บทที่2.ไปเก็บดวงจิต
ท่านเทพพาดวงจิตของเหยาเหยามาถึงสถานที่ที่หนึ่ง เป็สถานที่ที่งดงามมากเหมือนอยู่ในเทพนิยายเลยตรงหน้าเธอมีต้นไม้ต้นใหญ่มากๆ อยู่ท่ามกลางป่าแห่งนี้มีลำต้นใหญ่และสูงเสียดฟ้าแผ่กิ่งก้านขยายออกอย่างยิ่งใหญ่สมกับชื่อต้นไม้พฤกษากำเนิดสรรพสิ่งจริงๆคาดว่าน่าจะมีอายุหลายแสนปีเลยทีเดียว
เหล่าดอกไม้ป่าขึ้นเรียงรายคละสีคละชนิดอยู่เต็มไปหมดลำธารเล็กๆ น้ำใส่เป็ประกายสะท้อนแสงระยิบระยับงดงามมากๆกำลังไหลเอื่อยๆอยู่ใกล้ๆ และพอมองลงไปในลำธารก็เห็นว่าที่ก้นลำธารนั้นมีก้อนหินอัญมณีหลากสีเหมือนกับสถานที่ที่เหยาเหยาพึ่งจากมาก่อนหน้านี้และมีสัตว์ตัวเล็กๆ หลายตัวลักษณะเหมือนผึ้งแต่มีละอองแสงรอบๆ ตัวออกมากำลังบินไปบินมาดอมดมดอกไม้กันอย่างครึกครื้น
“นั้นคือสัตว์ภูตพวกมันคือผึ้งบุปผา จะคอยเก็บน้ำหวานจากดอกไม้เหล่านี้ไปเก็บรักษาไว้ เรียกว่า น้ำผึ้งหยก” ท่านเทพเอ่ยปากบอกขึ้นเมื่อเห็นว่าเหยาเหยาดูจะให้ความสนใจกับเหล่าผึ้งน้อยเรืองแสงเ่าั้
“สวยจังเลยค่ะ”
“อืมแถมน้ำผึ้งหยกที่พวกมันเก็บก็เป็ของดีมากอีกด้วยนะมาเถิดที่นี่แหละคือที่ที่ดวงจิตของเ้าอีก 1 ส่วนมาอยู่”ท่านเทพเอ่ยบอกเมื่อพาเหยาเหยาเดินมาถึงใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ที่มีอยู่เพียงต้นเดียวในผืนป่าแห่งนี้
“แล้วหนูต้องทำยังไงคะถึงจะเก็บดวงจิตส่วนนี้กลับมาได้”
“การเก็บดวงจิตนั้นจำเป็จะต้องให้ผู้ที่เป็เ้าของดวงจิตเป็ผู้เรียกกลับคืนด้วยตนเองเพียงแค่เ้าเพ่งจิตให้มั่นคงแล้วลองเรียกดวงจิตของเ้าให้กลับมาหา”เมื่อฟังเหยาเหยาลองหลับตาลง แล้วรวบรวมสมาธิเพ่งจิตตามที่ท่านเทพบอก แต่ไม่ว่าจะเพ่งจิตยังไงก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุกอย่างเงียบกริบ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยค่ะท่านเทพหนูไม่รู้สึกอะไรเลย ทำยังไงดีคะ” เหยาเหยาหันหน้ามาถามท่านเทพด้วยเสียงที่ร้อนรนหากเก็บดวงจิตไม่ได้เธอจะทำยังไง ไปเกิดทั้งที่ดวงจิตไม่ครบน่ะหรือ
“ใจเย็นๆ ก่อนเถิดลองอีกครั้งปล่อยจิตให้ว่างเปล่าไม่ต้องคิดหรือกังวลสิ่งอื่นเ้าต้องมีจิตใจที่มุ่งมั่นที่จะรวบรวมดวงจิตกลับคืนเมื่อดวงจิตอีกส่วนหนึ่งของเ้ารับรู้มันจะกลับมาหาเ้าเอง”
“ค่ะหนูจะลองดู”
เมื่อลองอีกครั้งเหยาเหยาจึงตั้งสมาธิปล่อยจิตให้ว่างพร้อมทั้งยื่นมือััที่ลำต้นของต้มไม้พฤกษากำเนิดสรรพสิ่งก่อนจะหลับตาแล้วระลึกเรียกดวงจิตของตนเองอย่างแน่วแน่ไม่นานก็รู้สึกอุ่นวาบตรงฝ่ามือที่กำลังััต้นไม้อยู่ ก่อนจะค่อยๆอุ่นร้อนวูบหนึ่งที่กลางหน้าอก และรู้สึกว่าร่างกายสดชี่นและเบาสบายขึ้น
“สำเร็จแล้วใช่มั้ยคะหนูรู้สึกว่าร่างกายเบาสบายและสดชื่นมากๆ เลยค่ะเหมือนดวงจิตกลับมาเติมเต็มแล้ว”
“อืมเ้าเก็บดวงจิตส่วนนี้ได้สำเร็จแล้ว และที่เ้ารู้สึกว่าร่างกายเ้าสดชื่นนั้นคงเป็ผลมาจากที่ดวงจิตส่วนนี้ของเ้าได้ซึมซับพลังปราณมาจากต้นพฤกษากำเนิดสรรพสิ่งพอเมื่อได้กลับมารวมกับดวงจิตที่เหลือจึงทำให้เ้ารับรู้ถึงพลังนั้นได้ด้วยเอาละกลับกันเถิด”
“หนูจะได้กลับไปเกิดใหม่แล้วใช่มั้ยคะ”
“ยังหรอก รออีกนิด”
“รออะไรหรือคะ”ในเมื่อเก็บดวงจิตได้แล้วเธอก็นึกว่าจะได้ไปเกิดที่ร่างตัวเองในอดีตชาติได้เลย
“รอให้ดวงจิตของเ้าในร่างเด็กน้อยซูลู่เหยาอ่อนแอจนถึงที่สุดก่อนเพราะการไปเกิดและรวมดวงจิตของเ้าในครั้งนี้แม้์เบื้องบนจะอนุญาตแล้วแต่ก็นับเป็การฝืนชะตาดังนั้นจึงต้องให้ร่างนั้นของเ้าได้เผชิญเคราะห์กรรมครั้งนี้เสียก่อนก็จะนับว่าผ่านเคราะห์พ้นกรรมหลังจากนั้นเ้าก็จะได้มีชีวิตที่ดีต่อไปได้”
“ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เองแล้วต้องรอนานแค่ไหนคะ”
“ไม่นานหรอกเมื่อถึงเวลาข้าจะไปส่งเ้าเอง”
“ค่ะท่านเทพ”เหยาเหยาพยักหน้ารับทราบแต่ก่อนที่ท่านเทพจะได้พาเธอกลับจากป่าต้นไม้พฤกษากำเนิดสรรพสิ่งจู่ๆผึ้งน้อยเรืองแสง ก็พากันบินเข้ามาหาเหยาเหยาเป็กลุ่มก้อนหลายร้อยตัวแล้วหยุดอยู่ตรงหน้าทำให้เหยาเหยาใเป็อย่างยิ่ง ก่อนจะค่อยๆ กระจายบินกลับออกไปเมื่อตัวผึ้งเรืองแสงเ่าั้บินหายไปแล้วจึงพบว่าพื้นที่ที่พวกผึ้งเรืองแสงบินมาหยุดอยู่ก่อนหน้านี้มีไหใบเล็กๆอยู่หนึ่งใบ
“นี่อะไรหรอค่ะท่านเทพ”เธอเอ่ยถามไปตาก็เพ่งมองดูไหตรงหน้าไปด้วย
“โอ้เ้าผึ้งบุปผามอบน้ำผึ้งหยกให้แก่เ้าน่ะเหยาเหยา เก็บไว้สิของดีนะ”
“จริงหรอคะแล้วน้ำผึ้งหยกนี้เอาไปทำอะไรได้บ้างคะท่านเทพ”
“น้ำผึ้งหยกนี่ขึ้นชื่อว่าเป็น้ำผึ้งวิเศษแม้แต่ดินแดนเบื้องบนยังนับว่าหาได้ยากนัก สามารถนำไปผสมน้ำดื่มหรือปรุงอาหารได้ทำให้ร่างกายสดชื่นหายเหนื่อยล้า ฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง ขจัดพิษอีกทั้งยังรักษาอาการเจ็บป่วยได้ด้วย”
“อู้หูย!! ของดีมากจริงๆค่ะท่านเทพงั้นหนูไม่เกรงใจแล้วนะคะ”เมื่อได้ฟังสรรพคุณเหยาเหยาถึงกับตาโตเลยทีเดียว นี่มันเหมือนเป็ยาอายุวัฒนะเลยนะวิเศษจริงๆเหยาเหยาจึงก้มลงหยิบไหน้ำผึ้งขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอมทันทีไม่รู้หรอกว่าทำไมจู่ๆ ผึ้งน้อยบุปผาถึงให้น้ำผึ้งหยกกับเธอมา แต่ในเมื่อให้มาแล้วเธอก็จะขอรับเอาไว้ก็แล้วกันนะ
“เอาล่ะตอนนี้ก็กลับไปยังดินแดนมิติของข้ากันก่อนรอจนกว่าจะถึงเวลา”
“เ้าค่ะท่านเทพ”
เพียงไม่นานก็กลับมายั้งดินแดนก่อนนี้ที่มีหินอัญมณีหลากสีเยอะๆเธอพึ่งได้รู้ว่าที่แห่งนี้คือมิติของท่านเทพนั้นเองในระหว่างที่รอเวลาไปเกิดยังร่างเดิมนั้น เธอก็เดินดู นั่งดู นอนดูเ้าก้อนหินอัญมณีหลากสีพวกนี้ไปอย่างเพลินๆว่างๆ ก็เอามาเรียงๆ กันไปมา
ท่านเทพบอกว่าหินอัญมณีพวกนี้มันคือหินพลังธาตุต่างๆเป็ของท่านเทพที่ต้องคอยมอบให้กับเหล่าดวงจิตที่กำลังจะไปเกิดใหม่โดยมอบให้ตามความเหมาะสมกับดวงจิตนั้นๆ
เมื่อได้ฟังแล้วเหยาเหยาก็คิดอยากจะได้บ้างอยู่เหมือนกันแต่ท่านเทพบอกกับเธอว่ามีของดีอยู่กับตัวอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาจะปรากฏขึ้นมาเองไม่ต้องอยากได้เพิ่มหรอก หากมีความพิเศษมากไปก็ใช่ว่าจะดีเธอจึงล้มเลิกที่จะเอ่ยปากขอก้อนหินพวกนั้นมา
มิติของท่านเทพนี้เหมือนไร้ซึ่งกาลเวลาอย่างไรอย่างนั้นเลยเพราะเธอไม่รู้ว่าอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้วตรงหน้าของนางมีท่านเทพผู้งามสง่ากำลังนั่งจิบชาพร้อมทั้งเปิดอ่านหนังสือที่ท่านเทพบอกเธอว่ามันคือหนังสือชะตาของมวลมนุษย์ที่ท่านต้องคอยสอดส่องดูแลว่าเป็ไปตามที่ควรหรือไม่ก่อนที่จู่ๆ ท่านเทพจะเงยหน้าขึ้น แล้วหนังสือในมือก็เลือนหายไป พร้อมกล่าวกับเธอ
“ถึงเวลาแล้วตอนนี้เ้าพร้อมไปอยู่ในร่างของเ้าเมื่อชาติที่แล้วหรือยัง”
“ถึงเวลาแล้วหรอคะหนูพร้อมค่ะไปกันเลยมั้ยคะ” เหยาเหยาทั้งดีใจทั้งตื่นเต้น นอกจากจะได้โอกาสมีชีวิตอีกครั้งเธอยังจะมีครอบครัวอีกครั้งด้วยและที่สำคัญชีวิตนี้เธอตั้งใจจะดูแลหุ่นให้ผอมเพรียวไม่ให้ตุ้ยนุ้ยแบบชีวิตก่อนด้วยล่ะ
“ดีๆ อ้อจริงสิข้ามีเื่ต้องแจ้งแก่เ้าสักเล็กน้อยเสียก่อน”
“เชิญท่านเทพกล่าวได้เลยเ้าค่ะ”เหยาเหยาตั้งใจฟังเต็มที่
“แม้ว่าดวงจิตของเ้าหลอมรวมกันและเป็ดวงจิตที่โตเป็ผู้ใหญ่แล้วก็ตามอีกทั้งยังมีความทรงจำของชีวิตก่อนแต่ร่างกายความรู้สึกและการกระทำของเ้าจะยังเป็เพียงเด็กน้อยวัย 5 หนาวเท่านั้น เ้าจะค่อยๆ เติบโตตามวัยดังนั้นต่อไปก็จงใช้ชีวิตให้มีความสุขและเหมาะสมตามวัยของเ้าเถิดนะ”
“ขอบคุณท่านเทพที่เตือนนะคะหนูจะใช้ชีวิตให้มีความสุขค่ะเอ่อ...แล้วน้ำผึ้งหยกของหนูล่ะคะมันจะตามไปด้วยมั้ย”หากเอาไปด้วยไม่ได้คงน่าเสียดายแย่
“ตามไปสิเพราะมันเป็ของเ้าแล้วหากยามที่เ้า้าใช้เพียงแค่คิดในใจเรียกหามันก็จะปรากฏขึ้นตรงหน้าเ้าเองยาม้าให้มันหายไปก็เพียงคิดว่า้าเก็บเท่านั้นเอาล่ะเมื่อเข้าใจแล้วก็ไปกันเถิดข้าจะไปส่งเ้าเอง”
จากนั้นดวงจิตของเหยาเหยาก็ถูกพามายังสถานที่แห่งหนึ่งเป็กลางทุ่งหญ้าต้นเตี้ยๆ เต็มไปหมดมีต้นไม้ใหญ่อยู่ไม่กี่ต้นด้านข้างเป็ูเาดูแล้วแห้งแล้งอยู่สักหน่อยไม่เขียวชอุ่มสมบูรณ์นัก…..