เหลาอาหารที่ขึ้นชื่อที่สุดของแคว้นมู่หรงใครบ้างไม่เคยรู้จัก เหลาอาหารที่ชื่อฮุ่ยเหอ เป็สถานที่ ที่รวมบรรดาคุณหนูคุณชายที่มักจะนัดพบ พูดคุยกันที่สถานที่แห่งนี้ การจะมาที่นี่ได้คนที่มาการเงินต้องมีมากมาย เพราะว่าอาหารของที่นี่จานนึงแพงมาก ขนาดที่สามารถให้ชาวบ้านซื้อข้าวกินได้หลายเดือน ยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายในการจองห้องส่วนตัวของที่นี่ด้วย การจองห้องเฉยๆยังไม่รวมค่าน้ำชาขั้นต่ำก็100ตำลึงแล้ว น้ำชากาละ30ตำลึง หากไม่ใช่ผู้มีอันจะกิน มีหรือจะกล้าเข้ามา
"ซีเยว่ เลยเวลานานมากแล้วนะ ทำไมนางยังไม่มาอีก"
หลิงมู่เอินบุตรีของแม่ทัพแดนใต้คนสำคัญของแคว้นมู่หรง เอ่ยขึ้นมาด้วยความร้อนใจ ในขณะที่สหายคนสนิทกลับดูใจเย็นไม่ทุกข์ร้อนอย่างที่ควรจะเป็
"เ้าจะใจร้อนไปทำไม ถึงอย่างไรนางก็มาอยู่แล้ว ที่ผ่านมานางทำตัวเหมือนเป็สุนัขคอยกระดิกหางรอให้เราเรียกมาตลอด คราวนี้ซีเยว่ส่งคนไปบอกนางที่จวนั้แ่เมื่อวานแล้ว ข้าว่านางคงจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทำให้ตื่นสายมากกว่า"
จางเม่ยหลานสาวคนโตของจางกุ้ยเฟย พระสนมที่ฮ่องเต้ทรงรักมากที่สุด พูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี วันนี้นางจะเอาเครื่องประดับที่ออกมาใหม่เมื่อไม่กี่วันของร้านลู่หลิน ที่เป็ของตระกูลลู่ ให้มากกว่ารอบที่แล้ว เสียดายที่ตอนนั้นนางกลัวว่า สหายจะมองนางไม่ดีจึงเลือกมาไม่กี่ชิ้นเท่านั้น แต่พอมารู้ว่าคนอื่นก็หยิบเอาสิ่งของที่ร้านลู่หลินไปไม่น้อย นางเลยได้แต่เสียดายอยู่ในใจ จึงหมายมั่นปั้นมือว่าวันนี้จะเอาไปเยอะๆ เอาไปฝากมารดาด้วยสักชิ้นสองชิ้น
"แล้วถ้าหากนางไม่มาเล่า ใครจะเป็คนจ่ายค่าห้องที่นี่ ไหนจะขนมพวกนี้ ที่พวกเ้าสั่งมากินมากมายนี่อีก"
จ้าวม่านอี้บุตรีของเสนาบดี เอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่อาหารที่พวกนางสั่งมากินเต็มที่ แถมยังเผื่อแผ่ไปให้บ่าวไพร่ที่ติดตามอีก อย่างเป็กังวล ถึงนางจะเป็บุตรสาวของเสนาบดี แต่นางก็ไม่ได้มีเบี้ยมากมายขนาดที่จะต้องมาจ่ายเงินค่าน้ำชากาละ30ตำลึงนะ ปกติเวลาออกมาข้างนอกั้แ่ลู่ชิงชิง พยายามมาตีสนิทพวกนาง นางก็เป็คนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดทุกครั้ง หากครั้งนี้นางไม่มา วันนี้นางจะต้องถูกบิดาต่อว่าแน่นอน
ขณะที่ทุกคนวิตกกังวล เยี่ยซีเยว่ บุตรสาวของราชครูผู้ขึ้นชื่อว่างดงาม เพียบพร้อมของแคว้นมู่หรง ยกน้ำชาขึ้นมาจิบช้าๆ อย่างใจเย็น นางไม่เชื่อหรอกนะว่า ลู่ชิงชิง จะไม่มา เพราะก่อนหน้านี้ นางยอมรับปาก เื่ที่นางอยากได้มานาน หากนางไม่มาวันนี้ เท่ากับว่านางทิ้งโอกาสของตัวเองไปแล้ว
"นางมาแน่ พวกเ้าใจเย็นเถอะ นางรอเวลานี้มากแค่ไหนพวกเ้าก็รู้"
เสียงที่ดูไม่ทุกร้อนของซีเยว่ ทำให้ทุกคนหยุดกระวนกระวายลงไม่น้อย
"เ้าจะให้นางไปงานเลี้ยงด้วยจริงๆหรือซีเยว่"
"ม่านอี้ เ้าก็ใสซื่อเกินไปแล้ว นางเป็ใคร จะมีสิทธิ์อะไรมาร่วมงานของราชวงศ์"
"เ้าว่าข้าหรือมู่เอิน ก็ซีเยว่บอกว่าจะให้นางไปงานเลี้ยงด้วยข้าก็แค่ลองถามดูเท่านั้น"
"ตกลงเ้าว่าอย่างไรซีเยว่ เ้าจะบอกนางยังไงหากนางมาถึง"
จางเม่ยมองหน้าของสหายคนสนิทที่ยกยิ้มให้นางอย่างสงสัย ว่านางจะบอกกับลู่ชิงชิงว่าอย่างไร การที่เอาคนที่ไม่มีเทียบเชิญไปร่วมงานเลี้ยงในวังหลวงถือว่ามีความผิดมาก นางไปรับปากง่ายๆแบบนั้นได้อย่างไร
"ไปงานเลี้ยงไม่ใช่ว่า พวกเ้าต้องเอาบ่าวรับใช้ไปด้วยหรือ แล้วเหตุใดข้าที่เป็บุตรีของราชครู จะเอาบ่าวรับใช้คนใหม่ไปร่วมงานเลี้ยงไม่ได้"
ทั้งสามคนอ้าปากตาค้าง ก่อนจะพากันหัวเราะเสียงดัง เวลาออกงานเลี้ยงแบบนี้บรรดาคุณหนูทั้งหลายมักจะเอาสาวใช้ไปคอยดูแลไม่ต่ำกว่า 2 คนอยู่แล้วยิ่งคุณหนูคนไหนมีบิดาที่มีตำแหน่งสูงแล้วด้วยพวกนางก็จะพาคนรับใช้ไปด้วยถึง 4 คนเลยก็ได้
"มีเพียงตำแหน่งนี้เท่านั้นที่เหมาะกับนางบุตรสาวพ่อค้าต่ำต้อยแบบนั้นคงเป็ได้แค่เพียงบ่าวรับใช้ของพวกเราเท่านั้นจริงหรือไม่ทุกคน"
ทั้งหมดพากันหยอกล้อกันคนละสองสามประโยค แต่ในใจก็เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ลู่ชิงชิงจะมาถึงสักที พวกนางอยากจะไปดูสินค้าที่มาใหม่จากร้านลู่หลินแล้ว ได้ยินมาว่าคุณชายใหญ่ที่เป็บุตรชายคนโตของนายท่านลู่เจี้ยนไปได้หินหยกเนื้อดีจากต่างแคว้น ผู้คนต่างแยกชิงกันเพื่อจะได้หยกชิ้นนี้มา แต่กลับกลายเป็ว่าคนที่ได้หินนี้ไปก็คือคุณชายใหญ่ลู่เหวินซาน
เขาเอาหินหยกมาทำเครื่องประดับขายที่ร้าน มีขายเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น เพราะส่วนมากเขาทำให้น้องสาวเพียงคนเดียวของตัวเองทั้งหมด มีชิ้นที่ ลู่ชิงชิงไม่ชอบเท่านั้น ถึงได้เอามาขายที่ร้าน มีคุณหนูหลายคนอยากจะได้เครื่องประดับชิ้นนี้มาก รวมถึงสหายทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ด้วย พวกนางคิดว่าหากเครื่องประดับที่ร้านขายหมดไม่เหลือแล้วจริงๆ นางก็คิดว่าจะขอลู่ชิงชิงแค่คนละชิ้นสองชิ้น นางคงไม่ว่าอะไรกระมัง
ในขณะที่ทุกคนกำลังเฝ้ารอ ลู่ชิงชิงกำลังนั่งเล่นอยู่ที่เรือนของลู่เหวินหลาง คอยฝนหมึก เติมน้ำ เติมขนมให้พี่ชายตอนที่เขาอ่านหนังสือ
"ชิงเอ๋อร์ วันนี้เ้าไม่ไปที่ไหนหรือ"
เสียงอ่อนโยนที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านมาเบาๆเท่านั้น
ใบหน้างดงามน่ารักส่ายไปมา เมื่อเห็นพี่ชายส่งยิ้มมานางจึงยิ้มหวานตอบกลับไป
"พี่รองอย่าไล่ข้าเลยนะ ข้ารับรองว่าจะไม่รบกวนพี่รองเด็ดขาด ข้าจะทำตัวนิ่งๆไม่ให้พี่รองรู้สึกว่าข้าอยู่ด้วยจริงๆ"
"พี่ไม่ได้คิดจะไล่เ้าไปไหน พี่แค่ถามดูเท่านั้น หากชิงเอ๋อร์ไม่เบื่อเสียก่อนนะ"
"ข้าไม่มีทางเบื่อพี่รองเด็ดขาด ข้าจะมาหาพี่รองทุกวันจนกว่าพี่รองจะไปสอบ คอยดูนะเ้าคะ"
ลู่เหวินหลางยิ้มให้น้องสาวอย่างจนใจ เขาเอามือลูบศีรษะของนางเบาๆ ั้แ่กินอาหารเช้าเสร็จ นางก็ไม่ยอมไปไหน เดินตามเขาทั้งวัน จนเขาเป็ห่วงกลัวว่านางจะเหนื่อยถึงได้พานางมาอ่านหนังสือที่นี่
การที่นางมาออดอ้อนทำตัวสนิทสนมกับเขาแบบนี้ มันไม่ชินเลยก็จริง แต่เขาก็ชอบมาก มีน้องสาวน่ารักมาออดอ้อนมีใครบ้างไม่ชอบ หากพี่ใหญ่กลับมาคงอิจฉาเขาน่าดู แต่ก่อนมีเพียงเขาที่อิจฉาพี่ใหญ่ยามที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน คราวนี้คงเป็ทีที่พี่ใหญ่จะต้องอิจฉาเขาบ้างแล้ว
เมื่อคิดถึงใบหน้าของลู่เหวินซาน ใบหน้าที่ดูอ่อนโยนปรากฏรอยยิ้มเ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที
ลู่ชิงชิงกำลังมีความสุขกับการอยู่กับพี่ชายก็จริง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึง คนที่กำลังรอนางอยู่ทั้งสี่คน คุณหนูที่โด่งดังประจำแคว้น ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะเป็อย่างไรบ้าง นางจำได้ตอนนั้นที่นางดีใจมากที่ถูกเชิญให้ไปร่วมดื่มชากับคุณหนูซีเยว่
ภาพในอดีตมันผุดขึ้นมาไม่หยุด นางใช้เงินในวันนั้นไปมากมาย เงินจำนวนนั้นสามารถเลี้ยงดูชาวบ้านให้สุขสบายได้เป็ปี เพื่อแลกกับการที่นางต้องสูญเสียชื่อเสียง เป็บุตรสาวนายท่านลู่เจี้ยนกลับยอมเป็บ่าว ไปรองมือรองเท้าให้คุณหนูซีเยว่บุตรสาวราชครู เพื่อแลกกับการได้ไปงานเลี้ยงในวังหลวง แถมยังต้องจ่ายค่าเครื่องประดับ รวมถึงของขวัญที่พี่ใหญ่มอบให้ หินหยก ที่พี่ใหญ่หามาอย่างยากลำบาก แต่นางกลับไม่เห็นค่า ให้คนอื่นไปอย่างง่ายดาย
นางจำได้ว่าสีหน้าพี่ใหญ่ดูแย่แค่ไหนที่เห็นนางหอบทุกอย่างไปให้คนอื่น เพื่อหวังว่าพวกนั้นจะคิดว่านางเป็สหาย แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือคำหลอกลวง ภายในงานวันนั้นพวกนางหลอกให้นางวางยาองค์หญิงมู่หรงฟางเซียน โดยบอกว่าจวิ้นอ๋องเห็นนางแล้วเกิดความประทับใจ เพียงแต่พระองค์มีคนที่ผู้ใหญ่ทาบทามเอาไว้แล้ว หากไม่มีนางสักคน พระองค์ต้องเลือกคนที่พึงใจอย่างนางแน่นอน
อะไรทำให้นางโง่งมเชื่อคำลวงของพวกนางกันนะ คนอย่างจวิ้นอ๋องมีหรือจะมาบอกให้เยี่ยซีเยว่ว่าเขาคิดอะไร ้าอะไร ตำแหน่งผู้พิทักษ์แคว้นที่มีคงไม่สิ้นคิดแบบนี้ หากนางมีสติรู้จักใคร่ควรให้ดี ก็คงคิดออกว่ากำลังถูกหลอก แต่ไม่ว่าอย่างไร คราวนี้นางจะไม่ทำแบบนั้นอีก ทั้งมู่หรงหานเฟิง ทั้งมู่หรงฟางเซียน ต่างก็เป็เนื้อคู่กัน นางจะไม่มีทางไปแทรกแซงด้ายแดงพวกเขาเด็ดขาด
"ชิงเอ๋อร์~ ชิงเอ๋อร์ ได้ยินไหม"
"มีอะไรเ้าคะ พี่รอง อ้าวแม่รองมีขนมมาเพิ่มด้วย" ร่างบางสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ก็เห็นหน้าแม่รองมองมายิ้มๆ ในมือถือจานของว่างมาให้เพิ่ม เมื่อเห็นว่านางมาอยู่กับบุตรชายนานหลายชั่วยามแล้ว ลู่เหวินหลางลุกขึ้นไปช่วยลู่ชิงชิงยกจานขนมที่มีมากผิดปกติกว่าทุกวัน
"ข้าโชคดีจังวันนี้ได้กินขนมอร่อยๆเยอะเลย"
"เอ พี่ว่าท่านแม่จะลำเอียงมากไปนะ แต่ก่อนพี่อ่านหนังสือไม่เห็นเคยได้ขนมแบบนี้เลย"
"เ้าเด็กคนนี้พูดมาก แม่เคยให้เ้าอกเมื่อไหร่กัน"หลี่เลี่ยนอายหน้าแดงที่ถูกบุตรชายพูดเื่จริงออกมา เป็เพราะลู่ชิงชิงยอมรับนางแล้ว นางถึงอารมณ์ดีไปเข้าครัวทำขนมมาหลายอย่าง รู้ตัวอีกทีก็มีขนมเต็มไปหมด
"ก็เพราะแม่รองรักข้าถึงทำขนมอร่อยไม่ให้ข้ามากมายแบบนี้ ต่อไปข้าต้องมาเรือนพี่รองบ่อยๆแล้วล่ะ จะได้กินขนมฝีมือแม่รองเยอะๆ ได้ไหมเ้าคะแม่รอง"
"ได้ซิ ชิงเอ๋อร์มาได้ตลอดเวลา แม่รองมีขนมอร่อยอีกเยอะเลย รับรองชิงเอ๋อร์จะต้องชอบ"
"ท่านแม่แล้วของข้าล่ะ"
ลู่เหวินหลงทำหน้ามุ่ย เขาเดินตามกลิ่นหอมของขนมมา เมื่อเห็นว่าขนมไปกองอยู่ด้านหน้าพี่ชิงชิงหมดเลย
"หลงเอ๋อร์มากินเร็วเข้า ขนมมีเยอะแยะพี่กินไม่หมดหรอก"
เมื่อเห็นน้องชายที่หนีอ้อมกอดของนางเมื่อเช้ามาถึง ก็รีบกวักมือเรียกให้เขาเข้ามา ลู่เหวินหลงเดินมาอย่างระแวง กลัวว่าพี่สาวที่ดูเปลี่ยนไปเป็คนละคนจะหาเื่กอดเขาอีก พอเห็นท่าทางของน้องชายคนเล็ก นางก็นึกอยากจะแกล้งจึงส่งสัญญาณบอกพี่รองให้จับตัวของเขาเอาไว้
ทันทีที่เขานั่งลง ลู่ชิงชิงก็กอดแขนของเขาเอาไว้ เอาหัวแนบลงบนบ่าของเขาจนลู่เหวินหลง ร้องขึ้นเสียงดังเพราะความอาย บ่าวมองเห็นก็อดไม่ได้ ที่จะแอบหัวเราะขำท่าทางของนายน้อย แค่เพียงถูกพี่สาวกอดแขนร้อง ยังกับถูกทำร้ายร่างกาย