วันต่อมา กัณฑ์รีบไปพบท่านประธานบริษัทเวลาแปดโมงพอดี
“เอ้อ ผมต้องขอโทษด้วย พอดีวันนี้มีการเปลี่ยนกำหนดการใหม่นะ ลูกค้าคนนั้นขอเลื่อนไปพบเป็่บ่าย แต่ผมต้องไปงานประมูล่เช้าแทน และไม่ได้กลับเข้ามาอีก ไหนๆ ก็ไหนๆ คุณไปเป็เพื่อนผมก็แล้วกันนะ” พัฒน์กล่าวในเชิงสั่ง
“แต่ผมก็มีงานที่ค้างนี่ฮะ ให้ผมไปเจอคุณที่นั่นตอนบ่ายเลยก็ได้นี่” กัณฑ์รีบเสนอ
“งั้น เดี๋ยวผมติดต่อหัวหน้าแผนก ให้โอนงานของคุณไปให้รุ่นพี่คุณทำก็แล้วกัน” พัฒน์กำลังจะยกหูโทรศัพท์แต่กัณฑ์ก็รีบพูดแทรก
“อ้อ งั้นไม่เป็ไรฮะ เดี๋ยวผมขออนุญาตหัวหน้าผมก่อน ผมจะกลับไปเคลียร์งานเองฮะ” กัณฑ์รับผิดชอบในงานตัวเอง
“งั้นอีก 15 นาทีไปเจอกันที่รถผม ผมจะรอข้างล่างเลยแล้วกัน” พัฒน์กล่าว
“รับทราบฮะ” กัณฑ์รับคำอย่างจำใจ
**************************************************
ณ งานประมูลเพื่อการกุศล มีบรรดาเหล่านักธุรกิจไฮโซมาร่วมงานประมูลนี้ด้วย การที่พัฒน์มากับกัณฑ์ ทำให้คู่อริเก่าอย่างนายชัยวัฒน์รู้สึกไม่พอใจ
นายชัยวัฒน์ที่เดินมาพร้อมกับชลาวรรณ รีบเดินเข้ามาทักทั้งคู่ทันที
“ไม่ยักรู้ว่านายคืนดีกับกัณฑ์แล้ว แต่นายอย่าลืมสิว่าตอนนี้นายเป็คู่หมั้นของน้องสาวฉันอยู่นะ ถึงนายพยายามจะหลบเลี่ยงเื่แต่งงานก็เถอะ” ชัยวัฒน์กล่าวอย่างเอาเื่
“ฉันรู้แล้ว แต่กัณฑ์มากับฉันในตอนนี้ มาในฐานะลูกน้องในบริษัทเท่านั้น พวกเราไม่ได้กลับมาคบกันหรอก นายเข้าใจผิดแล้ว” พัฒน์พยายามพูดกับชัยวัฒน์ดีๆ เพราะไม่อยากมีเื่
“งั้นก็แล้วไป อย่าให้ฉันรู้ว่า ถ่านไฟเก่ามันครุก็แล้วกัน ไม่งั้นฉันเอาเื่นายแน่” ชัยวัฒน์กล่าว
กัณฑ์กำลังจะพูดอธิบายบ้างแต่กลับถูกพัฒน์จับแขนเข้าไปร่วมงานประมูลโดยไม่สนใจสองพี่น้องคู่นี้อีก
“คู่หมั้นของคุณกำลังเข้าใจผิดนะฮะ ทำไมไม่ให้ผมช่วยอธิบายด้วย” กัณฑ์รีบถาม
“ผมเกรงว่ามันจะยิ่งไปกันใหญ่น่ะสิ คุณอยู่เฉยๆ น่ะดีแล้ว ปะ พวกเราไปนั่งกันเถอะ” พัฒน์กล่าว
ระหว่างที่นั่งร่วมประมูลสินค้าเพื่อนำเงินบริจาคเพื่อการกุศลอยู่นั้น กัณฑ์สังเกตว่าชลาวรรณมองมาที่เธออย่างเอาเื่ ในใจคิดว่านี่คงจะเป็แรงหึงหวงกระมัง แต่แล้วทันใดนั้น เธอก็มองเห็นภาพนิมิตในหัวอีกแล้ว
“นี่พี่ชัยวัฒน์ พี่กล้าทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง พี่วางยาฉันแล้วให้คนของพี่มาข่มเหงฉันแบบนี้ นี่ฉันเป็น้องพี่นะ” ชลาวรรณพูดอย่างเอาเื่
“ไม่เอาน่า ชลาวรรณ พี่ให้คนของพี่ทำแค่ทำให้เป็รอยที่ตัวเท่านั้น ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยถึงขนาดนั้นเลยนะ รับรองเธอไม่ได้เสียหายอะไร ที่พี่ทำไปก็เพื่อน้องนะ พี่แค่จัดฉากให้กัณฑ์เห็นว่าพัฒน์ข่มเหงน้องจริงๆ ซึ่งมันก็ได้ผล กัณฑ์ก็เชื่อจริงๆ เสียด้วย ต่อไปจะไม่มีใครแย่งพัฒน์ไปจากน้องได้อีก” ชัยวัฒน์กล่าว
“พี่ทำเพื่อตัวเองเสียมากกว่า จริงๆ พี่อยากแย่งกัณฑ์มาจากพัฒน์ล่ะสิ แต่กัณฑ์ไม่เคยสนใจพี่เลย” ชลาวรรณกล่าว
“หุบปากได้แล้ว ชลาวรรณ และเตรียมตัวแสดงละครให้ดีด้วย เพราะพี่จะไปเอาเื่กับพ่อแม่มัน จะได้บังคับให้พัฒน์แต่งงานกับน้องไง” ชัยวัฒน์ออกคำสั่ง
แล้วภาพในหัวก็หายไป กัณฑ์อึ้งกับเหตุการณ์ที่เห็นในนิมิตนั้น เธอทำอะไรไม่ถูก แต่ในเวลานี้สถานะมันเปลี่ยนไปแล้ว ตัวเธอเองก็ไม่ได้ชอบพัฒน์และจดจำเขาไม่ได้ ส่วนพัฒน์ก็เป็คู่หมั้นของชลาวรรณไปแล้วด้วย กัณฑ์แอบมองหน้าเ้านายอย่างสงสารและเห็นใจที่เขาถูกสองพี่น้องปรักปรำ แต่ตอนนี้เธอกลับช่วยอะไรเขาไม่ได้เสียแล้ว ได้แต่เก็บงำไว้ในใจ
ระยะเวลาประมูลก็ช่างยาวนานเสียเหลือเกิน กัณฑ์ต้องนั่งไปอีกนาน ในเวลานี้เธอมองไปที่ชัยวัฒน์คู่อริของพัฒน์ ก็เกิดภาพนิมิตขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็ภาพที่ชัยวัฒน์ได้ข่มเหงผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นทั้งขอความเมตตาและความเห็นใจแต่เขาก็กระทำต่อเธออย่างไร้ปราณี
“ฮือ ฮือ ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันรู้ว่านายไม่ถูกกับพี่พัฒน์แต่นายไม่ควรเอาความแค้นมาลงที่ฉันแบบนี้” น้องสาวของพัฒน์กล่าว
“ฉันอยากให้มันเ็ปที่เห็นน้องสาวโดนรังแกไง น่านะ พวกเราก็แค่มีความสุขด้วยกันเท่านั้นเอง” ชัยวัฒน์กล่าว
“ไม่ ม่ายๆ ๆ …………” น้องสาวของพัฒน์กล่าว
เหตุการณ์ที่กัณฑ์เห็นในนิมิตทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงผู้ชายคนนี้อย่างมากถึงขั้นอยากจะอาเจียน จึงบอกกับพัฒน์ว่าขอไปเข้าห้องน้ำ เมื่อไปถึงกัณฑ์อาเจียนได้ประมาณ 15 นาทีเธอก็เดินออกมา แต่แล้วเธอก็ได้มาเจอชลาวรรณที่มาดักหน้าเธอไว้
“กัณฑ์ นี่เธอจะกลับมาคบกับพัฒน์งั้นหรือ” ชลาวรรณกล่าวจบก็รีบจับที่ไหล่ของกัณฑ์และกล่าวอีกว่า “ฉันขอร้องนะกัณฑ์ ตอนนี้ฉันรักพัฒน์มากจริงๆ เธออย่าแย่งเขาไปจากฉันเลยนะ ฉันขอร้องล่ะ”
“คุณเข้าใจผิดแล้วนะฮะ ผมเป็แค่พนักงานในบริษัทของคุณพัฒน์จริงๆ ฮะ และตอนนี้ผมก็มีแฟนเป็ผู้หญิงแล้วด้วย คุณสบายใจได้ฮะ" กัณฑ์ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้คิดมากเลยรีบโกหกเื่แฟนดี้กำมะลอ
“อะไรนะ นี่เธอเป็ทอมแล้วงั้นหรือ” ชลาวรรณกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ใช่ฮะ แล้วตอนนี้ผมขอตัวกลับไปก่อน เดี๋ยวโดนเ้านายหักเงินเดือนฮะ” กัณฑ์กลัวผู้หญิงคนนี้ถามมากเลยรีบตัดบท
ชลาวรรณมองตามกัณฑ์ที่เดินกลับเข้าไปในงานด้วยความสงสัยว่าที่กัณฑ์พูดมาเป็ความจริงแน่หรือ