ตอนที่ 5 จังหวะสำคัญ (2)
เห็นท่าทีแบบนี้ของเยี่ยสุย จี้มามาชะงักรอยยิ้มโดยพลัน แล้วรีบเอ่ยถาม “คุณหนู ทำไมหรือเ้าคะ เกิดเื่อะไรอย่างนั้นหรือ”
เยี่ยสุยส่ายหน้าตอบว่า “มามา ข้าไม่เป็ไร ข้าตกจากหลังม้าน่ะ ทำเอาข้าใไม่น้อย”
นางกลัวจี้มามาจะยังไม่วางใจ จึงตั้งใจหมุนตัวรอบหนึ่งเพื่อบอกว่าตัวเองสบายดี
จี้มามาเห็นว่านางไม่เป็ไรแล้วจริงๆ ถึงได้วางใจ ทว่ากลับมองบ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านหลังเยี่ยสุยอย่างคาดโทษ ก่อนถามเสียงเข้ม “คุณหนูตกม้าได้อย่างไร”
ผู้ที่นางถามคือเพ่ยอวี้และเพ่ยชิงที่ติดตามเยี่ยสุยออกจากจวน
สิ้นเสียงจี้มามา เพ่ยอวี้และเพ่ยชิงก็ก้มศีรษะลงอย่างกังวลและละอายใจ
พวกนางไม่กล้าปกปิดใดๆ ต่อหน้าจี้มามา ต่างทยอยเอ่ยปากขอรับโทษ “เป็เพราะบ่าวปล่อยปละละเลยเอง จี้มามาโปรดลงโทษ”
แม้นว่าจี้มามาจะเป็แม่นมของเยี่ยสุย ทว่านางยังเป็มามาดูแลเรือนซีถังด้วย ฐานะในเรือนไม่ธรรมดา
แม้แต่สาวใช้ระดับสูงอย่างเพ่ยอวี้และเพ่ยชิง เดิมก็กลัวเกรงจี้มามามากอยู่แล้ว
ครั้งนี้พวกนางรู้ตัวว่าทำผิด ย่อมไม่กล้าซัดทอดใครอื่น จึงได้แต่รอจี้มามาลงโทษด้วยอารามขลาดกลัว
เยี่ยสุยยืนอยู่ข้างจี้มามาอย่างเงียบๆ พลางสำรวจดูสาวใช้สองคนนี้อย่างละเอียด
ถ้าให้นึกจริงจัง นางจำรูปร่างหน้าตาของบ่าวสองคนนี้ไม่ได้แล้ว ทว่าสิ่งที่พวกนางทำกลับจำได้ไม่ลืมเลือน
นางจดจำได้ขึ้นใจเลยทีเดียว!
หลังจากนางตกม้า ท่านแม่เดือดดาลหนัก คิดว่าเพ่ยอวี้และเพ่ยชิงปล่อยปละละเลย จึงย้ายพวกนางออกไปจากเรือนซีถัง
เพ่ยอวี้กลายเป็บ่าวใช้แรงงาน ต่อมานางทุ่มเทตั้งใจดูแลท่านพี่ จึงกลายเป็อนุภรรยาของท่านพี่ หลังจากนั้น…
เยี่ยสุยปราดมองเพ่ยชิงด้วยสายตาเย็นเยียบ
เพ่ยชิงไปทำงานที่โรงซักล้าง คงพบกับความลำบากไม่น้อย มิเช่นนั้นคงไม่กลายเป็อย่างนั้น
แต่ก็เพราะเพ่ยชิงผ่านมรสุมหนัก ความจริงของตระกูลกู้ในหนานผิงจึงถูกเปิดเผยออกมา
ตอนนี้ หากย้อนมองอีกครั้ง เยี่ยสุยรู้สึกว่าคนรู้จักตนล้วนรู้หน้าไม่รู้ใจ
แม้แต่สาวใช้ข้างกายนิสัยเป็อย่างไร ในอดีตนางกลับไม่เคยรู้เลย แท้จริงแล้วไม่สนใจเลยเสียด้วยซ้ำ
คนที่นางเคยคิดว่าเป็ผู้ที่สุขุมหนักแน่น แท้จริงแล้วเป็คนหัวรั้นและรุนแรง เพ่ยชิงผู้ที่ชอบเก็บตัวและดูไม่เฉียบแหลม กลับยอมเสี่ยงตายอยู่เคียงข้างนาง
เมื่อมาลองนึกดูแล้ว ตนเองในตอนนั้นดูราวกับผู้รู้เื่ราวทุกอย่างดี ทว่าแท้จริงแล้วยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่แปลกที่มีแต่คนบอกว่านางโชคดี!
ไม่รู้ก็ไม่มีสิ่งกีดขวางกังวลใจ นี่ไม่ใช่ความโชคดีหรอกหรือ
เยี่ยสุยั์ตาเป็ประกาย เอ่ยพูดว่า “ครั้งนี้เป็อุบัติเหตุ เห็นแก่ที่พวกเ้าตั้งใจดีเสมอมา ข้าจะลงโทษแค่สถานเบา ปรับเงินพวกเ้าสามเดือนแล้วกัน”
จี้มามามองเยี่ยสุยอย่างประหลาดใจ นางอ้าปากเหมือนอยากพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยปาก
คุณหนูก็ยังใจอ่อนเช่นเดิม เอาเถอะ ต่อไปนางดูแลเข้มงวดกว่านี้ก็พอ หวังเพียงว่าสาวใช้สองนางนี้จะจดจำความดีนี้ของคุณหนู
ได้ยินการลงโทษนี้ เพ่ยอวี้และเพ่ยชิงต่างโล่งใจ รีบเอ่ยขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ
ปรับเบี้ยรายเดือนยังถือว่าดี สิ่งที่พวกนางกลัวที่สุดคือการเสียงานและกลัวถูกย้ายออกจากเรือนซีถังมากกว่า
โชคดีที่คุณหนูเป็คนใจดีมีเมตตา…
เยี่ยสุยครุ่นคิดครู่หนึ่งก็เรียกเพ่ยชิงแล้วสั่งการ “เ้าไปเฝ้านายน้อยห้าให้ข้าที หากพบเขาแล้วให้เชิญมาที่เรือนซีถัง”
ได้ยินเช่นนี้ เพ่ยอวี้พลันตกตะลึง อดเงยหน้ามองไปทางเยี่ยสุยไม่ได้
ที่ผ่านมาเป็ตนมาโดยตลอดที่ไปเรือนของนายน้อยห้า ครั้งนี้ไยถึงให้เพ่ยชิงไปเล่า
แต่เมื่อครู่นางเพิ่งทำผิดไป แม้นในใจจะคิดแย้ง แต่ก็ต้องก้มหน้างุดไม่กล้าเอ่ยปากพูด
เยี่ยสุยมองนางลึกซึ้งปราดหนึ่ง จากนั้นจึงหลับตาลง
นางยังต้องสังเกตอีกสักหน หากเพ่ยอวี้ยังเป็เหมือนชาติก่อน จะไม่มีวันอภัยให้นางง่ายๆ แน่!