ตอนที่หก ชีวิตสโลไลฟ์
ผมคิดว่าข้อเสียของตนเองคืออยู่ในโลกที่มีแต่ในหัวของผมมากเกินไป ทำให้ไม่มองความเป็จริง ว่าผมอาจจะกังวลกับจอมมาร
แต่ผมอาจจะตายในแค่ฉากเปิดตัวที่มีคนขโมยคริสตัลของหมู่บ้านจนทำให้หมู่บ้านล่มสลายก็ได้
ทำให้ผมคิดว่าผมจะตั้งเป้าหมายให้ชนะสัตว์ประหลาดที่บุกหมู่บ้านก่อนเป็เป้าหมายแรกของผม
หมู่บ้านที่งดงามของชนบท ทั้งทุ่งหญ้า น้ำตก วัวสัตว์เลี้ยงต่างๆทุกคนอยู่กันอย่างสงบสุข แต่หากมองสายตาของผมคงเป็ความยากจนสุดขั้วนั่นเอง
แต่แค่มีอาหารกิน แค่มีที่ซุกหัวนอน แค่ใช้ชีวิต จีบสาวสโลไลฟ์ไปวันวันก็ดีแล้วนี่?
นั่นล่ะคือการใช้ชีวิตเราจะขออะไรมากกว่านั้นอีกล่ะ?
และเมื่อผมออกไปนอกขอบเขตปลอดภัยของบริเวณหมู่บ้าน
เราก็จะได้รู้ทันทีว่าทำไมเราถึงต้องสร้างกำแพงป้องกันและคริสตัลที่สามารถสร้างอาณาเขตปลอดภัยได้
“ลุงครับนี่ครับปลาที่ผมจับได้มาจากลำธาร”
ผมจูงท่านแม็กนัสมาที่บ้านลุงเลี้ยงวัวและแบ่งปลาให้
ผมคือเด็กในหมู่บ้านที่ยากจนของชนบท ที่ไม่มีอะไรสำคัญนอกจากมีมือปราบมารที่เป็บาทหลวงชรา มีขุนโจรเฒ่าที่ปลอมตัวมา มีช่างตีเหล็กคนแคระเ้าชายที่ถูกเนรเทศ ใต้ดินของโบสถ์มีคริสตัลที่ถูกผนึกไว้อยู่ของเทพมารจากยุคก่อน ท่านแม็กนัสที่โดนคำสาปาจนต้องกลายเป็วัว แม่เฒ่าหมอยาของหมู่บ้านที่เป็แม่มดปลอมตัวมาฯลฯ
และคนที่ไม่สำคัญอย่างผมเด็กเลี้ยงวัวธรรมดา
“ขอบคุณมากพ่อหนุ่มเคน ฮา ฮา ฮา ต้องเป็เ้าบ่าวที่ดีให้กับเอลลี่แน่นอน”
“พ่อนี่ล่ะก็ หนูไม่แต่งงานกับเคนหรอก”
ฮา ฮา อา
เสียงหัวเราะในบ้านลุงเลี้ยงวัวทำให้ผมสบายใจขึ้นอย่างหนึ่งและเกิดความรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาเื่ของการเราจะปกป้องหมู่บ้านนี้อย่างไรดี?
ความจริงคำตอบนั้นง่ายมาก
ผมแค่ต้องมีเงินก็จะแก้ปัญหาได้ อย่างเช่นเอานักผจญภัยมาสำรวจรอบหมู่บ้าน
แจ้งทหารทางการสักหน่วยหนึ่งว่าหมู่บ้านนี้อาจจะมีมหาโจรหลบซ่อนตัวอยู่
แจ้งทางคนแคระว่าแถวนี้มีเ้าชายที่ถูกเนรเทศมา ให้ส่งหน่วยสเลเยอร์มา
หรือส่งหน่วยปราบมารของทางโบสถ์มาด้วยเส้นสายของบาทหลวงอดีตหน่วยปราบมาร
ฯลฯ
วิธีมีมากมาย แค่เพียงมีสถานะอย่างขุนนางที่คำพูดน่าเชื่อถือพร้อมกับตำแหน่งอำนาจหรือมีเงิน เราก็จะแก้ปัญหาได้ น่าเสียดายที่ผมไม่มีสิ่งของเช่นเงินหรือสถานะทางสังคมที่ทำให้คนเชื่อถือได้ ทำให้ผมต้องวางแผนการป้องกันเหตุร้ายด้วยตนเอง
สิ่งที่สามารถแก้ได้อย่างง่ายดาย ขอเพียงแค่มีเงินและมีตำแหน่งอำนาจ ก็จะกลายเป็เื่ยากลำบากขึ้นมาสำหรับคนยากจน
นี่คือความเป็จริงของชีวิตคนยากจนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างผม
หากอยากทำอะไรให้สำเร็จต้องทำด้วยตนเอง
หรือผมอาจจะต้องหาทางหาเงินแบบพระอกอิเซไคดีนะ แต่ว่า ผมไม่อยากเน้นสกิลทางด้านค้าขายใน่ที่ผมยังอ่อนแออยู่
ต่อให้มีเงินเราอาจจะโดนโจรป่าหรือแม้แต่สัตว์อสูรเข่นฆ่ากลางทางก็ได้
และยิ่งในโลกที่เป็ทาสได้ง่ายๆแบบนี้ผมไม่อยากทำอะไรที่ทำให้ตัวเองต้องเสี่ยงเป็เป้าหมายใน่ที่ผมยังอ่อนแออยู่ได้
ผมทำกิจวัตรประจำวันยกท่านแม็กนัสด้วยแขนข้างหนึ่งและใช้คาถาชำระล้าง
Purify
ทำความสะอาดคอกวัวที่ผมสร้างเอาไว้พร้อมกับทำเวทย์บาเรียแบบง่ายๆ
Sanctuary
พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
แน่นอน คนธรรมดาทำอย่างนี้ไม่ได้อาจจะต้องใช้ผลึกเวทมนตร์พอสมควร แต่ผมคือผู้กล้าในตำนานนะ
แค่นี้ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องไปทำอะไรกินแล้ว
“มอออ เ้ายังต้องพยายามอีกมากถึงจะปิดล้อมพื้นที่ทั้งเมืองได้ ไม่อย่างนั้นไม่สามารถปกป้องปราสาทจากกองทัพจอมมารได้หรอก มอออ”
ท่านแม็กนัสกล่าวขณะที่โดนผมยกด้วยมือข้างหนึ่ง
“ถูกแล้วครับท่านแม็กนัส ผมกำลังฝึกฝนอยู่ ผมคิดว่าหากไม่สามารถป้องกันเวทย์ประเภทเมเทโอได้ ก็ไม่เรียกว่ปาระสบความสำเร็จในการฝึกหรอก”
หากไม่สามารถป้องกันอุกกาบาตจากคาถาเมเทโอหรือคาถาที่ส่งผลต่อทั้งทวีปได้ก็ไม่เรียกว่าอยู่ในขั้นเดียวกับพวกจอมมารด้วยซ้ำ ผมรู้ตนเองในข้อนี้ดี
“ละ ลูกกลับมาแล้วหรือจ๊ะ”
“กลับมาแล้วครับท่านแม่”
ผมกล่าวต่อท่านแม่ของผม หญิงสาวผมบลอนด์ท่าทางสุภาพ
ผมสันนิษฐานว่าเธอหรือไม่ก็พ่อของผม น่าจะเป็สักคนที่มีเชื้อสายของท่านแม็กนัสตามความน่าจะเป็ล่ะนะ
แต่พอไม่อยู่ในสถานการณ์ที่เกื้อหนุน พวกเขาก็ใช้ชีวิตสโลไลฟ์แบบคนธรรมดามาหลายยุคสมัยนั่นเอง