พรานปักมีดลงบนขาอ่อนนายไพฑูรย์เต็มแรง "โอ๊ยยยยยยย อย่าทำผมเลยครับ โอยยยยย" นายไพฑูรย์ร้องลั่น "มีใครเกี่ยวข้องบ้างกับเื่สองผัวเมียนั่น ถ้าเล่นลิ้นวกไปวนมาอีก คราวนี้ปาดกระเดือก" พรานกัดฟันพูดออกมาด้วยความแค้นเคือง "มี ๆ เลขานุกูลกับคุณพิชาญครับ มีแค่นี้แหละครับ โอยยยยยย" นายไพฑูรย์ตอบอย่างเร็ว พรานหันไปทางนายอำนาจ "เดี๋ยวผมจัดการไอ้สวะตัวนี้ก่อน แล้วผมจะส่งคุณกลับไปที่แปลงผักนะครับ" นายอำนาจพยักหน้ารับในคำที่พรานบอก นายไพฑูรย์ทำหน้าเลิ่กลั่กด้วยความกลัว พรานเอาผ้าอุดปากนายไพฑูรย์แล้วลากคอกลับไปขึ้นรถ เขาขับรถออกไปในเส้นทางที่เปลี่ยวไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่าน จัดการลากนายไพฑูรย์ลงจากรถแล้วปาดคอทิ้งข้างทาง
"ไอ้สารวัตรนั่นมันก็สารภาพแล้วนี่หว่าว่ามีใครบ้าง ทำไมมึงไม่พาพวกบุกไปรวบตัวเลยวะ" หมอทหารถามขุนด้วยความสงสัย "มึงคิดว่าไอ้ตำรวจชั่วนั่นมันพูดความจริงหรือวะ" ขุนถามกลับ "แล้วทำไมมึงถึงคิดว่ามันโกหก" หมอทหารแคลงใจในความคิดของเพื่อน ขุนก็ถอนหายใจส่ายหน้าไปมา "ก็คนที่มันพูดถึงไงล่ะ คนอื่นกูเชื่อว่าใช่แต่อีกสองคนกูไม่เชื่อ อย่างเสธ.ปรเมศวร์ ซึ่งกูรู็จักเป็อย่างดีว่าท่านเป็คนแบบไหน อีกคนคือท่านรอง ผบ.ตร.ชัยยศ อาแท้ๆของมันผู้ที่เป็ตำรวจตงฉินมาตลอดชีวิต แกเคยบุกจับกุมพี่ชายแท้ๆของตัวเอง ในคดีค้ามนุษย์และค้าอาวุธเถื่อน เป็พ่อของไอ้ตำรวจเลวนั่น มันคงแค้นที่อามันจับพ่อมันส่งเข้าคุก มันก็เลยใส่ร้ายแต่มันไม่เคยรู้ตัวเลยว่า พวกนายอำนวยกำลังตามเก็บมันตามใบสั่งของนายมันเอง" ขุนตอบเพื่อนก่อนที่จะเดินเข้าไปในงานศพป้าแก้ว ตรงเข้าไปหาชัยที่นั่งรวมอยู่กับกลุ่มผู้หญิงอีกสี่คนคือ จุ๋ม กระแต วิภาและอาหมวย หมอทหารเดินตามเข้ามานั่งข้างๆ พระก็เริ่มสวดพระอภิธรรมไปจนจบทุกบทที่สวดงานศพ แขกที่มางานก็ทะยอยกลับบ้านกันหมด คงเหลือแต่กลุ่มของพวกเขาที่นั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อย พรานพาณิชาเดินเข้ามาแล้วตรงดิ่งไปไหว้ศพ ก่อนที่จะมานั่งร่วมเสวนาด้วย วิภามองพรานแล้วมองณิชาด้วยแววตาที่ไม่เป็สุขนัก แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดหรือมีท่าทีอะไรออกมา "ไอ้เสี่ยนั่นล่ะวะพราน" ชัยถาม "ตายแล้ว" พรานตอบสั้นๆชัยก็ไม่ถามอะไรอีก ขุนมองหน้าพรานกับณิชา แล้วเหลือบไปมองวิภาที่นั่งอึดอัดใจอยู่ แต่ขุนก็ไม่ได้พูดอะไรในเื่นั้น กลับถามอย่างเป็งานเป็การ "มันคงคายความลับอะไรออกมาก่อนมันจะตาย ใช่หรือเปล่าวะ" พรานพยักหน้า "เดี๋ยวกูจะเล่าให้มึงสองคนฟังอีกที" เป็คำตอบที่ขุนกับชัยเข้าใจดี ว่าไม่ควรให้ใครรู้กันมากนัก จึงเปลี่ยนเื่คุยกันไปตามปกติธรรมดาทั่วไป พรานสะกิดวิภากับณิชาให้เดินตามออกไปข้างนอก "มีอะไรหรือคะ" วิภาถามเสียงปกติทั้งที่ในใจไม่ปกติ "ผมมีเื่จะบอกกับคุณสองคน ถ้าคุณรับได้ผมก็โอเค แต่ถ้ารับไม่ได้ผมก็ต้องขอโทษในเื่ที่ผ่าน แล้วผมจะเป็ฝ่ายไปเองครับ" พรานพูดออกไปตรงๆตามที่ใจอยากพูด สองสาวถึงกับอึ้งในคำพูดของเขา "คุณจะพูดอะไรคะ แล้วทำไมคิดว่าจะรับไม่ได้ด้วย ผู้ชายมีเมียสองคนมันเป็เื่ปกติค่ะ ขอเพียงแค่ให้ความสำคัญเท่าเทียมกันก็พอใจแล้วค่ะ" วิภาตอบเสียงสั่นสีหน้าไม่สู้ดีนัก ณิชาก็พยักหน้าเห็นด้วยกับวิภา "ผมอยากจะบอกว่าผมต้องรับผิดชอบผู้หญิงสามคนรวมคุณสองคนด้วย อีกคนเธอชื่อปรางคุณสองคนคิดว่ายังไง เื่ลำเอียงไม่มีในใจผมอย่างแน่นอนครับ" ณิชาไม่พูดอะไรพยักหน้ารับเหมือนเคย วิภาก็เช่นกันพยักหน้ารับ "ภาเชื่อคุณค่ะ ขอเพียงคุณไม่ทิ้งไปก็พอ" พรานถอนหายใจอย่างโล่งอก "รับผิดชอบหมวยอีกคนได้หรือเปล่าคะ" อาหมวยแอบเดินตามมาั้แ่แรก เธอยืนแอบฟังอยู่ก็ถามบ้าง พรานหันไปตามเสียงนั้นแ้ลวตอบออกไปเสียงราบเรียบ "สำหรับหมวย พี่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้วครับ" อาหมวยส่ายหน้า "แต่ต้องไปใช่รับผิดชอบเพราะ หมวยเป็ลูกของแม่นะคะ หมวยไม่้าเป็ลูก หมวย้าเป็อย่างอื่น" คำพูดของเธอทำให้คนทั้งสามอึ้งเงียบไป พรานมองหน้าวิภาและณิชาสลับกันไปมา ไม่รู้จะพูดอย่างไรโต้ตอบกลับไป วิภาก็พูดไม่ออกและรู้สึกอายจนหน้าชา "ความจริงหมวยก็ไม่ใช่ลูกของแม่อยู่แล้วนี่คะ ทำไมต้องทำหน้าเหมือนผิดศิลธรรมกันด้วย" เธอพูดต่อยิ่งเพิ่มความอึดอัดใจให้คนทั้งสามมากขึ้น "เอาอย่างนี้ดีมั้ย รอให้หมวยอายุเกินสิบแปดก่อน แล้วเราค่อยคุยกันใหม่" พรานพูดหาทางออกแบบขอไปทีเพื่อให้ผ่านพ้นไปก่อน วิภาก็เลยต้องพูดตามน้ำไปอีกคน "ใช่ๆ หมวยต้องอายุครบสิบแปดก่อนดีกว่า ถ้าเกิดมีอะไรตอนนี้คุณพรานอาจจะต้องติดคุกหลายปีเลยนะ" อาหมวยได้ยินเสียงของวิภาพูดแบบนั้น ก็เข้าใจว่าวิภาอนุญาตเธอก็เดินเข้าไปกอดพราน "แต่ถ้ากอดๆจูบๆก็ไม่ติดคุกไม่ใช่หรือคะ" พรานทำอะไรไม่ถูกก็กอดตอบเธอเบาๆ หมอทหารยืนอยู่ตรงมุมมืดเห็นและได้ยินโดยตลอด ก็ถอนหายใจเหมือนจะเหนื่อยแทน
ข่าวด่วนแพร่ภาพทางทีวีถึงเื่การตายจองนายไพฑูรย์ เลขานุกูลโทรตามทุกคนให้ไปรวมตัวที่บริษัทของนายอำนวย ยกเว้น ส.ส.พิชาญ พล.อ.อภิชาติ และ พล.ต.อ.อภิชัย นอกนั้นมาครบหมดทุกคน โต๊ะริมสระน้ำประกอบไปด้วยเลขานุกูล นายอำนวย ผู้กำกับชาติชาย รองผู้กำกับเทิดศักดิ์ และผู้กองเชษ อีกโต๊ะเป็พวกมือปืนที่นายอำนวยจ้างมาและลูกน้องคนสนิท มีชาติ มหาชัย , ลม ลุยลาย , เทิด ภูไท , เล็ก ลำตะคอง , สังข์ ทุ่งสง และยอด ยางหย่อง ที่คอยนั่งประดับบารมีให้นายอำนวย "เทิดศักดิ์ คุณลองบอกอีกทีสิว่า ไอ้คนที่สังหารคุณไพฑูรย์ มันประกาศชื่อว่าอะไร" เลขานุกูลบอกให้รองผู้กำกับเทิดศักดิ์พูดออกมา "มันบอกว่ามันชื่อ พราน พรหมเมศ มีใครรู้จักบ้างครับ" ทุกคนส่ายหัวนายอำนวยหันไปถามพวกลูกน้องที่นั่งอีกโต๊ะ "พวกมึงมีใครรู้จักไอ้พราน พรหมเมศ บางหรือเปล่า" ทั้งหมดส่ายหน้าแทบจะพร้อมกัน นายอำนวยถอนหายใจแล้วหันกลับมา "ถ้าพวกในวงการมือปืนหรือนักเลงไม่มีใครรู้จัก ผมว่ามันต้องเป็พวกของทางการลับส่งออกมาแน่ๆ ท่านเลขาไม่ลองขอให้ทางผู้ใหญ่ในกรมช่วยสืบให้ล่ะครับ" เลขานุกูลพยักหน้า "แจ้งไปแล้ว แต่คงต้องรอสักพัก ฉะนั้น่นี้ขอให้หยุดเื่ราวทั้งหมดก่อน อยู่กันอย่างนิ่งๆรอฟังข่าวให้ชัดเจน ถ้ารู้ว่ามาจากไหนแล้วค่อยวางแผนกันอีกที แต่ถ้าเจอพวกมันก็ไม่ต้องรอข่าว ฆ่าทิ้งทันที" เลขานุกูลบอกเชิงออกคำสั่งไปในตัว นายอำนวยนั่งมองแก้วเหล้านิ่ง แล้วเหลือบตาขึ้นมองหน้าเลขานุกูล "ผมว่าแทนที่จะอยู่นิ่งๆ เราควรสืบหาเื่ทองแท่ง กับแม่พิมพ์แบงก์ดีกว่านะครับ ดีกว่าอยู่เปล่าๆ" การสนทนาค่อนข้างตึงเครียด เพราะหุ้นส่วนคนสำคัญตายไปแล้วหนึ่ง สารวัตรไชยยันต์ก็หายสาบสูญไปด้วยอีกคน เลขานุกูลนั่งคิดเพียงครู่ก็เอ่ยปากถาม "เื่ทองแท่งผมก็คิดว่าน่าจะลองสืบดู แต่เื่แม่พิมพ์แบงก์นี่สิ ตอนนี้กระดาษโดนเผาไปหมดแล้วไม่ใช่หรือคุณอำนวย" นายอำนวยยิ้มตอบคำถามของเลขานุกูล "ที่พวกนั้นเผาเป็กระดาษเอกสารทั่วไป มีกระดาษพิมพ์แบงก์นิดหน่อยที่วางอยู่ในกองนั้น พวกมันจะได้คิดว่าเผาทิ้งหมดแล้ว เพราะกระดาษจริงผมเก็บไว้ที่นี่ อยู่ในโรงไม้สักของผมนี่แหละครับท่านเลขา" คำบอกเล่าของนายอำนวยทำให้เลขานุกูลยิ้มออกมาได้ "ถ้าอย่างนั้นสืบทั้งหมด รวมถึงไอ้พวกนั้นด้วยว่ามันกบดานอยู่ที่ไหนกัน พวกคุณก็ใช้ความเป็ตำรวจ ขอดูกล้องวงจรของแต่ละที่ดู พื้นที่การตามล่าพวกมันจะได้แคบลง" นายตำรวจทั้งสามนายก็ตกปากรับคำพร้อมกัน
พรานเป็ห่วงว่าคนในแปลงผักจะเดือดร้อน จึงเข้าไปเอาเงินในตู้เซฟของนายอำนาจ ซื้อบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่แถวชะอำ ซึ่งพ้นจากอิทธิพลของนายอำนาย แล้วพานายอำนายกับเมียรวมทั้งปรางย้ายไปอยู่ที่นั่น "ปรางไปกับคุณด้วยได้หรือเปล่าคะ จะให้อุดอู้อยู่แต่ในบ้านปรางคงเครียดมาก เผลอเดินออกไปข้างนอกเกรงว่าจะเจอกับพวกของพวกนั้น" พรานไม่ตอบคำถามของปราง เขามองไปทางนายอำนาจและเมียขอความเห็น คนทั้งสองพยักหน้าอนุญาต พรานก็รับปรางว่าจะพาเธอไปด้วย เมื่อจัดแจงทุกอย่างจนลงตัวเสร็จสรรพแล้ว เธอกับเขาก็พากันเดินทางกลับเข้ากรุงเทพ ชัยพาผู้หญิงทั้งหมดไปพักที่บ้านเช่าที่เขาเช่าไว้ มีจุ๋ม อิ๋ว วิภา อาหมวยและณิชา ขุนต้องไปพบกับผู้บังคับบัญชาการตามที่โทรสั่งให้ไปพบ กระแตก็ขอตามไปด้วยอ้างว่าจะไปพักอยู่กับพ่อของเธอ
ขุนเข้าไปพบกับผู้บังคับบัญชาการอย่างเงียบๆ "สวัสดีครับท่าน" เขาทักทายก่อน "สวัสดีสิงขร ที่ผมนัดมาวันนี้ก็เพื่อจะให้คุณพบใครคนหนึ่ง" ... "ใครครับท่าน" ไม่มีเสียงตอบแต่พยักหน้าให้เขาเดินตามเข้าไปอีกห้องหนึ่ง เสธ.ปรเมศวร์ ธรณินทร์ภักดี ซึ่งเป็คนที่เขารู้จักและค่อนข้างคุ้นเคย แต่เขาก็แปลกใจว่าทำไมถึงต้องมาพบกับ เสธ.ทหารคนนี้ด้วย "สวัสดี ขุน สิงขร" เสธ.ปรเมศวร์ทักทายอย่างเป็กันเอง "สวัสดีครับเสธ." เสธ.ทหารยิ้มให้ก่อนที่จะพูด "วันนี้ผมจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคนที่คอยส่งข่าวให้คุณ และเคยสกัดคนที่ตามล่าคุณ ตอนที่คุณไปเอาแม่พิมพ์แบงค์กับเพื่อนอีกสองคน จึงทำให้คุณเข้าไปเอาแม่พิมพ์แบงค์มาเก็บไว้ได้อย่างราบรื่น" ขุนยืนคิดอย่างไม่เข้าใจ เพราะเขาแทบไม่เคยประสบกับเหตุการณ์อะไรเลย ่ที่อิ๋วพาเขาไปห้องเช่าของนายบรรจง แล้วก็เอาแม่พิมพ์มาเก็บไว้ได้ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าแม่พิมพ์นั้นอยู่กับเขา แต่เสธ.ทหารคนนี้กลับรู้ว่าเขาเข้าไปเอามาได้อย่างราบรื่น "เอ่อ ผมยังไม่เข้าใจในเื่ที่เสธ.พูดครับ" เขาพูดบ่ายเบี่ยงอย่างไม่น่าเกลียดเท่าไหร่ "ผมเป็หัวหน้าหน่วยข่าวกรองในภารกิจนี้ และผมก็ส่งคนที่ผมไว้ใจที่สุดไปทำงานคอยสืบเื่ต่างๆ คอยแอบชี้ทางให้พวกคุณอย่างลับๆ เพื่อให้คุณแกะรอยได้ง่ายขึ้น คุณเองก็รู้จักเขาและเขาก็รู้จักคุณเช่นกัน ที่เรียกตัวคุณมาวันนี้ ก็เพื่อจะเปิดตัวคุณทั้งสองให้ได้รู้จักกันมากขึ้น คุณพร้อมที่จะเจอเขาหรือเปล่า" เสธ.ทหารถามไปตามารยาท เพราะถึงยังไงวันนี้ก็ต้องเปิดตัวคนทั้งสองอยู่แล้ว "พร้อมแล้วครับผม" เสธ.ปรเมศวร์หันไปทางประตูเล็กๆภายในห้อง "ออกมาได้แล้ว" ..แกร๊ก.. ประตูห้องนั้นเปิดออกก็มีคนก้าวออกมาจากห้องนั้น ขุนมองเห็นคนที่เดินออกมาถึงกับทำหน้า..งง..อย่างแรง...
โปรดติดตามตอนต่อไป ( ตอนที่ 22 )
.