การตั้งครรภ์ของนายหญิงใหญ่เหนือความคาดหมายจนทุกคนตั้งตัวไม่ทัน
ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าก็คือในจวนไม่มีนายท่านจริงๆ จังๆ สักคน นายหญิงใหญ่จะตั้งครรภ์ได้อย่างไร?
เมื่อผู้อาวุโสหยวนมู่ได้ยินข่าวเขารู้สึกอับอายขายหน้าอย่างมาก แม้นางจะโดนหย่าขาดและไม่ใช่สตรีของจวนสกุลหยวนอีกต่อไปแต่อย่างไรคนผู้นี้ก็ยังอยู่ในจวนสกุลหยวน ตั้งท้องไร้ที่มาที่ไปมันหมายความว่าอะไร?
เขาโกรธจนแทบสิ้นสติทันใดก็ตระหนักได้โดยพลันว่าลูกสะใภ้คนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่เขาคิดเกรงว่าการตั้งครรภ์นี้คงเป็นอุบายหนึ่งของนาง
เวลานี้เองผู้อาวุโสหยวนมู่ก็สงบลงในเมื่อนางกล้าเปิดเผยครรภ์นี้ คงช่างน้ำหนักผลดีผลเสียเรียบร้อยแล้วสู้มองสถานการณ์เงียบๆ ดูว่านางจะใช้กลเม็ดอะไรอีกดีกว่า
ในทางกลับกัน นายหญิงผู้เฒ่าที่ช่วงนี้ขลุกตัวอยู่แต่ในเรือนราวกับตายไปแล้วตกตะลึงกับเหตุการณ์ดังกล่าวจนต้องออกจากเรือน
ล้อเล่นหรือ หากจวนสกุลหยวนเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นจริงๆแล้วข่าวแพร่ออกไปข้างนอก นายหญิงผู้เฒ่าอย่างนางคงไม่ต้องมีชีวิตอยู่แล้ว
นายหญิงใหญ่ไม่เพียงเคยเป็นลูกสะใภ้นางแต่ยังเป็นหลานสาวของนางมาตลอดนางเหยียดหยามวงศาคณาญาติของสกุลหลินและสกุลหยวนเช่นนี้บรรพชนของทั้งสองตระกูลคงเดือดดาลจนกระโดดออกมาจากหลุมศพเป็นแน่
ตอนที่นางอยู่กินฉันสามีภรรยากับผู้อาวุโสหยวนมู่ไม่ใช่ว่านางไม่เคยแตะต้องอนุภรรยาของนายท่านผู้เฒ่าจัดการเรื่องทำนองนี้ง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย เพียงสั่งคนต้มน้ำแกงหงฮวาหนึ่งถ้วย แล้วส่งไปเรือนใหญ่ด้วยตนเอง
ความหมายของนางชัดเจนครรภ์หายนะในท้องของนายหญิงใหญ่ถูกกำหนดไว้แล้วว่ามิอาจมีชีวิตอยู่
เยี่ยนเจาเจาเกิดสนใจการโต้ตอบของนายหญิงใหญ่นางอดอยากไปบ้านใหญ่เพื่อชมความสนุกไม่ได้ แต่หนานหมิงเหอกลับรู้สาเหตุแล้ว
หนานหมิงเหอเล่าเรื่องราวให้เยี่ยนเจาเจาฟังเยี่ยนเจาเจาพลันตระหนักได้ว่า หากแผนการก่อนหน้าของเขาล้มเหลวเกรงว่าแผนการของอีกคนก็จะไร้ความหมายไปด้วย
แน่นอนว่าต่อกรกับยอดฝีมือทุกการเคลื่อนไหวย่อมถึงตาย
แม้เยี่ยนเจาเจาจะทราบเรื่องราวแล้วก็ยังคิดว่าเรื่องสนุกในวันนี้ค่อนข้างน่าสนใจและควรค่าแก่การชมพอตัว
ต้องรู้ก่อนว่านายหญิงใหญ่คงทำแท้งไม่ได้แล้ว
หากนางผ่านการตั้งครรภ์นี้ไปไม่ได้นายหญิงใหญ่ก็อาจออกจากจวนสกุลหยวนไม่ได้ง่ายๆ
นางแต่งตัวอย่างรวดเร็วดึงหนานหมิงเหอออกไปข้างนอก และปะทะกับฉากที่นางอยากเห็นพอดี
ช่วงนี้จวนสกุลหยวนเกิดเรื่องขึ้นติดกันถี่ๆไม่มีใครคาดคิดว่านายท่านใหญ่หยวนหมินที่ไม่ได้กลับมาแม้แต่ช่วงตรุษจีนปีก่อนๆจะกลับมา
นายท่านใหญ่ผู้นี้มิใช่บิดาของหยวนชิงชิวและหยวนชิงจ้าวแต่เป็นสามีของนายหญิงใหญ่ และบุตรคนรองของผู้อาวุโสหยวนมู่
แต่ในเมื่อตอนนี้หอบรรพชนถูกเปิดออกอีกครั้งสายเลือดของหยวนชิงชิวและหยวนชิงจ้าวจึงนับเป็นบ้านใหญ่นายท่านใหญ่ควรถูกเรียกขานว่านายท่านรอง ทว่าข้ารับใช้ในจวนเรียกจนชินแล้วเลยเปลี่ยนทันทีไม่ได้
หยวนหมินกลับมาทำอะไร?
นึกถึงจดหมายที่ตนและหยวนอีย่วนนั้นเขียนส่งไปเมืองหมิ่นหนานเยี่ยนเจาเจาเดาว่าหยวนหมินกำลังโกรธ เลยกลับมาเพื่อหาเรื่องนายหญิงใหญ่
แต่จิตใต้สำนึกของนางบอกว่าเรื่องราวไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้นและรู้สึกอยู่เสมอว่ามีเชือกที่มองไม่เห็นได้มัดนายหญิงใหญ่กับหยวนอีย่วนเข้าด้วยกันแล้ว
หยวนหมินกลับมา สถานการณ์หยุดชะงักในจวนสกุลหยวนจะต้องถูกทำลายลงแน่
เยี่ยนเจาเจากำลังรอดูว่าหยวนหมินผู้นี้จะเชื่อบุตรอนุภรรยาตัวเองที่ได้รับความโปรดปรานจากผู้อาวุโสหรือจะเชื่อนายหญิงใหญ่ที่คอยดูแลเรือนและคลอดลูกๆ ให้ตน?
ไม่ว่าจะมองอย่างไรสถานการณ์ของหยวนอีย่วนที่ได้รับความไม่เป็นธรรมและน่าสงสารออกจะได้เปรียบกว่าเล็กน้อย
ข้ามเรื่องนี้ไปก่อนเมื่อเยี่ยนเจาเจาและหนานหมิงเหอมาถึงบ้านใหญ่ อยากพบนายหญิงใหญ่ที่ตั้งครรภ์ก็บังเอิญเห็นนายหญิงผู้เฒ่าและนายหญิงใหญ่เอะอะโวยวายกันอยู่ในเรือนพอดี
ไม่ใช่แค่นางเท่านั้น เจินเจินอ้ายอ้ายก็อยู่ด้วย กระทั่งหยวนอีย่วนที่เท้ายังไม่หายดีก็มาเช่นกัน
เท้าของหยวนอีย่วนยังยืนนานไม่ได้แผลบนฝ่าเท้านางพึ่งตกสะเก็ดดี บ่าวชราจากบ้านรองจึงแบกนางขึ้นหลัง
บ่าวชราคนนั้นเป็นคนของบ้านรองเต็มตัวซึ่งก็คือโจวซื่อที่เล่าสถานการณ์บ้านรองให้เยี่ยนเจาเจาฟังก่อนหน้านี้น่าจะเป็นเพราะเจินเจินและอ้ายอ้ายไม่ไว้วางใจหยวนอีย่วนจึงจัดแจงบ่าวชราคนนี้ให้อยู่ข้างกายหยวนอีย่วนคอยปรนนิบัตินาง
ดูเหมือนว่านายหญิงรองจะออกไปทำธุระสำคัญข้างนอกตอนนี้จึงไม่อยู่
คนจากบ้านสามไม่ได้มานายหญิงสามที่ชอบเรื่องซุบซิบนินทาไม่รู้หายไปไหน แต่ก็ไม่มีใครสนใจนาง
ผู้อาวุโสหยวนมู่ก็หายไปเช่นกันไม่รู้บังเอิญพบว่าหยวนหมินจะกลับมาในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้หรือเปล่าเขาเลยรู้สึกไม่สบายใจนัก จึงไปยืนรออยู่หน้าประตู
หลายคนยืนเงียบๆ อยู่ในเรือน ใช้คำดีหน่อยคือไม่อยากให้นายหญิงผู้เฒ่าและนายหญิงใหญ่เสียหน้าแย่หน่อยคือแอบฟังคนอื่นอย่างเปิดเผย
เยี่ยนเจาเจาใช้ประโยชน์จากความเยาว์วัยตัวเล็กของตนขอให้หนานหมิงเหออุ้ม จากนั้นก็ซุกตัวอยู่ในเสื้อคลุมของหนานหมิงเหอฟังแม่สามีกับลูกสะใภ้สองคนทะเลาะกันอย่างสบายใจ
หลังฟังอยู่สักพักก็เข้าใจว่านายหญิงผู้เฒ่าต้องการให้นายหญิงใหญ่ดื่มน้ำแกงดอกหงฮวาถ้วยนี้หวังทำลายต้นตอหายนะในท้องนั่นแล้วรีบส่งนางกลับบ้านเกิด
นายหญิงใหญ่มิได้โต้ตอบอะไรมากมาย นางนิ่งเงียบตอนที่นายหญิงผู้เฒ่าเหยียดหยามนางด้วยคำพูดอำมหิตทำร้ายจิตใจจนกระทั่งได้ยินว่า “หายนะ” สุดท้ายก็เปิดปากปฏิเสธนายหญิงผู้เฒ่า
“นี่ไม่ใช่เด็กหายนะ ท่านแม่ท่านต้องเชื่อสะใภ้นะเจ้าคะ!”
“บังอาจเจ้ามันโสเภณีลอบคบชู้จนท้องกับใครก็ไม่รู้ ไร้ยางอายเช่นนี้ ไม่ใช่ตัวหายนะแล้วคืออะไร? พวกเราไม่มีกระทั่งนายท่านบุรุษอยู่ในเรือนเด็กในท้องนั่นเกิดจากกระบอกไม้ไผ่หรือ?
ตัวเองก่อหายนะขึ้นมา ข้าคำนึงถึงหน้าตาเจ้าหวังดีกับเจ้า เลยให้คนต้มน้ำแกงดอกหงฮวาถ้วยนี้ มิสู้ฉวยโอกาสตอนมันยังไม่โตกำจัดทิ้งไปเสีย!
แม้เจ้าจะไม่ใช่สะใภ้ของจวนสกุลหยวนแล้วแต่ก็ต้องใส่ใจหน้าตาสกุลหยวนด้วย มิฉะนั้น เจ้าจะรอให้คนทั้งเมืองรู้ว่าลูกสะใภ้ที่เพิ่งหย่าออกจากสกุลหยวนของข้าตั้งครรภ์บุตรของชายป่าเถื่อนที่ไหนไม่รู้ก่อนหรือเจ้าต้องมียางอายด้วย ชื่อเสียงสกุลหลินของข้าถูกเจ้าเหยียบย่ำจนป่นปี้หมดแล้ว!”
เห็นนายหญิงผู้เฒ่ารูปร่างผอมแห้งเช่นนี้ ตอนด่าคนนางแทบไม่หยุดหายใจเลยทีเดียว
เพียงแต่คำพูดกระทบกระทั่งนี้ไม่ส่งผลอะไรเลยสักนิดนายหญิงใหญ่น้ำมันเกลือไม่เข้า [1] ทั้งไม่อธิบาย ทั้งไม่ปฏิเสธ แค่ยืนกรานว่าเด็กในท้องตนเองไม่ใช่ตัวหายนะและจะไม่ดื่มยาถ้วยนี้เด็ดขาด
เยี่ยนเจาเจาพิงศีรษะบนไหล่หนานหมิงเหอฉุกคิดว่านายหญิงใหญ่เอาความมั่นใจมาจากไหนกัน?
เมื่อนึกถึงหยวนหมินที่กลับมาอย่างไร้สาเหตุหรือว่า...?
หรือว่าหยวนหมินจะกลับมาจับชู้?
นายหญิงใหญ่จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าหยวนหมินจะกลับมาช่วงเวลานี้แม้นางจะไม่ได้ฉลาดมาก แต่ไม่น่าใช่คนที่จะขุดหลุมฝังตัวเอง
ไตร่ตรองดู
เจินเจินกับอ้ายอ้ายเห็นสีหน้าหยวนอีย่วนที่ฟุบบนหลังโจวซื่อสั่นไหวเล็กน้อย
จะกล่าวอย่างไรดีหรือหมากที่เดิมเข้าตาจนกระดานนี้ อาจถูกนายหญิงใหญ่หาหนทางพลิกกลับมาชนะ?
เยี่ยนเจาเจาใคร่ครวญอย่างหนักในหัวก็ได้ยินเสียงของบางอย่างตกไม่ชัด กอปรกับเสียงอุทานแผ่วของนายหญิงใหญ่ “ข้าเปล่า...ไม่... อย่า...”
ชัดว่านางกำลังดิ้นรน หรือว่านายหญิงผู้เฒ่าเห็นนางไม่ยอมเลยให้คนกรอกน้ำแกงดอกหงฮวาใส่ปากนางเสีย?
และตอนนั้นเอง เสียงของบุรุษแปลกหน้าวัยกลางคนก็ดังลั่นขึ้นด้านหลัง“ท่านแม่ ท่านกำลังทำอะไร!”
เยี่ยนเจาเจาไม่เคยได้ยินเสียงนี้มาก่อนแต่ในใจกลับรู้ในพลันว่าคนที่สามารถปรากฏตัวอยู่ตรงนี้ เวลานี้ คงจะเป็นหยวนหมิน
ไม่นานเยี่ยนเจาเจาก็ได้เห็นเจ้าของเสียงเป็นชายหนุ่มที่เหมือนเพิ่งเลยวัยสี่สิบไป คิ้วดกหนา ตาโต รูปร่างกำยำสูงใหญ่แลดูเด็ดขาดซื่อตรง
มีส่วนคล้ายหยวนมู่อยู่บ้างแต่ก็เหมือนนายหญิงผู้เฒ่าเช่นกัน
ตัวตนของเขาได้ปรากฏแล้วเห็นชัดว่าเขาคือหยวนหมินที่เพิ่งกลับมาวันนี้
หยวนหมินคือชื่อที่นายหญิงผู้เฒ่าเลือกผู้อาวุโสหยวนมู่เรียกเพียงชื่อที่เขาตั้งว่าหยวนจ้ง
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
หยวนหมินเข้ามาอย่างรวดเร็วเขาไม่สนใจคนในลานเรือน ดวงตามองข้ามเยี่ยนเจาเจาและหนานหมิงเหอสุดท้ายหยุดลงที่หยวนอีย่วนเล็กน้อย แต่กลับไม่เอ่ยสิ่งใดเพียงขมวดคิ้วก่อนก้าวยาวๆ วิ่งเข้าประตูเรือนไป
ประตูน่าจะถูกคนของนายหญิงผู้เฒ่าลงกลอนเอาไว้หยวนหมินผลักประตูเปิดไม่ออกเสียที เขาจึงเตะตรงๆ สุดท้ายเตะจนประตูเปิดทั้งบาน
“อา! สามีช่วยข้าด้วย!”
เสียงนายหญิงใหญ่แหบแห้งหลังเอ่ยจบนางก็เริ่มไอโขลกอย่างรุนแรง ปนเปกับเสียงขย้อน
นายหญิงผู้เฒ่าไม่คาดคิดว่าหยวนหมินจะมาปรากฏกายในเวลานี้ชามกระเบื้องในมือนางร่วงตกลงบนพื้น แตกออกเป็นเศษเล็กเศษน้อยในทันที
“ท่านแม่ ท่านกำลังทำอะไร!”
เยี่ยนเจาเจาพลันรู้สึกตื่นเต้น ชะโงกศีรษะมองลอดผ่านประตูที่ถูกหยวนหมินเตะเปิดไม่วางตาจึงได้เห็นหยวนหมินโอบกอดนายหญิงใหญ่ที่ล้มอยู่บนพื้นไว้ในอ้อมแขนด้วยใบหน้าโกรธขึ้ง
ชุดกระโปรงขาวราวหิมะเปรอะเปื้อนน้ำสีแดงเข้มเป็นสีของน้ำแกงดอกหงฮวานั่นเอง
ใบหน้านางขาวซีดขดตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอดของหยวนหมิน ดูเหมือนตกใจกลัว
“สามี สามี ในที่สุดท่านก็กลับมา”
นายหญิงใหญ่ร่ำไห้อย่างขมขื่นช่วงนี้นางผอมลงไปมาก ยามร้องไห้ดูราวกับต้นหลิวที่สาวงามอ่อนวัยเท่านั้นจะมีใครเห็นก็รู้สึกสงสาร
หยวนหมินปลอบโยนนายหญิงใหญ่สองสามคำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
การดำเนินบทละครเช่นนี้ทำเยี่ยนเจาเจารู้สึกสนใจขึ้นมาหรือหยวนหมินจะไม่รู้ว่าในท้องของนายหญิงใหญ่มีลูกของคนอื่นอยู่?
หรือว่า... ดวงตาเยี่ยนเจาเจาทอประกายแวววาวเมื่อคิดถึงการคาดเดาที่อาจหาญที่สุดหากเป็นเช่นนี้ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่วันนี้นายหญิงใหญ่จะกลับมาผงาดอีกครั้ง!
แน่นอน เมื่อเยี่ยนเจาเจาคิดเช่นนี้นางก็ได้ยินเสียงอ่อนแรงราวกับจะสิ้นลมของนายหญิงใหญ่ “สามี... หากท่านไม่กลับมาเชี่ยเซิน [2] และลูกของเราคงตายแล้ว...”
“ภรรยา ข้าไม่ได้กลับมาแล้วหรอกหรือเมื่อข้ากลับมา ต่อไปจะไม่มีใครกล้ารังแกเจ้าโดยพลการอีก เจ้าอย่าได้ร้องไห้เลย”
หยวนหมินดูเหมือนโผงผางหยาบกระด้างแต่กลับกล่าวคำด้วยน้ำเสียงปลอบประโลมอย่างฉะฉาน
แต่ทุกคนไม่มีเวลาตกใจกับคำพูดพวกนี้พวกเขาตกใจความหมายในคำพูดหยวนหมินมากกว่า
นายหญิงใหญ่บอกว่า “ลูกของเรา”หยวนหมินไม่ได้ปฏิเสธสักนิด กระทั่งยังเออออตามคำพูดของนาง?
-----------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] น้ำมันเกลือไม่เข้า หมายถึง คนหัวรั้น มีทิฐิ
[2] เชี่ยเซิน หมายถึง คำเรียกถ่อมตัวของผู้หญิงจีนโบราณ