หุบเขาอัญมณี เป็หุบเขาที่มีขนาดใหญ่โตเป็อย่างยิ่ง อยู่ภายในเทือกเขาคราม หุบเขาแห่งนี้เปรียบเสมือนย่านการค้า เป็แหล่งรวมร้านรวงมากมาย เหล่าผู้ฝึกตนต่างมาเดินเลือกซื้อเลือกหาสิ่งของกันอย่างขวักไขว่คึกคัก ซึ่งย่านการค้าแห่งนี้เต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่าหายากมากมาย แต่ที่สำคัญ สถานที่แห่งนี้ล้วนแต่เป็สมบัติของเหล่าเทพเซียนทั้งสิ้น ศิษย์หลักหลายคนช่วยเป็หูเป็ตาอยู่ที่นี่ อย่างเช่นอู่ อวี้ จะมีเงินพอที่จะซื้อหาสินค้าที่มีคุณภาพธรรมดาได้บางส่วนเท่านั้น
มีข่าวร่ำลือมาว่า มีพ่อค้าชาวมนุษย์ได้เข้ามาค้าขายยังหุบเขาอัญมณี แถมมนุษย์คนนั้นยังมีความสัมพันธ์บางอย่างกับศิษย์ในนิกายกระบี่์ โดยเหล่าศิษย์จะมีหน้าที่จัดหาลูกค้าเพื่อเพิ่มยอดขาย ส่วนพ่อค้าจะเป็ผู้จัดหาสินค้ามาให้ ร้านค้ารายใหญ่หลายแห่งในสถานที่แห่งนี้ ล้วนมีความสัมพันธ์กับผู้าุโในนิกาย สำหรับผู้ฝึกตนทรัพยากรต่างๆ จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะยิ่งมีทรัพยากรมากเท่าใด ก็จะทำให้คนผู้นั้นแข็งแกร่งขึ้น อย่างยันต์เพลิงสีทองของเยี่ยกู๋หยู ก็เกือบทำให้อู่ อวี้สิ้นชีพมาแล้ว
และอู่ อวี้ในตอนนี้ได้ยันต์เพลิงสีทอง เขาได้ใช้ความสามารถของมัน หลอมรวมก่อร่างจิตแสงศิลากำเนิดของเขา
อย่างกระบี่ปราบมาร เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ฯลฯ ล้วนถือเป็ทรัพยากรแห่งเซียนทั้งหมด
ซึ่งสิ่งที่อู่ อวี้มีและเพียงพอที่จะกล่าวอ้างได้ เขามีอยู่แค่ 2 ชิ้นเท่านั้น นั่นก็คือเป็กระบี่ปราบมาร กับ เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ส่วนเงินทองหรือทรัพยากรอื่น ๆ เขาไม่มีเลยแม้แต่น้อย ทรัพยากรที่นิกายจัดสรรให้กับศิษย์ชั้นสายนอกนั้น ถือว่าเล็กน้อยอย่างยิ่ง ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความ้า มันจึงทำให้ผู้ฝึกตนจะใช้ทรัพยากรที่ได้รับมาในแต่ละเดือน หมดไปอย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนว่าสาวกที่เข้ามาเดินในย่านการค้าแห่งนี้ ส่วนใหญ่จะเป็ศิษย์ที่มุ่งเน้นไปการฝึกตนซะมาก
อย่างเช่นซือตู๋ ิหลาง กับ ซูหยานหลี่ ซึ่งเป็ศิษย์ที่มีพร์ และ ความสามารถโดดเด่น แถมยังเป็ศิษย์โปรดปรานของเหล่าอาจารย์ ในแต่ละเดือนพวกเขาก็จะได้ทรัพยากรจากอาจารย์โดยตรง ไม่ได้ถูกจัดสรรปันส่วนจากส่วนกลางเหมือนศิษย์คนอื่น ๆ
เท่ากับว่าเวลานี้อู่ อวี้ มันยากจนแร้นแค้นจริง
" ข้าไม่ไปหรอก ข้าไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียว "
หากอยู่ไหนโลกมนุษย์ เงินทองเหล่านี้ถือว่าเป็เื่เล็กน้อยสำหรับเขามาก แต่สำหรับนิกายกระบี่์แล้ว เงินไม่ได้มีความจำเป็กับที่นี่ มีแค่ทองเท่านั้นที่จะนำมาใช้แลกเปลี่ยนหมุนเวียนได้ การที่เหล่าผู้ฝึกตนได้ทำข้อตกลงการค้าทองคำกับมนุษย์นั้น เป็เพราะ้าทำเพื่อตัวเองเท่านั้น มีข่าวลือกันว่าเหล่าศิษย์หลักนั้นได้ทำการซื้อขายเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ด้วยราคาทองถึง 1,000 ชั่งเลยทีเดียว!
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณบางเม็ด ยังมีมูลค่าสูงกว่าทอง 2000 ชั่งเสียอีก
แม้แต่การจะใช้ทองคำ ก็ยังต้องนับเป็ชั่งเลย คิดดูว่าการสะพัดของทองนั้นมันหมุนเวียนจนมีค่ามหาศาลเช่นไร
" หากเ้าปรารถนาสิ่งใดก็เลือกหาซื้อจับได้ ตราบเท่าที่ข้ามีทองพอจ่ายให้เ้าได้ " ชิงเิกล่าวอย่างภาคภูมิใจ มันอยู่บนยอดเขาหวังเทียน ชิงเิเห็นอู่ อวี้ตั้งใจฝึกฝนอย่างยิ่ง ในฐานะที่นางเป็สหายเพียงผู้เดียวของเขา นางจึงอยากให้การสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่
ในเมื่อชิงเิมีเจตนาดี ดังนั้นอู่ อวี้ไม่อยากขัดศรัทธาของนาง ส่วนอีกหนึ่งเหตุผลก็คือ เขาเองก็้ามีโอกาสในการฝึกตนมากขึ้น ฉะนั้นเขาจึงไม่ปฏิเสธในการที่ชิงเิหยิบยื่นน้ำใจให้แก่เขา ทั้งสองะโขึ้นหลังของนกกระเรียน์ ทั้ง 2 บินข้ามเทือกเขาครามไปกว่าครึ่ง จนในที่สุดพวกเขาก็บินมาถึงหุบเขาอัญมณี
บรรดาเทือกเขาที่พวกเขาบินผ่านมานั้น อู่ อวี้ได้บินผ่านเทือกเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาทงเทียน! นั่นก็คือ เทือกเขาแก้ว์! เป็สถานที่ซึ่งอยู่ในเขตหวงห้าม และ เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะเหยียบย่างเข้าไปหากไม่ได้รับอนุญาต
หากมองจากมุม้าหุบเขาอัญมณี รัศมีของมันส่องสว่างเจิดจ้างดงามอย่างนี้ มันคือสถานแห่งความมั่งคั่ง เต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติที่ถูกแลกเปลี่ยนหมุนเวียนในแต่ละวัน มันคือสถานที่ซึ่งเหล่าผู้ฝึกตนปรารถนาที่จะมาเดินชมเลือกซื้อสิ่งของ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะกระเป๋าแห้งก็ตาม บางครั้งพวกเขาก็อยากจะเปิดหูเปิดตา!
แม้ร้านค้าบางร้านจะมีขนาดย่อม แต่ก็ยังเนืองแน่นไปด้วยเหล่าสาวก ยิ่งสถานที่สำคัญ ๆ ก็จะได้เห็นบรรดาศิษย์หลักหัวกะทินั่งอยู่ มีคนเคยกล่าวว่าาุโท่านหนึ่งได้อุทิศกายถวายชีวิตเพื่อดูแล เพื่อรักษาเสถียรภาพของสถานที่แห่งนี้เอาไว้ หากมีผู้ใดหาญกล้าคิดขโมยสมบัติล้ำค่าเหล่านี้ มันผู้นั้นจะไม่มีชีวิตรอดกลับไปเด็ดขาด
" ที่นี่มีสมบัติแห่งเซียนมากมาย! หากคิดจะหาสิ่งใด ที่นี่ล้วนแต่ตอบสนองความ้าได้ทั้งหมด " หลังจากชิงเิลงสู่พื้น นกกระเรียน์ของนางก็ถูกส่งไปดูแลเป็พิเศษ เมื่ออู่ อวี้ และ ชิงเิเข้ามาในหุบเขานี้ พวกเขาทั้งสองกวาดตามองไปรอบ ๆ พวกเขาก็ได้เห็นสินค้าจำนวนมากมายส่องประกายแพรวพราว ราวกับอัญมณีโดยแท้
ที่นี่เต็มไปด้วยคัมภีร์กลยุทธ์ต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งวรยุทธขั้นสูง ซึ่งดูเหมือนว่าเป็เื่ปกติธรรมดา สำหรับสถานที่แห่งนี้ร้านค้าชั้นนำจะมีสินค้าให้แลกเปลี่ยนมากมาย มีแม้กระทั่งวิชาเต๋า ตราบใดที่ยังมีเงินก็จะสามารถสรรหาเลือกซื้อแลกเปลี่ยนได้ นอกจากนี้ยังมีอาวุธมากมายให้เลือก รวมถึงอาวุธวิเศษต่าง ๆ และ ยังมีสมุนไพรเซียนที่แสนล้ำค่า ซึ่งจะเติบโตขึ้นทีู่เาเซียนเท่านั้น อีกทั้งศิลาเทพสมบัติที่กำเนิดขึ้นมาจากภายใต้พื้นปฐี แม้แต่เครื่องรางเวทย์ที่ทรงพลัง รวมไปถึงแผ่นภาพแห่งเต๋า สัญลักษณ์เต๋า และ ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังสามารถจัดหาซื้อได้ที่นี่ กล่าวได้ว่า หุบเขาอัญมณี เป็สถานที่หาซื้อทุกอย่างได้จริง ๆ
นอกจากนี้ยังมี ของชิ้นใหญ่ที่ยอดเยี่ยมเป็จำนวนมาก เป็เื่ยากที่จะบอกว่าสิ่งไหนสามารถซื้อได้ หรือ สิ่งไหนไม่สามารถซื้อได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นภายในดินแดนเทพตงเสิ้ง ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ผู้คนยังไม่เคยพบเจอ มันเป็ดินแดนที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์อย่างแท้จริง
ดวงตาของชิงเิเบิกกว้าง ตลอดการเดินทางที่อยู่ในย่านการค้า ราวกับนางไม่ยอมให้สมบัติวิเศษชิ้นไหนหลุดรอดสายตาของนางไปได้ แท้ที่จริงแล้วนางไม่ปรารถนาที่จะเลือกซื้อสิ่งของเหล่านี้มาให้ตนเอง แต่นางปรารถนาเลือกซื้อสิ่งของให้แก่อู่ อวี้ ทั้งพยายามที่จะส่งเสริมให้เขาดูรายละเอียดของสินค้าชิ้นนั้น ๆ ซึ่งในความเป็จริงอู่ อวี้เคยมายังสถานที่แห่งนี้หลายครั้งแล้ว แต่เพราะกระเป๋าของช่างแบนซะเหลือคณา เขาจึงทำได้เพียงเดินหน้าตรง เพื่อกวาดสายตามองสินค้าอย่างผ่านๆ และเดินผ่านร้านในแต่ละร้านอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้ชิงเิ กำลังจับจ้องไปที่กระบี่ยาวสุดวิเศษด้วยดวงตาสาดประกาย แต่ทว่ามันมีราคาถึงทองคำ 500 ชั่ง ด้วยราคาสูงลิ่วเช่นนี้ ชิงเิจึงต้องยอมแพ้ไปในที่สุด
เนื่องจากราคาที่สูงมากเกินไป ชิงเิคงต้องกลับไปเอาทองมาเพิ่มถึงจะซื้อมันได้
" หากเอามาเปรียบเทียบกัน อาวุธชิ้นนี้แทงฟันได้รวดเร็วกว่ากระบี่ปราบมารทั่วๆ ไปอย่างมาก แถมมันยังมีราคาขายแค่เพียงทองคำ 500 ชั่ง หากซื้อขายในอาณาจักรมนุษย์ ราคาของมันคงพุ่งทะยานถึงหมื่นชั่งเป็แน่ ส่วนเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ สำหรับมนุษย์แล้วมันคือสิ่งไร้ประโยชน์ ไม่คุ้มค่าแก่ราคาที่จะจ่าย"
สิ่งที่ผู้ฝึกตน้า กับ สิ่งที่มนุษย์้านั้น ย่อมแตกต่างกันอย่างแน่นอน
" ชิงเิทำไมเ้าไม่ซื้อ? " เขาถามขึ้น เนื่องจากเห็นนางชอบ ‘กระบี่หยกพเนจร’ เล่มนี้มากจริง ๆ
" ไม่ล่ะ มันยาวเกินไป " ชิงเิตอบด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มพร้อมกับมองไปที่ ‘กระบี่หยกพเนจร’ อย่างไม่เต็มตานัก นางกลัวอู่ อวี้จับได้ว่านางไม่มีทองมากพอที่จะจ่ายมัน แต่นางไม่ได้คิดอะไรมากนัก เหตุผลที่นางมาที่นี่ก็เพื่อเดินเล่นรับอากาศบริสุทธิ์
" นั่นมันอู่ อวี้ "
" รายชื่อผู้ร่วมเข้าแข่งขันได้ประกาศออกมาว่า คู่ต่อสู้ของเขาคือ ซือตู๋ ิหลาง "
" คนผู้นี้เป็ศิษย์ที่โปรดปราน มันได้รับทรัพยากรโดยตรงจากท่านเ้านิกายด้วยอย่างนั้นหรือ? "
ในความเป็จริงแล้ว ั้แ่อู่ อวี้เหยียบเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ ตลอดการเดินทางเยี่ยมชมสินค้า ได้มีคนคอยผู้จับตาเฝ้าดู และ พูดคุยถึงเขาอย่างลับ ๆ
นี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่อู่ อวี้ต้องพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้เมื่อเขาต้องเดินทางไปไหนมาไหน บางคนก็้าท้าทายเขา แต่เป็เพราะผู้คนเ่าั้ต่างคิดว่าอู่ อวี้ อยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณแล้ว จึงไม่มีผู้ใดกล้าเป็ศัตรูกับเขา
"ขั้นหลอมรวมลมปราณ คือการก้าวเข้าสู่วิถีแห่งเซียนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็ก้าวที่ยิ่งใหญ่ ข้าได้ยินข่าวลือว่าเ้าอู่ อวี้ผู้นี้มีร่างกายแข็งแกร่งยากจะจัดการได้ แต่ถ้ามันต้องเผชิญหน้ากับวิชาแห่งเต๋าแล้วล่ะก็ แค่เพียง 1 กระบวนท่ามันก็คงสุดจะต้านรับแล้วกระมั้ง"
" ดูนั่น...นั่นมันอู่ อวี้ ผู้สังหารพี่ชายทั้งสองของซือตู๋ ิหลาง น่าเหลือเชื่อยิ่งนักที่บัดนี้มันยังมีลมหายใจรอดอยู่ได้ ข้าได้ยินมาว่ามันยังมีสิทธิ์เข้ารับเลือกในการเป็ผู้พิทักษ์ด้วย แต่ในความจริงแล้ว พลังของมันยังไม่ได้อยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณ มันถูกรับเลือกมาอย่างลับ ๆ หากคาดเดาจากสถานการณ์ข้าคิดว่า ซือตู๋ ิหลางจะยังไม่สังหารมันในตอนนี้ แต่จะรอจนกว่าถึงการประลองยุทธในการคัดเลือก ด้วยเหตุนี้มันถึงยังมีลมหายใจอยู่ได้ แต่ก็คงจะอยู่ได้อีกไม่นานนักหรอก รอให้การประลองเริ่มขึ้นเสียก่อนเถอะ มันจะต้องยกผ้าขาวยอมแพ้ อย่างราบคาบ อีกทั้งซือตู๋ ิหลางได้รับคำสั่งบางอย่างให้ต้องออกจากนิกายไป จึงทำให้เขาไม่มีโอกาสที่จะสังหารมัน "
" อย่างที่ข้ากล่าวนั่นแหละ ความหาญกล้าของมันหาได้มีไม่ มันช่างฉลาดยิ่งนัก ก่อนหน้านี้มันถ่วงเวลาเสียนานสองนาน และ พึ่งมาปรากฏตัวใน่เวลาเช่นนี้! "
" คนเช่นนี้เรียกว่าฉลาดเยี่ยงนั้นหรือ ควรเรียกว่าไอ้คนขี้ขลาดตาขาวน่าขยะแขยงเสียมากกว่า! "
คนเหล่านี้ซุบซิบนินทากันอย่างลับ ๆ โดยปล่อยให้อู่ อวี้ชื่นชมกับจินตนาการของพวกมัน ราวกับว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่ในสถานที่แห่งนี้ บางคนก็กล่าวถึงกลยุทธ์ ซึ่งแม้แต่ตัวเขาก็ยังไม่สามารถนึกกลยุทธ์เช่นนี้ออกได้
หุบเขาอัญมณีแห่งนี้นั้นช่างกว้างใหญ่เกินไป หลังจากที่พวกเขาเดินกันมาเป็เวลานาน แต่พวกเขาก็ยังเดินได้แค่เพียง 1 ใน 10 ส่วนของย่านการค้านี้
อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนเองค่อนข้างเป็จุดสนใจมากเกิน อีกทั้งเขายังมีนิสัยเืร้อน หากอยู่ในสถานที่แห่งนี้นานเกินไป คงจะไม่ใช่เื่ดีแน่
" อู่ อวี้ เรากลับกันมั้ย? "
ชิงเิไม่เห็นสิ่งที่น่าดึงดูดใจ และ นางก็ไม่อยากให้สหายได้ยินคำพูดเชิงลบมากมายเยี่ยงเช่นนี้ บางคำพูดนั้นฟังดูรุนแรง และ น่ารังเกียจอย่างยิ่ง
" อืม "
พวกเขาทั้งสองเดินย้อนกลับไปทางเก่า ตลอดเดินการทางกลับนั้นอู่ อวี้ยังคงขบคิดถึงเื่ ' เซียนวานรจำแลง ' ทันใดนั้นพรมวางสินค้าที่อยู่ด้านซ้าย ก็ดึงดูดความสนใจเขาเป็อย่างยิ่ง
"นั่นมันอะไร? " อู่ อวี้ชี้นิ้วไปที่ผลไม้ชนิดหนึ่งซึ่งวางอยู่ มีกลิ่นหอมจาง ๆ ลอยออกมาจากผลไม้ชนิดนั้น เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ผลไม้ชนิดนี้เป็ประเภทจิติญญาเซียน อย่างไรก็ตามผลไม้นี้ไม่ได้มีคุณภาพสูงนัก พลังจิติญญาที่เหลืออยู่ในผลไม้นี้ก็ไม่มากนัก เมื่อมองดูรูปลักษณ์ของผลไม้ชนิดนี้แล้ว มันมีหัวเหมือนลิง และ จมูกกับตาที่ดูค่อนข้างแปลกประหลาด
"อา นี้คือผลหัววานร คุณสมบัติของมันคือการช่วยฟื้นฟูร่างกาย และ สามารถเร่งการฟื้นตัว นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงเืเนื้ออีกด้วย อย่างไรก็ตามมันได้ผลกับพวกวานรมากกว่ามนุษย์ อีกทั้งผลหัววานรชนิดนี้ค่อนข้างหายากอย่างยิ่ง ปกติแล้วไม่ค่อยจะมีใครนำมันมาขายสักเท่าใดนัก ส่วนราคาของมันข้าจำได้ว่ามันมีราคาไม่สูงมากนะ น่าจะซักประมาณทองคำ 30 ชั่งเห็นจะได้”
ส่วนลึกภายใน อู่ อวี้รู้สึกว่าเขา้าหยิบผลหัววานรที่ดูธรรมดานี้ขึ้นมาตรวจสอบ ไม่ใช่เพราะเขา้าได้รับผลในการฟื้นฟูร่างกายของมัน แต่ผลไม้ชนิดนี้มีความสัมพันธ์ซ่อนเร้นบางอย่างอยู่กับเผ่าพันธุ์วานร มันคือสิ่งที่ผู้ฝึกตนปกติไม่สามารถรับรู้ได้
ผลไม้ที่ดูเหมือนกับ ‘หัววานร’ นี้ต้องส่งผลอะไรบางอย่างกับเขาอย่างแน่นอน
"เ้าช่วยซื้อผลไม้นั่นให้ข้าได้หรือไม่? " อู่ อวี้มองย้อนกลับไป
"ได้แน่นอน" ชิงเิยินดีเป็อย่างยิ่ง ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ผล แต่อย่างน้อยนางก็ได้ช่วยอู่ อวี้แล้ว นางรีบหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาทันที จากนั้นก็หันไปถามราคากับเ้าของร้าน คนขายผู้นี้เป็ศิษย์สายนอก เขามีร่างกายกำยำ และ ตัวสูงชะลูด ถึงแม้ว่าเขาจะนั่งอยู่ แต่ความสูงของมันก็เกือบเท่ากับชิงเิที่กำลังยืนอยู่ในตอนนี้
"ทองคำ 1,000 ชั่ง"
ศิษย์ร่างกำยำผู้นั้นเงยหน้าขึ้น จากนั้นก็ยิ้มอย่างเยาะเย้ยให้กับอู่ อวี้ และ ชิงเิ
ชิงเิตัวสั่นเทา ทองคำสามสิบชั่งที่นางหยิบออกมา แทบจะร่วงตกจากมือ ราคาของมันสูงเกินไป ต่อให้นางนำทองทั้งหมดออกมาก็ยังไม่เพียงพอที่จะจ่ายมันอยู่ดี
"ข้าหูฝาดไปใช่หรือไม่? นี่มันแค่ผลหัววานรเอง? ปกติแล้วราคาขายของมันแค่ 30 ชั่งเท่านั้น แต่เ้ากับคิดราคา 1,000 ชั่งนี่มันอะไรกัน? " ชิงเิถามอย่างมีโทสะ
" ข้าบอกว่า 1,000 ก็ 1,000 สิ " สีหน้าของศิษย์ผู้นั้นได้แปรเปลี่ยนเป็จริงจัง จากนั้นมันก็จ้องมองไปที่อู่ อวี้กับชิงเิ ภายในสายตาของมันได้ปรากฏความชิงชังออกมาให้เห็น
ชิงเิโกรธมาก นางรู้สึกว่าเ้าผู้นี้กำลังเล่นตลกกับนางอยู่ นางกล่าวเสียงดังราวกับ้าให้ผู้อื่นมาช่วยร่วมตัดสิน อู่ อวี้บอกให้ชิงเิระงับโทสะลงก่อน จากนั้นเขาก็ถามขึ้นว่า "เ้าเป็พ่อค้าจากยอดเขาิเทียนใช่หรือไม่? "
ศิษย์ผู้นั้นแสดงท่าทางตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ แล้วมันก็กล่าวว่า "เ้ารู้ได้อย่างไร? "
สายตาของอู่ อวี้ส่งจิตกดดันออกมา จากนั้นเขาก็กล่าวว่า "ข้าเพิ่งจะสังหารศิษย์จากยอดเขาิเทียนไป แน่นอนว่าข้าย่อมต้องรู้! "
อู่ อวี้รู้ดีว่า คนผู้นี้เป็คนจากยอดเขาิเทียน การได้เห็นอู่ อวี้กำลังมองหาสิ่งต่างๆ ในร้าน แน่นอนว่ามันไม่ปรารถนาขายสิ่งนั้น ส่วนที่ตั้งราคาเอาไว้ 1000 ชั่ง เพียงแค่มัน้ากลั่นแกล้งพวกเขาเท่านั้น
แท้จริงแล้วจิตใจของอู่ อวี้ ปรารถนาได้รับผลหัววานรผลนี้เป็อย่างยิ่ง แต่ปัญหาก็คือเหล่าศิษย์คนอื่นๆ ที่อยู่บนศาลา ซึ่งพวกมันได้สร้างความลำบากให้กับเขามาก ยิ่งฝั่งตรงข้ามรู้ว่าเขา้าอะไร เขาก็ต้องระวังตัวมากขึ้นเท่านั้น
หุบเขาอัญมณี เป็สถานที่ซึ่งให้ความสำคัญกับกฎเป็อย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้อู่ อวี้จึงไม่สามารถใช้การปล้นชิงมาได้
"ชิงเิ ภายในหุบเขาอัญมณีนี้ เราน่าจะหาผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้"
"ถึงแม้ว่าเงินตราที่ข้ามีอยู่นั้นจะเล็กน้อย แต่ถ้าเ้าจะลองดูข้าก็ไม่มีปัญหา! "
ถ้าไม่ติดว่าอู่ อวี้มาด้วย ชิงเิคงกลับออกจากหุบเขาอัญมณีเสียให้พ้นๆ ไปนานแล้ว หลังจากมองหาอยู่นาน สายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ ผลหัววานรหลายสิบผลที่ถูกวางขายเอาไว้ ทันทีที่เขาต้องััมัน เขาก็รู้สึกถึงความแปลกประหลาดบางอย่าง ซึ่งแตกต่างจากผลไม้ หรือ ยาชนิดอื่นๆ ซึ่งเขากลับไม่รู้สึกอะไรกับมันเลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าผลไม้ชนิดนี้ ต้องช่วยอะไรอู่ อวี้ได้อย่างแน่นอน
"หรือว่ามีแค่ผลไม้ชนิดนี้เท่านั้น? " ตอนนี้ชิงเิรู้สึกปวดศีรษะอย่างที่สุด
ไม่นานนักพวกเขาก็ตัดสินใจ เดินย้อนกลับไปหาศิษย์ร่างสูงคนก่อนหน้านี้ เมื่อมันเห็นพวกเขาเดินกลับมา ใบหน้าของมันก็ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันขึ้น "อยากได้งั้นหรือ? เ้ามีทองคำ 1,000 ชั่ง มาจ่ายให้ข้าหรือไม่? "
แน่นอนว่าชิงเิต้องมีไม่พอจ่าย และ พ่อค้าหน้าเืรายนี้ย่อมไม่ยอมลดราคาลงกว่านี้แน่นอน
พวกเขาตัดสินใจเดินหน้าออกมาก่อน จากนั้นชิงเิก็กล่าวว่า "งั้นใช้วิธีนี้ ข้าจะลองหาใครสักคนมาช่วยซื้อมันให้กับเ้าแทนแล้วกัน"
“ตกลง”
ชิงเิมีสหายคนอื่นๆ อยู่ด้วย แต่พวกเขาไม่ใช่ศิษย์ของนิกายกระบี่์ หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งวัน บุรุษหนุ่มที่ถูกขอให้ไปซื้อมานั้น ก็เดินกลับมาพร้อมกับแสดงสีหน้าหดหู่ เขากล่าวว่า "มีร้านหนึ่งวางขายผลหัววานรเอาไว้อยู่ แต่เมื่อข้าเดินไปขอซื้อ เ้านั่นก็เก็บมันไปแล้วไม่ยอมขายให้ข้า เขาฉลาดมาก มันอาจจะเดาได้ว่าผลหัววานรนี้อาจมีผลต่อเ้า..."
"ลำบากแล้วสิทีนี้”
ยิ่งเ้าพวกนั้นฉลาดมากเท่าไหร่ การที่เราจะได้ผลหัววานรมาก็ยิ่งยากมากขึ้นเท่านั้น มันได้คาดเอาไว้อยู่แล้วว่า อู่ อวี้้าผลหัววานรนี้ และ ยังรู้อีกว่าผลไม้นี้อาจส่งผลบางอย่างที่พิเศษต่อตัวเขา คนผู้นั้นจึงได้แพร่กระจายข่าวลือ ให้ทุกคนทราบว่าอู่ อวี้้าผลไม้นี้ออกไป
"แล้วมันก็บีบบังคับจนข้าเหลือแค่ทางเดียว คือต้องขโมยมาเท่านั้น"
จากการคาดเดา คนผู้นั้นต้องปรากฏตัวออกมาแน่นอน
่เวลาสองสามวันนี้บอกได้เลยว่า อู่ อวี้นั้นรู้สึกอับจนหนทางอย่างแท้จริง แถมอีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมปรากฏตัวออกมาสักที เมื่อรู้ว่าการประลองนั้นใกล้เข้ามาทุกขณะ มันก็ยิ่งทำให้อู่ อวี้วิตกกังวลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ
ณ ในวันเดียวกันนั้นเอง ซือตู๋ ิหลางก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเหล่าศิษย์จากยอดเขาิเทียน
............................................................................................................