"ฉันไม่มีทางรับงานแสดงอีกแล้ว" เสื้อชายหนุ่มยังใส่ไม่เรียบร้อย
เสื้อเชิ้ตสีขาว ติดกระดุมไปสองสามเม็ด เผยให้เห็น่อกเล็กน้อย ผิวสีน้ำผึ้งและกล้ามเนื้อเป็มัดเรียงเส้นอย่างสวยงามฟู่หยีเหินกลืนน้ำลายลงคอ. มองตาค้างไป
โจวชิงฝานมีรูปร่างที่สมส่วน ขายาวไหล่กว้าง บวกกับสีหน้าที่เ็าอารมณ์ประมาณว่า คนแปลกหน้าห้ามเข้าใกล้ เหมือนท่านประธานแนวโหดนิดๆถึงเสื้อจะไม่เรียบร้อย ก็ทำให้คนอื่นเกิดจินตนาการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กล่าวคือั้แ่รู้จักโจวชิงฝานทำให้ฟู่หยีเหินเข้าใจว่าความเซ็กซี่นั้นไม่แบ่งชายหญิงจริงๆ
"นายก็รู้แต่แรกแล้วไม่ใช่รึไง" โจวชิงฝานคิ้วขมวดเข้าด้วยกันพูดไปด้วยติดกระดุมแขนเสื้อไปด้วย "สามปีก่อนฉันก็ตัดสินใจไม่แสดงหนังอีกแล้วตอนนี้ฉันเป็อาจารย์ เบื้องต้นยังไม่คิดจะหวนคืนวงการ"
“ไม่ได้ให้นายไปแสดง”ฟู่หยีเหินพูดต่อ“ผู้กำกับหลี่ยี่อันเขาอยากให้นายไปเป็ครูฝึกให้กับพระเอกในเื่นี้”
"ฉัน?" โจวชิงฝานวางมือลง "ฉันกับเขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกันทำไมอยู่ดีๆนึกถึงฉันได้วะ?"
"อาจเพราะชื่อเสียงของนาย" ฟู่หยีเหินพูดอย่างมีหลักการตอนนี้นักแสดงที่กำลังดังก็เป็นักเรียนที่เรียนจบการแสดงจากคณะนายไม่ใช่เหรอส่วนใหญ่ก็เป็ศิษย์ของนายด้วย
โจวชิงฝานนิ่งไปชั่วครู่ "รู้ยังว่าพระเอกคือใคร?"
“ตอนนี้ยังไม่รู้” ฟู่หยีเหินส่ายหน้าไปมา “ผู้กำกับบอกกับฉันแค่ว่าเขาเป็คนใหม่ที่ไม่เคยผ่านการแสดงมาก่อนอายุยังน้อย ใช้ชีวิตในต่างประเทศมาตลอด่นี้เป็เห็นว่าเป็เพราะว่ารับแสดงเื่นี้เลยกลับประเทศรู้สึกว่าสองเดือนก่อนเพิ่งจะครบสิบแปดปี มาตรฐานเด็กน้อยสดใสเอ๊าะๆ แน่นอน”
“ฉันไม่รับ” โจวชิงฝานพูดด้วยน้ำเสียงยืนยันหนักแน่น“แค่นักเรียนในห้องก็ทำฉันปวดหัวกังวลใจพอแล้วให้บวกเพิ่มคุณชายเพิ่งกลับจากนอกอีกคน ฉันรับมือไม่ไหว”
“นายลองคิดดูดีๆ” ฟู่หยีเหินรีบสมทบ“ผู้กำกับหลี่เขาอ้าปากก็เป็เงินเป็ทอง มีเงินก้อนโต”
“เงินเยอะแค่ไหนก็ไม่ไป” โจวชิงฝานหยิบแก้วน้ำจากชั้นวางเดินไปยังเครื่องกดน้ำ“นี่ก็เดือนห้าแล้ว เชียวเสี่ยวหนานก็จะเปิดเทอมแล้วฉันยังต้องดูแลเขา”
"เฮ้อ..." ฟู่หยีเหินถอนหายใจเฮือก "ชิงฝาน ฉันจะขอพูดอะไรหน่อยนะนายเป็ผู้ชายโสดร่างใหญ่สมบูรณ์ ข้างกายกลับมีเด็กห้าหกขวบตามติดตลอดเวลามันคืออะไรชีวิตเป็ของตัวนายเอง ฉันว่านะนายน่าจะส่งเด็กเชียวเสี่ยวหนานไว้ให้แม่เลี้ยงหรือคนดูแลเขาเลี้ยงนะ"
โจวชิงฝานชะงักไปชั่วครู่ ปิดเครื่องกดน้ำดื่ม ยืดหลังตรงแล้วพูดว่า"ฉันสัญญากับหวู่ซินไว้ว่าจะดูแลน้องชายเขาให้ดี ก็ต้องทำให้ดีที่สุด"
ในสายตาของโจวชิงฝาน เชียวเสี่ยวหนานถือว่าเป็เด็กที่ชีวิตรันทดน่าสงสารแม่ของน้องคลอดเขาตอนอายุมากแล้ว ตอนคลอดเขาออกมาแม่ก็ตายพี่สาวก็ตายเนื่องจากอุบัติเหตุ ช่วยชีวิตเขา
เขาเป็หนี้ชีวิตเธอ...
ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ดีที่สุด เลี้ยงจนเติบใหญ่ฟู่หยีเหินถอนหายใจเฮือก "นายแน่ใจแล้วนะว่าไม่ไปหาผู้กำกับหลี่เขา?"
โจวชิงฝานพยักหน้า เห็นจากปฏิกิริยาที่มั่นคงของเขาแล้วฟู่หยีเหินทำได้แค่พูดด้วยความอ่อนใจ
"โอเคไม่ไปก็ไม่ไป ขาก็ขานาย ฉันบังคับซ้ายขวาให้นายไม่ได้อยู่แล้ว"
โจวชิงฝานยิ้มเล็กน้อย "ขอบใจ"
“แต่ว่า” ฟู่หยีเหินลังเลสักพัก
"ผู้กำกับหลี่เขาอยากชวนนายออกไปกินข้าวเที่ยงพรุ่งนี้นายคิดว่าไง?"
“คงไม่ไปอะ” โจวชิงฝานขมวดคิ้วเข้าหากัน ไหนๆก็ปฏิเสธเขาอยู่แล้วมื้อนั้นคงไม่จำเป็แล้วแหละ
“ข้าวมื้อนี้ยังไงก็ต้องกิน”
ฟู่หยีเหินพูดด้วยความจริงจัง "ผู้กำกับหลี่เขาอยู่ในวงการนี้ถือว่าเป็บุคคลเก่าแก่นายควรไว้หน้าแกบ้างอีกอย่าง ปีก่อนๆตอนนายเป็นักแสดงผู้กำกับหลี่เขาก็เรียกนายเล่นหนังตลอดบุญคุณคนไม่ควรลืม"โจวชิงฝานหลุบตาต่ำคิดวิเคราะห์อยู่สักครู่สุดท้ายก็พยักหน้า "โอเคพรุ่งนี้กี่โมง?"
ฟู่หยีเหินโล่งใจเบาๆ " เที่ยงตรง โรงแรมการค้าระหว่างประเทศใจกลางเมือง"
โจวชิงฝานพยักหน้าตอบรับ "ได้" พูดจบชายหนุ่มก็หมุนตัวหยิบแว่นขอบทองจากบนโต๊ะมาใส่เรียบร้อย
ฟู่หยีเหินเอียงหัวถามเขา “ทำไม? เดี๋ยวยังมีสอนเหรอ?” ปกติแล้วถ้าไม่มีสอนโจวชิงฝานจะไม่ใส่แว่น
“ใช่” โจวชิงฝานหันหัวกลับ ดันแว่นตรงสันจมูกขึ้นเล็กน้อย“ยังมีการสอนการแสดงพื้นฐานอีกหนึ่งคาบ”
“เฮ้อ...” ฟู่หยีเหินส่ายหน้าไปมา “ไม่รู้ว่านายคาดหวังอะไรเป็ครูอาจารย์เหนื่อยแทบตายได้เงินแค่ไม่กี่หยวน นึกถึงตอนนายแสดงแค่เื่เดียวก็เท่ากับเงินเดือนทั้งปีของนายตอนนี้แล้ว”
โจวชิงฝานเคยโด่งดังมาก่หนึ่ง
เขามีหน้าตาที่หล่อเหลา การแสดงก็สมจริงรวมถึงมีบุคลิกที่เ็าแต่แฝงความอ่อนโยน มีแฟนคลับติดตามมากมายแต่ว่า่ปีที่เขาดังมากเขาดันเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังออกจากโรงพยาบาล
โจวชิงฝานตัดสินใจออกจากวงการบันเทิงผันตัวไปสมัครเป็อาจารย์สอนการแสดงในวิทยาลัยแทน
ดีที่ว่าเขาเรียนจบปกติ บวกกับได้โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงหลายปีความรู้พื้นฐานด้านการแสดงของเขาดีมาก ตอนทำงานก็ตั้งใจจริงจัง หลายปีที่ผ่านมาเขาได้เลื่อนจากครูผู้ช่วยสู่การเป็ครูผู้บรรยายจากครูบรรยายสู่การเป็อาจารย์ผู้สอน
ใน่เวลาสามปี นักเรียนที่เขาส่งไปเป็นักแสดงแล้วนับว่ามากมายเลยทีเดียว ถือเป็อาจารย์ที่ประสบความสำเร็จด้านการสอนอย่างดี
แต่ว่า ถึงแม้ชีวิตจะดูมีสีสันยังไง ในแง่ของความเป็รูปธรรมแล้วแน่นอนว่ามันไม่ได้ร่ำรวยเท่ากับการเป็นักแสดง
“กริ๊ง...กริ๊ง...” ออดดังขึ้นก่อนเข้าเรียนสิบนาที
โจวชิงฝานรีบหยิบหนังสือบนโต๊ะขึ้นเพื่อทำเวลาพูดกับฟู่หยีเหินที่ยืนอยู่ด้านหลังว่า
"ช่วยหยิบสูทบนราวให้ฉันหน่อย" ฟู่หยีเหินก้าวเดินไปหยิบสูทสีดำที่รีดจนเรียบยื่นให้เขา
โจวชิงฝานรีบสวมสูทเข้าไป ก้มหน้าเพื่อติดกระดุม
คิ้วที่หย่อนคล้อยเล็กน้อยใบหน้าแต่ละส่วนแต่ละมุมของเขาที่เหมือนถูกกำหนดไว้อย่างดีนิ้วมือที่เห็นกระดูกข้อต่อชัดเจนนั้นกำลังติดกระดุมข้อมือของเสื้อเชิ้ตอยู่นาฬิกาสีเงินนั้นมาพร้อมกับข้อมือที่มีข้อต่อที่โดดเด่นมีความรู้สึกคนแปลกหน้าห้ามเข้าใกล้เพิ่มมาส่วนหนึ่ง
ฟู่หยีเหินที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่วายที่หัวใจจะเต้นไม่เป็จังหวะจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มตั้งนาน พูดขึ้นด้วยความเสียดาย"ชิงฝานหน้าตาอย่างนายไม่เป็นักแสดง เป็สิ่งที่น่าเสียดายในวงการบันเทิงจริงๆ"
สายๆ โจวชิงฝานสอนคาบสุดท้ายเสร็จกลับบ้าน
"คุณผู้ชาย" เดินเข้าบ้านก็เจอแม่บ้านฟ้องร้องด้วยสีหน้าเหมือนร้องไห้
"นายน้อยเสี่ยวหนานวันนี้ไม่รู้เป็อะไรให้ตายยังไงก็ไม่ยอมไปเรียนจะรอคุณกลับมาอย่างเดียว ฉันพูดแล้วก็ไม่ยอมค่ะ"
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/6f022e7fc3e41d1a313199c112713c91
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ #readAwrite ด้วยน้า