ๆ ฮวาหลินเดินออกจากหอพิราบก็มีรถม้าใหญ่ที่มีชายร่างโตที่มีสัญลักษณ์สักไว้ที่ข้อมือเพื่อบ่งบอกว่าเป็คนของหอนกพิราบนี้ ซึ่งนางก็เห็นขององครักษ์ด้านหนา้สองคนนั้นด้วย ความคิดดีจัง นางอยากทำมั้ง
"เชิญขอรับคุณหนู"ฮวาหลินพยักหน้าก็ขึ้นรถม้าทันที ตลอดทางนางมองข้างทางจนพลอยหลับไปง่ายๆเพราะกว่าจะถึงจวนเ้าเมืองก็ตั้ง5กิโล