เช้าวันรุ่งขึ้น
สองพ่อลูกนั่งกินข้าวเช้าด้วยกัน กับข้าวยังคงเป็แบบเรียบง่ายตามที่เจียงอี้หลินคิดไว้ ส่วนตัวเขาไม่ใช่พวกที่ชอบกินอาหารหรูหราในภัตตาคารก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ติดนิสัยกินอาหารรสจัด พอได้กินอาหารรสชาติจืดชืดเหมือนอาหารเจเช่นนี้ ก็ทำเอาเขาไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่ ไม่ได้แล้ว เขาต้องทำอะไรสักอย่าง
เด็กน้อยทำหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจัง เจียงซูเถียนที่เห็นใบหน้าบุตรชาย ก็คิดเองเออเองว่าบุตรชายคงเป็กังวลเื่ที่จะไปค่ายทหารกับเขา
“เสี่ยวอี้ หากเ้าไม่อยากไปที่ค่ายของพวกทหาร เดี๋ยวพ่อ...”
“ไม่เลยท่านพ่อ ข้าอยากไปมาก พาข้าไปด้วยนะขอรับ”
“อะ..อื้ม”
วันนี้เด็กน้อยแต่งตัวด้วยชุดผ้าแพรสีเขียวอ่อนปักลายกิ่งหลิว บ่าวรับใช้เกล้าผมไว้กลางหัวให้เขา สองข้างแก้มมีจะงอยผมเคียวม้วนกัน เดิมทีคุณชายน้อยของบ้านนี้ก็หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูอยู่แล้ว
ยิ่งพอแต่งตัวเช่นนี้ ยิ่งน่ามองเข้าไปใหญ่ กลิ่นหอมบางอย่าง ที่แผ่ออกมาจากตัวก็ชวนให้ผู้คนหลงไหล ผิวพรรณผุดผ่องขาวใสราวกับหยกเนื้อดี รูปลักษณ์ของเด็กน้อยช่างต่างกับผู้เป็พ่อราวฟ้ากับเหว
แม้หลายคนแอบคิดสงสัยว่าเจียงซูเถียนใช่บิดาของคุณชายน้อยแน่หรือ เพราะเจียงอี้หลินไม่มีเค้าโครงไหนบนใบหน้าที่คล้ายกับเจียงซูเถียนเลยสักส่วนเดียว
นี่มิใช่ว่าอีกฝ่ายไปลักพาตัวคุณชายน้อยมาจากจวนไหนหรอกนะ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่คิดจะละลาบละล้วงเื่ของเ้านาย รู้น้อยย่อมผิดน้อย พวกเขาต่างก็เข้าใจถึงเื่นี้ดี
"ท่านเจียงซูเถียน นั่นจะเดินทางไปที่ใดกันรึ"
ชาวบ้านที่กำลังทำไร่ปลูกผักกันอยู่เอ่ยทักด้วยความเป็มิตร เจียงซูเถียนอุ้มหนูน้อยเจียงอี้หลินขึ้นนั่งบนเทียมเกวียน เพื่อจะเดินทางไปที่ค่ายทหารที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน
"ข้ากับเสี่ยวอี้จะไปที่ค่ายทหาร ตั้งใจจะไปขอบคุณเื่เมื่อวาน ที่พวกเขาช่วยชีวิตเสี่ยวอี้ของเข้าเอาไว้ นี่ก็ว่าจะขนเสบียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเป็ของตอบแทน"
"ดีเลย ๆ งั้นข้าก็ขอฝากข้าวของไปด้วยนะท่าน เพราะได้พวกทหารมาตั้งค่าย หมู่บ้านที่อยู่ติดชายแดนอย่างพวกเราจึงสงบสุขขึ้น ไม่ต้องหวาดกลัวพวกคนของแคว้นจ้าวกับพวกโจรป่าอีกแล้ว"
"ข้าด้วย ๆ "
"ของพวกข้าด้วยขอรับ"
กลายเป็ว่าพวกชาวบ้านต่างก็หิ้วของฝากกันมาคนละเล็กละน้อยจนเกือบเต็มคันรถ ทำให้เจียงอี้หลินต้องย้ายก้นมานั่งด้านหน้ากับผู้เป็พ่อแทน
"ไว้ข้าจะบอกให้ว่าเป็ของที่พวกเ้าฝากมา งั้นข้าไปล่ะ"
เจียงซูเถียนค่อย ๆ ขี่ม้าเทียมเกวียนไปที่ค่าย บรรยากาศรอบ ๆ นี้เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี ไร้ซึ่งรถรา เจียงอี้หลินคาบใบไผ่ไว้ในปากพร้อมทั้งเอามือไพล่หลังคออย่างอารมณ์ดี ท่าทางของเขาช่างเหมือนคุณชายเ้าสำราญไม่มีผิด แต่ติดตรงที่เขาเพิ่งจะอายุเพียงแค่หกขวบเท่านั้น
นายทหารที่รักษาป้อมหน้าด่านเมื่อเห็นว่ามีคนขี่ม้าเทียมเกวียนตรงเข้ามาก็สั่งให้พวกเขาหยุดและทำการสอบถาม เมื่อทราบถึงจุดประสงค์ เขาจึงสั่งให้เพื่อนอีกคนเข้าไปรายงานท่านรองแม่ทัพ ส่วนตนค่อยทำหน้าที่ยืนเฝ้าสองพ่อลูกอยู่หน้าค่าย
ตอนนี้จ้าวเยี่ยหยางกำลังฝึกดาบอยู่กับพวกทหารและองครักษ์ แม้ว่า่นี้สถานการณ์ทางชายแดนจะสงบสุขมากแล้ว เพราะแคว้นจ้าวไม่อาจก่อาได้ นั่นเพราะพวกยังขาดแคลนทั้งกำลังคนและเสบียง จากการแพ้ศึกเมื่อสามปีก่อน แต่ถึงกระนั้นเหล่าทหารของแคว้นฉินก็ไม่เคยหย่อนยานจากการฝึก ยังคงฝึกหนักกันเช่นเคย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
"รองแม่ทัพจ้าว มีชาวบ้านจากในหมู่บ้านมาขอพบท่านขอรับ"
ชายหนุ่มเก็บดาบที่กำลังจ่อคอลู่ผิงอยู่เข้าฝัก ก่อนจะยื่นมือไปฉุดดึงให้อีกฝ่ายลุกขึ้น แม้ลู่ผิงจะมีฝีมือเก่งกาจพอควรแล้ว แต่ก็ยังอ่อนด้อยกว่าจ้าวเยี่ยหยางอยู่หลายส่วน
"ผู้ใดกัน"
"เป็สองพ่อลูกที่ท่านรองแม่ทัพให้การช่วยเหลือไว้เมื่อวานขอรับ"
เมื่อได้ยิน พลันใบหน้าใส ๆ ของเด็กน้อยผู้นั้นก็ลอยมา จ้าวเยี่ยหยางรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนั้นอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าตัวเขาได้เจอกับคู่ที่์ประทานลงมาเข้าให้แล้ว
ในตอนที่บิดาของเด็กน้อยจูงมือเขาจากไป ภายในอกของชายหนุ่มก็รู้สึกวูบโหวง ราวกับคนสำคัญของเขากำลังจะหายไป เขาเกือบจะวิ่งไปคว้ามือของเด็กน้อยเอาไว้ แต่ดีที่เขาดึงสติของตัวเองกลับมาได้ก่อน
"ไปนำทางพวกเขามาที่นี่"
ไม่นานสองพ่อลูกสกุลเจียงก็ได้ขี่เทียมเข้ามาด้านใน เจียงคนพ่อประสานมือโค้งคำนับให้จ้าวเยี่ยหยาง อย่างสุภาพ แต่เจียงคนลูกกลับเอาแต่ยืนนิ่งไม่กระดิก เขาจึงรีบสะกิดบุตรชายให้คำนับด้วยกัน เจียงอี้หลินค่อยได้สติ ก่อนจะประสานมือโค้งคำนับเรียนแบบบิดา
"เื่เมื่อวาน ลำบากท่านรองแม่ทัพแล้วจริง ๆ"
"แค่เื่เล็กน้อย ท่านอย่าได้ใส่ใจ”
"จริงสิ วันนี้ข้าและพวกชาวบ้านได้รวบรวมเสบียงอาหาร มามอบให้พวกท่าน ถือเป็สินน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่านรองแม่ทัพได้โปรดรับไว้ด้วยเถิด"
เจียงซูเถียนผายมือไปทางเทียมเกวียนที่ตนขี่มา ซึ่งก่อนหน้านี้ทหารที่เฝ้ายามอยู่หน้าประตู ได้ทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว
"ข้าจะขอรับไว้แค่น้ำใจก็พอ พวกเ้าก็อดอยากกันพออยู่แล้ว ฤดูนี้แร้งพอดูเก็บเกี่ยวกันได้น้อย ใยต้องลำบากขนเสบียงมากมายพวกนี้มาให้พวกข้าอีก"
"พวกข้าไม่ลำบาก ท่านรองแม่ทัพได้โปรดรับไว้เถิด ตอบแทนที่พวกท่านช่วยลูกชายของข้าไว้ และคอยปกป้องชายแดน หลายปีมานี้หมู่บ้านเราไร้ข้าศึกต่างแคว้นเข้ามารุกราน ก็เพราะได้ความช่วยเหลือจากทหารเช่นพวกท่าน แถมยังไม่มีโจรป่าออกอาละวาดบุกแย่งชิงเสบียงอาหาร ตอบแทนแค่นี้ยังถือว่าเล็กน้อยไปเสียด้วยซ้ำ" ร่างสูงเผยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย
"ท่านจ้าวเยี่ยหยาง โปรดรับไว้เถิด"
เสียงใสกระจ่างดุจธารน้ำไหลเอ่ยขึ้น ดวงตาดอกท้อกลมโตจ้องมองจ้าวเยี่ยหยางอย่างใสซื่อ ชายหนุ่มที่เผลอผินหน้าไปมองก็ใจอ่อนยวบจนต้องถอนหายใจออกมาเบา ๆ และรับของพวกนั้นไว้อย่างเสียไม่ได้ เขาสั่งให้นายทหารตรวจนับเสบียงและเอาไปเก็บเข้าคลัง ก่อนจะหันมาลูบหัวของหนูน้อยแล้วพูดขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
เมื่อเสร็จธุระ เจียงซูเถียนก็ไม่อยากรั้งอยู่รบกวนการฝึกซ้อม จึงขอตัวกลับ แต่บุตรชายกลับดึงแขนเสื้อของจ้าวเยี่ยหยางไว้ เจียงซูเถียนเบิกตากว้าง รีบเข้าไปอุ้มบุตรชายตัวน้อยออกมา แต่มือของเขาก็เหนียวมากจับแขนเสื้อของรองแม่ทัพไว้ไม่ยอมปล่อย
"ท่านพ่อ ข้ายังไม่อยากกลับ ข้าอยากอยู่ที่นี่ ที่นี่น่าสนใจมาก" เด็กน้อยหันไปบอกบิดาด้วยแววตาเป็ประกาย อันที่จริง เขาแค่้าหาข้ออ้างอยู่กับจ้าวเยี่ยหยางเท่านั้น เพราะอยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง
"เ้าชอบที่นี่เหรอ"
ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงทุ้มแหบนิด ๆ ซึ่งเสียงของเขาฟังดูเซ็กซี่มาก เจียงอี้หลินรู้สึกจั๊กจี้หูอย่างบอกไม่ถูก เด็กน้อยพยักหน้าจนหัวแทบหลุด ไม่ว่าอย่างไร เขาต้องหาข้ออ้างอยู่ต่อให้ได้ เพราะเดิมทีค่ายทหารแห่งนี้ไม่ใช่ว่าใครคิดอยากจะเข้ามา ก็เข้ามาได้ง่าย ๆ
"ถ้าชอบ เ้าก็อยู่เที่ยวเล่นที่นี่ก่อน"
รองแม่ทัพหนุ่มอนุญาตอย่างใจดี ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ด้วยไม่คาดว่าคนอย่างรองแม่ทัพจ้าว ที่ภูติผีเห็นยังต้องเร้นกายหนี จะทำหน้าอ่อนโยนเช่นนี้เป็กับเขาด้วย มิคาดวันนี้หิมะคงจะตกในฤดูร้อนแล้วกระมัง
"จริงเหรอ ให้ข้าอยู่ที่นี่ได้จริงเหรอ" ดวงตาดอกท้อส่องประกายวาววับ
"เสี่ยวอี้ พ่อว่าเราอย่ารบกวนท่านรองแม่ทัพจ้าวเลย กลับบ้านเรากันเถอะ" เจียงซูเถียนพยายามหว่านล้อมแต่ก็ไม่เป็ผล เจียงอี้หลินแสร้งตีหน้าเศร้าทำท่าจะเบะปากร้องไห้ ร่างสูงในชุดเกราะเห็นแล้วแทบปวดใจ จึงได้เดินไปรับตัวเจียงอี้หลินมาอุ้มไว้
"อยากอยู่ก็อยู่ ท่านผู้าุโเจียง ท่านกลับไปก่อนเถิด บุตรชายของท่าน ไว้ข้าจะพากลับไปส่งที่เรือนให้เองไม่ต้องเป็ห่วง"
เจียงซูเถียนลังเล ไม่ใช่เพราะกลัวว่าบุตรชายจะสร้างความเดือดร้อนให้กับพวกเขา แต่เจียงซูเถียนกลัวว่าจะมีใครในที่นี้จำหน้าบุตรชายของเขาได้ต่างหาก นั่นก็เพราะ...
"ท่านพ่อ ข้าขออยู่ที่นี่นะขอรับ ข้าอยากเรียนฟันดาบ ขี่ม้า ยิงธนู ข้าอยากจะเก่งขึ้น จะได้ปกป้องท่านได้อย่างไรล่ะ" เด็กน้อยทำท่ากำหมัดต่อยลม มืออีกข้างยังคงกอดคอจ้าวเยี่ยหยางไว้ไม่ยอมปล่อย
"ปกติเวลาบิดาบอกให้เ้าจับดาบ ไม่เห็นเ้าจะสนใจ ใยเวลานี้ถึง.." เจียงซูเถียนกล่อมอย่างไม่ยอมแพ้
"ตอนนั้นข้าไม่อยากเรียน แต่ตอนนี้อยากเรียนแล้ว"
เด็กน้อยยู่ปากทำหน้าเอาแต่ใจ เจียงคนพ่อหมดคำจะเอ่ยกล่อมจึงจำต้องฝากจ้าวเยี่ยหยางให้ช่วยดูแล ก่อนจะค่อมตัวประสานมือและขอตัวลา แต่ก่อนกลับเขาหันมามองลูกชายอีกครั้ง เผื่อว่าเด็กน้อยจะเปลี่ยนใจ
แต่เปล่าเลยเขาเอาแต่จ้องและชี้ไปที่คอกม้าด้วยตาประกายแวววาว พลางคะยั้นคะยอให้จ้าวเยี่ยหยางรีบ ๆ พาเขาไปที่คอกม้านั่นเร็ว ๆ
"ว่าแต่เ้าชื่ออะไร บอกข้าได้รึยัง" จ้าวเยี่ยหยางวางเจียงอี้หลินลง
"ข้าชื่อ เจียงอี้หลินขอรับ" เด็กน้อยจับฝ่ามือของจ้าวเยี่ยหยางพลิกหงายขึ้นก่อนจะใช้นิ้วป้อม ๆ นั่นเขียนชื่อของตัวเองลงไป “อี้หลิน ที่แปลว่าหยกงาม”
"อี้หลินเหรอ ชื่อของเ้าเพราะมากว่าแต่ ใครสอนเ้าเขียนชื่อเหรอ หรือว่าเป็บิดาของเ้า?”
เด็กน้อยชะงักไป ก่อนจะรีบพยักหน้า จ้าวเยี่ยหยางนึกแปลกใจเล็กน้อย ปกติแล้วชาวบ้านที่อยู่หมู่บ้านห่างไกลเช่นนี้ น้อยมากที่จะอ่านออกเขียนได้ ทั้งบรรยากาศรอบตัวของเจียงซูเถียนนั้น เขาก็ััได้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา
ไหนจะเื่ที่เขามีม้าเอาไว้ใช้สอยอีก ซึ่งเดิมทีแล้ว ม้าเป็ของแพงและหายาก ไม่ง่ายเลยที่ชาวบ้านธรรมดา ๆ จะมีกัน เขาเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจก่อนจะหันมามองเด็กน้อย
“เช่นนั้นข้าเรียกเ้าว่าอี้เอ๋อร์ก็แล้วกัน เอาละอี้เอ๋อร์เด็กดี คราวนี้ไหนเ้าลองเรียกข้าว่าท่านพี่เยี่ยหยางสิ หากเ้าเรียก เดี๋ยวข้าจะอุ้มเ้าไปขี่ม้า" น้ำเสียงอันนุ่มละมุนซึ่งหาฟังได้ยากนักจากรองแม่ทัพผู้นี้ ทำเอาเหล่าทหารที่เดินผ่านแทบจะสะดุดหญ้าแห้งล้มตรงนั้น
ไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็ไม่ชินกับจ้าวเยี่ยหยางในมุมนี้จริง ๆ ท่านรองแม่ทัพ ดูท่าคงจะเป็พวกรักเด็กเอามาก ๆ สินะขอรับ ขอบคุณคุณชายน้อย ที่ทำให้พวกเขาได้เห็นเื่ที่น่าอัศจรรย์ใจเช่นนี้
เจียงอี้หลินออดอ้อนอยากขี่ม้า ชายหนุ่มมีเหรอจะไม่ตามใจ เขาอุ้มเด็กน้อยขึ้นขี่บนหลังม้า ก่อนที่จะขึ้นขี่ซ้อนด้านหลัง เดิมทีเจียงอี้หลินอยากลองขี่คนเดียว แต่จ้าวเยี่ยหยางก็ไม่อนุญาตเพราะมันอันตรายเกินไป เด็กน้อยจึงยู่ปากขัดใจ แต่สักพักเมื่อม้าเริ่มออกวิ่ง เขาก็กลับมาร่าเริงอีกครั้ง
.
.
จบตอน.
---------------------------------------------
พี่แพ้ทางน้องละซี่ แต่อดใจรอน้องโตก่อนน้าาา