ซากปรักหักพัง
ทันทีที่แม็กซ์คว้าแกนพลังสีม่วงเหลืองของหมาป่าทมิฬมาได้อากาศรอบตัวก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เสียงขู่ฟ่อเยือกเย็นดังก้องออกมาจากใจกลางหมอกพิษมันแสดงความโกรธเกรี้ยว ทว่าแฝงไว้ซึ่งความเ็าและความฉลาดที่เกินกว่าสัตว์อสูรทั่วไปควรจะมี
ะเิเขตแดนหมอกพิษถูกปลดปล่อยออกมาในระยะประชิดความเข้มข้นของพิษปะทะเข้ากับร่างของเด็กหนุ่มอย่างจัง ระดับของออร่าที่ปลดปล่อยออกมาห่อหุ้มร่างกายไม่แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานพิษจากภายนอกได้ร่างกายของแม็กซ์หนักอึ้งทันที
แม็กซ์กลั้นลมหายใจไม่ให้สูดพิษเข้าไปโดยตรง แต่ความแรงของพิษก็ยังสามารถแทรกซึมเข้าร่างกายผ่านทางิัได้“แย่แล้ว... นี่มันแรงเกินไป ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน” เด็กหนุ่มรีบถอยออกมาเพื่อให้พ้นจากเขตแดนหมอกพิษ
“บ้าจริง ข้าประเมินพิษของมันต่ำไปความแรงและความเข้มข้นของพิษนี่มันใช่พิษของระดับขุนพลแน่หรือ? แม้คลุมร่างด้วยเกราะพลังงานก็ยังต้านเอาไว้ไม่อยู่”
อสรพิษมรกตเหยียดลำตัวยาวขึ้นช้า ๆเกล็ดสีเขียวอมม่วงเรืองแสง สายตาข้างที่เหลือจ้องมองแม็กซ์ด้วยความอาฆาต แม้จะาเ็สาหัสและเสียตาไปข้างหนึ่งแต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากมันยังคงหนักอึ้งไม่เปลี่ยน
แม็กซ์ยืนมองอยู่ห่างออกไป มือกำแกนพลังไว้แน่นแววตาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ประเมินสถานการณ์จากประสบการณ์ที่ผ่านมา
“ระดับขุนพล แม้จะฉลาดและมีพิษร้ายแรงแต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่รับมือได้” เขาพึมพำกับตัวเอง “ร่างกายของข้าได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี และทนทานต่อสารพิษมาั้แ่เกิดสามารถกลั่นกรองพิษออกจากกระแสเืได้ ถ้าอยู่ในระยะห่างจากเขตแดน พิษที่เบาบางมันคงไม่สามารถทำอันตรายอะไรได้”
แต่ความเข้าใจนั้นกลับมีจุดบกพร่องสำคัญอย่างหนึ่ง เขาลืมไปว่า ผู้ครองอาณาเขตที่สามารถอยู่รอดและเติบโตจนปกครองพื้นที่แห่งนี้มาได้อย่างยาวนานต้องมีความสามารถที่เหนือกว่ามาตรฐานระดับเดียวกันเสมอโดยเฉพาะพิษของมันไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิดไว้เลย
ไม่นาน หมอกสีเขียวรอบตัวอสรพิษก็เริ่มเคลื่อนไหวแผ่ขยายวงกว้างออกไปจนเป็เขตแดนที่มีรัศมีชัดเจนราวยี่สิบเมตรภายในขอบเขตนั้นอากาศหนาทึบจนมองเห็นได้ไม่ไกล และมีความเ็าแผ่ซ่านออกมาผสมร่วมด้วย
แม็กซ์มองสังเกตอย่างละเอียดจนพบจุดสำคัญ “เห็นแล้ว...ขอบเขตของมันจำกัดแค่นี้” เขาวิเคราะห์ในใจ “ยิ่งอยู่ลึกเข้าไปตรงกลางพิษยิ่งเข้มข้นแต่ถ้าอยู่ที่ขอบนอกหรือออกมานอกเขตแดน ความเข้มข้นจะลดลงจนร่างกายข้าสามารถรับมือไหว”
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงวางแผนการต่อสู้ทันทีอาศัยความเร็วที่เป็จุดเด่นของตนเอง พุ่งเข้าไปโจมตีเพียงเสี้ยววินาทีแล้วรีบถอยออกมา ก่อนที่พิษจะสะสมจนเกินกว่าร่างกายจะรับไหว
“เริ่มเกมกันเถอะ” ร่างของแม็กซ์เคลื่อนไหวราวกับสายลมพลังงานสีขาวนวลปกคลุมทั่วร่างเพื่อช่วยลดผลกระทบจากสภาพแวดล้อม เขาพุ่งฝ่าหมอกสีเขียวเข้าไปประชิดตัวอสรพิษมรกต
ปัง! ฝ่ามือของเขาฟาดลงไปอย่างแม่นยำ ตรงจุดที่เคยเป็าแลึกก่อนหน้านี้แรงกระแทกส่งผลให้เกล็ดแถวนั้นแตกกระจายอีกครั้ง เืสีม่วงคล้ำเริ่มซึมออกมา แต่ก่อนที่อสรพิษจะหันกลับมาตั้งรับหรือปล่อยพลังงานออกมาตอบโต้แม็กซ์ก็ได้ทะยานออกมาจากขอบเขตของหมอกพิษแล้ว
ทันทีที่เท้าก้าวออกมาสู่อากาศภายนอกความรู้สึกแสบร้อนและมึนงงเล็กน้อยที่แทรกซึมเข้ามาก็เริ่มทุเลาลงร่างกายของเขาเริ่มกลั่นกรองสารพิษที่เพิ่งได้รับมา ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นจนความรู้สึกกลับมาเป็ปกติ
“ได้ผล” แม็กซ์พูดกับตัวเองขณะรู้สึกสบายตัวขึ้น
“แค่ต้องเข้าไปแล้วโจมตีแล้วรีบออกมา พิษยังไม่ทันซึมลึกทำให้ร่างกายจัดการได้ทันถ้าทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ มันก็ต้องอ่อนแรงลงเองล่ะน่า” เขาจึงทำซ้ำรูปแบบเดิมอยู่หลายรอบพุ่งเข้าไปโจมตี ถอยออกมาพักฟื้น กลับเข้าไปใหม่สลับกันไปมา
ด้วยความหวังว่าจะทำให้อสรพิษมรกตเสียสติโกรธจนลืมระวังและบุ่มบ่ามเลื้อยออกมาจากเขตแดนของตัวเอง เมื่อนั้นแหละคือจุดที่แม็กซ์จะได้เปรียบอย่างเต็มที่เพราะนอกเขตหมอกพิษ ความสามารถของมันจะลดลงอย่างชัดเจน
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็ไปตามที่คาดไว้เลย อสรพิษมรกตดูเหมือนจะรู้ทันกลยุทธ์นี้ดีมากมันไม่เคยขยับตัวออกมาจากเขตแดนแม้แต่น้อย ถึงแม้จะถูกโจมตีซ้ำจนาแเดิมเปิดกว้างขึ้นและมีเืไหลออกมาตลอดมันก็ยังคงนิ่งสงบ ดวงตาจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของแม็กซ์อย่างเ็า
มันเข้าใจดีว่า ภายในเขตแดนคือที่ที่มันได้เปรียบที่สุด ความแรงของพิษการป้องกันแ่า และยังสามารถใช้พลังิญญาที่เหลืออยู่ฟื้นฟูรักษาอาการาเ็ที่ได้รับจากการต่อสู้กับหมาป่าทมิฬก่อนหน้านี้ได้ด้วย
ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่ได้นิ่งเฉยรอรับการโจมตีอย่างเดียวเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มอาศัยความเร็วสูงวิ่งเข้าออก มันก็เริ่มรวบรวมพิษบางส่วน ส่งออกมาเป็ลิ่มขนาดเล็กพุ่งออกมาเป็ระยะ
แม้ความเร็วของการโจมตีระยะไกลนี้ จะสู้ความว่องไวของเด็กหนุ่มไม่ได้จนส่วนใหญ่พลาดเป้าหมายไปแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาต้องคอยหลบหลีกเปลี่ยนท่าทางตลอดเวลาไม่มีโอกาสได้หยุดพักฟื้นพลังงานได้เต็มที่ และช่วยถ่วงเวลาให้อสรพิษมรกตได้ฟื้นตัวได้ทีละน้อย
“นี่มัน... ยิ่งใช้เวลานาน ยิ่งเสียเปรียบเข้าไปทุกทีพลังของข้าเองก็ไม่แรงพอที่จะจัดการมันจากภายนอกได้ในทีเดียว” แม็กซ์เริ่มขมวดคิ้วรู้สึกกดดัน“มันนิ่งเกินไปแล้ว เ้าเล่ห์เกินคาดยั่วโมโหเท่าไหร่ก็ไม่หลุดออกมา ถ้าปล่อยให้มันรักษาตัวจนหายดีอีกครั้ง งานคงได้เข้าแน่”
เมื่อเห็นว่าวิธีเดิมไม่สามารถบังคับให้คู่ต่อสู้ออกมาจากที่มั่นได้ แม็กซ์จึงต้องตัดสินใจเปลี่ยนแผนการครั้งใหญ่ด้วยการเล่นเกมที่เสี่ยงที่สุด เพื่อหลอกล่อให้อสรพิษมรกตปลดเขตแดนและออกมาจากเขตแดนของมันเอง
คราวนี้ เมื่อเขาพุ่งเข้าไปในหมอกพิษอีกครั้งเขาไม่ได้ระดมพลังเต็มที่เหมือนเคย แต่กลับแสดงเหมือนกำลังจะทุ่มการโจมตีทั้งหมดแต่กลับปล่อยพลังออกมาเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นพร้อมกับเริ่มแสดงอาการที่เปลี่ยนไป
ใบหน้าของเขาเริ่มซีดลง ท่าทางการเคลื่อนไหวช้าลงเล็กน้อยร่างกายสั่นเนื่องจากทนพิษที่แทรกซึมเข้ามาได้ยากขึ้น เขากระอักเืออกมาก้าวเท้าสะดุด เซจนแทบจะล้มลงกลางทาง
“พิษนี่... มันแรงกว่าที่คิดไว้”เขาพูดเสียงดังพอให้ได้ยิน แกล้งพูดตะกุกตะกัก “ท...ทนไม่ไหวแล้ว...”
แม็กซ์เปิดช่องโหว่ ทำให้อสรพิษมรกตตวัดหางอัดเข้าไปที่ลำตัวอย่างจังจนทำให้เขากระเด็นออกมาอยู่นอกเขตแดนหมอกพิษ และล้มฟุบลงกับพื้นห่างออกไปราวสิบห้าเมตรมือที่กำแกนพลังแน่น ก็คลายออกจนหลุดตกลงไปกลิ้งอยู่ข้างตัว
แม็กซ์ปิดตาลงสนิท หายใจแ่เบาลงทีละนิด จนกระทั่งในที่สุดเขาใช้ความสามารถในการควบคุมร่างกายขั้นสูง บังคับปิดกั้นลมหายใจชั่วคราวพร้อมกับชะลอการไหลเวียนโลหิตและลดอุณหภูมิความร้อนภายในร่างกายลงจนใกล้เคียงกับอากาศรอบข้างทำให้ภายนอกดูเหมือนกับร่างกายของคนที่หมดลมหายใจไปแล้ว
แต่ภายใต้ความนิ่งสนิทนั้น ร่างกายของแม็กซ์กำลังทำงานอย่างหนักที่สุดมันเร่งกระบวนการกลั่นกรองสารพิษที่สะสมอยู่ในเืและเนื้อเยื่อให้เปลี่ยนมาเป็พลังงานนำมาฟื้นฟูสภาพจนกลับมาเต็มเปี่ยมและพร้อมใช้งานอีกครั้ง
ขุนพลอสรพิษมรกตเฝ้าสังเกตทุกความเคลื่อนไหวด้วยความระแวงสูงสุดแม้จะเห็นว่าคู่ต่อสู้ล้มลงแน่นิ่ง แกนพลังตกหล่นอยู่ด้านข้าง แต่สัญชาตญาณนักล่าที่ผ่านการต่อสู้มามากมายยังไม่ยอมไว้วางใจมันรู้ดีว่าการหลอกลวงเป็กลอุบายที่พบเห็นได้บ่อยในโลกแห่งการเข่นฆ่าและมันเองก็เพิ่งจะใช้วิธีนี้ไป
มันไม่ได้รีบออกมาทันที แต่ยังคงอยู่ภายในหมอกพิษแล้วส่งพลังงานออกมาเป็ลิ่มพิษแหลมคมหลายอันพุ่งยาวออกไปแทงกระทุ้งเข้าที่ร่างกายของแม็กซ์หลายครั้งเพื่อทดสอบว่ามีปฏิกิริยาตอบสนองหรือไม่
เมื่ออสรพิษมรกตเห็นว่า แม้เด็กหนุ่มจะถูกพิษทะลวงไปหลายจุดร่างกายก็ยังคงนิ่งไม่ไหวติง ไม่มีเสียงร้องหรือการเคลื่อนไหว มันใช้ความสามารถตรวจจับความร้อนและคลื่นชีวิตก็ไม่พบสัญญาณการมีชีวิตเหลืออยู่แล้ว อสรพิษมรกตจึงเริ่มคลายความระแวงลง
“ถ้าตายจริงการรักษาเขตแดนต่อไปก็เปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็” มันคิดในใจ “ยิ่งปล่อยหมอกไว้นานเท่าไหร่ การฟื้นตัวของตัวเองก็ยิ่งช้าลงเท่านั้น”
ในท้ายที่สุด มันจึงปลดทักษะเขตแดนหมอกพิษออกปล่อยให้หมอกพิษจางหายไปทีละชั้น จนอากาศกลับมาเป็ปกติอีกครั้งก่อนจะเลื้อยออกมาจากที่มั่น ดวงตาสีม่วงจ้องมองที่แกนพลังและร่างของแม็กซ์ ด้วยความโล่งใจที่คิดว่าชัยชนะเป็ของตนเองแล้ว
มันเลื้อยเข้ามาใกล้ จนอยู่ในระยะที่พอจะเอื้อมถึงอ้าปากกว้างเต็มที่ เผยให้เห็นเขี้ยวยาวที่อาบพิษสีเขียวข้นเตรียมจะกลืนทั้งแกนพลังและร่างกายของเหยื่อเข้าไปในทีเดียว เพื่อดูดซับพลังงานและเร่งการฟื้นตัวให้สมบูรณ์แต่ในเสี้ยววินาทีที่ปากของมันกำลังจะแตะต้องร่างของแม็กซ์...
ทันใดนั้นเอง! ร่างกายที่นอนนิ่งราวกับตายไปแล้ว ก็ลุกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัวดวงตาที่ปิดสนิทเบิกกว้างขึ้นมา แม็กซ์ได้รวบรวมพลังิญญาทั้งหมดที่ฟื้นฟูจนเต็มเปี่ยมไว้ที่ฝ่ามือขวาก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปสุดแรง สอดมือทะลุเข้าไปในปากที่กำลังอ้า ลึกเข้าไปจนถึงลำคอซึ่งเป็จุดที่ไม่มีเกล็ดป้องกันและอ่อนแอที่สุดในร่างกายของมัน
“รับไปซะ!” เสียงะโดังลั่น พร้อมกับพลังงานมหาศาละเิออกมาจากฝ่ามือภายในลำคอของอสรพิษมรกตทันทีแรงะเิทะลวงเส้นทางเดินพลังงาน ทำลายระบบประสาทและอวัยวะภายในทั้งหมดก่อนจะพุ่งขึ้นไปจนถึงส่วนหัว เกิดะเิเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
ร่างกายยาวมหึมาของอสรพิษมรกตกระตุกสั่นเพียงครั้งเดียว ก่อนจะค่อย ๆเหยียดตรงและล้มฟุบลงกับพื้นอย่างไร้แรงต้าน ม่านตาสีม่วงจางหายไปจนสิ้นแสงชีวิตของมันจบลงในทันที โดยไม่ทันได้คาดคิดว่ากลอุบายจะย้อนกลับมาทำร้ายมันเองได้
แม็กซ์ถอยหลังออกมาด้วยท่าทางอ่อนเพลีย หายใจเข้าออกลึก ๆ เช็ดคราบเืที่เปื้อนมือและแขนออกดวงตาจ้องมองที่ร่างของอสรพิษมรกตด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยบทเรียนอันมีค่า
“เหลี่ยมปะทะเหลี่ยมกว่า... สุดท้ายแล้วใครที่ใจเย็นและกล้าเสี่ยงมากกว่า ถึงจะเป็ฝ่ายชนะ” เขาพึมพำอย่างแ่เบา
“และครั้งนี้ก็สอนให้รู้อีกว่าไม่ว่าศัตรูจะดูเหมือนอ่อนแอแค่ไหน ก็ไม่ควรประเมินความสามารถให้ต่ำเกินไปแม้จะเป็แค่ระดับขุนพล แต่พิษและความฉลาดของมันก็สามารถนำไปสู่ความตายได้เช่นกัน”
การต่อสู้ที่ยาวนานและเต็มไปด้วยการหลอกลวงจบลงด้วยชัยชนะของแม็กซ์แม้จะผ่านความเสี่ยงและความยากลำบาก แต่เขาก็ยังรอดชีวิตและบทเรียนที่จะติดตัวไปตลอดเส้นทางของการเติบโตต่อไป
แม็กซ์ก้มลงเก็บแกนอสูรขุนพลหมาป่าที่หล่นอยู่บนพื้น และเห็นแกนพลังของอสรพิษมรกตกำลังลอยขึ้นมาแต่สิ่งที่เห็นทำให้เขาต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เพราะแกนก้อนนี้มีสีม่วงปนดำ
“เฮ้ย!! บ้าไปแล้ว... ระดับขุนพล จะเป็สีม่วงดำได้ยังไงแกนสีม่วงมีออร่าสีดำบ่งบอกถึงการกลายพันธุ์ระดับจักรพรรดิ นี่มันบ้าไปแล้วบ้าไปแล้วจริง ๆ” เขาอุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึง
“ก่อนหน้านี้แกนสีม่วงเหลืองของขุนพลหมาป่าทมิฬว่าแปลกแล้วแต่นี่สีม่วงดำ... ตามหลักแล้วแกนสีนี้ควรได้มาจากสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิสิ ฮ่า ๆ”แม็กซ์หัวเราะในลำคอด้วยความดีใจที่เกินคาด
“รวยแล้วงานนี้ แจ็คพอตแตกทั้งแกนม่วงเหลือง แกนม่วงดำไหนจะซากของสัตว์อสูรอีก... เพียงแต่ซากของหมาป่าทมิฬคงจะเสียหายไปมากโดนพิษกัดกินจนสลายไปกว่าครึ่งแล้ว คงจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่นัก”
เขานึกขึ้นได้ถึงเกณฑ์การจำแนกสีของพลังที่ทุกคนรู้จักกันดี
สีม่วง – เป็สีพิเศษที่เกิดกลายพันธุ์ มีความสามารถเกินระดับ
สีขาว – ได้รับจากสัตว์อสูรระดับนักล่า
สีเทา – ได้รับจากสัตว์อสูรระดับอัศวิน
สีเหลือง – ได้รับจากสัตว์อสูรระดับขุนพล
สีส้ม – ได้รับจากสัตว์อสูรระดับาา
สีดำ – ได้รับจากสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ
สีแดง – ได้รับจากสัตว์อสูรระดับมหาจักรพรรดิ
สัตว์อสูรทั่วไปจะไม่มีแกนพลังเวลาตายซากจะสลายหายไปยกเว้นตัวที่เริ่มควบแน่นพลังิญญาให้ก่อรูปเป็แกนขึ้นมาได้ จะเรียกพวกนี้ว่า “ครึ่งก้าวสู่การวิวัฒนาการหรือกึ่งวิวัฒนาการ”ร่างไม่สลายแถมได้รับแกนเหมือนพวกที่วิวัฒนาการแล้วอีกด้วยเพียงแต่พลังิญญาของแกนจะไม่เข้มข้นเท่ากับของตัวที่วิวัฒนาการแล้ว
“สรุปแล้วมันคือขุนพลกลายพันธุ์ทั้งคู่ ที่กำลังจะวิวัฒนาการข้ามระดับมิน่าล่ะมันถึงกล้าสู้กัน” แม็กซ์ยื่นมือออกไปอย่างระมัดระวังเพื่อจะหยิบแกนพลังสีม่วงดำก้อนนั้นขึ้นมา
ทันทีที่ปลายนิ้วัั! ร่างกายและสารพันธุกรรมภายใน เกิดอาการสั่นพ้องร่วมกันอย่างรุนแรงพลังงานมหาศาลจากแกนอสูรไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วจนเกินควบคุม
แม็กซ์พยายามฝืนรับและบังคับกระแสพลังนั้นไว้แสงสีแดงเข้มของพลังอสูรปะทะกับแสงสีทองอบอุ่นจากภายในร่างกายของเขาส่องสว่างเจิดจ้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณพร้อมกัน
เื่ราวจะดำเนินไปในทิศทางใด พลังใหม่ที่ได้รับจะนำพาแม็กซ์ไปสู่จุดสูงสุดหรือพาไปสู่หายนะกันแน่...