ตอนที่33เวลาที่เรื่อยเปื่อยอย่างช้าๆ
โพรทาเลียช็อกไปกับสิ่งที่ญาติของเธอเอ่ยออกมาเธอไม่นึกว่าตอนเดินทางหนีจากเกาะนั้นจะมีคนพบเห็นเธอ แต่พอมานึกๆนั้นคืออาณาเขตของโพไซดอน ถ้าปู่ของเธอมาเจอตอนนั้นด้วยล่ะจะทำยังไง แต่ถ้าปู่รู้ก็ต้องเอามาบอกพ่อเธอสิถ้าอย่างงั้นพ่อเธอก็ต้องรู้ หรือว่าพวกเขาเก็บเงียบกันโพรทาเลียถึงกับสับสนจนหัวจะไหม้แล้ว โฟกัสมองพี่สาวที่กำลังทำหน้าซีเรียสมากๆจนเธอเป็นห่วงมากๆ อลันเห็นก็ขำหน่อยๆ ก่อนจะพูดบางอย่างเพื่อให้อีกฝ่ายสงบใจลงได้
“ไม่มีใครรู้หรอกนะว่าเธอเป็นใครนะวันเดอร์เลอร์” อลันเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายเมื่อมีคนเดินผ่านพวกเขา
โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นเธอก็หลุดออกมาจากความคิดอันซับซ้อนของตนเองทันที
“ไม่มีจริงๆ เหรอ?” โพรทาเลียเข้าไปถามผู้เป็นญาติทันที
“อืม พี่รู้แค่คนเดียวนี่น่าเพราะไม่กล้าบอกใคร เพราะกลัวว่าจะเข้าใจผิดนะ แต่ก็...เคยถามคำถามแปลกๆกับท่านปู่ไปน่านะ”
พออีกฝ่ายบอกว่าเคยตั้งคำถามคนเป็นปู่ทำให้โพรทาเลียนั้นดูสนใจมากขึ้น
“พี่ถามท่านว่าอะไรเหรอ?”
อลันยิ้มให้โพรทาเลียทันที “ความลับนะ!”
“อ้าว! บอกไม่ได้เหรอ! ?” โพรทาเลียรู้สึกผิดหวังกับคำตอบของอีกฝ่าย
“น่าๆ มันไม่สำคัญนี่น่าพวกเราไปทานข้าวกันเถอะ” อลันเดินออกจากสถานพยาบาลทันที
เขาเดินไปก็นึกถึงวันนั้นที่เขาถามปู่ของเขาถึงแนวคิดของเขาเรื่องที่ว่าถ้าเกิดในครอบครัวพวกเขามีใครคนหนึ่งเจอกับญาติของตน แต่ว่าญาติคนนั้นยังอยู่นี่ปลอดภัยท่านจะคิดเห็นอย่างไรตอนนั้นอลันได้คำตอบที่เรียบเฉยที่ว่าไม่มีวันเป็นแบบนั้นแน่ๆ จากคนเป็นปู่เขาท่านบอกว่าไม่มีใครลอดพ้นสายตาของท่านไปได้แต่ในหัวของเขาตอนนั้นกำลังคิดเลยว่าปู่ของเขาพลาดท่าไปแล้วล่ะถ้ารู้เขาว่าหลานสาวที่เขารักมากๆ โดนแซเทิร์นลักพาตัวไปตั้งแต่เด็กท่านคนโกรธมากแน่ๆ
โฟกัสลากพาโพรทาเลียเดินตามพี่อลันทันทีโฟกัสกอดแขนพี่สาวอย่างรักใคร่มากๆทำเอาโพรทาเลียที่มองน้องสาวถึงกับไม่กล้าว่าเลยที่เธอมาเกาะเธอขนาดนี้อลันมองสองสาว เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพนี้อีกครั้ง ภาพของสองพี่น้องที่รักกันมากๆพวกเขาทั้งสามคนเดินกันมาระยะใหญ่จนใกล้มาถึงแถวๆ บ้านพักก็เจอกลุ่มชายหนุ่มทั้ง 7 คนกำลังยืนคุยกันอยู่อลันเห็นเพื่อนๆ ของเขา เขาก็โบกมือขึ้นมาทันที
“เฮ้ พวกนาย!” อลันค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆ พวกนั้น
พวกหนุ่มๆ ที่กำลังคุยกันอยู่นั้นก็หันไปต้นเสียงที่ตะโกนเรียกใครสักคนแต่เสียงนั้นทำให้พวกเขารู้เลยว่าใครกัน
“อลัน!” ทุกคนต่างพูดพร้อมกันแล้วเดินไปหาอลันทันที
“ไง เพื่อน!” ฟีนีอุสเข้าไปหาอีกฝ่ายทันทีทันใด“มาตั้งแต่เมื่อไรนะ?”
“จริงด้วย ทำไมไม่บอกพวกเราเลยล่ะ?” โทมัสถามอลันทันที
“โทษทีๆ ฉันมาถึงตอนเย็นของเมื่อวานนะฉันเลยเจอเบ็นก่อนเลยไปเที่ยวสร้างอาวุธที่โรงตีเหล็กนะ” อลันอธิบายทันที
“อ้าว! เบ็นไม่บอกพวกเราเลยเหรอ?” โทมัสหันไปหาเบ็นทันที
“อะไรกันล่ะ ก็อยากบอกน่านะแต่ฉันก็งานยุ่งนี่น่า เมื่อคืนก็พึ่งวุ่นวายเพราะมีเด็กเข้าไปในโรงตีเหล็กเข้าน่านะ”
“เห้ย! ? เด็กคนนั้นไม่เป็นไรเหรอนั้น?” โคลถามขึ้นมาทันที
“ถามเจ้าตัวดูสิ” เบ็นยกมือขึ้นชี้ไปที่คนที่อยู่ข้างหลังอลัน
โพรทาเลียที่รู้ตัวว่าโดนชี้ก็รีบหลบมุมทันทีแต่ทุกคนเห็นตั้งแต่สีผมสีน้ำตาลของอีกฝ่ายอยู่แล้วฟีนีอุสเห็นว่าเบ็นชี้ไปที่คีย์ เขาหันไปถามเบ็นทันที
“นายหมายถึงคีย์เหรอ?”
“โอ๊ส! หมอนั้นเล่นเข้าไปในโรงตีเหล็กแล้วมือเกิดเป็นแผลฉันเลยพาไปสถานพยาบาลดีนะที่โฟกัสอยู่ก็เลยได้รับการช่วยเหลือในการรักษาไปได้จุดหนึ่ง จริงไหม คีย์?”
โพรทาเลียถึงกับสะดุ้งขึ้นมา เธอค่อยๆ หันไปมองพวกหนุ่มๆก่อนจะหันหน้าหนีแล้วตอบออกไป
“ก็จริงน่านะ...”
พอโพรทาเลียพูดจบ ฟีนีอุสก็เดินเข้าไปหาทันทีเขายกมือของอีกฝ่ายขึ้นมาดูทันที โพรทาเลียตกใจที่อีกฝ่ายอยู่ๆก็เข้ามาจับมือของเธอ เขามองมือของเธอก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถามเธออย่างเป็นห่วง
“นายไม่เป็นไรมากนะ คีย์”
ด้วยคำพูดอีกฝ่ายที่ดูเป็นห่วงทำให้โพรทาเลียหน้าแดงขึ้นมาทันที“มะ...ไม่เป็นไร...ฉันไม่เป็นไร”
“แน่นะ?” ฟีนีอุสถามอีกครั้ง
“แน่สิ!” โพรทาเลียตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำทันที
ฟีนีอุสได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจขึ้นมาที่อีกฝ่ายไม่เป็นอะไรมากแต่ก็มีสายตาที่กำลังมองอย่างสงสัยว่าฟีนีอุสทำไมต้องไปถามคีย์และการแสดงออกของอีกฝ่ายนั้นมันก็แปลกๆด้วย โฟกัสมองพี่สาวกับฟีนีอุสทำให้เธอคิดเลยว่าสองคนนี้มีบางอย่างที่เธอคาดไม่ถึงอยู่แต่สำหรับผู้หญิงแบบนี้เธอรู้เลยว่ามันคือความรักแน่ๆ เธอค่อยๆ หันไปหาพวกหนุ่มๆที่เหลือทันที
“พวกเราไปกันเถอะเห็นว่าวันนี้จะมีไอศกรีมด้วยนะ!!”
“ไอศกรีมเหรอ!!” พวกหนุ่มๆได้ยินก็ต่างดีใจขึ้นมา พวกเขารีบกันไปโรงอาหารทันที
โฟกัสหันไปหาพี่สาวพร้อมกับยกมือนิ้วให้พี่สาวก่อนจะตามหนุ่มๆไป อลันเดินมาอยู่ข้างๆ น้องสาวทันที
“เธอนี่จะเป็นแม่สื่อให้หรือไง? โฟกัส”
“เปล่านะแค่รู้สึกว่าสองคนนั้นเขากำลังจะสนิทกัน หนูเลยหาจังหวะให้แต่ก็มีเรื่องที่ต้องกลุ้มใจก็เรื่อง...ตัวจริงของพี่เขา”
“ก็จริงนะ แต่ว่าดีที่พี่โอราอุสไม่อยู่...”
“จริงค่ะ ถ้าอยู่มีหวังพี่ฟีนีอุสได้ตายแน่ๆ” โฟกัสกับอลันเดินต่อไปเรื่อยๆ
พอทุกคนเดินจากกันไปแล้วเหลือแค่ฟีนีอุสกับโพรทาเลียทำให้เธอไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีเลย เธอยังมองอีกฝ่ายที่กำลังลูบมือของเธออย่างเบามือทำเอาเธอรู้สึกแปลกๆ เมื่อเขาลูบมือเธอมากๆโพรทาเลียต้องทำใจคิดหาเรื่องคุยกับอีกฝ่ายแต่ก็หนึ่งไปออกก่อนจะคิดว่าพวกเขาควรไปทานอาหารกันได้แล้ว
“เอ่อ...ตามทุกคนไปเลยไหมเดียวของกินหมดพอดีนะ...”
“จริงด้วยนะ” ฟีนีอุสตอบจบก็จับมืออีกฝ่ายพาเดินไปโรงอาหารทันที
โพรทาเลียก็เดินตามอย่างเขินที่อีกฝ่ายกำลังจูงมือเธอเดินไปไม่นึกเลยว่านอกจากดีแลนที่เคยจับมือเธอแบบนี้ จะมีชายอื่นที่มาจับแบบนี้อีกพอนึกถึงดีแลนเธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นแย่มากๆ ที่ไม่เคยตอบรับความรู้สึกอีกฝ่ายแต่เธอกับไม่สามารถทำแบบนั้นได้จริงๆเพราะฐานะของเธอตอนนั้นกับความรู้สึกที่เธอเหมือนมีใครคนอื่นไปแล้วแต่คนอื่นนั้นเธอกับไม่เคยเจอหน้าเขาเลยจนตอนนี้ โพรทาเลียเงยหน้ามองด้านหลังของชายที่กำลังจูงเธอไปโรงอาหารเธอเริ่มจับได้ว่าความฝันที่เธอเคยเห็นแล้วรู้สึกผูกพันกับชายในฝันตอนนี้เขาอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว เธอไม่รู้เลยว่าควรตอบความรู้สึกเขาดีไหมแต่พวกเขาสองคนพึ่งจะรู้จักกันจริงๆ ไม่นานเองนะฟีนีอุสรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมองเขา เขาค่อยๆ หันหน้าไปมองโพรทาเลียเห็นอีกฝ่ายมองก็หันหน้าไปทางอื่นทันที ฟีนีอุสยิ้มออกมาก่อนจะเปลี่ยนไปเดินข้างๆ อีกฝ่าย
โพรทาเลียมองอีกฝ่ายที่มาเดินข้างๆ ทันที
“คีย์...” ฟีนีอุสเอ่ยเรียกอีกฝ่าย
“ฮะ...” โพรทาเลียมองอีกฝ่ายอย่างสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเรียกเธอกัน
“จำที่สัญญากันได้ใช่ไหม?”
“สัญญา...” โพรทาเลียเริ่มนึกทันทีว่าเรื่องอะไรก่อนจะจำได้ว่าล่าสุดเรื่องอะไร “เอ่อ...เรื่องที่มาคบกันนะเหรอ?”
“อืม ฉันอยากบอกอีกครั้งนะ” ฟีนีอุสหยุดเดินตอนนี้พวกเขาอยู่ทางลานลงไปทางโรงอาหาร ฟีนีอุสอยู่ข้างหน้าของโพรทาเลีย ทำให้เขาต้องเงยหน้ามองอีกฝ่าย“ว่าฉันจะพยายามให้นายมาชอบฉันให้ได้ถึงจะใช่วิธีไหนก็ตาม ฉันจะไม่ใช่วิธีสกปรกแต่จะใช้ความรู้สึกของฉันส่งไปให้ถึงนายเลยล่ะ”
โพรทาเลียได้ยินอีกฝ่ายพูดเธอล่ะรู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นช่างพูดออกมาได้น่าประทับใจมากๆ เขาได้เจอไปอีก 10 เปอร์เซ็นต์เลยล่ะแต่เธอต้องเก็บอาการหน่อย ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอเขินอายกับคำพูดอีกฝ่าย
“จะรอดูละกันนะ ว่านายจะทำได้จริงไหนนะฟีนีอุส”
โพรทาเลียพูดทั้งกอดอกมองอีกฝ่ายอย่างตั้งอาฆาตไว้ว่าถ้าอีกฝ่ายไม่ทำตามสัญญาเธอก็จะโกรธอีกฝ่ายไปนานๆเลยล่ะ
“รอดูได้เลย” ฟีนีอุสยิ้มให้คีย์อย่างชอบใจ“แต่นะครั้งหน้าห้ามไปที่โรงตีเหล็กอีกนะ”
“เอ๋!! ทำไมล่ะ!!” โพรทาเลียตกใจกับคำพูดอีกฝ่ายทันทีเมื่อกี้ยังพูดเรื่องอีกอยู่ดีๆ นี่กลับมาเรื่องที่เธอเข้าไปในโรงตีเหล็กอีกแล้ว “ฉันอยากเข้าไปนี่น่า ทำไมกันล่ะ! ?”
“เพราะถ้านายบาดเจ็บอีกครั้งมาล่ะ?”
“ฉันดูแลตัวเองได้นะถึงเป็นแผลฉันก็แค่รักษาก็จบแล้วนะ ฉันเคยเข้าไปในที่ร้อนกว่านี้ก็ยังเคยนะ!?”
“ถึงพูดแบบนั้นแล้วนายไม่คิดถึงคนที่เป็นห่วงนายตรงนี้มั้งเหรอ?” ฟีนีอุสหยีตาลงมองอีกฝ่าย
โพรทาเลียได้ยินคำพูดอีกฝ่าย มันทำให้เธอละอายใจทันทีอีกฝ่ายมาห่วงอะไรเธอนักหนา แต่เพราะอีกฝ่ายชอบเธอ เลยทำให้เขาห่วงเธอจริงๆ สินะ
“เฮ้อ...ขอโทษ...แต่ว่าถ้าวันไหนฉันจะต้องเข้าไปล่ะ?”
“ทำไมเธอคิดว่าจะมีวันนั้นได้ล่ะ?”
“ก็เพราะฉันเคยเป็นช่างตีเหล็กนะสิ!!” โพรทาเลียเริ่มพยายามพูดโน้มน้าวอีกฝ่ายทันที“ถึงจะไม่ใช่สายเลือดของเฮเฟตัสแต่ฉันนั้นก็มีศักดิ์ศรีของช่างตีเหล็กอยู่นะ จะให้มาเลิกกันแบบนี้ง่ายๆ ได้ไง!!”
ฟีนีอุสจ้องโดยไม่พูดอะไรสักอย่างนั้นทำให้โพรทาเลียรู้สึกประหม่าเมื่ออีกฝ่ายก็จ้องเธอแบบนั้นเหมือนเขาก็ยังจะพูดออกคำเดิมว่า ไม่
“นายจ้องแบบนั้นก็คงยังบอกว่าไม่ได้สินะ...”โพรทาเลียทำหน้าหงอยไปทันทีก่อนจะมองอีกฝ่ายด้วยสายตาอ้อนหน่อยๆ “ฟีนีอุส...”
เมื่อฟีนีอุสมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่เหมือนใบหน้าที่ทั้งเศร้าและอ้อนเขาในเวลาเดียวกันทำให้ใจของเขานั้นเต้นแรงมากๆ เขาหันหลังให้อีกฝ่ายทันที ก่อนจะกระแอมออกมาหนึ่งครั้ง
“งั้น...ครั้งแรกถ้านายจะเข้าไปช่วยเรียกฉันให้ไปดูด้วยละกัน ฉันจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงนายนะ”
“งื้อออออออออ!!” โพรทาเลียรู้สึกดีใจที่อีกฝ่ายอนุญาตเธอให้เข้าไปได้เธอกระโดดเกาะหลังอีกฝ่ายทันที “ขอบคุณนะฟีนีอุส!!”
“พะ...โพร...อ๊ะ...คีย์!!”
โพรทาเลียเหมือนได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อจริงของเธอเธอดันตัวเองออกแล้วมองอีกฝ่ายทันที
“นายพูดชื่อโพรออกมาเหรอ?”
“ห๊า!” ฟีนีอุสอึ้งไปแป๊บหนึ่งก่อนที่เขาจะพูดออกมาทันที“เปล่านะ!!ฉันแค่พูดว่าอะโฟร์ไดต์ ท่านยายนะ คงทำให้นายตกหลุมรักฉันเข้าให้แล้วสินะ”
ฟีนีอุสอธิบายให้อีกฝ่ายฟังก่อนที่โพรทาเลียจะหน้าแดงขึ้นมาและเคืองอีกฝ่ายที่หยอดคำหวานๆใส่เธอตลอด ก่อนที่เธอจะยกข้าขึ้นมากระทืบลงเท้าอีกฝ่ายทันที
“โอ๊ย!!” ฟีนีอุสยกขาที่ตัวเองโดนอีกฝ่ายทำร้ายด้วยความเจ็บ
“ฝันไปเถอะ!! พยายามให้ฉันชอบนายให้ได้ซะก่อนเถอะ!!”โพรทาเลียรีบเดินลงข้างล่างเพื่อเดินไปโรงอาหารทันที
“คีย์!! ฉันขอโทษ รอด้วยสิ!!” ฟีนีอุสรีบตามอีกฝ่ายที่เดินนำไปก่อนทันที
โพรทาเลียที่เดินนำมาก่อนนั้นก็เขินจริงๆเธอไม่ควรใจอ่อนให้อีกฝ่ายจริงๆ ตอนอยู่ในค่ายทุกคนก็ชอบบอกว่าฟีนีอุสนั้นถึงจะดูเป็นชายรักใครรักจริงก็ตามทีแต่เพราะใบหน้าและเสน่ห์ของอีกฝ่ายที่ได้จากสายเลือดอะโฟร์ไดต์นั้นทำให้ผู้คนมากมายชอบเขามากๆ ใครจะรักหมอนี้จริงๆ ก็ต้องสู้กับอุปสรรคหลายอย่างๆแต่ตัวเธอไม่ต้องการแบบนั้นซะหน่อย แต่ยิ่งอยู่กับอีกฝ่ายเธอยิ่งสนใจเขานะสิ
ทั้งสองคนเดินกันไปเรื่อยๆ จนมาถึงโรงอาหารพอต้องแยกทางกับฟีนีอุสเพื่อไปนั่งโต๊ะตัวเองฟีนีอุสหยุดแล้วยกมือของโพรทาเลียขึ้นมา จุมพิตที่หลังมือ หลายคนที่เห็นภาพนั้นทำให้หลายๆ คนต่างตกใจและอึ้งไปทันที เจ้าของมือยังอึ้งจนหน้าแดงไปเหมือนกันฟีนีอุสยิ้มแล้วโบกมือลาอีกฝ่ายทันที โฟกัสเห็นภาพบาดตานั้นเธอรีบตรงดิ่งไปหาพี่สาวของตนเองทันที
“นี่พี่กับฟีนีอุสเป็นอะไรกันแน่นะ? ทั้งสองคนกำลังคบกันเหรอ?” โฟกัสซัดคำถามมาเต็มแต่โพรทาเลียยังไม่หันไป แต่ตัวเธอนั้นเหมือนสั่นๆทำให้โฟกัสสงสัยว่าพี่เป็นอะไรหรือเปล่า “พี่คีย์…”
โพรทาเลียหันไปจับไหล่อีกฝ่ายทันที “เธอนะเธอ!!ทำแบบนี้กับฉันได้ไง?”
“ตายล่ะๆ หนูไม่ได้ทำอะไรนะ?” โฟกัสเห็นสีหน้าพี่นั้นไม่ได้เป็นอะไรมากนอกจากใบหน้าที่แดงมากๆก็ดีใจล่ะ จนทำสีหน้าทะเล้นใส่พี่สาวของตนเอง
โพรทาเลียหยีตามองอีกฝ่ายทันที “เหรออออออ เธอเห็นเมื่อกี้ไหม!!”
“เห็นสิ!” โฟกัสยิ้มให้พี่สาวอย่างชอบใจเธอเขยิบเข้าไปกระซิบพี่สาว “แต่ว่านะถ้าพี่จะคบกับฟีนีอุสละก็ระวังพ่อหน่อยนะ”
“! ?”
โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นเธอก็กังวลเลยว่าถ้าพ่อรู้จะมีสีหน้าแบบไหน เธอค่อยๆแอบมองไปข้างในโรงอาหารก็เห็นพ่อของเธอมีใบหน้าที่นิ่งแต่คิ้วของท่านั้นกับขมวดกันอย่างโกรธบางอย่างทำให้โพรทาเลียหันกลับมามองพี่สาวทันที
“ทำไมพ่อเขาทำหน้าแบบนั้นนะ?”
“เอ๋?” โฟกัสหันไปมองพ่อเช่นกันก็สะดุ้งกับใบหน้าของท่าน“จริงด้วยนะคงเหนื่อยล่ะมั้ง วันนี้คงไม่ต้องเข้าไปยุ่งสักพักดีกว่านะ”
“งั้นเหรอ...” โพรทาเลียนึกเรื่องของพ่อก็กลับมานึกเรื่องที่โฟกัสพูดเมื่อกี้"แต่...ที่พูดว่าพี่จะคบกับฟีนีอุสนั้นมันอาจจะเป็นไปไม่ได้น่านะ"
“ทำไมล่ะ?”
“ก็ตอนนี้เขาชอบพี่ที่พี่เป็นคีย์...ถ้าเกิดอยู่ๆเขารู้ว่าพี่คือใคร...มันจะไม่แย่เหรอ?”
“จริงด้วย...แต่ก็นะงั้นบอกเขาเลยว่าพี่เป็นใคร!”
“จะบ้าเหรอ?!” โพรทาเลียยกมือขึ้นมาตีหัวของโฟกัสทันที
“แอ๊ก!” โฟกัสจับหัวของตัวเองทันที“ก็แม้ถ้าบอกไปความรักของพี่ก็จะได้ดีขึ้นไงล่ะ?”
“ดีขึ้นเหรอ?” โพรทาเลียนึกไม่ออกเลยว่าอะไรที่จะดีขึ้นมาได้กัน
“ใช่ ดีขึ้นมากๆ มีความสุขมากๆ ไงล่ะ”
โฟกัสพูดให้กำลังใจพี่สาวมากๆจนโพรทาเลียมองน้องสาวที่เอาแต่ให้กำลังใจเธอ จนเธอต้องถอนหายใจหนึ่งครั้ง
“ก็ได้...แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้…” โพรทาเลียพูดแล้วกำลังจะเดินไปข้างหน้า
“อ้าว ซะงั้น....”
“เลิกห่วงพี่เถอะโฟกัสเธอนะหันไปสนใจชายผมน้ำตาลคนนั้นมั้งดีกว่านะ”โพรทาเลียนั้นมองไปที่ชายคนหนึ่งที่กำลังมองมาทางนี้ด้วยสายตาไม่ชอบใจเธอหน่อยๆ
“เอ๋? ชายผมน้ำตาล?” โฟกัสสงสัยว่าพี่สาวพูดถึงใคร
“คนที่เธอแอบคบอยู่นะ!”
โฟกัสได้ยินประโยคนั้นเธอถึงกับมีสีหน้าที่แดงก่ำทันทีจนตกอุทานออกมาเสียงดัง
“เอ๋!!!!!!!!!!!!!!!!”
โฟกัสรีบวิ่งไปหาพี่แล้วจับแขนพี่สาวแล้วกระซิบข้างๆหันที “พี่จ้า!!ห้ามบอกพ่อนะ ไม่งั้นฉันตายแน่ๆ”
“เอ๋? แปลว่าแอบคบกันโดยที่พ่อไม่รู้สินะสงสัยเลยแฮะว่าพ่อไม่ชอบเพราะอะไร?”
“อึ้ก! ถ้าพี่รู้นะ จะคิดเลยว่าทำไมพ่อถึงไม่ชอบคนที่หนูคบด้วยนะ”
“ยังเหรอ? งั้นอธิบายหน่อยสิ”โพรทาเลียยิ้มออกมาทั้งสองขำด้วยกันก็เดินต่อเข้าไปข้างในโรงอาหาร “แต่ถ้าไม่บอกมา พี่ก็ไม่สามารถช่วยได้นะถ้าคนคนนั้นมาหึงพี่เพราะเธอมาเกาะแกะพี่นะ”
“ไม่ต้องห่วงหนูจะบอกเขาเองว่าพี่เป็นอะไรกับฉันนะ”
“ห้ามบอกว่าเพื่อนนะ เขาไม่เชื่อแน่ๆ”
“จะให้บอกว่าพี่สาวเหรอคะ?” โฟกัสถามพร้อมกับยิ้มให้อีกฝ่าย
“อึ้ก...เฮ้อ...บอกว่าเพื่อนก็ได้...” โพรทาเลียถึงกับเหนื่อยใจเลยจริงๆที่ต้องมากังวลเรื่องแฟนของน้องสาวเนี่ย
“โอเคค่ะ!” โฟกัสดูมีความสุขที่เธอนั้นดักทางพี่สาวได้หมด
จบตอนที่ 33 โปรดติดตามตอนที่34 ต่อไป