
....ค่ำคืนที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงโคม พร่างพรายราวหมู่ดาวทั้งปวงถูกชักลงมาโลดแล่นบนแผ่นดิน เมืองฉางอันสว่างไสวสวยงามที่สุดแห่งรอบปี ผู้คนแต่งกายงดงาม แห่กันมาชมโคมไฟและกายกรรมในลานพิธีหลัก ทว่าภายใต้ความบันเทิงกลับซ่อนคมดาบและเพลิงมรณะ
เสียงดนตรีและเสียงหัวเราะขาดสะบั้นลง เมื่อ นักกายกรรมสวมหน้ากาก พลันกระโจนออกจากเวที ดาบและหอกสั้นที่ซ่อนมาถูกชักออกพร้อมเพรียง เป้าหมายไม่ใช่การแสดงอีกต่อไป หากคือชีวิตขององค์รัชทายาทที่ประทับอยู่ท่ามกลางขุนนาง
ทันทีที่โลหะปะทะกัน เสียงฆ้องกลองแห่งงานรื่นเริงพลันกลายเป็สัญญาณแห่งหายนะ
นักฆ่ากลุ่มอื่นที่ซ่อนตัวอยู่ตามหอสังเกตการณ์ จุดะเิดินประสิวขึ้นพร้อมกัน เปลวเพลิงกระจายสะบั้น เสียงะเิดังสะท้านจนพื้นหินสั่นะเื หอสังเกตการณ์หลายแห่งทรุดตัวลง ไฟลุกท่วมเหมือนเสาหลักเพลิงกลางคืน
โคมไฟที่เคยเป็สัญลักษณ์แห่งความสุข พลันร่วงหล่นลงมาจากเชือกและเสาสูง ตกกระทบหลังคาไม้และผ้าแพรของร้านค้า เกิดเป็ ทะเลเพลิง ลามไปทั่วตลาด
เสียงกรีดร้องดังแข่งกับเสียงะเิ ผู้คนวิ่งหนีตายชนกันระเนระนาด เด็กหลงร้องหาแม่ หญิงสาวสะดุดล้มกลางฝูงชน ชายแก่ถูกไฟคลอกจนวิ่งไม่ทัน ผู้คนบางกลุ่มถูกไฟโคมร่วงลงใส่ เสื้อผ้าไหมลุกติดเพลิงราวกับหุ่นไฟ
องครักษ์ะโ “ปกป้ององค์รัชทายาท!” วงล้อมโล่และดาบถูกตั้งขึ้น
องค์รัชทายาทกับเหล่าขุนนางถูกล้อมอยู่กลางวง พวกนักฆ่าสวมหน้ากากั หงส์ไฟ สิงโต ต่างฟันดาบเข้าใส่โดยไร้ปรานี
เหล่าองครักษ์ในชุดเกราะทองชักกระบี่ยาว ก่อตัวเป็กำแพงมนุษย์รับคมดาบระลอกแรก เสียงเหล็กกระทบเหล็กดังปะทะระงม
ผู้คนแตกตื่นหลบหนี ขุนนางหลายคนเืสาดกระเซ็นลงบนพื้นหินเย็น
3 หน้ากากพุ่งเข้าโจมตีองค์รัชทายาทพร้อมกัน แต่ทันใดนั้นก้ช็กระเด็นออกมาหมด เพราะจากเงามืดยอดฝีมือราชสำนักทั้ง 2 คนก้าวออกมาป้องกันรัชทายาท คนหนึ่งถือกระบี่ อีกคนถือทวน
"เซียนกระบี่! เซียนทวน!" เหล่านักฆ่าใ ไม่คิดว่ารัชทายาทจะมียอดฝีมือถึง 2 คนคอยปกป้อง
ทันใดนั้นก็มีนักฆ่าขึ้นมา 5 คน คนหนึ่งถือดาบซามูไร คนที่ 2-3 ถือมีดสั้นสองคม คนที่ 4 ถือไม้ยาวๆ คนที่ 5 ชูกระบี่พร้อมแทง
ใช่แล้ว! พวกเขาคือนักฆ่าที่อยู่ในร้านแพะตุ๋น!
ซามูไรดวล 1-1 กับเซียนกระบี่ หญิงฝรั่งถือดาบและชายอียิปต์ถือไม้สู้กับเซียนทวน
อาหรับทั้งสองคนนั้นสู้กับองครักษ์
แม้ระดับเซียนกระบี่กับเซียนทวนก็ยังตึงมือมาก ๆ วิชานักฆ่าพวกนี้ช่างแปลกใหม่แตกต่างจากวิชายุทธภพมากนัก
โดยเฉพาะนักดาบญี่ปุ่นนั่น ดาบของเขาราวกับปีศาจที่มีชีวิตรังสีอำมหิตรุนแรงมาก
ด้านเซียนทวนก็ตกในใจการต่อสู้แบบลา เวิร์ดาดเดรา เดสเตรซา ของนักดาบหญิงสเปนผู้นี้ และวิชาต่อสู้แบบทาห์ทิบของชายอียิปต์ หลับตาแม้วินาทีไม่ได้เลย มิเช่นนั้นข้าคงเหลือแต่ชื่อฝากไว้ในยุทธภพ
ทันใดนั้น หญิงชาวบ้านท่าทางธรรมดา ๆ คนหนึ่งเดินขึ้นมา รอยยิ้มของเธอจดจำได้ง่าย
เธอคือเ้าของร้านแพะตุ๋นนั่นเอง เธอเดินท่าทางสบาย ๆ ไปหากลุ่มทหารเกราะทองคำที่ตั้งโล่ล้อมองค์รัชทายาท
ตูม! หมัดเดียวทหารกระเด็นพร้อมโล่ห์
ตูม! เข่ากระแทกเกราะจนยุบ ทหารเกราะทองที่ถือโล่กระอักเื
"วิชาหมัดมวยแห่งอโยธยา!!" ขุนนางคนหนึ่งอุทาน รัชทายาทสนใจหันมา ขุนนางจึงอธิบาย
"มันคล้าย ๆ อรหันต์ทองคำ แต่เป็วิชาต่อสู้ไม่ใช่ป้องกัน ใช้หมัด ศอก เข่า เท้าเป็อาวุธสังหารคนได้พะยะคะ"
เมื่อโล่ป้องกันมีช่องโหว่แล้ว หน้ากากสัตว์ทั้ง 3 ก็ถือโอกาสกระโจนเข้าหมายหมายจะปลิดชีวิตรัชทายาท
....ทันใดนั้น!....
หมอกควันไฟเบื้องบนแตกกระจาย แสงจันทร์ฉายส่องลงมา เงาร่างหนึ่ง ร่วงหล่นลงจากฟากฟ้าอย่างสง่างาม ไป๋เยว่หลิง ปรากฏกายกลางสมรภูมิในชุดขาวสะบัดปลิวราวเทพเซียนผู้พเนจรมาจากแดน์
ในมือเขามีเพียงตะเกียบคู่ไม้ไผ่ที่กำไว้แน่น เมื่อฝีเท้าแตะพื้นหินเย็น เพียงพลิกข้อมือวูบเดียว เส้นแสงจันทร์สะท้อนกับปลายตะเกียบ แล่นวาบดุจประกายกระบี่
นักฆ่า 3 คนที่สวมหน้ากากสัตว์ถูกชายชุดขาวแซไป๋เคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งสายลมเข้าปะทะ
เสียง ฉัวะ ฉัวะ ของตะเกียบกระทบอาวุธดังกังวานไม่ต่างจากเหล็กกล้า การรุกไล่ที่ดุดันพลันกลับตาลปัตร นักฆ่าทั้งสามถูกผลักถอยร่นออกมา 10 ก้าว
ท่ามกลางเสียงตะลึงงัน องค์รัชทายาทที่ถูกล้อมไว้พลันหันมอง สายตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
แม้แต่เซียนกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งยืนกำกระบี่อยู่ไม่ไกล ยังชะงักหันมาเพ่งมองร่างเด้กหนุ่มชุดขาวผู้นี้ ดวงตาเผยประกายทันที
"เอาดาบข้าไป!" เซียนกระบี่ขว้างดาบสำรองข้างเอวให้เยว่หลิง ๆ รับดาบนั้นและเริ่มเพลงดาบไม้ตายของเขา "เพลงกระบี่จันทรา"
ดาบจากมือขวาค่อย ๆ วาดเป็วงกลมราวดวงจันทร์ ดาบค่อย ๆ หมุนวนเลื่อน ๆ ไปสู่มือซ้าย
เพียงดาบถึงมือซ้าย ศรีษะนักฆ่าหน้ากากทั้ง 3 คนก็หลุดลงกับพื้น นับได้ 1 นาทีถึงจะมีเืพุ่งออกจากคอ
"นี่มันเพลงดาบอะไรกัน!!" องค์ชาย เซียนกระบี่ และนักฆ่าที่เหลือตกตะลึง โดยเฉพาะซามูไร เขาแสยะยิ้มดีใจที่ได้เจอยอดฝีมือและกระหายที่จะต่อสู้ด้วย
เยว่หลิงตวัดดาบลง "นี่คือโทษที่พวกเ้าฆ่าเด็ก..."
เยว่หลิงปักดาบลงกับพื้น และจะเดินจากไป
"ช้าก่อน!" ทั้งองค์รัชทายาทและเจ๊ร้านแพะตุ๋นพุดพร้อมกันจนต้องเหลียวหน้ามามองกัน
"เ้าจะไปทั้งอย่างนี้ไม่ได้นะ!" รัชทายาทกล่าว
"เสร็จธุระข้าแล้ว!" เยว่หลิงมองด้วยสายตาไม่ใยดีและก้าวเดินต่ออีกเพียง 2 ก้าว
ตูม! เจ๊ร้านแพะตุ๋นฟาดส้นเท้าลงแรงมากจนพื้นแตกกระจาย เยว่หลินโดนสะเก็ดที่แขนซ้ายทำให้มีเืออกนิดหน่อย
"เ้าเป็ใคร?"
"เขาก็คือหลิงหลิงผู้น่ารักไงล่ะ!" ....มาแล้ว! ...เ้าเลี่ยหยางจอมกวนเดินตามมาทันแล้วจ้า ^_^
เลี่ยหยางทำจมูกฟุตฟิต ๆ แบบกวน ๆ
"ทำไมแถวนี้เหม็นสาปอีแอบจัง จะเป็เพศอะไรก็ไม่กล้าเปิดเผยรึไง!"
เสียวหัวเราะดังลั่นจากเจ๊เ้าของร้าน เธอดึงหน้ากากออก ทันใดนั้นร่างกายมีการกดรัดตัวเปลี่ยนแปลงอย่างไม่น่าเชื่อ กลายเป็หนุ่มหล่อคมเข้มผิวสีน้ำผึ้ง
"เ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าเป็ผู้ชาย?"
"เพราะข้าดมกลิ่นสาว ๆ มาเยอะไง แต่เ้าไม่มีกลิ่นนั้น"
"งั้นพวกเ้าก็ตายพร้อมกับรัชทายาทที่นี่ให้หมด!"
เลี่ยหยางยักคิ้วยิ้มกวนตีน แล้วกลุ่มนักชายชุดดำมากมายก็โผล่ออกมา ใช่แล้ว! เขาจุดพลุเรียกพวกเดียวกันออกมาช่วย(นำโดยลุงเขา)
สถานการณ์กลับตาลปัตร กลุ่มนักฆ่าหลาย ๆ คนถูกเหล่าชายชุดดำที่มาใหม่ใช้ประโยชน์จากความเป็เ้าถิ่นสังหารลงอย่างง่ายดาย
ไอ้หล่อนักมวยกัดฟันกร่อด มองใบหน้าที่เ็าของเยว่หลิงและหน้ายิ้มกวนตีนของเลี่ยหยาง
"ข้าจะจดจำหน้าพวกเ้า 2 คนไว้..."
"ไป!!" เสียงผิวปากสั่งถอยอย่างไม่พอใจ เพียงไม่นานทุกคนก็หายไปกับเปลวไฟและซากงานที่พังพินาศ (ชายชุดดำก็หายไปราวกับเงาด้วยเช่นกัน)
ไป๋เยว่หลิงคำนับองค์รัชทายาทแล้วจับเอวเลี่ยหยาง พวกเขาใช้วิชาตัวเบาะโขึ้นฟ้าหายไปอย่างรวดเร็ว
เหลือทิ้งไว้แต่ใบหน้าองค์รัชทายาทที่สงสัยว่าผู้มีพระคุณชุดขาวเป็ใคร?
"เพลงดาบที่คล้ายพระจันทร์นั่น อายุเพียงเท่านี้ เขาต้องเป็อัจฉริยะ!" เซียนกระบี่กล่าวต่อองค์ชาย
"ชุดขาว....ขาว?....ไป๋? กระหม่อมเคยได้ยินว่าสกุลไป๋ตอนมีนี้บุตรหลานคนหนึ่งเป็กระบี่อัจฉริยะในรอบร้อยปีพะยะค่ะ" ขุนนางคนหนึ่งทูล
"เขาคือสามีน้องหญิง?"
"น้องเขยข้า?"
องค์รัชทายาทมองขึ้นฟ้าที่มีโคมบางส่วนยังลอยขึ้นฟ้าไปไกล....
.
.
.
.
.
(ท้ายตอน)
"เดี๋ยว ๆ หลิงหลิง ขอดูแขนเ้าหน่อย" เลี่ยหยางไม่รอบคำตอบเขาจับแขนซ้ายเยว่หลิงขึ้นมา พบว่าที่ผิวมีรอยแผลเล็ก ๆ มีเืออกนิดหน่อย
เลี่ยหยางฉีกชายเสื้อออกมาแล้วรีบมัดปากแผลให้เยว่หลิง แล้วเป่าฟู่ ๆ ลงตรงแขน
"เพี้ยงหาย ๆ"