ตอนที่4 ทำให้ทุกอย่างชัดเจน
ถูกเซิ่งเต๋าอันตั้งแง่ยิงคำถามใส่เช่นนี้ ทำเอาหลัวจุนฮวาถึงกับพูดไม่ออกไปไม่เป็เลยทีเดียว
เธอเอ่ยตอบเสียงสั่นตะกุกตะกักอย่างไม่มั่นใจว่า
“ก็…ก็เพราะกลัวแกหนีลอยนวลไปได้ยังไงล่ะ ฉันถึงต้องรีบออกไปเรียกให้คนมาช่วย!”
แก้ตัวน้ำขุ่นๆไปทั้งอย่างนั้น หลัวจุนฮวาได้แต่รู้สึกหดหู่ใจ
เห็นได้ชัดว่า เธอสามารถยืนร้องะโขอความช่วยเหลือจากใครสักคนอยู่ที่หน้าประตูบ้านได้ แต่เป็เพราะ้าหยิบยกความดีความชอบทั้งหมดนี้ให้กู่หวานหวานผู้เป็ลูกสาว เหตุการณ์ทุกอย่างจึงได้บานปลายเกินกว่าจะควบคุมถึงเพียงนี้ได้
พบเห็นความโง่เขลาของแม่ตัวเอง กู่หวานหวานก็รู้สึกหงุดหงิดเสียยิ่งกว่าอะไร
เธอปรายหางตาเกรี้ยวโกรธมองค้อนใส่หลัวจุนฮวา
เฉินหยุนถิงและทหารอีกสองสามนายที่แห่ติดตามกันมา ล้วนตกสู่สภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกไปชั่วขณะ เพราะมั่นใจเกินร้อยว่า การมาคราวนี้จะต้องจับคนชั่วได้คาหนังคาเขา พร้อมได้ผลงานติดมือกลับไปอย่างแน่นอน แต่ละคนจึงออกตัวแรงไม่มียั้งออม ทว่าไหนเลยจะคาดคิด แท้จริงแล้วชายหญิงคู่นี้กำลังนั่งอ่านหนังสือปรัชญาของมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่กันอยู่
จะบอกว่าถูกบังคับขืนใจงั้นเหรอ? ฝ่ายหญิงออกตัวปฏิเสธทั้งน้ำตาขนาดนี้?
เผชิญกับคำตอบของหญิงสาวตระกูลกู่คนนี้เข้าไป ทุกคนถึงกับหน้าแตกยับเยิน
สรุปว่าไม่มีอาชญากรรมใดๆทั้งสิ้น?
เห็นสภาพหน้าแต่ละคนที่ดูไม่จืดเช่นนี้ เซิ่งเต๋าอันอดที่จะพูดเยาะเย้ยอย่างขบขันไม่ได้
“ถ้าจะต้องใช้เวลานานเรียกคนมาช่วยนานขนาดนั้น นี่แสดงว่าเนื้อแท้แล้ว คุณเองก็ไม่ได้เป็ห่วงลูกสาวตัวเองเลยแม้แต่น้อย”
“เอ่อ..ไม่…ไม่ใช่แบบนั้น…”
ถูกตำหนิเสียดสีไปคำโต ทำเอาหลัวจุนฮวาถึงกับเสียงละห้อยพูดติดอ่างไปต่อไม่เป็ ต้องเร่งขยิบตาส่งสัญญาณให้กู่หวานหวานช่วยรับไม้แทน
กู่หวานหวานเหลือบมองผู้เป็แม่ด้วยความสมเพชใจ เธอเงยหน้าขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มขณะพูดขึ้นว่า
“สหายเซิ่ง แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า คุณกับพี่สาวของฉันอยู่ในห้องด้วยกันตามลำพังสองต่อสอง เื่แบบนี้กลับไม่ส่งผลดีต่อชื่อเสียงของเธอนัก ในฐานะที่ฉันเป็น้องสาว คงจะปล่อยให้เื่นี้ผ่านไปไม่ได้”
“ผมเห็นด้วย”
เหนือความคาดหมาย เซิ่งเต๋าอันกลับเห็นดีเห็นงามกับอีกฝ่าย ทั้งยังพูดเสริมขึ้นว่า
“ตัวผมเองก็ปล่อยผ่านเื่แบบนี้ไปเฉยๆไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง และขอยอมรับตรงๆว่า ผมเองได้ตกหลุมรักพี่สาวของคุณั้แ่แรกเห็นแล้ว และอยากจะหมั้นหมายกับเธอให้เป็เื่เป็ราวด้วย”
ซูหนี่เร่งกระตุกแขนเสื้อกู่หวานหวานโดยเร็ว เนื้อตัวบิดไปมาด้วยความเขินอาย พูดเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงประหม่าว่า
“หวานหวาน สหายเซิ่งเป็คนดีมากน้ำใจเหลือล้น ความจริงพี่เองก็อยากศึกษาดูใจกับเขา แต่ติดแค่ว่า เขาคือผู้มีบุญคุณที่เคยช่วยชีวิตหวานหวานไว้ ตามกฎจารีตประเพณีแล้ว เมื่อใดชายหญิงแตะเนื้อต้องตัวกัน จำเป็ต้องหมั้นหมายเป็คู่ครองนี่สิ พี่คงไม่มีวาสนาแล้วล่ะ…”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘เคยแตะเนื้อต้องตัวกัน’ กู่หวานหวานก็ถึงกับหน้าถอดหน้าสีรู้สึกอึดอัดขึ้นฉับพลัน
เธอไม่ชอบหน้าเซิ่งเต๋าอันเลยแม้แต่น้อย มันเป็คนเ้าเล่ห์ไม่เคยเชื่อฟังใครๆ และยากจะตีกรอบให้อยู่ในอาณัติได้ คนแบบนี้ดูอย่างไรก็ไร้อนาคต แตกต่างจากเฉินหยุนถิงที่มีปู่เป็ถึงผู้อำนวยการโรงงานเหล็ก มีอนาคตที่สดใสโรยด้วยกลีบกุหลาบ ใครได้แต่งงานเป็ภรรยาของเขานับว่าสบายไปทั้งชาติ!
กู่หวานหวานรู้สึกสับสนไปไม่ถูกชั่วขณะ
“ไม่ ฉันไม่ต้อง…ไม่้าแบบนั้น…”
ยิ่งเป็ปลายเสียงประโยคท้ายหลัง เสียงของกู่หวานหวานกลับเบาราวกับยุงบิน
ได้ฟังดังว่า ซูหนี่ก็รีบขานรับด้วยหน้าตายิ้มแย้มมีความสุข
“นี่เธอพูดจริงใช่มั้ยหวานหวาน? งั้นก็ดีเลย! สหายเซิ่งทั้งฉลาดทั้งจิตใจดี ถ้าฉันได้แต่งงานกับเขา คงนับเป็พรจาก์เลยล่ะ…”
“ไม่! ไม่ได้!”
หลัวจุนฮวากรีดร้องลั่นห้ามปรามสุดฤทธิ์
ถ้าเกิดงานแต่งที่ว่าขึ้นจริงเมื่อใด เื่ทุกอย่างก็จะยิ่งบานปลายเกินควบคุม!
แผนการทั้งหมดที่ตระเตรียมจะพังลงไม่เป็ท่า ทรัพย์สมบัติที่ควรจะได้ก็ต้องหายวับไปในพริบตา!
ทันทีที่ได้ยินเสียงคัดค้าน ประกายเ้าเล่ห์ก็ยิ่งแพรวพราวสว่างวูบวาบอยู่ภายในดวงตาของซูหนี่ เธอเงยหน้าเชิดขึ้นและเริ่มส่งเสียงร้องไห้อีกครั้ง
“แม่คะ แม่เป็อะไรกันแน่? หนูเผลอทำอะไรให้แม่ไม่พอใจรึเปล่าคะ? ตอนแรกก็ปลุกระดมชวนคนให้บุกกันมาที่นี่เพื่อทำลายชื่อเสียงของหนู ตอนนี้ยังจะมาขัดขวางความสุขของหนูอีกเหรอ? ปีนี้หนูอายุสิบแปดแล้วนะคะ เื่แยกแยะผิดชอบชั่วดี ทำไมหนูจะไม่รู้? นี่คือสิ่งที่หนูเลือกด้วยตัวเอง ทำไมแม่ถึงยัง…ฮือๆ…ฮือๆ…”
“นังเด็กไม่รักดี! นี่แก…นี่แก…”
หลัวจุนฮวาโกรธจัดจนพูดติดอ่างฟังไม่เป็ภาษา อีกทั้งยังพยายามส่งสายตาขอให้กู่หวานหวานผู้เป็ลูกสาวช่วยอยู่หลายรอบ แต่ท้ายสุดกลับไม่เป็ผล เพราะรายนั้นเองก็กระอักกระอ่วนไม่รู้ต้องทำอย่างไรแล้วเช่นกัน
ชั่วอึดใจนั้น หลัวจุนฮวาก็เดือดดาลสติขาดผึง หลุดจากบทบาทแม่ผู้แสนดีไปชั่วขณะ เธอง้างฝ่ามือพุ่งพรวดหวังจะตบปากนังเด็กนี่ให้รู้แล้วรู้รอด!
แต่ในเสี้ยวอึดใจ เซิ่งเต๋าอันก็ก้าวเท้าออกโรงประจันหน้า คว้าหยุดข้อมือของเธอดังหมับ ยืดเหยียดเรียวขายาวกำยำถีบเข้าที่ข้อพับหลังขาของหลัวจุนฮวา จนอีกฝ่ายทรุดฮวบหมดสภาพลงกับพื้น
หลัวจุนฮวาล้มทั้งยืน กรีดร้องร่ำไห้สุดเสียงเยี่ยงคนบ้าหวังระบายความคับแค้นใจออกมา
“กรี๊ดดดด!!! กรี๊ดดดด!!!”
เผชิญพบภาพฉากตรงหน้า ต่างคนต่างมีสีหน้าท่าทางที่แตกต่างกันออกไป
รอยยิ้มบางๆฉีกปรากฏที่มุมปากของเซิ่งเต๋าอันอย่างลับๆ แอบกวนประสาทยักคิ้วให้ซูหนี่ด้วยความพออกพอใจ ส่วนตัวซูหนี่เองก็ได้แต่ยิ้มเยาะส่ายหน้าไปมาอย่างช่วยไม่ได้
ตรงกันข้าม สีหน้ากู่หวานหวานกลับมืดทมิฬลงแทบจะในทันที
ส่วนเฉินหยุนถิงกับกลุ่มทหารอีกสองสามนายก็รู้สึกปวดหัวไม่น้อยเช่นกัน เมื่อได้พบเห็นเื่ตลกในคราวนี้ พวกเขาต่างหันหน้าจ้องมองไปทางกู่หวานหวานด้วยสายตาแปลกๆ
โดยเฉพาะเฉินหยุนถิง กู่หวานหวานแอบสังเกตเห็นว่า ตอนนี้เขาเริ่มถอยห่างจากเธอออกไปเล็กน้อยแล้ว