พริบตาเดียว เขาก็สะกดความคิดลงไปนวดคลึงกลางหว่างคิ้ว เอ่ยเสียงต่ำ“ช่างเถอะ ข้าจะไม่พูดเรื่องนี้กับเจ้าแล้ว เสี่ยวหลินซื่อเป็นลูกสะใภ้ที่เจ้าเลือกให้จ้งเอ๋อร์ตอนนั้นและยามนี้นางทำให้จวนสกุลหยวนทั้งสกุลยุ่งเหยิงวุ่นวาย แล้วยังคลอดเด็กหายนะอย่างหยวนหยางฮุยออกมาวันนี้เจ้าเขียนหนังสือหย่าให้ข้า แล้วเอานางออกไปจากจวนสกุลหยวนเสีย!”
ทันทีที่คำพูดถูกเอ่ยออกมาผู้อาวุโสหยวนมู่ได้ยินเสียงถ้วยกระเบื้องกระทบกับพื้นนอกประตูดังเคร้งตอนนี้ผู้คนด้านนอกรู้สึกสิ้นหวังราวกับหัวใจจะแตกสลาย
“ใครอยู่ด้านนอกน่ะ?”
แม้นายหญิงผู้เฒ่าจะกล้ากระทำบุ่มบ่ามต่อหน้าผู้อาวุโสหยวนมู่แต่ไม่ได้หมายความว่านางจะยอมให้ผู้อื่นเห็น รีบขยับตัวลุกขึ้นในพลันไม่เหลือท่าทางสั่นเทาเมื่อครู่อีก
“ท่านพ่อ ท่านแม่ เป็นสะใภ้เองเจ้าค่ะ”
เสียงนายหญิงใหญ่ดังมาจากด้านนอกน้ำเสียงยังคงราบเรียบมั่นคง ราวกับไม่ใช่นางที่พึ่งจะพลั้งมือทำถ้วยชาแตกไป
หากเป็นในสถานการณ์อื่นผู้อาวุโสหยวนมู่คงจะชื่นชมในความเยือกเย็นของนายหญิงใหญ่แต่น่าเสียดายที่เขาตัดสินใจแล้ว
เรื่องราวต่างๆ ในอดีตเรียงร้อยเข้าด้วยกัน จนทำให้ผู้อาวุโสหยวนมู่รู้สึกสำนึกเสียใจ
ในตอนแรกหลินซื่อไม่ใช่คนที่เขาอยากแต่งเข้ามาแต่เป็นภรรยาเดิมที่ล้มป่วยเกินเยียวยา นางกังวลว่าเขาจะเป็นหม้ายอยู่อย่างเดียวดายบนโลกจึงฝากฝังสหายสนิทที่สุดของตนไว้กับเขา ตอนนั้นเขาเพียงต้องการทำตามความปรารถนาของภรรยาเดิมจึงได้ตอบตกลง
เดิมทีเขาอยากเคารพกันและกันเสมือนแขกไปตลอดชีวิตรู้ว่าหลินซื่อคนนี้มองการณ์ไม่ไกล ใจแค่อยากไต่เต้าด้วยถูกใจความร่ำรวยมั่งคั่งของสกุลหยวน เขาก็วางแผนจะมอบให้นางทั้งหมดตราบใดที่นางยังซื่อสัตย์ ก็ช่างมันเสียปะไร
คาดไม่ถึงว่าธาตุแท้ของหลินซื่อจะเปิดเผยออกมาหลังจากแต่งงานในตอนนั้นผู้อาวุโสหยวนมู่หมดอาลัยตายอยากเพราะภรรยาป่วยตายดื่มเหล้าคลายทุกข์ตลอดทั้งวัน นางเลยสวมอาภรณ์ของภรรยาที่จากไป เข้าหาตนเงียบๆพลาดพลั้งคราเดียว ถึงมีเจ้าสองและเจ้าสามออกมา
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาหลีกเลี่ยงจวนสกุลหยวนขนาดนี้และนับแต่นั้นมาเขาก็ไปก่อตั้งสถานศึกษาอยู่ในที่ไกลแสนไกลคนเดียวไม่ค่อยกลับมาอีก
ตอนแรกเขาพาบุตรชายคนโตที่เกิดแก่ภรรยาเดิมไปเลี้ยงดูข้างกายด้วยภายหลังบุตรชายคนโตตกหลุมรักกับเฉินซื่อ บุตรสาวจากครอบครัวฐานะยากจนในสถานศึกษาเขาก็มิได้ห้ามปราม กระทั่งไปมอบสินสอดทองหมั้นแก่ครอบครัวยากจน สู่ขอสตรีผู้นี้ให้เป็นภรรยาคนแรกของบุตรชายคนโตด้วยตนเอง
ต่อมาลูกสะใภ้คนโตตั้งครรภ์ บุตรชายคนโตก็เริ่มเข้าเมืองหลวงไปสอบจิ้นซื่อทนปล่อยนางลำบากระหว่างเดินทางไม่ลง จึงทิ้งนางไว้ดูแลครรภ์ที่จวนสกุลหยวนกล่าวว่าจะมารับนางกลับไปหลังจากสอบติด
แต่เรื่องก็เกิดในจวนสกุลหยวนลูกสะใภ้คนโตดันแท้ง หลังท่านหมอวินิจฉัย บอกว่าเฉินซื่ออาจกลายเป็นหมันแล้ว เมื่อหลินซื่อได้ยินข่าวนางไม่เพียงไม่เสียใจ แต่กลับลุกขึ้นวิ่งเต้น รีบบังคับให้เฉินซื่อหย่าทันทีและให้หลานสาวห่างๆจนแทบจะไม่เกี่ยวข้องกันของตนเองมาแต่งงานกับบุตรชายคนโตที่อนาคตสดใสแทน
ตอนนั้นผู้อาวุโสหยวนมู่กำลังยุ่งหัวหมุนกับเรื่องในราชสำนักจึงละเลยไปชั่วขณะ จนหลินซื่อเกือบทำสำเร็จ
และเพราะเหตุการณ์นี้ รวมทั้งเรื่องราววุ่นวายซับซ้อนหลายอย่างบุตรชายคนโตเลยเอาใจออกหากสกุลหยวนถึงขึ้นแตกหักกับคนสกุลหยวนโดยสมบูรณ์ในท้ายที่สุด
ผู้อาวุโสหยวนมู่โดนกระทบกระทั่งจากเรื่องนี้ก็ยิ่งไม่อยากกลับจวนขึ้นไปอีก หากไม่ใช่เพราะต้องคอยค้ำจุนจวนสกุลหยวนเขาคงออกจากสกุลไปแล้ว
สุดท้ายหลินซื่อยังเป็นคนเลอะเลือนเห็นว่าหมั้นหลานสาวให้นายท่านใหญ่สกุลหยวนไม่สำเร็จก็ให้นางแต่งงานกับบุตรชายคนโตของตนเอง เรียกเสียไพเราะว่าเป็นการสานต่อบุพเพสันนิวาส
หลานสาวของหลินซื่อคนนี้ตอนนี้ก็คือนายหญิงใหญ่หลินซื่อ
ยามนั้นผู้อาวุโสหยวนมู่ยิ้มเยาะรู้สึกเพียงว่าสมควรแล้ว หลินซื่อคนนี้เป็นบ่อเกิดความวุ่นวายนางอยากทำลายบุตรชายตัวเองก็ตามใจ เลยไม่เคยเข้าไปยุ่ง มานึกย้อนตอนนี้กลับรู้สึกเสียใจสุดซึ้งหากเขาจัดการตั้งแต่ปีนั้น เรื่องคงจะไม่เป็นอย่างทุกวันนี้กระมัง?
เขามิอาจพูดสิ่งที่อยู่ในใจของตนแต่นายหญิงใหญ่สร้างความโกลาหลในจวนสกุลหยวน และบังคับเด็กสาว อาย่วนให้กลายเป็นเช่นนี้ เขามีส่วนผิดจริงๆ
แม้เขาสงบลงหลังเวลาผ่านไปรู้ว่านี่คือสิ่งที่อาย่วนอยากให้เขาเห็น แต่เขาก็ยังเต็มไปด้วยความเกลียดชังและดูถูกนายหญิงใหญ่อยู่ดี
เขาไม่มีความรู้สึกดีๆมอบให้แก่สกุลหลินสักเสี้ยว จะบอกว่าเขาเห็นแก่ตัว จะบอกว่าเขาเลือดเย็นก็ช่างเขาไม่อยากไว้หน้าหลินซื่ออีกต่อไปแล้ว
แม้นายหญิงใหญ่จะให้กำเนิดบุตรแก่บ้านใหญ่สกุลหยวนถึงสองคนและดูแลจวนสกุลหยวนอย่างเหน็ดเหนื่อยมาเป็นเวลานานหลายปี
แต่นางก็ตักตวงทรัพย์สมบัติไปไม่รู้ตั้งเท่าไรเช่นกันตอนนี้นางกับหยวนหยางฮุยจองเวรกันราวกับกรรมตามสนอง หยวนมู่กลับไม่ต้องการให้ตระกูลอันดีงามของตนโดนลากไปเอี่ยวด้วย
ในใจใคร่ครวญหลายตลบแต่ดวงตาของผู้อาวุโสกลับเยียบเย็นยิ่งนัก
เขาไม่หันศีรษะไปมองนายหญิงผู้เฒ่าหลินที่หัวอ่อนข้างกายตนเองเพียงเอ่ยเสียงเบา “ในจวนนี้จะมีคนแซ่หลินได้เพียงคนเดียว หากเจ้ายังอยากเป็นนายหญิงผู้เฒ่าอยู่ที่นี่ดีๆเจ้าคงรู้ว่าต้องทำเช่นไร”
หยวนมู่จะไม่รู้ได้อย่างไรว่านายหญิงผู้เฒ่าหลินคิดอะไรอยู่?
นางเห็นแก่ตัวเป็นที่สุดในอดีตนางดูแลนายหญิงใหญ่เป็นพิเศษเพราะมาจากต้นตระกูลเดียวกันกับนางแต่เมื่อใดที่สถานการณ์โยงมาถึงตนเอง นางย่อมทอดทิ้งนายหญิงใหญ่อย่างแน่นอน
ผู้อาวุโสหยวนมู่ไม่ได้ถามนายหญิงใหญ่ว่าหาหยวนหยางฮุยพบหรือไม่นั่นหมายความว่าเขาตัดสินใจไปแล้ว ไม่ว่าจะตามทายาทคนก่อนกลับมาได้หรือไม่เขาล้วนไม่ใส่ใจอีกต่อไป
เขาตัดสินใจแล้วว่าไม่ต้องการลูกสะใภ้คนนี้และไม่เอาบุตรชายของนาง หยวนหยางฮุย
สำหรับหยวนอีเฉี่ยวเด็กสาวที่รีบร้อนไปรัดเท้าด้วยตนเอง เขารู้สึกผิดหวังอย่างถึงที่สุด ไม่เก็บมาใส่ใจแล้วเช่นกัน
ยิ่งกว่านั้น แม้มารดาจะหย่า จวนสกุลหยวนก็ยังดูแลนางต่อไปได้จึงไม่จำเป็นต้องกังวล
ข่าวที่ว่านายหญิงใหญ่โดนหย่าแพร่ไปทั่วจวนสกุลหยวนเพียงชั่วข้ามคืน
นายหญิงรองมีความสุขกับข่าวนี้ที่สุด
คดีส่วนตัวระหว่างนางกับนายหญิงใหญ่มีมากมายหากเป็นไปได้ นางก็อยากพูดเรื่องนายหญิงใหญ่ผสมปรอทลงในเครื่องประดับของนางทำลายร่างกายนาง และตัดหนทางสืบสกุลของนาง
แต่นางยังมีจุดอ่อนอย่างหนึ่งอยู่ในกำมือนายหญิงใหญ่นางจึงไม่กล้าบุ่มบ่ามนัก
นายหญิงรองคิดว่าไม่มีใครทราบเรื่องนี้หารู้ไม่ฝาแฝดทั้งสองต่างรู้ว่านางกับนายหญิงใหญ่ร่วมมือกันทำอะไรตั้งแต่วันที่เจินเจินกับอ้ายอ้ายพยายามล่อลวงนางแล้ว
นายหญิงรองมีชนักติดหลังเลยไม่ได้ก่อเรื่องส่วนบ้านสามก็ใช้ผ้าประดับและโคมไฟหลากสีสันบรรยายความปีติยินดี
นายหญิงสามเกลียดนายหญิงใหญ่ยิ่งนักถูกกดขี่ข่มเหงมานานหลายปี ในที่สุดวันที่นายหญิงใหญ่ถูกทอดทิ้งก็มาถึง นายหญิงสามจึงแทบจะจุดพลุฉลอง
เมื่อข่าวมาถึงเรือนเยี่ยนเจาเจาเจาเจากำลังนอนอยู่บนตักของหนานหมิงเหอ ยืนกรานให้หนานหมิงเหอเช็ดผมเปียกชื้นให้ตนเอง
พี่ชายรองเป็น “เทพผู้ตอบรับทุกคำขอ” เวลานี้จึงแค่เอนตัวไปจัดปกคอเสื้อเยี่ยนเจาเจาให้เรียบร้อยแล้วรับผ้าขนหนูแห้งจากมือหงซิ่วมาเช็ดผมของเยี่ยนเจาเจาทีละนิดๆ
มือเขามักจะอุ่นอยู่เสมอเยี่ยนเจาเจากำลังสะลึมสะลือภายใต้สัมผัสของเขากลับเห็นหลานเล่อวิ่งพรวดพราดเข้ามา และขยิบตาดูลึกลับชอบกล
“คุณหนู คุณชายผู้อาวุโสหยวนมู่ต้องการให้นายหญิงผู้เฒ่าหย่านายหญิงใหญ่ตอนนี้นายหญิงผู้เฒ่ากำลังเขียนหนังสือหย่าร้างบอกว่าจะส่งนายหญิงใหญ่และหนังสือหย่าร้างกลับสกุลหลินวันพรุ่งนี้ขอรับ”
ในต้าซี ฐานะของสตรีสูงขึ้นมากปัจจุบันการเลิกราระหว่างคู่สมรสไม่ใช่บุรุษหย่าร้างละทิ้งสตรีแต่เป็นการเห็นพ้องต้องกันทั้งสองฝ่าย
การหย่าทิ้งเช่นนี้จึงเป็นความอัปยศอดสูสำหรับสตรีและบ้านเดิมของนางหากไม่ใช่หนังสือหย่าที่นายหญิงผู้เฒ่าร่างด้วยตนเอง สกุลหลินก็จะเหลือศักดิ์ศรีมาพูดคุยที่จวนสกุลหยวน
ดูท่าผู้อาวุโสหยวนมู่จะเลือกวิธีการที่หยาบคายที่สุดจนพอมองออกว่าผู้อาวุโสหยวนมู่แค้นหลินซื่อฝังหุ่น
ช่วงเวลานี้เองที่เยี่ยนเจาเจาอดคาดการณ์ไม่ได้ว่าเพราะผู้อาวุโสหยวนมู่กับนายหญิงผู้เฒ่าหลินเดิมแตกหักมองหน้ากันไม่ติด มีบุญคุณความแค้นระหว่างพวกเขาอยู่แล้วหรือไม่คราวนี้จึงใช้ประโยชน์จากอีกฝ่ายตอกกลับ?
แล้วทั้งหมดนี้ก็อยู่ในการคำนวณของหยวนอีย่วน?
เยี่ยนเจาเจาตกตะลึงแต่ก็ตระหนักในพลันว่าภายใต้สถานการณ์ในตอนนี้ การหย่านายหญิงใหญ่ อ่า ไม่ใช่สิตอนนี้ควรเรียกว่าหลินซื่อแล้ว การหย่าหลินซื่อก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา
การตอบสนองของผู้อาวุโสหยวนมู่ไม่ได้อยู่ในความกังวลของเยี่ยนเจาเจาสิ่งที่นางคิดในตอนนี้คือคนนิสัยเช่นนายหญิงใหญ่จะสามารถหาทางออกในยามจนตรอกได้หรือไม่ต่างหาก?
ยิ่งกว่านั้น สิ่งที่เยี่ยนเจาเจาอยากรู้ก็คือความจริงแล้วหยวนอีย่วนกำลังต้องการสิ่งใด?
ภาพรวมเหตุการณ์ทั้งหมดตอนนี้อยู่ใต้จมูกเยี่ยนเจาเจานางเลยพอจะเข้าใจวิธีการของหยวนอีย่วน
อันดับแรกก็ใช้คำพูดต่างๆ นานากระตุ้นผู้คนให้กรุ่นโกรธทลายภาพลักษณ์ของนายหญิงใหญ่ที่นางเพียรพยายามหลายปีสร้างขึ้นในบ้านใหญ่แล้วยังทำลายความประทับใจของหยวนมู่ที่มีต่อลูกสะใภ้โดยสิ้นเชิง
เยี่ยนเจาเจาเดาว่าหยวนอีย่วนอาจจะรู้ หรือพอจะคาดเดาอดีตระหว่างนายหญิงผู้เฒ่าและผู้อาวุโสหยวนมู่บางอย่างได้ทั้งยังรู้บทบาทที่หลินซื่อเคยเล่นในตอนนั้นซึ่งเป็นไปได้มากว่าจะไม่ใช่บทบาทที่ดี
ดังนั้นหยวนอีย่วนคงมั่นใจน่าดูว่าแม้ผู้อาวุโสหยวนมู่จะมองออกว่านางกำลังใช้เขาแต่เขาก็ยังอาฆาตหลินซื่อ และหย่าขาดนายหญิงใหญ่ออกจากจวนสกุลหยวนตามใจตนเองอยู่ดี
นางส่งสายตา หลานเล่อก็รีบออกไปเร็วรี่ปล่อยให้ทั้งเรือนเหลือเพียงเยี่ยนเจาเจาและหนานหมิงเหอที่ตกอยู่ในภวังค์ความคิด
“พี่ชาย ท่านคิดว่าหยวนอีย่วนจะทำอะไรหรือเจ้าคะ?”
ไม่ใช่ว่าเยี่ยนเจาเจาไม่เคยพบคนเช่นหยวนอีย่วนแต่ส่วนมากเป็นผู้ใหญ่แล้ว นับดูแล้วหยวนอีย่วนอายุมากกว่านางไม่กี่เดือนเท่านั้นและหากนางไม่ได้เปรียบจากการเกิดใหม่ เกรงว่าคงฉลาดได้ไม่ถึงครึ่งของหยวนอีย่วน
คนประเภทนี้น่ากลัวตั้งแต่ยังเยาว์แล้วยังจะน่ากลัวขึ้นไปอีกเมื่ออายุมากขึ้น
ใจของเยี่ยนเจาเจาพลันปรากฏความร้อนรนอย่างไร้เหตุผลนางไม่รู้ว่าเหตุใดถึงได้ร้อนรนแต่ตระหนักว่ามีความกังวลเล็กน้อยปะปนอยู่ในความกระวนกระวายนี้นางจึงยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นไปอีก