ผ่านไปไม่กี่อึดใจร่างที่เหี่ยวย่นของราชันปีศาจโลหิตก็ทะยานมาถึงเขตชายแดนเชิงเขาทมิฬเหนือเมืองไผ่แดงเขาคาดหวังจะข้ามเขตแดนไปให้ได้ แต่ดูเหมือนร่างกายที่ถึงขีดจำกัดของเขาจะไม่สามารถไปต่อได้อีกแล้ว
จากการใช้ศาสตร์ลับผลาญโลหิตสภาพราชันปีศาจโลหิตแทบไม่ต่างจากต้นไม้แก่ที่ขาดน้ำหล่อเลี้ยงนานนับปี ร่างกายเขาสูญเสียเืไปจนแทบหมด
สติเลือนรางนำให้ร่างกายที่ทะยานอยู่บนฟ้าดิ่งลงพื้นอย่างน่าเวทนา
ตูมมมม............
ค่ำคืนที่มืดมิดไร้ซึ่งหมู่แสงจากดวงดาว และจันทรา
หนิงหลงเด็กหนุ่มผู้ซึ่งกำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากเลือกซื้อตำรายุทธอยู่นาน
เขาก็พลันได้ยินเสียงดังรีบชะงักฝีเท้าหยุดเดินทันทีพร้อมกับกวาดสายตาจ้องมองไปยังต้นเสียง แต่ด้วยท้องฟ้าที่ไร้แสงจากหมู่ดาวเช่นนี้เป็ไปไม่ได้เลยที่จะมองเห็นอะไรให้ชัดเจนในคืนนี้
หนิงหลงยืนลังเลอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเดินไปดูใกล้ๆ อย่างระมัดระวังเขาตามต้นเสียงไปได้ไม่นานก็ต้องผงะใกับหลุมตรงหน้า ซึ่งมันดูเหมือนจะเป็หลุมที่ใหญ่ไม่ใช่น้อย
“มันเื่บ้าอะไรกัน” หนิงหลงคุ้นเคยกับพื้นที่แถบนี้เป็อย่างดี ไม่มีทางที่จะมีหลุมใหญ่ขนาดนี้อยู่แถวบ้านเขาแน่นอน
หนิงหลงพยายามเพ่งมองที่ก้นหลุมอยู่หลายครั้งแต่ก็มองอะไรไม่เห็นนอกจากความมืด
“ไว้ค่อยมาดูใหม่ตอนเช้าแล้วกัน” หนิงหลงตัดใจ ไม่คิดจะลงไปดู
แค่ก แค่ก....
ในขณะที่หนิงหลงกำลังจะเดินจากไปเขาก็ต้องหยุดชะงักอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงแหบแห้งไอดังลอยออกมาจากก้นหลุม
“จะคนหรืออะไรก็ช่าง ยังไงก็ต้องหนีก่อน” หนิงหลงร้อนใจ พยายามรีบหนีออกไปให้ไกลที่สุดไม่ว่าจะตัวอะไรก็แล้วแต่ ถึงขนาดะเิพื้นให้เป็หลุมใหญ่ได้ขนาดนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
หนิงหลงวิ่งออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าวเขาก็ต้องชะงักอีกรอบ เมื่อโดนมือเย็นเฉียบพุ่งเข้ามาบีบที่คอ พร้อมกับแรงมหาศาลกดร่างหนิงหลงลงบนพื้นอย่างแรง
“ไอ้หนู ถ้าไม่อยากตายก็รีบกลืนนี้ลงไปซะ” เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนแรงพร้อมกับยื่นนิ้วไปที่ปากของเด็กหนุ่ม
หนิงหลงแม้จะดิ้นรนสู้สุดชีวิตแต่เขากลับไม่สามารถสู้แรงของอีกฝ่ายได้เลย
“หากไม่ทำตาม ชีวิตนี้ของข้าคงได้จบสิ้นลงวันนี้เป็แน่” หนิงหลงไม่เหลือทางเลือกจึงได้ยอมทำตามอย่างว่าง่ายเขาอ้าปากรับสิ่งที่อีกฝ่ายยื่นให้
นิ้วมือเหี่ยวแห้งของอีกฝ่ายขยับเล็กน้อยพลันเกิดเป็หยดเืหยดหนึ่งตกเข้าปากหนิงหลง ก่อนจะซึมหายไปอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่เืหยดนั้นตกเข้าปากหนิงหลงเขาก็ชักเกร็ง ทรมานจากผลของมัน ผ่านไปชั่วครู่หนิงหลงก็หายเป็ปกติ
แม้ความทรมานจะเกิดขึ้นเพียงครู่เดียวแต่หนิงหลงกลับรู้สึกว่ามันนานนับปี จิตใจเขาแทบพังทลายเมื่อต้องเผชิญกับความเ็ปที่ได้รับ
“มันจะเกิดขึ้นอีก หากเ้าไม่ทำตามคำสั่งของข้าครั้งต่อไปมันจะรุนแรงยิ่งกว่านี้” ราชันปีศาจโลหิตที่อยู่ในสภาพแก่ชราใกล้ตายกล่าวเสียงแ่เบา
หยดเืที่ให้เด็กหนุ่มตรงหน้ากินไปคือเจตจำนงโลหิตทำหน้าที่คล้ายกับพันธะสัญญา ผู้ที่กินเข้าไปจะต้องฟังคำสั่งเ้าของหยดเือย่างไม่มีข้อแม้หากไม่ทำตามคนๆนั้นจะต้องทนทุกข์ทรมานไปนานนับปีก่อนจะตายลง
“ท่าน้าอะไร” หนิงหลงถามเข้าประเด็นทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองโดนอะไรเข้าไป เขาคุ้นเคยกับวิธีการเช่นนี้ดีแม้ไม่เคยโดนกับตัวเองมาก่อน แต่ตำราภายในบ้านก็มีให้เขาศึกษาอยู่ไม่น้อย ขอเพียงทำตามคำขอของอีกฝ่ายสำเร็จเจตจำนงโลหิตก็จะสลายหายไปเอง
“ทันทีที่ข้าตาย เ้าจงรีบนำผลึกออกจากตัวข้า นำมันไปที่เมืองสนดำแล้วส่งมอบมันให้กับเผ่าปีศาจโลหิตให้เร็วที่สุด” ราชันปีศาจโลหิตปล่อยมือจากคอหนิงหลง ก่อนจะทิ้งตัวลงข้างๆ
เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองกำลังใช้เจตจำนงโลหิตกับหลานของปรมาจารย์หนิงหวงผู้เป็สหายชาวมนุษย์
หลังจากโดนวิหารวารีเทพลอบสังหารราชันปีศาจโลหิตก็ไม่หลงเหลือความรู้สึกดีๆกับเผ่าพันธุ์มนุษย์อีกต่อไป
เขามองเด็กหนุ่มชาวมนุษย์ตรงหน้าด้วยสายตาเกลียดชังก่อนจะสิ้นลมหายใจไปในที่สุด
เมื่อหลุดออกจากการควบคุมของราชันปีศาจโลหิตหนิงหลงก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น เขาหอบหายใจอยู่พักใหญ่ก่อนจะตั้งสติรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาร่างไร้ิญญาของราชันปีศาจโลหิต
“สภาพใกล้ตายแบบนี้ เหตุใดถึงได้มีแรงมากนัก”หนิงหลงมองดูสภาพเหี่ยวแห้งของอีกฝ่ายพยายามคิดหาเหตุผลมาอธิบาย เขาไม่อยากเชื่อว่าเรี่ยวแรงมหาศาลแบบนั้นจะออกมาจากคนที่กำลังจะตายต่อให้เป็ผู้ฝึกยุทธก็ไม่มีทางมีกำลังมหาศาลได้ในสภาพเช่นนี้
จนถึงกระทั่งตอนนี้หนิงหลงก็ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคือใครหรือตัวอะไรกันแน่ในขณะนั้นเองเขาก็หวนคิดถึงคำพูดก่อนตายของอีกฝ่าย
“ให้นำผลึกออกจากร่างงั้นรึ....ผลึกรึ.....งั้นชายแก่คนนี้ก็ต้อง.....เป็ปีศาจ” หนิงหลงตื่นตะลึงถึงกับลมหายใจสะดุด เขาก้าวเดินถอยหลังไปอย่างไม่รู้ตัวหนิงหลงเคยอ่านเจอในตำราอยู่หลายหน แต่ไม่เคยได้เจอตัวเป็ๆสักครั้ง
เมื่อรู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายความหวาดกลัวที่รู้สึกก่อนหน้าพลันมลายหายไป กลับกลายเป็ความรู้สึกสงสัยใคร่รู้ในตัวตนของอีกฝ่าย หนิงหลงขยับตัวเข้าไปััร่างไร้ิญญาของราชันปีศาจโลหิตเขาจับนั่นจับนี่อยู่พักใหญ่ราวกับเด็กกำลังเล่นของเล่นชิ้นใหม่
“เหมือนในตำราบอกไว้ไม่ผิด ดูคล้ายกับเผ่ามนุษย์จริงๆแตกต่างกันแค่เพียงดวงตาเท่านั้น” หนิงหลงตื่นเต้นดีใจไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มาเจอตัวเป็ๆตรงหน้าเช่นนี้ ถึงจะเป็แค่ร่างไร้ิญญาก็เถอะอย่างน้อยมันก็ช่วยเขาคลายความสงสัยในใจได้หลายข้อ
เด็กหนุ่มหนิงหลงเพลิดเพลินกับการสำรวจร่างกายของปีศาจจนลืมเวลาจนกระทั่งผ่านไปหลายชั่วโมง เขาชะงักค้างนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“เดี๋ยวนะ....ตาแก่นี่เป็คนเผ่าปีศาจงั้นเจตจำนงโลหิตที่ข้าถูกบังคับให้กินก่อนหน้านี้....ก็ต้องเป็เืของปีศาจด้วยสิ” หนิงหลงช็อกตาค้างก่อนหน้าเขาคิดว่าเป็เจตจำนงโลหิตทั่วไป จึงไม่ได้คิดอะไรมาก ซึ่งในกรณีที่เจตจำนงโลหิตถูกกระทำขึ้นโดยเผ่าพันธุ์เดียวกันขอเพียงทำตามความ้าของอีกฝ่ายให้สำเร็จ เจตจำนงโลหิตก็จะสลายหายไปเอง
แตกต่างจากกรณีของหนิงหลงโดยสิ้นเชิงถึงแม้จะทำตามความ้าของอีกฝ่ายสำเร็จ และผลของเจตจำนงโลหิตจะหายไปแต่ด้วยสายเืของเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ไม่ช้าหนิงหลงก็ต้องตายเพราะพิษจากเืปีศาจอยู่ดี
สำหรับมนุษย์แล้วเืของปีศาจถือได้ว่าเป็พิษร้ายชนิดหนึ่งที่ไม่สามารถแก้ได้นอกเสียจากขอให้เ้าของหยดเื หรือผู้ที่มีสายเืเดียวกันมาแก้พิษให้โดยการดึงหยดเืนั้นออกไป
“บัดซบ !ตาเฒ่านี่คิดจะหลอกใช้ข้า”หนิงหลงเ็ปใจ เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคิดสังหารตนเองยังไม่พอยังคิดจะหลอกใช้งานอีก
หากเป็คนอื่นคงต้องรีบทำตามความ้าของอีกฝ่ายโดยไม่รีรอแต่ไม่ใช่กับหนิงหลงผู้ที่รู้ถึงข้อผูกมัดเจตจำนงโลหิตของปีศาจ
ในเมื่ออีกฝ่ายคิดจะสังหารตนั้แ่แรกเหตุใดเขาต้องทำตามคำขอของอีกฝ่ายด้วยเล่า
หนิงหลงตัดสินใจไม่สนคำพูดสุดท้ายของราชันปีศาจโลหิตเขาคว้าเอามีดสั้นในอกเสื้อก่อนจะลงมือกรีดตรงกลางหน้าอกของราชันปีศาจโลหิตซึ่งเป็ตำแหน่งที่จะมีการตกผลึกของหินพลัง เมื่อเผ่าปีศาจได้ตายลงไป