Chapter 18
ปะทะเมจิกแฟเรต!
ฮูมมมมมมมม!!
เสียงร้องแบบโมโนโทนยังคงดังขึ้นต่อเนื่องขัดแย้งกับเสียงโครมครามแห่งหายนะที่ตอนนี้ต้นไม้ตรงใจกลางป่ามิลวูดนั้นกำลังโดนทำลายหักโค่นไปเป็แถบๆพร้อมกับชีวิตของเหล่าซัมมอนเนอร์หลายคนที่ตายกลับไปโผล่ในเมืองกันถ้วนหน้าด้วยน้ำมือของเ้ามัจจุราชตัวใหญ่ั์เกือบ5เมตรที่ตอนนี้ก็ยังคงกวัดแกว่งมือของมันไล่ทุบทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าจนเละไปตามๆกัน!
“เฮ้ยๆ ถอยก่อนๆ....ตายกันเป็เบือแล้วโว้ย!”
“ฮาล์ฟของฉันตายไปแล้วต้องรอคูลดาวน์ก่อนไม่ไหวๆ....อ๊ากกกกก!”
“จู่ๆ ไอ้โกเลมบ้านี่มันโผล่มาจากไหนวะเนี่ย?”
“ไม่รู้โว้ยถ้าไม่อยากตายใครก็ได้ช่วยทำอะไรกับมันหน่อยเร็วเข้า!”
เสียงะโตามกันมาอีกเป็ทอดๆพร้อมกับร่างของเหล่าซัมมอนเนอร์ที่กำลังเข้ามารับเคราะห์ ทั้งพยายามต่อสู้และก็ตายไปอย่างน่าเศร้า โดยที่ตอนนี้เ้าคนก่อปัญหาหรือเ้าคนที่ไปลากโกเลมตัวั์ตนนี้เข้ามาในวงกลุ่มซัมมอนเนอร์ด้วยกันนั้นก็ไปหลบกันอยู่หลังต้นไม้พร้อมกับการหอบจนตัวโยน
“ไอ้บ้านี่มันตัวอะไรกันโจ๊กเกอร์นายไปลากมันมาจากไหนฟะ?!”
ดานี่ที่วิ่งหนีตายมาได้แบบหวุดหวิดะโขึ้นทันควันขณะที่ชะโงกหน้าไปเห็นซัมมอนเนอร์หลายคนพยายามเรียกฮาล์ฟขึ้นมาเพื่อต่อสู้แต่ดูเหมือนจะล้มเหลวโดนเล่นงานจนกระเด็นกระดอนกันไม่เป็ท่า
“ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันนะครับแต่รู้สึกว่าเ้านั่นแหละจะเป็ เมจิกแฟเรต ที่ว่านั่นน่ะ”
“เมจิกแฟเรต?!”
ทั้งรินและดานี่ต่างะโขึ้นมาเสียงหลงก่อนจะรีบชะโงกหน้าออกไปมองเ้าบอสตัวดังกล่าวอีกครั้ง โดยที่ดานี่นั้นรีบใช้ไอเท็มเพื่อตรวจสอบหาข้อมูลของเ้าโกเลมที่ว่าโดยไวที่สุดซึ่งก็ได้มาตามนี้
เมจิกแฟเลต LV40 (น้ำ)
เผ่า : เอเลเมนต์ , สัตว์ป่า
โจมตี-8 ป้องกัน-8
พลังชีวิต : 65,000
“ดูยังไงก็ไม่เห็นจะเหมือนตัวแฟเรตเลยนี่คะพี่โจ๊ก?”
“เออ นั่นมันโกเลมชัดๆ เลยนะแถมยังเป็โกเลมระดับสูงที่มีร่างกายเป็เวทมนตร์อีกด้วย”
ได้ยินดังนั้นแล้วโจ๊กก็ถอนใจก่อนจะปล่อยเ้าัร่างป้อมที่เขาอุ้มมันวิ่งมาจนถึงตรงนี้ลงไปบนพื้น
“ทีแรกมันก็เป็ตัวแฟเรตดูน่ารักดีหรอกครับผมบังเอิญไปเจอมันเกาะอยู่แถวๆ โขดหินแถวน้ำตกในป่าน่ะครับพอมันเจอหน้าผมเท่านั้นแหละมันก็เปลี่ยนร่างกลายเป็ไอ้ตัวั์แบบนั้นวิ่งไล่ฆ่าผมเฉยเลยผมถึงได้วิ่งหนีมาแบบไม่คิดชีวิตเลยเนี่ย”
“เอาจริงดิ”
ดานี่ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นขณะที่เพ่งสายตามองไปยังร่างของเ้า“เมจิกแฟเรต” ที่ว่านั่น เมื่อดูดีๆแล้วร่างกายของมันก็โปรงใส่เหมือนกับถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำจริงๆยิ่งมองลึกไปตรงใจกลางลำตัวของมันแล้ว จึงได้เห็นตัวแฟเรตตัวเล็กๆลอยอยู่ในร่างของโกเลมจริงๆ เสียด้วย ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกฉงนเป็ยิ่งนัก
“แล้วพี่โจ๊กทำอีท่าไหนถึงไปหาเ้าบอสตัวนี้เจอได้ล่ะคะ?”รินถาม
“ไม่ใช่ฉันที่หาเจอหรอกเ้านี่ต่างหาก”
ว่าแล้วก็ชี้นิ้วลงไปตรงเ้าัร่างป้อมตรงเท้าของเขาที่ตอนนี้มันกำลังเอาลำตัวเขาถูเหมือนกับจะออดอ้อนและขอบคุณเ้านายที่ช่วยอุ้มมันวิ่งหนีมาจนถึงตรงนี้ได้นั่นยิ่งทำให้รินอึ้งเข้าไปใหญ่
“ทำได้ยังไงเนี่ยก็เ้านี่ไม่ได้มีสกิลแกะรอยมอนสเตอร์นี่น่า”
“ก็แค่โชคน่ะครับไม่ต้องใส่ใจหรอก”โจ๊กถอนใจ
“แกนี่มันไม่ธรรมดาจริงนะเ้าตัวเล็ก....ว้าย!”
รินตั้งท่าจะก้มลงไปลูบหัวของเ้าัตัวนั้นแต่ดูเหมือนนอกจากเ้านายของมันแล้วเ้านี่จะไม่ยอมให้ใครแตะต้องตัวเลยมันจึงหันมาแว้งกัดใส่รินจนเธอต้องชักมือออกแทบไม่ทัน
“เื่นั้นเอาไว้ก่อนจะดีกว่าทั้งสองคน”ดานี่พูดขึ้น “เราจะเอายังไงกับเ้านั่นดีมาช่วยกันคิดก่อนจะดีกว่าโจ๊กเกอร์ก็ดันลากเ้านั่นวิ่งเข้ามากลางดงของซัมมอนเนอร์คนอื่นๆ ไปด้วยซะแล้วสิแบบนี้มันจะกลายเป็การตะลุมบอนไปแล้วล่ะมั้งเนี่ย”
เท่าที่ดูแล้วตอนนี้ซัมมอนเนอร์ทุกคนดูเหมือนจะรู้ตัวแล้วว่าบอสอีเว้นท์ได้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้วส่วนใหญ่ทุกคนก็จะเดินหน้าเข้าสู้กันทันทีโชคยังดีที่เ้าบอสตัวนี้มันเก่งกว่าตัวอื่นๆ ในเกาะเริ่มต้นมากนักเพราะฉะนั้นซัมมอนเนอร์ที่มีแรงค์ต่ำกว่าไอร่อนคงจะสู้ไม่ไหวหรอก...
ปัญหาก็คือเ้ากลุ่มนั้นต่างหาก...
คิดๆ แล้วดานี่จึงเพ่งสายตามองไปหาซัมมอนเนอร์อีกกลุ่มหนึ่งที่ดูเหมือนจะยังไม่ได้เข้าไปตะลุมบอนกับบอสด้วยซึ่งก็คือพวกผู้เล่นจากทีมเรดเมจิกอย่างเ้า “จินเจอร์” นั่นเองเ้าสี่คนนั้นดูเหมือนจะหายไปไหนก็ไม่รู้อาจจะกำลังซุ่มมองดูท่าทีเหมือนกับที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ได้ก็
“ตรวจสอบข้อมูลศัตรูให้แน่ชัดก่อนที่จะเข้าสู้สินะเรามันสำนักเดียวกันรู้ไส้รู้พุงกันดีอยู่แล้วจินเจอร์...”
ดานี่รำพึงขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะหึบางเบากระทั่งเขาหันกลับมามองเพื่อนอีกสองคน
“ถึงตรงนี้คงไม่มีทางเลือกนักแล้วล่ะเราคงต้องสู้มันที่นี่เลย” ดานี่พูดขึ้น “บางทีอาจจะดีก็ได้นะเพราะว่าเ้าโกเลมนั่นมันมีร่างกายเทอะทะแบบนั้นน่ะอาจจะขยับตัวได้ไม่ค่อยสะดวกเท่าไร”
“มันใช่เหรอครับ....”
โจ๊กพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนักขณะที่เหลือบไปเห็นเ้าโกเลมนั่นเหวี่ยงหมัดทีเดียวต้นไม้ที่ขวางทางมันอยู่ถึงสองต้นก็หักโค่นไปเหมือนเต้าหู้ก้อนหนึ่งด้วยซ้ำ
“เออน่ะ อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้นสิ”ดานี่เบ้ปาก “อีกอย่างถ้าเด็คของน้องรินเป็เด็คเอลฟ์ล่ะก็การต่อสู้ในป่านี่ล่ะเข้าทางเต็มๆ เลยจริงมั้ย?”
“ใช่ค่ะ” รินพยักหน้ารับ
“พวกเราเองก็มีแต่ฮาล์ฟที่ตัวเล็กๆกันทั้งนั้นใช่มั้ยล่ะ เพราะฉะนั้นขืนไปสู้ในที่โล่งแจ้งนะยังไงเ้านั่นก็ได้เปรียบ เพราะฉะนั้นตรงนี้อาจจะเหมาะที่สุดแล้วก็ได้”
ทุกคนพยักหน้ารับในคำพูดนั้นพวกเขาต่างรู้ดีว่าหากเป็เื่ต่อสู้กับมอนสเตอร์แล้ว ดานี่คือคนที่ชำนาญที่สุดและบางทีอาจจะมากที่สุดในกลุ่มผู้เล่นที่อยู่บนเกาะแห่งนี้ด้วย
“ปัญหาเดียวตอนนี้ก็คือกลุ่มของจินเจอร์ที่ตอนนี้หายไปตรงนี้แล้วเหมือนกันเ้าพวกนั้นเองก็คงซุ่มเพื่อตรวจสอบหาข้อมูลของบอสอยู่ตรงไหนซักจุดแน่ๆ”
“แบบนี้ถ้าเราออกไปสู้ทางนั้นก็จะรอโผล่ออกมาขโมยผลงานเราไปสิครับ?”
โจ๊กสันนิษฐานตามนิสัยของเ้าจินเจอร์ คนนั้น ดูทรงแล้วพี่แกคงไม่ใช่คนดีที่จะเล่นไปตามเกมเท่าไรหรอก
“ก็คงจะเป็แบบนั้นล่ะถ้าพวกนั้นมาในฐานะของทีมเรดเมจิกคำสั่งของพวกนั้นก็ถือเป็ที่สุดไม่มีที่ว่างสำหรับคำว่าล้มเหลวแน่ๆ ...แต่ว่าฉันก็ไม่ค่อยชอบที่จะมุดอยู่ในรูแบบนี้เหมือนกัน งานนี้คงต้องแข่งกันที่ความเร็วเท่านั้นล่ะเราจะค่อยๆ บุกโจมตีบอสเพื่อหาจุดอ่อนของมันให้พบก่อน จากนั้นเราจะทำการ OTK มันในทีเดียวก่อนที่ทางนั้นจะได้ทันตั้งตัวออกมาแย่งผลงานของเราไปได้”
“OTK บอสเนี่ยนะคะ จะไหวเหรอ?” รินถามด้วยสีหน้าไม่ค่อยมั่นใจนัก “เลเวลมันตั้ง40 เชียวนะคะ แถมยังเป็บอสอีเว้นท์ด้วย”
“ถ้าเป็เด็คของพี่ล่ะก็น่าจะไหวจังหวะโจมตีแบบตูมเดียวจบน่ะ พี่เชื่อว่าพลังของพี่มันเพียงพอ....แต่ก็อาจจะมีเจ็บเนื้อเจ็บตัวกันนิดหน่อยแหละ” ว่าแล้วก็ยิ้มเจื่อน“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงต้องขอกำลังเสริมจากทั้งสองคนด้วย”
“ได้ค่ะ เด็คของรินจะเน้นที่จำนวนของฮาล์ฟที่ออกมาสู้เป็หลักถ้าเื่การคอนโทรลจังหวะล่ะก็ปล่อยให้เป็หน้าที่ของรินเองค่ะ”ว่าแล้วเธอก็หันไปมองโจ๊ก“ส่วนเด็คของพี่โจ๊กน่าจะมีทีเด็ดที่การโจมตีต่อเนื่องแล้วก็รุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆถ้าเราสองคนช่วยกันคอนโทรลสนามรบไว้ได้ล่ะก็ เราน่าจะมองหาจุดอ่อนของมันได้นะคะ”
“เยี่ยม” ดานี่ยกนิ้วโป้งขึ้น
“ผมมีข้อเสนออย่างนึงครับ”
จู่ๆ โจ๊กก็ยกมือขึ้นก่อนจะหันไปสบตากับดานี่
“ถ้าเกิดคุณดานี่บอกว่าพวกอดีตเพื่อนของคุณที่ชื่อว่าจินเจอร์ นั้นจะต้องบุกเข้ามาเพื่อแย่งผลงานในตอนท้ายของพวกเราแน่ๆ แล้วล่ะก็ผมมีแผนบางอย่างจะรับมือครับ ...ทุกคนลองฟังหน่อยได้มั้ย?”
ได้ยินดังนั้นทั้งดานี่และรินจึงหันมาสบตากันเองทั้งคู่ต่างรู้สึกได้เลยว่าแววตาของโจ๊กนั้นดูจะจริงจังกว่าปกติ คล้ายกับจะไม่ชอบคนอย่างจินเจอร์แบบเข้าเส้นเลยจริงๆอีกทั้งหมอนี่คงจะมีแผนการอะไรดีๆ คิดไว้แล้วแน่ๆ
“ไหนลองว่ามาซิ?”
ว่าแล้วทั้งสามก็ตรงเข้ามาสุมหัวกันเพื่อวางแผนกันในระดับเสียงที่ได้ยินกันแค่นั้นเพื่อป้องกันเผื่อไว้ว่าเ้าพวกจินเจอร์จะแอบมาฟังอยู่แถวๆนี้ด้วย เมื่อได้ยินแผนการของโจ๊กแล้วดานี่จึงเผยรอยยิ้มขึ้นมาในทันที
“ไม่เลวนี่แต่นายแน่ใจนะว่าจะทำแบบนั้นได้ไหว?” ดานี่ถามเพื่อความแน่ใจ
“คิดว่าได้ครับ ของแบบนี้ต้องลองดู...ผมเองก็ยังไม่เคยทดสอบก็เลยการันตีไม่ได้ว่าจะได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์แต่มันก็คุ้มที่จะเสี่ยงดูนะครับ”
ได้ยินดังนั้นแล้วดานี่จึงพยักหน้ารับทันที
“ถ้างั้นก็ดีเลยเอาตามที่วางแผนกันไว้เลยก็แล้วกัน....ไปแยกย้าย!”
สิ้นเสียงนั้นทั้งสามจึงเริ่มขยับแยกกันไปคนล่ะทางพร้อมกับการ์ดที่ถูกเรียกกันขึ้นมาเพื่อเตรียมพร้อมเช่นเดียวกับเ้าบอสโกเลมตัวนั้นก็ยังคงอาละวาดไล่ทุบฮาล์ฟของซัมมอนเนอร์คนอื่นๆไปอย่างเต็มกำลัง ทั้งๆ ที่ฮาล์ฟบางตัวนั้นก็มีขนาดที่ใหญ่พอๆ กันอย่างเช่นฮาล์ฟตัวหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับช้างยังโดนทุบทีเดียวจนหัวทิ่มแหลกสลายกลายเป็ละอองไป!
เท่าที่มองด้วยสายตาตอนนี้ซัมมอนเนอร์ที่พยายามจับกลุ่มสู้กับเ้าบอสอีเว้นท์ตัวนี้ก็เริ่มจะลดจำนวนลงไปมากสบโอกาสให้ดานี่ส่งสัญญาณขึ้นในที่สุด!
“รามิน่า ใช้สปาร์คช็อต!”
รินเป็คนที่ออกตัวไปก่อนเป็คนแรกเธอสั่งเอลฟ์สาวคู่ใจะโขึ้นไปบนกิ่งไม้ที่ใกล้ที่สุดก่อนที่ร่างบางนั้นจะน้าวคันธนูยิงลูกศรสายฟ้าตรงเข้าเสียบกลางหลังของเ้าโกเลมน้ำตัวนั้นอย่างอย่างจังสายฟ้าโจมตีปะทุเข้าไปยังร่างของศัตรูอย่างรุนแรงแต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้สะทกสะท้านหันหน้ากลับมามองคนที่ลอบโจมตีมันอย่างเชื่องช้า
“ขนาดใช้สายฟ้าที่น่าจะได้เปรียบธาตุน้ำยังทำอะไรมันไม่ได้เลยเหรอเนี่ย...”
รินถึงกับเป่าปากขณะที่พอยืนยันเป้าหมายได้แล้วว่าใครที่ลอบโจมตีใส่เ้าโกเลมนั้นก็กระทืบเท้าอั่กๆ วิ่งตรงดิ่งเข้าหาเป็เส้นตรงทันที!
“ะโถอยออกมาก่อนรามีน่า!”
รินรีบออกคำสั่ง ขณะที่เธอเองก็อยู่เฉยๆตรงนี้ไม่ได้เช่นกัน เอลฟ์คู่ใจนั้นะโข้ามไปเกาะกิ่งไม้อีกกิ่งหนึ่งแทบไม่ทันขณะที่ต้นไม้ที่เคยยืนอยู่นั้นถึงกับหักโค่นลงไปอย่างง่ายดาย พร้อมๆกับฮาล์ฟอีกสองสามตัวที่ขวางทางอยู่ก็โดนเหยียบเละคาที่ไปด้วย
“อ๊ากกกกกก!!”
ซัมมอนเนอร์ที่คาดว่าน่าจะเป็เ้านายของฮาล์ฟที่โดนเหยียบตายไปนั้นร้องเสียงหลงคาดว่าคงได้รับดาเมจจากการตายของฮาล์ฟไปด้วย เห็นแล้วรินก็ยิ้มเจื่อนสนิท
“ขออภัยนะคะ อย่าโทษกันเลย”
โครม!!!
ยังไม่ทันไรเ้าโกเลมั์นั้นก็คล้ายกับจะคลั่งวิ่งไล่ทุบใส่รามีน่าเป็ชุดส่งให้เอลฟ์สาวต้องพยายามะโหลบหนีไปตามต้นไม้เรื่อยๆจนกระทั่งเห็นท่าไม่ดีแล้ว รินจึงรีบเรียกการ์ดของเธอออกมาอีกสองใบ
“รีน่า เคเรส ออกมา!”
พริบตานั้นฮาล์ฟอีกสองตัวก็ถูกอัญเชิญขึ้นมาตรงหน้าของรินทันควันรอบนี้เป็เอลฟ์อีกสองคนหนึ่งคือเอลฟ์ผมสั้นสีดำในชุดเสื้อคลุมสีขาว อีกหนึ่งคือเอลฟ์ผมยาวสีแดงเพลิงในชุดเสื้อคลุมสีขาวเช่นกันไม่รอช้ารินรีบสะบัดมือออกคำสั่งให้ฮาล์ฟทั้งสองรีบกระจายตัวออกไปคนล่ะทางก่อนจะรีบยิงธนูใส่เ้าโกเลมนั้นทันที!
ฮูมมมมมมม!!
เ้าอสูรั์ส่งเสียงร้องในแบบโมโนโทนขึ้นมาอีกครั้งการโจมตีจากรอบทิศทางดูจะทำให้มันสับสนและหัวหมุนแต่ด้วยสัญชาตญาณของมอนสเตอร์มันจึงััได้ว่าเอลฟ์อีกสองตัวนั้นอ่อนแอกว่ารามีน่ามากมันจึงตัดสินใจเบี่ยงทิศทางวิ่งกลับหลังมาเล่นงานเอลฟ์อีกสองตัวแทน!
“ตอนนี้ล่ะ ใช้ผนึกหินผาเลย!”
รินรีบหยิบการ์ดอีกใบขึ้นมาใช้งานทันทีสกิลการ์ดพิเศษหายไปจากมือของเธอ
พร้อมๆกับเอลฟ์ทั้งสามคนที่พร้อมกันประสานมือร่ายเวทมนตร์ออกมาเสี้ยวพริบตานั้นเองพื้นดินตรงจุดที่เ้าโกเลมกำลังวิ่งเข้ามานั้นก็ยุบตัวลงไปเล็กๆก่อนจะมีแท่งหินขนาดใหญ่พุ่งพรวดขึ้นมาเสยกระแทกร่างของมันอย่างรุนแรงและพุ่งเข้าไปผนึกพันธนาการร่างของมันเอาไว้!
“เยี่ยม!”
รินยกมือขึ้นมากำอย่างพอใจที่แผนของเธอนั้นดูจะได้ผล และการ์ดที่เธอใช้งานเมื่อครู่นี้ก็คือ...
ผนึกหินผา
♦♦♦
เงื่อนไข : เอลฟ์สามตน
ใช้เวทมนตร์กับดักธาตุดินโจมตีและผนึกศัตรูเอาไว้ได้ 30 วินาที
“ยอดจริงๆเอลฟ์สองตัวที่เพิ่งจะเรียกขึ้นมาใหม่ก็น่าจะมีความสามารถในการลดค่าร่ายการ์ดประเภทกับดักได้ด้วยสินะแถมยิ่งใช้กับดักเท่าไร รามิน่าก็จะยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น ...สมเป็เด็คเอลฟ์เลย”
ดานี่ที่ลอบมองอยู่อีกด้านหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มพอใจขณะเดียวกันเขาก็ใช้เ้าอาร์ติแฟ็คแสกนเนอร์หุ่นยนต์ตัวจิ๋วที่ยังคงบินอยู่ด้านหลังของเขาคอยตรวจสอบข้อมูลของบอสตัวนี้ไปด้วยตลอดเวลาที่ชัดเจนเลยพลังชีวิตของเ้าเมจิกแฟเรตนั้นแทบจะไม่ลดลงไปเลยซักนิดเดียว หลอดพลังชีวิตของมันยังเต็มเปี่ยมเสียด้วยซ้ำ
“ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยนายลองตามเข้าไปซ้ำหน่อยโจ๊กเกอร์!”
เมื่อได้รับสัญญาณจากดานี่แล้ว โจ๊กที่วิ่งไปอีกด้านหนึ่งก็ไม่รอช้ารีบสะบัดมือออกคำสั่งกับฮาล์ฟของเขาที่เรียกออกมารอไว้ั้แ่แรกในที่สุด
“จังหวะนี้ล่ะบุกเข้าไปเลยยูเรียซ่า!”
สิ้นคำสั่งนั้นฮาล์ฟสาวผู้เป็คนขี่ัก็ควบัดินคู่ใจพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ทันทีพร้อมกันนั้นในมือของเธอก็มีหอกสีเงินวาววับอาวุธพิเศษที่เรียกขึ้นมาให้อีกด้วยคมหอกนั้นครูดลงไปกับพื้นเหมือนไม้ขีดไฟจุดเปลวไฟให้ลุกพรึบขึ้นมาพร้อมกับร่างบางที่ทะยานตรงดิ่งยกบั้นท้ายขึ้นจากหลังัเพียงนิดเตรียมที่จะโจมตีในท่าถนัด
“เอาล่ะ ขอดูหน่อยซิว่าจะได้ผลรึเปล่า!”
ไม่รอช้าเมื่อเห็นยูเรียซ่าพุ่งเข้าไปแล้วดานี่ซึ่งหลบอยู่อีกด้านก็โผล่ออกมาจากพุ่มไม้เขาทำการผสมการ์ดไอเท็มสองชนิดเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็วก่อนจะเปลี่ยนให้มันกลายเป็ลูกะเิขนาดย่อมขว้างตรงดิ่งเข้าหาเ้าโกเลมที่โดนพันธนาการเอาไว้อีกแรง
ปั้ง!
ะเิดังกล่าวนั้นแตกตัวกระจายออกมาเหนือร่างของบอสตัวนั้นหากแต่ไม่ได้มีค่าความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นทว่ากลับกลายเป็ของเหลวสีดำเข้มที่สายกระจายเคลือบไปบนร่างของเ้าโกเลมตัวนั้นจนทั่ว
“ขว้างหอกไปเลยยูเรียซ่า!”
เมื่อได้รับกำลังสนับสนุนจากดานี่โจ๊กก็ไม่รอช้ารีบออกคำสั่งโจมตีทันควัน
คมหอกถูกขว้างไปจากระยะไกลก่อนที่ยูเรียซ่าจะกระชากบังเหียนดึงให้ัที่ขี่อยู่นั้นม้วนตัวถอยห่างออกมาเพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่าไอ้สารเหลวสีดำที่ดานี่เคลือบลงไปบนตัวของเ้าโกเลมนั้นมันก็คือ...
ผงดินปืนเวทมนตร์...
ตูม!!!!!
ะเิเปลวไฟพวยพุ่งไปทั่วทั้งบริเวณทั้งรุนแรงและร้อนระอุซัมมอนเนอร์หลายคนถึงกับหงายหลังล้มลงไป ขณะที่เปลวไฟนั้นค่อยๆเริ่มเผาไหม้ลามไปทั่วทั้งบริเวณร้อนถึงดานี่ต้องผสมการ์ดไอเท็มขึ้นมาและขว้างะเิโปรงผงไปดับไฟพวกนั้นเอาไว้ก่อนที่จะทำลายสนามรบของพวกเขาไปเสียก่อน
ตอนนี้จึงหลงเหลือแค่กองไฟขนาดย่อมๆที่เผาผลาญร่างของเ้าโกเลมตัวนั้นเอาไว้จนมองไม่เห็นด้านใน
ซัมมอนเนอร์ทุกคนต่างหยุดการเคลื่อนไหวจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างลุ้นระทึกเช่นเดียวกับกลุ่มของนายโจ๊กที่แม้จะอยู่คนล่ะทิศกันแต่ก็จ้องมองดูผลงานของตัวเองอย่างคาดหวังโดยเฉพาะดานี่ที่ชำเลืองตาไปดูข้อมูลของมอนสเตอร์ตลอดเวลาซึ่งตอนนี้เป็ที่ชัดเจนแล้วว่าพลังชีวิตของมันนั้นลดลงไปจนเหลือศูนย์ได้
“สำเร็จแล้วเหรอ?” ดานี่รำพึงขึ้น“...ง่ายไปมั้ย?”
ใช่พ่อหนุ่มผมทองรู้สึกเลยว่าบอสตัวนี้มันจะจัดการได้ง่ายเกินไปมันจะต้องมีความสามารถอะไรแอบแฝงอยู่ในตัวอีกแน่ๆแต่ว่าตอนนี้มันยังดึงออกมาไม่สุดก็เท่านั้นเอง ดวงตาคมกริบจึงชำเลืองมองไปรอบๆเพื่อสำรวจสนามรบให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
“บอสตายแล้วเหรอ?”
“แค่ทีเดียวเองนะ ง่ายไปมั้ยอ่ะ?”
ซัมมอนเนอร์คนอื่นๆเองก็เริ่มจะมีเวลาพักหายใจจนหันมาพูดคุยกันเองแล้ว
ทุกสายตาจ้องมองไปที่เปลวไฟที่ลุกสว่างจ้าอยู่ตรงหน้าเป็ทางเดียวจนถึงตอนนี้มันไม่มีร่างของโกเลมปรากฏอยู่ในนั้นแล้วเหมือนกับว่าร่างของมันนั้นสลายไปจนหมดเกลี้ยง
“ยัง...ยังหรอก”
โจ๊กเป็อีกคนที่มั่นใจเลยว่าศัตรูยังไม่ตายง่ายๆแค่นี้แน่ จากประสบการณ์ตรงที่เคยปะทะกับบอสลับมาก่อนแล้ว เขารู้ได้เลยว่ามันยังไม่ได้แสดงฝีมือแบบเต็มที่ออกมา....
เปรี้ยง!!
แล้วมันก็เป็ไปตามที่คาด
ยังไม่ทันไรตรงด้านหลังของพวกซัมมอนเนอร์ทุกคนที่ยืนรวมตัวกันอยู่นั้น จู่ๆมันก็มีแรงะเิย่อมๆ ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขาก่อนที่ทุกสายตาจะตวัดหันไปตามเสียงนั้น และสิ่งที่ได้พบเจอก็คือ....
ฮูมมมมมมมม!!
เสียงร้องแบบโมโนโทนที่กลับมาดังขึ้นอีกครั้งเช่นเดียวกับร่างใหญ่ั์ของโกเลมคนเดิม เพิ่มเติมคือตอนนี้ร่างกายของมันไม่ใช่สีฟ้าของธาตุน้ำอีกต่อไปทว่ายามนี้ร่างกายของมันกลับเป็มีแดงและมีเปลวไฟลุกขึ้นมาตามข้อต่อของร่างกายได้อย่างน่ากลัวยิ่ง
ซัมมอนเนอร์ทุกคนต่างอึ้งจนอ้าปากค้าง
กว่าจะรู้ตัวพวกเขาก็โดนเข้ามาประชิดตัวแบบแนบสนิทจนไม่มีทางหลบเลี่ยงออกไปได้เลย
และสิ่งที่เฝ้ารอพวกเขานับจากตอนก็คือ...ความตาย!
ตูม!!!
เพียงทุบมือลงไปบนพื้นมันก็มีเปลวไฟขนาดย่อมๆพวยพุ่งออกมาจากตรงนั้นอย่างหนักหน่วง ร่างของฮาล์ฟหลายตัวตายคาที่อยู่ตรงนั้น ขณะที่ซัมมอนเนอร์หลายคนโดนเปลวไฟนั้นกลืนกินร่างจนเกมโอเวอร์ไปตามๆกัน
โจ๊กคือคนที่ฉากหนีออกมาได้ด้วยความไวของยูเรียซ่าที่ควบัเข้ามารับเ้านายของเธอได้ทันเวลาขณะที่ดานี่กับรินเองก็ต่างชะงักไปตามๆ กัน ทั้งคู่รีบตั้งหลักหาวิธีรับมือใหม่กันทันที
“รอบนี้เปลี่ยนตัวเองเป็ธาตุไฟเฉยเลย?”รินรำพึงขึ้น
“อย่างนี้นี่เอง” ดานี่หรี่ตามอง“เ้าโกเลมของมันก็คือเวทมนตร์ที่ใช้ธาตุรอบๆตัวสร้างขึ้นมาร่างกายได้อย่างนั้นสินะพลังชีวิตของมันก็เลยแยกจากเ้าตัวแฟเรตที่อยู่ใจกลางร่างกายของมันได้ด้วยแบบนี้ถ้าจะฆ่ามันได้ก็คงต้องจัดการตัวแฟเรตที่อยู่ในโกเลมให้ได้เท่านั้นสินะ”
ดานี่สันนิษฐานได้อย่างฉับไวเขาเองก็เอะใจั้แ่แรกแล้วว่าทำไมเ้าแฟเรตตัวนั้นถึงกลายร่างเป็โกเลมได้ทีแรกโจ๊กเกอร์เองก็บอกว่าไปเจอมันแถวๆ น้ำตก ซึ่งเ้านั่นน่าจะเปลี่ยนน้ำแถวนั้นให้กลายเป็ร่างกายได้เช่นเดียวกับตอนนี้พอร่างน้ำของมันโดนทำลายไปมันก็เปลี่ยนเอาเปลวไฟะเิเมื่อครู่นี้มาสร้างเป็ร่างไฟได้อีก
“งานช้างเลยนะแบบนี้”
ว่าแล้วก็เป่าปากออกมาบางเบาสมองก็ค่อยๆ ประมวลหาวิธีฆ่าเ้าโกเลมตัวนี้ให้ได้เสียก่อน
“พี่โจ๊ก ถอยออกมาก่อนค่ะเ้าบ้านั่นมันเล็งเป้าไปที่พี่!”
กระทั่งรินที่อยู่อีกด้านหนึ่งะโขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกไม่ใช่เพราะอะไรนอกเสียจากเ้าโกเลมนั้นหลังจากฆ่าซัมมอนเนอร์ไปหลายสิบคนมันก็วิ่งกระทืบเท้าร่ำๆ ตรงดิ่งเข้าหาโจ๊กอย่างน่าเกรงขาม เห็นดังนั้นแล้วเ้าตัวจึงหรี่ตาลงนิดๆเป่าปากและหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมาถือรอเอาไว้
“ดิ๊กโบน!”
เขาะโขึ้นเสียงดังก่อนที่จะมีัตัวหนึ่งโผล่พรวดออกมาจากการ์ดของเขา
เ้าัสี่ขาซึ่งมีร่างเป็ดินและรากไม้ยืนปักหลักจ้องเผชิญหน้ากับโกเลมที่ตรงปี่เข้ามาเขม็งและเสี้ยวพริบตาที่เ้าโกเลมตัวนั้นวิ่งเข้ามาถึงระยะมันก็ทรุดฮวบลงไปบนหลุมกับดักขนาดใหญ่ั์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยที่มันไม่ทันจะได้ตั้งตัวร่างใหญ่ั์นั้นถึงกับเสียหลักหัวทิ่มไม่เป็ท่า
“ตอนนี้ล่ะครับคุณดานี่ คุณริน!”
โจ๊กรีบส่งสัญญาณหลังจากที่กับดักหลุมที่สร้างขึ้นจากัดิ๊กโบนของเขานั้นสำฤทธิ์ผล
ไม่รอช้าทั้งรินและดานี่ก็ต่างเรียกเอาการ์ดออกมาถือไว้โดยพร้อมใจกัน
“รีบาวน์ช็อต!”
รินเป็คนแรกที่ลงมือเอลฟ์สาวทั้งสามตนของเธอซึ่งยามนี้เกาะอยู่บนกิ่งไม้นั้นพร้อมใจกันน้าวคันธนูยิงออกไปทันทีลูกธนูนั้นเปลี่ยนเป็แสงสีฟ้าตรงดิ่งเข้าไปยังร่างของโกเลมที่อยู่ในหลุมซ้ำยังแตกตัวออกเป็หลายสิบเส้นพุ่งทะลุร่างของเ้าอสูรตนนั้นชิ่งกระทบขอบหลุมกระเด็นกลับมาทะลวงร่างของเ้าโกเลมนั้นจนพรุนต่อกันเป็ทอดๆ
“ถอยออกมาหน่อยโจ๊กเกอร์อันนี้ก็ของแรง!”
เช่นเดียวกับดานี่ที่ทำการผสมการ์ดเข้าด้วยกันถึงสามใบก่อนจะเปลี่ยนมันเป็ลูกะเิขนาดย่อมๆ อีกครั้ง ร่างสูงวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนจะกลิ้งะเิของเขาลงไปในหลุมประหนึ่งเป็ลูกโบลิ่งไม่มีผิดพร้อมกันนั้นเ้าตัวก็ขยับถอยออกห่างจนกระทั่ง...
ตูม!!!!
รอบนี้ไม่ใช่ะเิธรรมดาแต่เป็แท่งหน้าขนาดใหญ่พุ่งพรวดออกมาจากหลุมนั้นแทบจะรอบทิศทางเป็ะเิเวทมนตร์ธาตุดินที่เรียกเอาหนามขึ้นมาเสียบแทงทุกอย่างที่ขวางหน้าให้ดับดิ้นซึ่งดูเหมือนตอนนี้ร่างของเ้าโกเลมนั้นจะสลายหายไปจนหมดอีกครั้ง
“ตอนนี้ล่ะทุกคน พยายามมองหาตัวเ้าแฟเรตให้เจอ!” ดานี่ะโขึ้น “ก่อนที่เ้านั่นจะเปลี่ยนร่างเป็โกเลมเราต้องรีบจัดการมันให้ได้ก่อน!”
ดานี่ไม่ได้เพียงะโบอกพวกเดียวกันเท่านั้นแต่เขากระจายข้อมูลนี้ไปถึงซัมมอนเนอร์อีกหลายคนที่ยังรอดชีวิตมาได้ทุกคนต่างรีบเพ่งมองหาตัวแฟเรตที่ว่านั้นกันเขม็งแม้แต่รินเองก็ยังสั่งให้เอลฟ์ทั้งสามตนของเธอที่มีสายตาดีช่วยมองหากันด้วยแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้หากันเจอง่ายๆ
ระหว่างนี้โจ๊กที่นั่งอยู่บนหลังัโดยมียูเรียร่าอยู่ตรงหน้าก็ถือโอกาสรีบหยิบเอาขวดน้ำยาเพิ่มมานาขึ้นมาดื่มทันทีเพราะการโจมตีเมื่อครู่ของเขามันเปลือง MP ของเขาไปไม่ใช่ย่อยเลยจริงๆ
โครม!!!
แต่ดูเหมือนเสี้ยวพริบตาที่ลดการป้องกันตัวลงนั่นเองเ้าเมจิกแฟเรตนั้นเฝ้ารอจังหวะนี้มาโดยตลอด
พื้นดินตรงด้านหลังของโจ๊กนั้นแตกตัวออกมาอย่างรุนแรงพร้อมกับร่างของโกเลมที่โผล่พรวดขึ้นมาจากตรงนั้น พร้อมกับร่างกายใหม่ของมันที่ตอนนี้กลายเป็สีน้ำตาลของธาตุดินไปเรียบร้อยแล้ว
“โจ๊กเกอร์!?”
“พี่โจ๊กรีบหนีออกมาค่ะ!”
ทั้งรินและดานี่ต่างะโออกมาพร้อมกันทั้งคู่รีบเรียบการ์ดออกมาถือไว้ แต่ดูเหมือนจะสายเกินไป การปรากฏตัวอีกครั้งหนึ่งของเ้าโกเลมนั้นไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะใช้วิธีดำดินมาโผล่ด้านหลังของโจ๊กเกอร์แบบนี้ดวงตาสีสนิมเหล็กรีบตวัดมองด้านหลัง พร้อมๆกับกำปั้นใหญ่ั์ของศัตรูที่พุ่งดิ่งเข้าหาชนิดที่ไม่มีทางหนีได้อีกต่อไป!
กี๊ซซซซซซ!
ัดินของโจ๊กตายคาที่ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
ส่วนตัวของเขานั้นรอดมาได้อย่างหวุดหวิดด้วยการช่วยเหลือของยูเรียซ่าที่ยังคงสุดยอดอยู่บนหลังัเสมอเธอเอื้อมมาคว้าตัวของเ้านายและะโหนีออกมาได้ก่อนที่จะโดนทุบตายไปด้วยแบบหวุดหวิดอย่างถึงที่สุด
ฮาล์ฟสาวรีบโยนร่างของเ้านายลงไปบนพื้นก่อนจะยืนปักหลักควงหอกไฟในมือไว้อย่างมาดมั่นเป็จังหวะเดียวกับที่เ้าโกเลมนั้นทุบซ้ำลงไปอีกครั้งหมายจะปิดสังหารศัตรูแบบปิดเกมในทีเดียวกันไปเลยจังหวะนั้นยูเรียซ่าจึงครูดปลายหอกของเธอลงไปบนพื้นเพื่อจุดไฟขึ้นอีกครั้ง กระทั่งเธอฟาดหอกเล่มนั้นโจมตีสวนกลับไปทันควัน!
ตูม!!!
เกิดแรงะเิปะทุขึ้นอย่างหนักหน่วงหอกไฟนั้นแตกสะบั้นไปในทันทีที่ปะทะด้วย ทว่ามันก็ช่วยให้รอดตายมาได้เมื่อแขนของเ้าโกเลมนั้นก็กระเด็นไปอีกด้านอย่างหนักหน่วงเช่นกัน
ไอ้ครั้นจะหันกลับมาทุบซ้ำอีกครั้งก็ดูจะสายไปเมื่อรินนั้นสั่งให้เอลฟ์ทั้งสามตนของเธอยิงธนูะุทะลวงใส่ไม่ยั้งเช่นเดียวกับดานี่ที่รีบเข้ามาเสริมพร้อมกับการผสมการ์ดอีกสองใบขว้างออกไปเป็สไลม์สีเขียวตัวใหญ่ั์ขวางทางไม่ให้โกเลมตัวนั้นเข้าไปถึงตัวของโจ๊กได้ไอ้ครั้นจะลองทุบลงไปมันก็โดนเยลลี่ั์นั้นสะท้อนแรงทุบออกไปเสียอีก!
“ไม่เป็ไรนะโจ๊กเกอร์!?”
ดานี่รีบถามขึ้นเมื่อวิ่งมาสมทบเพื่อนของเขาได้
“สบายมากครับ ต้องขอบคุณยูเรียซ่า”
โจ๊กเป่าปากโล่งอกก่อนจะลุกขึ้นมาและหันไปมองทหารเอกของเขาที่หันมายิ้มให้
“จะเอายังไงต่อดีคะพี่ดานี่ขืนเป็แบบนี้เราคงสู้กันได้ไม่จบสิ้นแน่ๆ นะคะ”
เช่นเดียวกับรินที่วิ่งมาสมทบพร้อมกับเอลฟ์อีกสามตนของเธอทั้งสามหันมาจ้องหน้ากันเพียงชั่วครู่แม้จะเริ่มรู้วิธีที่จะต้องใช้ปราบเ้าบอสตัวนี้ได้แล้วแต่มันก็ไม่ใช่เื่ง่ายที่จะจัดการได้เลย
“ตอนนี้คงต้องหาทางรับมือกับร่างโกเลมของมันให้ได้เสียก่อนเราต้องตรวจสอบจังหวะการตายแล้วก็จังหวะการสร้างร่างใหม่ของมันให้แน่นอนเสียก่อนไม่อย่างนั้นเราคงโจมตีให้โดนเ้าตัวแฟเรตนั้นได้ยากมากแน่ๆ”
เปรี้ยง!!
ไม่ทันไรสไลม์ั์ที่ดานี่สร้างขึ้นก็โดนทุบจนแหลกเละไปได้ในที่สุดสบโอกาสให้เ้าโกเลมตัวนั้นมันพุ่งเข้ามาหาเหล่าซัมมอนเนอร์ที่มารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งทว่าในตอนที่ทุกคนกำลังคิดหาทางจะรับมือกับศัตรูอยู่นั่นเองโดยที่ไม่มีใครจะได้ทันระวังหลังเลยแม้แต่น้อยนั้น
มันก็มีร่างของฮาล์ฟตัวหนึ่งวิ่งดุ่ยๆออกมาจากพุ่มไม้ ตรงดิ่งเข้าไปกลางวงของซัมมอนเนอร์ทุกคน พร้อมกับลูกบอลขนาดย่อมๆในมือของมัน ซึ่งดานี่และโจ๊กเป็คนแรกที่สังเกตเห็นเ้าฮาล์ฟตัวนี้พลันมองให้ชัดๆ จึงได้รู้ว่ามันเป็ก็อบลินตัวย่อมๆหน้าตากวนประสาทและถือสิ่งที่เ้าฮาล์ฟตัวนี้ถือเข้ามาในวงของผู้เล่นก็น่าจะเป็....
“ฉิบหาย! ทุกคนระวังะเินะ!”
ตูม!!!!!
สิ้นคำเตือนของดานี่แรงะเิที่หนักหน่วงมหาศาลก็พวยพุ่งออกมากลืนกินร่างของซัมมอนเนอร์ทุกคนก่อนที่เ้าโกเลมตัวนั้นจะวิ่งเข้าไปในวงเสียด้วยซ้ำเ้าอสูรร้ายเองก็ยังชะงักและงุนงงว่าจู่ๆพวกซัมมอนเนอร์ตรงหน้านั้นไปโดนะเิของใครเล่นงานกัน เพราะตัวมันยังไม่ทันจะได้โจมตีอะไรเข้าไปเลยด้วยซ้ำ
เปรี้ยง!!
และในตอนนั้นเอง จู่ๆก็มีเวทมนตร์เล็กๆ ยิ่งใส่หัวของเ้าโกเลมตัวนั้นจนมันชะงักและได้เห็นซัมมอนเนอร์อีกสามคนยืนอยู่อีกด้านพร้อมกับฮาล์ฟนักเวทที่ยิงเวทมนตร์เข้าใส่ตัวมัน
“เฮ้ย! มาทางนี้เซ่ ไอ้หินโสโครก แน่จริงตามมา!”
ซัมมอนเนอร์คนนั้นะโเรียกเพื่อเป็การล่อซื้อที่โจ่งแจ้ง
แล้วมันก็ได้ผลในเมื่อซัมมอนเนอร์ตรงหน้าอยู่ดีๆ ก็โดนะเิตายจนหมดเกลี้ยงเ้าโกเลมั์นั้นจึงเบี่ยงความสนใจวิ่งเข้าไล่ใส่ซัมมอนเนอร์อีกกลุ่มหนึ่งทันที
“โอเคๆ ติดเบ็ดแล้ว รีบลากมันไปให้ไกลจากตรงนี้เลย!”
เ้าซัมมอนเนอร์คนนั้นะโขึ้นก่อนจะพากันวิ่งล่อบอสเมจิกแฟเลตนั้นหายออกไปจากจุดนี้ได้ในที่สุด
หลงเหลือไว้เพียงเศษซากแห่งความพินาศที่เกิดขึ้นจากะเิสังหารที่รุนแรงนั้นจนกระทั่งมีร่างของซัมมอนเนอร์อีกคนหนึ่งโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ตรงจุดที่เ้าก็อบลินตัวเมื่อครู่นั้นวิ่งหอบเอาะเิไปพลีชีพตรงกลางวงผู้เล่นเมื่อครู่นี้ชายหนุ่มที่ปรากฏตัวขึ้นมานั้นแสยะยิ้มอย่างพอใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งเ้าตัวนั้นสวมเสื้อคลุมสีดำที่มีตราสัญลักษณ์ไม้คทาเวทมนตร์สีแดงพร้อมกับตัวหนังสือRM อยู่อีกด้วย
“ประมาทไปหน่อยนะดานี่”
เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะหึชายคนนี้ก็คือ “จินเจอร์” นั่นเอง
“ยังไงก็ขอขอบใจสำหรับข้อมูลของเ้าบอสตัวนี้ล่ะนะทีมเรดเมจิกขอรับมันไปเลยก็แล้วกัน”
สิ้นคำกล่าวนั้นแล้วเ้าหมอนี่ก็รีบวิ่งตามพวกเพื่อนๆ ที่เป็คนช่วยกันล่อเอาโกเลมออกไปจากตรงนี้ได้
ไม่ช้าเ้าจินเจอร์คนก่อเื่ก็วิ่งหายไปโดยที่ไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่าตัวของเขาจะมีชื่อแบล็คลิสต์ว่าเป็คนฆ่าซัมมอนเนอร์คนอื่นๆแบบผิดกฎเช่นนี้หลงเหลือไว้เพียงเศษซากและกลุ่มควันแห่งหายนะที่ยังคงลอยฟุ้งอยู่ตรงนั้นเช่นเคยส่งให้ร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่แอบซุ่มมองอยู่บนกิ่งไม้แถวๆนั้นตลอดเวลาต้องมีสีหน้าไม่สบอารมณ์เกิดขึ้น
“ว่าจะนั่งเฉยๆดูเ้าพวกนั้นสู้ให้สบายอารมณ์เสียหน่อยดันมีเ้ามดปลวกนิสัยเสียบางคนออกมาทำให้เสียอรรถรสเสียได้”
สิ้นคำกล่าวนั้นร่างบางก็ยืนตัวลุกขึ้นมายืนบนกิ่งไม้ดวงตาสีฟ้าครามนั้นชำเลืองมองไปยังกลุ่มควันเศษซากของความพินาศนั้นแล้วก็เผยรอยยิ้มกว้างขึ้นสโนว์เบลแทบไม่ได้เป็ห่วงคนที่พลาดท่าโดนะเินั้นไปด้วยเลยแม้แต่น้อยเพราะถ้าหากมาสเตอร์ของเธอตายไปแล้วล่ะก็ป่านนี้ร่างของเธอก็ต้องสลายหายไปด้วยแล้วแน่ๆ
ทว่าดวงตาสีฟ้าครามนั้นกลับตวัดไปมองอีกด้านหนึ่งด้วยท่าทางที่วาวโรจน์ไม่น้อย
“สงสัยงานนี้คงต้องขอออกไปสั่งสอนให้เ้าพวกโง่นั่นรู้จักที่ต่ำที่สูงเสียหน่อยแล้วล่ะมั้ง”
พูดแล้วสโนว์เบลก็ะโพรวดออกไปจากกิ่งไม้และหายวับไปในทันที
กระทั่งวกกลับมาตรงจุดที่ะเิพลีชีพโกเลมนั้นเพิ่งจะทำงานไปเมื่อครู่นี้เองเห็นได้ชัดว่าซัมมอนเนอร์หลายคนนั้นได้ตายไปจากการโจมตีเมื่อครู่นี้จนหมดสิ้นแต่ดูเหมือนจะยกเว้นไว้กับคนเพียงกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
ครืนนนน!
ไม่นานนักก็มีร่างของตัวอะไรซักอย่างะโออกมาจากกลุ่มควันที่ยังคงมีเปลวไฟบางส่วนลุกอยู่ตรงพื้นด้วยพลันมองให้ชัดเจนจึงได้รู้ว่าเ้าตัวที่ะโออกมานั้นมีลักษณะคล้ายกับคางคกตัวใหญ่เกือบๆ 4 เมตรยืนด้วยสีขาและเกร็ดรอบๆ ตัวเป็สีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าของมันนั้นแก้มโป่งพองเหมือนกับอมอะไรซักอย่างเอาไว้ในปาก
ซึ่งในตอนนั้นเองที่เ้าคางคกนี้มันก็คายเอาสิ่งที่อมเอาไว้ออกมา
“แหวะ! เหม็นสุดๆ เลยอ่ะพี่โจ๊ก!”
“....จริงว่ะถึงจะรอดตายมาได้แต่กลิ่นมันสุดทนจริงๆ นะเพื่อน”
เสียงที่ดังขึ้นนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากรินและดานี่ร่างของทั้งสองนั้นนั่งจุมปุ้กอยู่บนพื้น ร่างกายเปรอะไปด้วยน้ำลายเหนียวๆน่าขยะแขยง พร้อมกันนั้นก็มีฮาล์ฟอย่างเอลฟ์ทั้งสามตัว รวมไปถึงยูเรียซ่านั่งอยู่ใกล้ๆ กันด้วยแน่นอนว่าอีกคนหนึ่งก็คือนายโจ๊กที่ยกมือขึ้นปาดเมือกเหนี่ยวๆ ที่เปรอะไปทั้งหน้า
“ก็ช่วยไม่ได้นี่ครับผมเองก็เพิ่งจะเคยใช้งานมันครั้งแรกไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะมีเื่กลิ่นแถมมาด้วย”
โจ๊กพูดขึ้นพลางเหลือบไปมองเ้าคางคกที่ยืนอยู่ข้างๆเขาอีกทีหรือก็คือฮาล์ฟเผ่าัอีกตัวหนึ่งของเขาที่ถูกเรียกขึ้นมาเพื่อช่วยชีวิตของพวกเขาทั้งสามคนเอาไว้ได้อย่างฉิวเฉียดเป็ที่สุดซึ่งความสามารถของมันก็คือ....
เกโรร่อน LV1 (ดิน)
♦♦♦♦♦
เผ่า : ั / กบ
*ใช้งานได้เมื่อมี ดราก้อนไรเดอร์ อยู่ในสนามรบ*
เมื่อลงมาในสนามจะกลืนฮาล์ฟและซัมมอนเนอร์ฝั่งตนเองทุกคนเข้าไปในปากและป้องกันการโจมตีได้หนึ่งครั้ง
โจมตี-0 ป้องกัน-6
พลังชีวิต 4,000 (DP-3)
ทุกคนต่างลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง แม้จะรอดตายมาได้แต่ดูเหมือนการลอบโจมตีด้วยะเิพลีชีพของเ้าจินเจอร์เมื่อครู่นี้จะกวาดล้างซัมมอนเนอร์คนอื่นๆทุกคนจนตายไปหมดเกลี้ยง สีหน้าของดานี่ตอนนี้จึงไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไรนัก
“ดูเหมือนคนอื่นจะไม่รอดเลยนะ”
เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปนั่นจึงทำให้โจ๊กต้องถอนใจออกมา
“ช่วยไม่ได้นี่ครับเ้าักบนี่มันอมได้เฉพาะคนที่อยู่ในปาร์ตี้เท่านั้น ผมก็เลยช่วยคนอื่นไม่ได้”
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก”ว่าแล้วก็ถอนใจก่อนจะเหลือบมองไปอีกด้านหนึ่ง “ฉันแค่ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเท่านั้นล่ะนี่เ้าจินเจอร์มันกล้าทำเื่แย่ๆ แบบนี้ลงไปได้ยังกันเพียงเพื่อล่าบอสตัวเดียวเนี่ยนะมันถึงขั้นยอมทำผิดกฏของเกมจนมีชื่อเป็แบล็คลิสต์ได้”
ได้ยินดังนั้นแล้วรินจึงถอนใจขึ้นมาอีกคนก่อนที่เธอจะหยิบเอาน้ำยาเพิ่ม MP ขึ้นมาดื่มบ้าง
“รินเองก็ไม่อยากจะพูดแบบนี้หรอกนะคะแต่ว่าทีมฮันเตอร์ของเรดเมจิกน่ะมันก็ขึ้นชื่อเื่การล่ามอนสเตอร์แบบไม่เลือกวิธีอยู่แล้วหลายๆ ครั้งพวกนั้นก็มักจะสร้างเื่ให้โดนคนอื่นด่าได้เสมอแต่พวกมันเป็ทีมใหญ่ที่มีอำนาจมากในวงการ AOS ของไทยน่ะค่ะ เพราะฉะนั้นมันก็เลยหาทางซิกแซกได้ตลอดเวลา”
ดานี่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเขาเพียงนิ่งและส่ายหน้าด้วยแววตาที่ส่องประกายผิดหวังอย่างถึงที่สุด
เห็นแล้วรินก็พอจะเข้าใจได้ว่าดานี่เองก็ยังคงรู้สึกได้ว่านายจินเจอร์คนนั้นเป็เพื่อนอยู่ลองได้เห็นเพื่อนตัวเองเปลี่ยนไปพร้อมกับใช้วิธีแย่ๆ แบบนี้ในการล่าเขาเองก็คงจะรู้สึกผิดหวังอยู่
“ว่าแต่พี่โจ๊กนี่ร้ายไม่ใช่เล่นเลยนะคะ!” รินจึงต้องพยายามเปลี่ยนเื่“เหมือนกับจะเดาได้เลยว่าเ้าพวกนั้นจะแอบลอบเข้ามาโจมตีใส่พวกเราแบบนี้น่ะโชคดีนะคะว่าตอนที่ทางนั้นใช้ะเิพลีชีพเข้ามาน่ะพี่ใช้เ้าักบตัวนี้ได้ทันเวลาพอดีไม่อย่างนั้นพวกเราคงจะเกมโอเวอร์กันไปแล้ว”
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”โจ๊กพูดพลางเอื้อมมือไปจับเ้าักบเคโรร่อนนั่นเบาๆ“แล้วผมก็ไม่ได้วางแผนอะไรได้เก่งอะไรหรอกบังเอิญก็พอจะเดาสันดานของคนแบบนั้นได้ออกก็เท่านั้นเอง”
ได้ยินแล้วรินก็หัวเราะแฮะๆออกมาเท่านั้นเอง ทั้งๆ ที่เธอพยายามจะเปลี่ยนเื่ให้มันดีขึ้นแท้ๆแต่อีตาแว่นหน้าตายนี้กลับขยี้เื่นี้ขึ้นมาอีกเสียอย่างนั้น!
“เอาเถอะ”จนกระทั่งเป็ดานี่ที่พูดขึ้น“ถ้าเ้าจินเจอร์มันมาใช้ไม้นี้กับพวกเรารอบนี้ฉันก็จะไม่เกรงใจบ้างล่ะนะไม่ว่ายังไงซะตอนนี้มันก็เป็ไปตามแผนของพวกเราแล้วล่ะ”
พูดแล้วเขาก็หันมายิ้มกับเพื่อนอีกสองคนจนทั้งคู่ชะงักไปนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้ทุกอย่างมันเป็ไปตามแผนที่นายโจ๊กเกอร์วางไว้ั้แ่แรกแล้วจริงๆ
“ทีนี้ก็ถึงคิวของพวกเราที่จะได้ซุ่มตรวจสอบดูข้อมูลของบอสบ้างล่ะนะ”
ดานี่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพราวระยับเพราะนี่ก็คือแผนที่โจ๊กลองเสนอไปให้เพื่อนๆ ของเขาดูั้แ่แรก
ทุกคนรู้ดีว่าบอสตัวนี้จะต้องมีลูกเล่นและความสามารถอีกหลากหลายที่ยังไม่อาจตรวจสอบได้ง่ายๆอีกทั้งเ้าพวกจินเจอร์นั้นจะต้องซุ่มตรวจสอบข้อมูลจนพอใจ และเมื่อถึงเวลาเ้าพวกนั้นก็จะโผล่ออกมาขโมยผลงานและอย่างเลวร้ายที่สุดมันจะต้องหาวิธีฆ่าซัมมอนเนอร์ทุกคนที่ขวางทางเอาไว้ออกไปให้หมดเพื่อที่ทีมเรดเมจิกของพวกมันจะได้ฮุบเอาบอสตัวนี้ไปล่าเพียงลำพัง
และโจ๊กก็เดาได้ถูกต้อง
ป่านนี้เ้าพวกนั้นคงจะคิดว่าพวกเขาทุกคนเกมโอเวอร์กลับเมืองไปหมดแล้วซึ่งตอนนี้ล่ะจะเป็โอกาสให้พวกเขาได้เป็ฝ่ายรอตรวจสอบข้อมูลจากบอสตัวนั้นและฉวยโอกาสปิดฉากการล่าลงเอง!
ว่าแล้วดานี่จึงวางมือไว้บนไหล่ของโจ๊กราวกับจะเป็การชื่นชมในแผนที่แม้จะเรียบง่ายแต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ อย่างที่พูดเพราะขืนโจ๊กที่อาสาจะเป็คนป้องกันเพื่อนๆเอาไว้จากการลอบโจมตีลงมือพลาดไปเพียงเสี้ยววินาที ทุกคนก็จะตายกันหมด
“เราได้ยิงธนูติดตามตัวเ้าโกเลมนั่นไปแล้วใช่มั้ยริน?”ดานี่ถาม
“เรียบร้อยค่ะใช้ลูกธนูที่โปรยผมเวทมนตร์แบบติดตามตัวมันไปแล้ว ....นี่ไง”
ว่าแล้วเธอก็เปิดหน้าต่างแผนที่ขึ้นมาให้ชายหนุ่มทั้งสองเห็นว่ามันมีจุดสีแดงกะพริบอยู่ในแผนที่ด้วยซึ่งนั่นก็คือตำแหน่งของเ้าบอสเมจิกแฟเลตตัวนั้นนั่นเอง
“ดีล่ะ” ดานี่ยิ้มกว้าง“ทีนี้ก็ถึงคิวพวกเราเอาคืนกันบ้างล่ะนะ”