..... ซู่ๆๆๆๆๆๆๆ สือเฟยหวิ๋นบอกให้มู่ปิงปิงเงียบ และใช้มือขวาปิดปากนางเอาไว้
นายกองโป้เห็นดังนั้นก็ตวาดขึ้น " นี่เ้าทำบ้าอะไรกล้าล่วงเกินคุณหนูหรือ?" เอ่ยจบมันก็ชักกระบี่ข้างเอวชี้ไปที่คอของสือเฟยหวิ๋น
สือเฟยฟวิ๋นไม่เพียงไม่สนใจ เขายังคงสงบนิ่ง เขาค่อยๆปล่อยมือออกจากปากมู่ปิงปิงช้าๆ สายตาหันไปมองยังนายกองโป้ พร้อมกับพูดขึ้น " หากพวกเ้ายังไม่อยากตาย รีบไปบอกให้ทุกคนถืออาวุธซะ "
นายกองโป้ลังเลอยู่ชั่วครู่ เขาหันไปมองยังมู่ปิงปิง จนเห็นว่านางพยักหน้าเป็สัญญาณ เขาก็รีบเดินไปบอกให้ผู้ติดตามสิบกว่าคนลุกขึ้นยืนถืออาวุธ โดยทุกคนต่างก็มองไปยังรอบๆตัว
มู่ปิงปิงเร่งหันมาทางสือเฟยหวิ๋น พลางเอ่ยขึ้น " นี่ เ้าระวังอะไรกัน "
มีเพียงคำตอบสั้นๆดังออกมาจากปากของสือเฟยหวิ๋น " มันมาแล้ว "
แต่ทว่า คำตอบนี้ก็ทำให้มู่ปิงปิงหัวใจเต้นรัว หากก่อนที่สือเฟยหวิ๋นจะถอดเสื้อให้นางได้เห็นาแ นางคงจะด่าสือเฟยหวิ๋นว่าคนขี้ขลาด แต่เมื่อนางได้เห็นาแกลางอกของสือเฟยหวิ๋นแล้ว นางเชื่อไปแล้วถึงเก้าส่วน นางกระเถิบเข้ามาใกล้สือเฟยหวิ๋น พลางเอ่ยขึ้น " สือเฟยหวิ๋น นี่เ้าจะบอกว่าเ้ารู้สึกถึงมันอย่างนั้นหรือ "
สือเฟยหวิ๋นพยักหน้ารับ " ไม่ผิดแน่ ปีนั้นข้าก็รู้สึกแบบนี้เช่นเดียวกัน " เอาเอ่ยขึ้น พร้อมๆกับมองไปยังรอบๆเพื่อสังเกตการณ์
ในป่ายามค่ำคืนเริ่มวังเวงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีกองไฟขนาดใหญ่ค่อยให้แสงสว่าง แต่ก็ไม่อาจจะทำให้ทุกคนมองฝ่าเข้าไปในความมืดได้
ฮู้ๆๆๆๆๆๆๆ..... เสียงหอนของหมาป่าดังขึ้น
ความใเข้าครอบงำพวกเขาทันที ทุกคนต่างก็กำอาวุธในมือมั่น สายตาถอดยาวมองเข้าไปในป่า เตรียมพร้อมต่อสู้หากมีอะไรโผล่ออกมา
มู่ปิงปิง ที่ก่อนหน้านี้ใจกล้าดุจบุรุษ บัดนี้เร่งชักกระบี่ข้างเอวออกมา พลางกล่าวออกมาว่า " สือเฟยหวิ๋น ไหนเ้าบอกว่า แถวนี้ไม่มีหมาป่าไง เหตุใดถึงมีพวกมันมาได้ "
" ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน " สือเฟยหวิ๋นรีบร้องออกมา
มู่ปิงปิงเห็นว่าสือเฟยหวิ๋นไม่ได้ถืออาวุธใดๆ นางก็โยนคันธนูและลูกธนูของนางให้แกเขา " เอานี่ในเมื่อเ้าพกธนู เ้าคงใช้มันเป็สินะ "
สือเฟยหวิ๋นเหลือบมองไปครู่นึงพลางเอ่ยขึ้น " ธนูธรรมดาทำอะไรมันไม่ได้หรอก " พร้อมๆกับนำคันธนูสีดำทมิฬออกมาจากด้านหลัง และเมื่อเขาใช้มือซ้ายตบไปที่กล่องไม้ กลไกของกล่องไม้้าก็เปิดออก เผยให้เห็นลูกธนูที่ยาวและใหญ่กว่าปรกติสามสิบหกดอกด้วยกัน
มู่ปิงปิงเห็นดังนั้นก็รีบพูดขึ้น " สือเฟยหวิ๋น เ้าง้าวคันธนูนี้ไม่ได้ไม่ใช่หรือ? "
แต่ก่อนที่สือเฟยหวิ๋นจะตอบอะไรออกมา เสียงหมาป่าก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง มันดังใกล้เข้ามายังกลุ่มของเขาขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังดังมาทุกทิศทางที่พวกเขาอยู่ ความกลัวเขาครอบงำพวกเขาขึ้นมาทันที หนึ่งในผู้ติดตามทนไม่ไหว รีบวิ่งไปขึ้นม้า หมายจะชักม้าหนี เขาควบม้าบึ่งเข้าไปในป่า แต่เพียงไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ
อ๊ากกกกกก.... เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ก่อนจะเห็นเพียงม้าสีน้ำตาลที่วิ่งกลับมาหาพวกเขา ความตะลึงลนลาน ทำให้พวกเขาเริ่มจะหันหลังชนกัน บางคนถึงกลับสวดภาวนาออกมา พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย...
และทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงคำรามของป่ามาดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว โบ๋ฮู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ..... ก่อนที่จะเห็นฝูงหมาป่าสีขาวนับสิบๆตัวกระโจนออกจากความมืดเข้ามาโจมตีพวกเขา
นายกองโป้และทหารผู้ติดตาม ต่างก็ทำการเปิดฉากต่อสู้กับฝูงหมาป่าเ่าั้ ทั้งเสียงร้องของคนและเสียงร้องของหมาป่าดังขึ้นผสมปนเปร์กัน ด้านสือเฟยหวิ๋นและมู่ปิงปิง พวกเขาทั้งสองก็ต่อสู้อยู่กับหมาป่าเช่นเดียวกัน มู่ปิงปิง เห็นว่า สือเฟยหวิ๋นเอาแต่ใช้คันธนูฟาดเข้าใส่หมาป่า นางก็เอ่ยขึ้น " นี่เ้าทำไม่ถึงไม่ใช้ธนูยิงมันเล่า " ที่นางร้องถามแบบนั้น ก็เพราะว่า นาง้าจะรู้ว่า สือเฟยหวิ๋น จะใช้วิธีอะไรในการน้าวสายธนูคันใหญ่คันนี้
แต่ทว่า สือเฟยหวิ๋นกลับตอบกลับมาว่า " กับหมาป่าพวกนี้ ไม่จำเป็ต้องให้ข้าใช้ธนูคันนี้หรอก " เขาเอ่ยขึ้น ในขณะที่กำลังใช้คันธนูฟาดเข้าใส่หมาป่าที่เข้ามาโจมตีเขา แต่ว่าแม้นจะเป็การฟาดจากคันธนูที่ไม่มีคม ขอบอกเลยว่า ไม่ได้เป็การฟาดเบาๆแน่นอน ด้วยพละกำลังของสือเฟยหวิ๋น บวกกับคันธนูอันใหญ่ั์ เมื่อฟาดออกไปแล้ว พวกหมาป่าเ่าั้ ประดุจดั่งถูกฟาดด้วยกระบอกขนาดใหญ่ก็ไม่ปาน หมาป่าที่ถูกฟาดเข้าไป บางตัวก็นอนแน่นิ่ง บางตัวก็เห่าหอนออกมาด้วยความเจ็บบวด
พวกเขายังคงสู่กับฝูงหมาป่าอย่างต่อเนื่อง และในที่สุดหมาป่าเ่าั้ก็ถอยออกไปและไม่โจมตีพวกเขาอีก ทุกอย่างจึงกลับมาสงบลง ทุกคนจึงรู้สึกทั้งดีใจและโล่งใจ หนึ่งในทหารผู้ติดตามจึงเอ่ยขึ้น " เฮ้ออออ เ้าพวกหมาบ้านี้ไปได้สักที "
" ใช่ ทีแรกข้าก็กลัวแทบแย่นึกว่าเป็าาหมาป่าสีขาวซะอีก " อีกคนพูดขึ้นเสริม
มู่ปิงปิง จึงเอ่ยออกมาว่า " พวกมันไปแล้วอย่างนั้นหรือ?"
สือเฟยหวิ๋นส่ายหัวทันที พร้อมกับพูดขึ้น " ไม่... มันกำลังจะมาต่างหาก "
แต่แล้วในระหว่างที่ทุกคนกำลังเบาใจ ก็บางสิ่งบางอย่างลอยเข้าใส่กองไฟของพวกเขา ตุบบบบ...
ทุกคนหันมองตามไปเป็ตาเดียว ความใแตกตื่นกลับมาครอบงำพวกเขาอีกครั้ง นั่นก็เพราะว่า สิ่งที่ตกมากระทบกองไฟนั้นก็คือ เป็ร่างกายที่ไม่สมประกอบของผู้ติดตามที่ควบม้าหนีไปตอนแรก ตามมาด้วยเสียงคำรามที่ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมๆกับเสียงข่มขู่แยกเขี้ยวของหมาป่าที่ดังขึ้นมาจากความมืด
และเมื่อมันเดินเข้ามากระทบแสงไฟ นอกจากสือเฟยหวิ๋นที่ยืนขมวดคิ้วแล้ว ภาพที่เห็นทำให้ ทุกคนต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้าง เมื่อสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาพวกเขานั้น คือหมาป่าสีขาวขนาดใหญ่ ทั่วทั้งตัวของมันปกคลุมด้วยขนสีขาวไร้สีอื่นแซม ปากขนาดใหญ่ของมันแยกเขี้ยวข่มขู่ออกมาจนน่ากลัว ดวงตาสีแดงเพลิงจ้องมองมายังพวกเขา และที่ทำให้พวกเขากลืนน้ำลายลงคอก็คือ ดาวตาข้างซ้ายของมันบอดสนิท มันทำให้พวกเขากระจ่างแจ้งแก่ใจทันทีว่า สิ่งที่สือเฟยหวิ๋นเล่ามาก่อนหน้านั้น ล้วนแล้วแต่เป็ความจริงทั้งสิ้น
เสียงอุทานของมู่ปิงปิงดังขึ้น " นะ นี่หนะหรือ าาหมาป่าสีขาว... "