บทที่ 2 แก้มือ
"ม่านกู่, มู่ลี่สามีข้าล่ะ"
"ท่านแม่ทัพเป็ตัวแทนสกุลหานไปงานมงคลผู้ตรวจการหลี่เ้าค่ะ"
ม่านกู่ไม่รู้ว่าสมควรพูดหรือไม่ แต่อย่างไรนางไม่อาจหลบเลี่ยงสายตาอันน่าหวาดกลัวพวกนั้นได้ เพราะยวนอวี่อารมณ์รุนแรงเหมือนเปลวไฟแผดเผา... ดูแลนางไม่ใช่เื่ง่าย ก่อนแต่งเข้าสกุลหานบิดาของนางกำชับนักหนาให้หานฮูหยินใหญ่เตรียมสาวใช้สองคนเพื่อนางโดยเฉพาะ กรรมจึงมาตกอยู่ที่พี่น้องคู่แฝด... หากจะเล่าก็จะหาว่าเกินจริงหลังจากรับใช้ยวนอวี่แค่สามวันหลังแต่งงาน แผ่นหลังของนางทั้งสองพุพองห้อเืไม่เคยได้พัก
ไม่ว่าเื่ไหนไม่ได้ดั่งใจ ม่านกู่, มู่ลี่ ต่างตกเป็สนามอารมณ์ไม่อาจปริปากบอกผู้ใดได้ กระทั่งเผลอสบแววตาดำขลับคู่นั้นเข้าอีกหนเส้นขนบนแขนลุกซู่ราวเห็นผี เนื้อตัวสั่นงั่กรอรับคำสั่งอย่างเจียมตัว
"เหตุใด... พวกเ้าห่างเหินเพียงนั้น จะกลัวไปไยข้าแค่ถามหาสามี ไม่ได้ถามเอาเืเอาเนื้อพวกเ้าซะหน่อย"
ยวนอวี่คนใหม่เปลี่ยนไปราวพลิกฝ่ามือ... นอกจากไม่คิดหวดตีซ้ำร่องแผลเดิม นางยังออกสีหน้าเป็ห่วงเป็ใยยื่นมือเข้ามาพยุงบ่าวรับใช้โดยไม่ถือตัว เพียงเท่านั้นพี่น้องฝาแฝดร่ำไห้ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือหมอบลงแทบเท้าไม่ขอสู้หน้า
"แส้เ้าค่ะ" มู่ลี่เม้มปากก้มหน้าพลางยื่นแส้หวายให้ถึงมือ
[คิดไม่ถึงว่าฮั่วยวนอวี่นอกจากโง่แล้วยังวิปลาสอีก... แต่เอาเถอะฉันต้องเก็บกวาดก่อน]
ยวนอวี่เริ่มจากการทำข้อตกลงซะใหม่กับสาวใช้ทั้งสองนอกจากจะให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่เฆี่ยนตีพวกนางเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานอีก ยังให้ของกำนัลปลอบใจคนละชิ้นสองชิ้น ซื้อใจด้วยไมตรีฉันพี่น้องไม่แบ่งแยกนายบ่าว เพราะสำหรับผู้บริหารที่เคยเลือกใช้คนมานับไม่ถ้วนต่างรู้ดีว่าอันไหนคือปัญหา การกล่าวขอโทษก่อนไม่ใช่เื่น่าอายแต่เป็เื่ที่จิ้งอีทำเป็กิจวัตร ไม่งั้นคงไม่ขึ้นแท่นเป็ผู้จัดมือทองหรอก
*****
หลังจากนายบ่าวปรับความเข้าใจพี่น้องสองแฝดตั้งมั่นจะรับใช้ถวายหัว ในวันเดียวกันนั้นม่านกู่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาภายในห้องหับ ขณะที่ยวนอวี่ทายาให้มู่ลี่อย่างเบามือบนแผ่นหลัง ใบหน้าและน้ำเสียงดีใจเ่าั้ทำให้ยวนอวี่ตื่นเต้นยิ่งนัก
"ท่านแม่ทัพกลับจวนแล้วเ้าค่ะ"
"หยิบผ้าคลุมให้ข้า... เร็วเข้า"
ยวนอวี่ประโคมน้ำอบจนฉุนขึ้นจมูก ผ้าแพรที่นางนุ่งห่มต่างเป็ไหมพระราชทานที่เอาไว้ใช้ยามงานมงคลเท่านั้น แต่เจอสามีครั้งแรกมีหรือที่คนเคยเสพแฟชั่นจะให้น้อยหน้า ทุกสัดส่วนตกแต่งร่วมสมัยดูผิวเผินอาจดูแปลกตาแต่ก็คงสวยแหละมั่ง....
ยังไม่ทันก้าวขาพ้นประตูเสียด้วยซ้ำบุรุษร่างใหญ่ทึบบังประตูมิด อาภรณ์สีครามเคลือบทองดูเข้ากับแผ่นหลังใหญ่โตนี้ เพียงแค่สายลมพัดผ่าน... ปอยผมสลวยพร้อมโบยบินราวฝูงอีกา ฝ่ามือที่สากด้านเพราะวันๆเอาแต่จับด้ามกระบี่... ขัดสานกันเสริมมาดเคร่งขรึม ทันใดนั้นใบหน้าอันแสนเ็าหันกลับมาทำยวนอวี่ใแทบตาหลุดออกจากเบ้า
[คิ้วหนาเหมือนปลิง... รูปหน้าคมคายราวโลหะวาวบนดาบ แล้วดูสันจมูกนั้นสิช่างโด่งสันรับกับริมฝีปากอิ่มหน่วยนั้น]
"นี่มัน... ตัวร้ายในบทละครหรือผู้ชายที่ฉันต้องไปออกเดตกันแน่"
ยวนอวี่หลับตาพริ้มนึกถึงภาพในอดีต อะไรมันจะไปเหมาะเหม็งขนาดนั้น นางได้แต่สับสนกับโชคชะตากุมขมับคล้ายจะผละล้มลงเสียให้ได้ ทว่ายังไม่ทันได้ออกอาการเสียด้วยซ้ำเพียงยกมือขึ้นมากดหว่างคิ้ว น้ำเสียงเข้มกระแทกหน้านางโดยไม่เหลือมิตรไมตรีให้สานต่อ นี่มันสามีประสาอะไรกัน
"ยังไม่ทันไร ก็จะตายอีกแล้วเหรอ... น่าสมเพช"
ะเิลูกใหญ่ถูกทิ้งไว้ให้นางร้อนใจจนแทบคลั่ง ในโลกปัจจุบันเคยแต่ด่าลูกน้องจนปากแฉะไปถึงหู คราวนี้โดนต่อว่าโดยไร้เหตุไร้มูลดูบ้างถึงได้รับรู้ถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้รับ เฉวียนเฉิงเดินจากไปหน้าตาเฉยราวล่องหนได้ ใบหน้าอันราบเรียบไม่ััทุกข์ร้อนหน่วยนั้นยิ่งทำให้ยวนอวี่อยากจะจิกหัวหัวสั่งสอนซะให้รู้แล้วรู้รอดกันไปข้าง แต่ยังไงน่ะเหรอทำได้แค่มองแผ่นหลังของเขาเคลื่อนจากไปช้าๆ แล้วค่อยตะเบ็งเสียงออกมาด้วยความอัดอั้น
"หาน-เฉวียน-เฉิง!!!"
"ฮูหยินน้อยเ้าคะ... นายท่านหานเชิญทุกคนไปยังโถงรับรองเ้าค่ะ" ม่านกู่สะกิดใต้ศอกผู้เป็นายก่อนผายมือเชื้อเชิญให้ตามไป
หลังจากเดินลากเท้าไปถึงเรือนรับรองยวนอวี่ก็รู้ได้ทันทีว่าครั้งนี้คงไม่ง่ายแน่... ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่นางแต่เพียงผู้เดียว มีเพียง 'หานชิวหลิน' เท่านั้นที่ทอดแววตาเคล้าความห่วงใยมาหาจนนางััได้ [นั่นคงเป็น้องสาวของเขาสินะ]
"คารวะท่านพ่อ ท่านแม่ และสามี" ในกองถ่ายเอาแต่จัดแจงคนอื่นให้เป็ไปตามใจชอบ บัดนี้ตนเองได้เข้ามาัักับสถานการณ์จริงกลับทำตัวไม่ถูกเสียอย่างนั้น
"ตกลงเ้าจะว่าอย่างไรกับเื่ที่ทำลงไป" น้ำเสียงราบเรียบจากผู้ใหญ่ถามไถ่ให้แก้ไขมิใช่เอาผิด ทว่านางกลับตีความเอาเองเสียดื้อๆ หวาดกลัวจนเนื้อตัวสั่นเป็เ้าเข้า
"ไม่ได้ยินหรือ! ท่านพ่อถาม" เสียงเข้มตะเบ็งเรียกสติ เป็สามีกันแล้วแท้ๆแทนที่จะโอ๋เห่-อยู่ฝั่งนาง บัดนี้กลับพร้อมใจในบิดาตั้งข้อหาเอาผิดราวจะฆ่าแกงกันให้ตาย เสี้ยววินาทีนั้นยวนอวี่เริ่มอยากลาออกจากตำแหน่งสตรีแกร่งซะแล้วสิ แต่นางทำได้แค่คิดและห่อตัวนั่งลงช้าๆเยี่ยงคนสำนึกรู้ผิดเท่านั้น ก่อนจะแหงนหน้าทำตาใสเอ่ยตอบอย่างราบเรียบ
"หมายถึงเื่ใดหรือเ้าคะ" นางแหงนหน้ามองด้วยความวิตกกังวลพลางฉุกคิดว่า ในเมื่อรู้เนื้อหาและจุดจบอยู่แล้วนั้น ฉไหนต้องให้มันดำเนินไปอย่างเช่นปลายปากกา คิดได้อย่างนี้แล้วใบหน้าที่ถอดสีถึงได้ชื่นมื่นขึ้นมา... กักเก็บความมั่นใจตอบกลับไปอย่างแน่วแน่ว่า
"ทั้งหมดต่างเป็เื่เข้าใจผิดเ้าค่ะ ในตรอกกลางเมืองยวนอวี่ถูกลักพาตัวจริงหาใช้คบชู้สู่ชาย ส่วนเื่จบชีวิตตนเองในสระบัวนั้นเป็ยวนอวี่ที่คิดน้อยไร้การไตร่ตรองทำตัวไม่เหมาะสม หากท่านพ่ออยากลงโทษยวนอวี่จะไม่คัดค้านสักคำ"
"แต่ท่านพ่อและท่านแม่ลองคิดได้หรือไม่... ว่าสตรีที่แต่งกับลมเช่นยวนอวี่จะไม่ให้น้อยเนื้อต่ำใจได้อย่างไร บัดนี้ข้างกายมีสามีแล้วย่อมไม่ทำตัวโง่เง่าสมองหมูอีก แต่หากไม่เชื่อก็แล้วไปเถิดเ้าค่ะ"
น้ำตาหยดเล็กเอ่อคลอเบ้าเห็นแล้วช่างน่าสงสาร ยิ่งยามที่มันไหลพรากอาบแก้มจนเนื้อแป้งขาวที่ประโคมหนาหน้าถลอกเห็นเป็ทางราววาดพู่กันทาบเส้นช่างน่าขัน แต่ผู้ใดเล่าจะขำออกเมื่อมันหยาดลงบนอาภรณ์สีสดใสเห็นเป็วงดวงเล็ก เพื่อออกหน้าแทนพี่สะใภ้แล้วหานชิวหลินถึงขั้นออกมาคุกเข่าต่อหน้าบิดาและพี่ชายขอร้องแทนนาง
"หากท่านพ่อจะเอาผิดพี่สะใภ้ โปรดลงโทษลูกไปพร้อมกันกับนาง ถ้าวันนั้นไม่วานพี่สะใภ้ออกไปซื้อขนมหวานเป็เพื่อนคงไม่เกิดเื่ฉาวโฉ่ให้คนปากไม่มีหูรูดไปติฉิน" ไม่รู้ว่าพฤติกรรมปั้นน้ำเป็ตัวเช่นนี้ไปได้แต่ใดมา อย่างน้อยยวนอวี่ได้รู้แล้วว่าจวนสกุลหานที่อึมครึมปานค่ายรบนี้ไม่ได้เลวร้ายไปซะทั้งหมด
[ชิวหลิน... ใครสอนให้เ้าแส่ไม่เข้าเื่]
เฉวียนเฉิงอยากเห็นภรรยาที่คิดไม่ซื่อโดนสั่งสอนโดยที่เขาไม่คิดคัดค้านั้แ่แรก ไหนเลยจะคิดว่าชิวหลินใจกล้ายอมคุกเข่าแทนนาง แต่ด้วยนิสัยเห็นคนในดีกว่าคนนอกของสกุลแม่ทัพ โดยเฉพาะหานชิวหลินที่เขาหวงแหนปานไข่ในหิน พี่ชายผู้แสนดีคงปล่อยให้นางเจ็บไม่ได้แม้แต่เส้นผม จึงอาสาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าเป็กระบอกเสียงรับรองแทนนางหาใช่เพราะภรรยาที่โง่เง่า
"ที่กล่าวมาทั้งหมดจริงแท้ขอรับ... ไอ้ชั่วนั่นตายใต้คมดาบลูก ส่วนชีวิตของนางจากนี้ไม่มีสิ่งใดให้กังวล ประจำการที่ชายแดนนับสิบปีได้กลับเมืองหลวงก็เพราะนาง ดังนั้นการดูแลนางต่อจากนี้ให้เป็หน้าที่ของสามีเถอะ..."
เฉวียนเฉิงก้มหน้ากัดกรามพูดคนเ้าคิดเ้าแค้นอย่างเขาไม่ชอบให้อะไรค้างคา หากจะให้ดีกับนางอย่างที่พูดนั้นคงหลุดคาแรคเตอร์ตัวร้ายที่ผู้เขียนวางบทไว้... แน่นอนว่ายวนอวี่ไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ในกำมือ เขาสอดแขนอุ้มร่างบางสั่นระริกไว้ในอ้อมแขนพานางส่งถึงห้องนอน
"ตาเฒ่า... เ้าดูสิสองสามีรักใคร่ ไม่นานเราต้องมีหลานวิ่งวุ่นจนปวดหัวแน่ ใครว่าพวกเขาบาดหมางกัน เ้าก็เชื่อข่าวลือไม่รู้จักกลั่นกรอก" หานฮูหยินใหญ่หยักคิ้วเล่นตาแพรวพราวยียวนสามีราวกับว่านางพนันชนะ ไม่หนำซ้ำใบหูเหี่ยวๆของ 'หานม่อรุ่ย' ถูกภรรยาดึงจนแดงฉึ่ง
เห็นทีว่าคนที่หน้าแตกหมอไม่รับเย็บในเหตุการณ์นี้คงเป็หานชิวหลินที่นั่งอ้าปากค้างหวออึ้งทึ่งพูดไม่ออก ก็เมื่อครู่พากันจริงจังหนักหนาใครจะไปคิดว่านั่นเป็แค่บทละครฉากหนึ่งที่ผู้าุโดึงมาสานสัมพันธ์รักหนุ่มสาวที่เพิ่งได้เจอกัน