ตอนที่ 6.1
คุณนายขา
หลายวันต่อมา
ทุกอย่างดำเนินไปแบบปกติสุข หลังจากวันนั้นก็ไม่มีใครบุกเข้ามาทำร้ายศรัณย์อีก เพียงฝันยังคงพักอยู่ห้องเดียวกับศรัณย์ อาการแพ้ท้องของเธอเริ่มเป็หนักขึ้น ในทุก ๆ เช้าจะต้องวิ่งเข้าไปอ้วกอยู่ตลอด แม้ว่าศรัณย์จะไม่ได้สูบบุหรี่อยู่ก็ตาม เพียงฝันพยายามอย่างมากในการปิดเื่ท้องไม่ให้คนอื่นรู้ โดยเฉพาะกับศวิตา เพราะเธอมักจะแวะเอาอาหารมาให้และบังเอิญเห็นเพลงขวัญอาเจียนอยู่บ่อย
‘สงสัยโรคกระเพาะกำเริบค่ะ’
เพียงฝันใช้เหตุผลนี้เป็ข้ออ้าง ศวิตาเชื่อเพราะรู้ว่าเพลงขวัญมักจะป่วยเป็นู้นเป็นี่อยู่บ่อย ๆ ร่างกายน้องสะใภ้ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่
เช้าวันนี้เหมือนทุกวันเพียงฝันตื่นมาอ้วกสองรอบก่อนจะอาบน้ำ หน้าล้าง แปรงฟันแล้วลงไปเดินเล่นสูดอากาศที่สวนพักผ่อนของโรงพยาบาล มีเด่นภูมิคอยตามประกบอยู่ห่าง ๆ พอเดินเล่นเสร็จแล้วก็กลับขึ้นไปบนห้องรอทานอาหารเช้า แต่ ระหว่างที่กำลังจะเปิดประตูเข้าไปดันบังเอิญได้ยินเสียสารัชรายงานผลประกอบการอยู่
“เดือนนี้ที่ผับมีลูกค้าวัยรุ่นเข้ามาเยอะครับเพราะเป็่เปิดเทอม ผลประกอบการจึงมากขึ้นกว่าเดือนก่อน ๆ”
“อืม ระวังเื่ยากับค้าบริการด้วยล่ะ อย่าให้มีปัญหา”
“...!” ดวงตาของคนแอบฟังเบิกโตเมื่อได้ยินเื่ยากับค้าบริการ เธอว่าแล้วเชียวว่าผับของเขาต้องเป็ที่แหล่งขายยาเสพติดและมันก็จริงดังที่เธอกับทีมตำรวจคิด ไม่เพียงแค่นั้นมันยังมีเื่ค้าบริการอีกด้วย หากเื่นี้รู้ไปถึงผู้บัญชาการ คงจับตัวการใหญ่ได้แน่
เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เข้าไปสำรวจผับนั่นเลยสักครั้ง ไม่อย่างนั้นจะรีบหาหลักฐานแล้วส่งให้ตำรวจทันที!
“แล้วเื่ส่งของเป็ไงบ้าง เคลียร์เรียบร้อยมั้ยคณิน”
“เรียบร้อยครับ ลูกค้ายอมให้เราเลื่อนการส่งของออกไปก่อน”
“อืม ดีมาก”
แอด...
เพียงฝันเห็นว่าเด่นภูมิกำลังเดินมาถึงตัวเธอแล้ว จึงทำเป็เพิ่งมาถึงแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้อง มีสารัชและคณินยืนอยู่ปลายเตียงของผู้ป่วย ศรัณย์ที่ตึงเครียดกับการคุยเื่งานรีบปรับสีหน้าเป็ปกติก่อนจะทัก
“มาแล้วเหรอ เมื่อกี้หมอบอกว่าวันนี้ผมออกจากโรงพยาบาลได้แล้วนะ”
“ถ้างั้นทานข้าวเสร็จแล้วฉันจะรีบไปเก็บของ” เธอทำตัวปกติไม่ให้เขาจับได้ว่าแอบฟัง
“อืม ถ้าเก็บเสร็จแล้วก็บอกไอ้เด่นด้วย มันจะขับรถพาคุณไปส่งที่บ้าน”
“อ้าว แล้วคุณไม่กลับพร้อมกันเหรอ” นึกกว่าจะกลับด้วยกันเสียอีก
“ปกติแล้วผมค้างที่ผับน่ะเพราะต้องอยู่เคลียร์ความเรียบร้อยจนดึก คุณกลับไปอยู่บ้านน่ะดีแล้ว” ไม่ดีสิ! เธออยากหาหลักฐานมาจับผิดเขา ถ้าแยกกันอยู่จะไปเจอได้ไง ยิ่งได้ยินสิ่งที่คุยกันเมื่อกี้ ยิ่งอยากค้นหาคำตอบ เธออยากไปผับ อยากไปสำรวจรังของเ้าพ่อค้ายา
“ให้ฉันไปอยู่กับคุณที่ผับด้วยไม่ได้เหรอ”
“อยู่กับผม?” ศรัณย์เลิกคิ้วแปลกใจ หลายวันที่ผ่านมาเขาพยายามเข้าใกล้เธอเท่าไหร่ก็ดูเธอจะไม่พิศวาสเขาเลยสักนิด คิดว่าจะดีใจเสียอีกที่ได้แยกกันอยู่ “คุณอยากอยู่กับผมเหรอ? ที่ผับมีแต่เหล้า บุหรี่นะ ไม่เหมาะกับลูกคุณหนูหรอก อีกอย่างคุณก็แพ้ท้องอยู่ด้วย”
“ยิ่งฉันแพ้ท้องน่ะสิ ฉันยิ่งต้องแยกกับคนที่บ้าน ถ้ากลับบ้านไปแล้วถูกพวกเขาจับได้ขึ้นมาล่ะ”
“อืม...” ศรัณย์ทำท่าคิดหนัก
“นะ ให้ฉันไปอยู่ด้วยนะ” เธอขยับเข้าไปเกาะแขนสามี ถ้าไม่ติดว่าไม่ชอบหน้าเขาอยู่ เธอคงเอาหน้าไปถูไถเป็ลูกแมวน้อยแล้ว
“ไหนลองพูดเพราะ ๆ กับผมหน่อยสิ เผื่อจะผมจะเปลี่ยนใจ” ความจริงก็ยอมไปเกือบครึ่งแล้วล่ะ แต่อยากเห็นแม่ตัวดีอ้อนมากกว่านี้
“คุณศรัณย์ ให้เพลงไปผับด้วยนะ...คะ” กระดากนิดนึงแต่ก็ยอมพูด ท่องไว้ สำรวจผับ!
“ไม่เอาคุณศรัณย์มันดูห่างเหิน ขอเป็ที่รักขาแทนได้มั้ยครับ” ชายหนุ่มก้มไปกระซิบข้างหู เพียงฝันแอบเบะปากกับความกะล่อน ก่อนจะกัดฟันข่มใจพูดเสียงหวาน
“ที่รักขา...พาเพลงไปผับด้วยนะคะ"
“...”
“ที่รักขา...” เพิ่มตาหวานเข้าไปอีกนิด
“...” ยังนิ่ง
“ที่รักคะ ที่รักขา...”
จุ๊บ!
คนถูกอ้อนอดไม่ได้ที่จะจับเมียมาจูบหนัก ๆ ลงไปบนหน้าผาก รู้อยู่หรอกว่าเธอเสแสร้งแกล้งทำเป็อ้อน แต่เขาก็ยอมใจอ่อนอยู่ดี
“อยากไปก็ไป แต่ไปแล้วห้ามร้องกลับบ้านนะ”
“เยส!” เพียงฝันร้องดีใจ ไม่โวยเื่ที่ถูกจูบ เธอจะรวบยอดทุกอย่างที่ศรัณย์เคยแตะอั๋งเธอมาคิดบัญชีในตอนท้ายแทน หึ ๆ เธอจะจับเขาใส่กุญแจมือให้ได้
“งั้นฉันจะให้เด่นภูมิพาไปเก็บของที่บ้านนะ” พอสามีอนุญาติให้ไป สรรพนามแทนตัวก็เปลี่ยนโดยอัตโนมัติ
“ไม่ต้องหรอก”
เพียงฝันวางแผนไว้ดิบดีว่าจะกลับไปเก็บเสื้อผ้าที่บ้านก่อน แล้วค่อยกลับมาที่โรงพยาบาลเพื่อออกไปผับพร้อมกับศรัณย์ แต่ชายหนุ่มกลับส่ายหน้าแล้วให้เด่นภูมิรายงานผลที่เขาสั่งให้ไปทำ
“เอ่อ...คือว่าดิตถ์มันไปเอาข้าวของแล้วก็เมดของนายหญิงมาส่งที่ผับแล้วครับ ตอนนี้หนูนาคงกำลังจัดของให้นายหญิงอยู่ที่นู้น” เด่นภูมิจำใจต้องรายงาน แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายต้องวีนแน่ ๆ เตรียมถอยเท้าหนีะเิทันที
“ห๊ะ! หมายความว่าคุณตั้งใจจะให้ฉันไปอยู่ผับอยู่แล้วสิ” เล่นพาของพาคนของเธอไปรอที่ผับขนาดนั้นแล้ว “คุณหลอกให้ฉันขอร้องคุณใช่มั้ย!!”
“โธ่...อ้อนผัวบ้างไม่เห็นจะเป็ไรเลย น่ารักดีออก ที่รักขา...” ชายหนุ่มดึงร่างบางมากอดเบา ๆ พอเห็นอีกฝ่ายง้างมือจะฟาดก็รีบยกสองมือยอมแพ้ แต่ไม่วายแซว... “ที่รักขา...อย่าตีผมสิ”
มันน่านัก! รอก่อนเถอะ รอเธอหาหลักฐานค้ายาที่ผับของเขาได้ก่อนเถอะ จะยิ้มไม่ออก ไอ้จอมหลอกลวง!!
ตกเย็น เมื่อหมอตรวจเช็คแผลของศรัณย์เป็ครั้งสุดท้ายแล้ว ทุกคนก็พากันนั่งรถไปยังผับของศรัณย์ ซึ่งเป็ธุรกิจส่วนตัวของเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลพิภักดิ์ดาศร
“ค่อย ๆ เข้าไปนะ ระวังเ้าถิ่นด้วย” ศรัณย์แอบกระซิบกับเมียระหว่างพากันมายังห้องนอน ซึ่งสร้างไว้ชั้นบนสุดของตัวอาคารห้าชั้น ชั้นแรกกับชั้นสองจะเป็พื้นที่สำหรับแขกที่เข้ามาหาความบันเทิง ชั้นสามจะแบ่งเป็ห้อง ๆ ไว้สำหรับแขกวีไอพีที่้าความเป็ส่วนตัว ชั้นสี่เป็ห้องพักของบรรดาบอดี้การ์ดของศรัณย์ หนูนาเองก็พักอยู่หนึ่งในห้องนั้น ส่วนชั้นบนสุดทั้งชั้นเป็พื้นที่ส่วนตัวของศรัณย์ จะมีทั้งห้องทำงาน ห้องรับแขก ห้องครัว ห้องออกกำลังกายและห้องนอน
“แยกห้องกันก็ดีมั้ง” เพียงฝันเอ่ย เธอเห็นว่าชั้นนี้มีห้องนอนแขกอยู่ห้องหนึ่ง จะดีกว่าถ้าได้นอนแยกห้องกัน หญิงสาวไม่อยากนอนร่วมห้องกับคนบ้ากามรณ์แบบเขา กลัวใจตัวเอง เอ้ย! กลัวใจเขาต่างหาก
.............................................................................
เมื่อก่อนนอนแยกบ้าน ตอนนี้จะมาเนียนห้องเดียวกันได้ไงคะ