ตอนที่ 10 – เสียงของชีวิต
เสียงสายฝนตกพรำั้แ่ย่ำค่ำ คล้ายดนตรีพื้นหลังของค่ำคืนที่ไร้ความสงบ
เมฆานั่งอยู่หน้ากระจกบานเดิมที่ตอนนี้มีรอยแตกร้าวเป็ลายใยแมงมุม เขาจุดเทียนหนึ่งเล่มแทนแสงไฟที่ดับไปั้แ่หัวค่ำ แล้วตั้งเครื่องตรวจคลื่นเสียงไว้ข้างๆ
“แมวไม่ใช่สัตว์ธรรมดา” เขาพูดเสียงเรียบ
วรุฒที่นั่งข้างๆ กำลังจ้องแมวดำในกรง “ไม่ธรรมดาแบบ...กลายพันธุ์เหรอครับ?”
“ไม่ใช่แบบนั้น” เมฆาหันไปมอง “มันคือผลลัพธ์ของการทดลองที่ใช้คลื่นเสียงกระตุ้นสมองระดับลึก”
จิตรากลืนน้ำลาย “พี่หมายถึง ดร.ปิยะ เอาจิตตัวเองไปใส่ในแมวตัวนี้เหรอ?”
เมฆาไม่ตอบตรง “ในทางวิทยาศาสตร์ เราเรียกว่า ‘การย้ายการรับรู้’ ถ้าเขาควบคุมสมองสัตว์ได้ด้วยคลื่นเสียง มันก็ไม่ต่างจากการมีชีวิตอยู่ในร่างอื่น...”
วรุฒแหย่ยิ้ม “พี่...งั้นถ้าเสียงผมเพี้ยนไปหน่อย แล้วผมเผลอโดนคลื่นนี้เข้าหัว จะกลายเป็หมาไหมครับ?”
“ถ้าเป็หมาได้จริง ก็ดีสิ” เมฆาตอบเฉยๆ “จะได้ดมร่องรอยพวกมันได้เร็วขึ้น”
“พี่เมฆา!” วรุฒร้องขำปนขยาด “ผมล้อเล่นนะพี่ ผมไม่อยากเห่าใส่ใครหรอก”
เสียงฟ้าร้องดังเปรี้ยงตัดบทสนทนา เทียนบนโต๊ะสั่นวูบ
ทันใดนั้น เครื่องตรวจคลื่นส่งเสียง ปี๊ดดด— แสดงความถี่เสียงต่ำจนเกือบต่ำกว่าระดับการได้ยินของมนุษย์
“ความถี่นี้เอง...” เมฆาพึมพำ “คลื่นที่กระตุ้นสมองให้เกิดภาพซ้อน”
จิตรายกมือถืออัดเสียงไว้ “พี่ ฟังสิ เสียงมันเหมือนแมวครางเลย”
แต่พอฟังดีๆ มันไม่ใช่เสียงแมวธรรมดา — เสียงนั้นมีจังหวะคล้าย “การสะกดคำ”
มอญ... มอญ... ปลุกฉัน...
วรุฒสะดุ้ง “พี่เมฆา! มันพูดได้!”
“ไม่ใช่แมวพูด” เมฆาเอ่ยเรียบ “แต่เป็คลื่นที่เรากำลังปลุกบางอย่างขึ้นมาต่างหาก”
แมวดำในกรงเริ่มะโชนซี่เหล็ก จนกรงโยกคลอน
จิตรากรีบหลบหลังเมฆา “พี่! มันไม่เหมือนตอนแรกเลยนะ!”
“อย่าขวางมัน” เมฆาวางมือลงบนกรง “ถ้ามันคือร่างจำลองของจิต ดร.ปิยะ เราต้องให้มันแสดงออกก่อนถึงจะวัดคลื่นได้”
“พี่จะบ้าหรือครับ!” วรุฒะโ “เดี๋ยวมันกัดพี่ตายพอดี!”
“ไม่ต้องห่วง” เมฆาหันไปยิ้มบาง “ผมฉีดวัคซีนพิษแมวไว้แล้ว”
วรุฒหน้าเหวอ “พี่เตรียมขนาดนั้นเลยเหรอครับ!?”
“เื่ของผี บางทีก็ต้องใช้ตรรกะทางหมอสัตว์ด้วยเหมือนกัน” เมฆาพูดขณะเปิดเครื่องวัดสเปกตรัมเสียงเพิ่ม
เสียงในห้องเริ่มเปลี่ยนเป็เสียงไวโอลินที่บิดเบี้ยวเหมือนกำลังถูกเล่นโดยมือที่มองไม่เห็น
แสงไฟจากเทียนสะท้อนเป็เงาชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังแมว
“พี่...” จิตรากระซิบ “ในเงานั่น...ใช่เขาไหม”
เมฆาไม่ตอบ เขาค่อยๆ ยื่นเครื่องบันทึกเสียงเข้าใกล้
“เธอจะต้องเข้าใจ...ว่าความตายมันแค่การหยุดชั่วคราวของคลื่นชีวิต”
เสียงนั้นพูดออกมาอย่างชัดเจน ราวกับอยู่ในห้องเดียวกัน
เทียนดับพรึ่บ—
ทุกอย่างจมอยู่ในความมืด
ได้ยินเพียงเสียงข่วนเบาๆ กับเสียงลมหายใจของใครบางคนที่ไม่ใช่ทั้งสามคนในห้อง
“พี่...” วรุฒพูดเบาๆ “มันอยู่ข้างหลัง...”
เมฆาหยิบไฟฉายขึ้นฉับพลัน สาดแสงไปด้านหลัง—
ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น
แต่บนพื้นมีกองขนแมวดำปนเืจางๆ เป็วงกลม
กลางวงนั้นคือ “ไม้คันชักไวโอลิน” หักครึ่ง
เมฆาก้มลงเก็บมัน “จิตที่ถูกโอนไม่สมบูรณ์... ต้องใช้สิ่งกระตุ้นสุดท้าย”
“หมายความว่ายังไม่จบใช่ไหมพี่” จิตราถามเสียงสั่น
“ไม่จบ” เมฆามองออกไปนอกหน้าต่างที่ฝนยังตกพรำ “คืนนี้...เรายังได้ยินเสียงดนตรีไม่หมดหรอก”
จบตอนที่ 10 – เสียงของชีวิต
ตอนต่อไป
ตอนที่ 11 – บทเพลงของเงา
เมฆาจะติดตามร่องรอยของ “ไวโอลินต้องสาป” ไปยังบ้านเก่าของ ดร.ปิยะ ที่ปิดตายมานานหลายปี และพบว่ามีบางอย่างในผนังบ้านนั้น...ยังหายใจอยู่