ซ่งซิงเหลียนมองไปรอบๆ เพื่อเพิ่มบรรยากาศความน่ากลัว เธอใช้อาคมเล็กๆ ส่งให้ลมพัดผ่านหวีดเบาๆสร้างบรรยากาศอันน่าวังเวงและน่าขนลุกเพื่อเพิ่มความตื่นเต้นให้กับพี่ชายทั้งสองรวมถึงศิษย์ที่ดูจากออกหวาดกลัวเล็กๆ ทั้งที่มันอยู่กับภูตผีเอียนหยาหลานมานาน
ก็พวกมันกลัวผีจริงๆแต่ไม่ได้กลัวเอียนหยาหลานนี่นา สายตาของเสี่ยวเฟยเสี่ยวฝาน โต้ตอบกับอาจารย์น้อยของมันอย่างไม่ยอมแพ้
เอียนหยาหลานไม่ได้น่ากลัวเหมือนพวกผีในทีวีซีรี่ย์ที่นายหญิงเปิดให้พวกมันดูซะหน่อย ผีพวกนั้นน่ะทั้งน่ากลัวและน่าขยะแขยงจริงๆนะ แต่สำหรับศิษย์น้องตนนี้แล้ว นอกจากรูปลักษณ์ที่เป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์ ก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นให้กลัวเลยแล้วพวกมันจะกลัวทำไม
" เรื่องนี้เป็นตำนานของหมู่บ้านของเราเลยล่ะ "
" ตำนานของหมู่บ้าน "
" กุ๊กๆๆ/จิ๊บๆ /ตำนานของหมู่บ้าน " ทั้ง 5 เสียงทวนประโยคกันอย่างงุนงงเรื่องพวกนี้ ไม่เคยได้เข้าหูพวกมันเลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าการกินแตงของพวกมันจะยังสู้ท่านอาจารย์ไม่ได้คงต้องพัฒนาฝีมือกันแล้วแม้แต่เรื่องเล่าในตำนานของหมู่บ้านท่านอาจารย์ก็ยังหามาปลูกได้
" เรื่องนี้น่ะ มีแต่ผู้ใหญ่บ้านเท่านั้นแหละที่รู้เป็นเรื่องเล่าสืบทอดต่อๆกันมาในตำแหน่งเขา " ซ่งซิงเหลียนเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวเองด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเข้มจริงจัง
" มีแต่ผู้ใหญ่บ้านเท่านั้นที่รู้แล้วท่านอาจารย์รู้ได้ยังไงขอรับ " อดขั้นปากถามยิกๆไม่ได้
" แหม ฉันก็มีวิธีของฉันแล้วนะ พวกเธอจะรู้ได้ยังไงถึงแม้ว่าจะไปนั่งเฝ้ากินแตงที่สวนพ่อใหญ่บ้านก็ไม่มีทางรู้เรื่องนี้หรอกถ้าฉันไม่ใช้วิธีพิเศษผู้ใหญ่บ้านหรือจะยอมเล่าให้ฉันฟังแต่เรื่องนี้น่ะรู้กันไว้แค่พวกเรานะห้ามให้ใครรู้อีกเด็ดขาดเลย "
" ห้ามให้ใครรู้ไม่ให้ใครรู้ "
น้ำเสียงตอบรับอย่างพร้อมเพรียงด้วยความอยากรู้อยากเห็นคนหวาดกลัวแสดงให้เห็นว่าเธอมาถูกทางแล้วในการกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาสังเกตได้จาก สีหน้าและท่าทางขยันขยอที่อยากให้เธอเล่าเร็วๆ
คำว่าห้ามไม่ให้มีใครรู้นี่ สามารถปิดปากเจ้าพวกจอมจุ้นวุ่นๆได้หรือ เป็นคำต้องห้าม
ที่ห้ามพูดเลยต่างหาก ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
เข้าทางล่ะ ชอบนั่งกินแตงกันนักใช่ไหม จะจัดการเสียให้เข็ดหลาบไปหลายวันเลยทีเดียว
ทั้งหมดไม่ได้สังเกตเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มปนเจ้าเล่ห์ของท่านอาจารย์พวกมันแม้แต่น้อย ก็ถูกความมืดบังตา ความอยากรู้อยากเห็นบังใจไม่รู้ตัวสักนิดเลยว่าเสียรู้ท่านอาจารย์น้อยคนนี้
" ที่จริงแล้วหมู่บ้านของเรา มีเรื่องเล่าที่สืบทอดต่อๆกันมา เฉพาะผู้ใหญ่บ้านที่รับตำแหน่งเท่านั้นที่รู้ เป็นเรื่องตำนานที่มีอยู่จริง ในสมัยก่อนพื้นที่แห่งนี้น่ะ ไม่ใช่หมู่บ้านหรอกนะแต่เป็นสุสานใหญ่ที่สุด ในเขตมณฑล ทะเลสาบของหมู่บ้านของเราไม่ได้เกิดจากธรรมชาติแต่เกิดจากการที่ใช้พืันที่ขุดสุสานทำให้เกิดทะเลสาบที่ไม่มีวันเหือดแห้ง ใต้ทะเลสาบนั้นล้วนแล้วแต่เป็นหลุมศพของบรรพบุรุษ "
" เป็นสุสานหรือ หรือขอรับมิน่าล่ะ พวกผีพรายพวกนั้น ถึงไม่กล้าลงไปใต้ทะเลสาบ แต่กลับอาศัยอยู่ผิวเรอบนอกเท่านั้น " เอียนตั้งข้อสังเกตน่าเชื่อถือได้ ออกมาทำเอาศิษย์พี่จ้องตาเขม็งที่ไม่เคยเล่าให้พวกมันฟังเลย นี่พวกเขายังเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันอยู่หรือเปล่า " มิน่าล่ะตอนที่ศิษย์ลงไปเอาแก่นศิลาธาตุน้ำถึงได้มีแรงปะทะตลอด " ทำให้เขาเจ็บไม่ใช่น้อยเพราะมีผู้พิทักษ์ผืนน้ำนี้เอง
" ใช่แล้วล่ะใต้ทะเลสาบเหล่านั้นหลุมศพพวกนั้นก็ยังคงอยู่ ทั้งที่ผู้ใหญ่บ้านในยุคนั้นพยายามขุดโลงบรรพบุรุษเหล่านั้นขึ้นมา เพื่อฝังไว้ที่อื่นอย่างถูกต้องแต่ว่าก็ไม่ทันแม่น้ำไถลทะลักเข้าท่วมกลายเป็นทะเลสาบ ว่ากันว่าวิญญาณบรรพบุรุษนั้นยังทุกข์ทรมานอยู่ใต้ผืนน้ำทะเลสาบของหมู่บ้านทำให้เราต้องสร้างศาลเจ้าและศาลนั้นบรรพบุรุษที่ใกล้แม่น้ำทะเลสาบแห่งนี้ยังไงล่ะ "
ซ่งซิงเหลียนชี้ไปที่ศาลเจ้าและศาลบรรพบุรุษที่ตั้งตำแหน่งใกล้ๆกันหันหน้าไปทิศทางทะเลสาบของหมู่บ้านที่กว้างใหญ่นั้น คลื่นน้ำเกิดและรอบคลื่นเบาๆ สร้างบรรยากาศความวังเวงและน่าหวาดกลัว เย็นยะเยือกแผ่ซ่าน ทั้งหมดค่อยๆเขยิบตัวเข้าหาเธออย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งทำให้เธออดกลั้นที่จะ หัวเราะเอาไว้ให้ได้
" รู้ไหมทำไมพวกชาวบ้านถึงไม่ยอมมาศาลเจ้าตอนกลางคืน หรือแม้แต่หัวค่ำพวกเด็กๆก็ไม่ยอมมาเล่นแถวนี้และจะมาช่วงเทศกาลเท่านั้น "
" ก็เพราะว่าค่ำคืนในช่วงวันปล่อยผี หรือช่วงเทศกาลสำคัญๆ มักจะมีชาวบ้านหมู่บ้านเราเห็น ผู้คนแปลกหน้า ยืนอยู่ริมทะเลสาบ บางครั้ง ก็ร้องรำทำเพลงกัน หาความสนุกสนานครื้นเครง บางครั้งก็นั่งโหร้องไห้อย่างเศร้าเสียใจ "
"" เอื้อกกก "" เสียงกลืนน้ำลายของทุกคนที่อยู่ในช่วงลุ้นระทึก
" พวกชาวบ้านมาทำพิธีไหว้บรรพบุรุษกันหรือ " เสี่ยวรั่วถามอย่างต้องการคำตอบ ถ้าไม่เป็นอย่างที่เขาคิดล่ะก็
" ชาวบ้านที่ไหนจะมาทำพิธีตอนกลางคืนกันล่ะ " เสียวซานโต้กับ กว่าจะปิดปากตัวเองทันควันเขาไม่ควรพูดอะไรออกไปใช่ไหม
" ก็มาทำพิธีจริงๆนั่นแหละ แต่ชาวบ้านที่มาทำพิธีน่ะ ไม่ได้สวมชุดสีขาวหรอกนะ "
" พวกที่สวมชุดสีขาวก็คงจะมีแต่..." ละเว้นด้วยความเข้าใจกันทุกคนหันไปมองทิศทางทางทะเลสาบที่เกิดและรอบคลื่นสูงหมอกลงหนาทึบ และเห็นเงาสะท้อน กลางทะเลสาบเบาๆ เป็นรูปร่างคล้ายมนุษย์ในชุดสีขาว หลายคนนั่งร้องไห้ อีกหลายกลุ่มที่สวมชุดสีดำร้องรำทำเพลงผ่านเสียงลมที่พวกเขาได้ยินเบาๆ
เมื่อเห็นภาพดังนั้น ทุกคนต่างตัวแข็งก่อนจะค่อยๆยืนขึ้นพร้อมกัน แม้แต่ภูตผีอย่างเอียนหยาหลาน ที่คว้าคอศิษย์พี่ทั้งสองค่อยๆยันตัวขึ้นยืน ผินใบหน้ามองไปยังทะเลสาบ เพื่อมองภาพนั้นให้ชัดแจ้งว่าเป็นภาพภูตผีเดียวกันกับเขาจริงๆหรือว่าเป็นภาพหลอน ที่ท่านอาจารย์น้อยสร้างขึ้น
" ไม่ใช่ฉัน " นี่คือคำตอบยืนยันที่ให้กับพวกเขา
" ไม่ใช่เธอจริงๆ นี่คือ "
" แม่จ๋าผีหลอก ผีหลอก "
" กุ๊กๆๆๆ ผีหลอก "
" ช่วยด้วย "
" จิ๊บๆๆ เจ้าสามอย่าทิ้งฉัน "
" ศิษย์พี่ข้าขอโทษ "
เสียงกรีดร้องระงมโวยวายดังและก้องทะเลสาบ เมื่อทุกคนพร้อมใจวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว มีทิศทางเดียวกันก็คือการวิ่งเข้าหมู่บ้าน โดยมีเสียงสะท้อนกลับโหยหวนของพวกเขาด้วยความหวาดกลัวดังลั่นทั่วหมู่บ้าน
มองไปไกลๆก็เห็นแสงไฟจากบ้านหลายหลัง เริ่มเปิดไฟที่ปิดแล้วต่างพากันพร้อมใจเปิดไฟขึ้นอย่างกะทันหันเพราะตกใจเสียงของเจ้าพวก 5 คน ทั้งเสียงของไก่นกและมนุษย์ปนเปกันจนแยกไม่ออก และถึงขนาดมีเสียงชาวบ้านไล่หลัง ถามไถ่ออกมาแต่ไม่ได้รับคำตอบจากพวกเขา
คงมีแต่ คำตอบที่ว่า ผีหลอกผีหลอกผีที่ทะเลสาบหลอกแล้ว
พรุ่งนี้เช้าคงมีหัวข้อใหม่ ให้ชาวบ้านได้กินแตงกันบ้างล่ะ
" พวกเจ้ามารอรับส่วนบุญหรือ " ซ่งซิงเหลียนเดินตรงไปที่ทะเลสาบ ก่อนจะดีดตัวขึ้นลอยตัวบนพื้นผิวน้ำตรงเข้าหาพวกเขา
เหล่าวิญญาณบรรพบุรุษใต้ทะเลสาบ ที่อยู่มานานหลายร้อยปีตอนยุคสงครามและความอดยากก่อนราชวงศ์แห่งหมู่บ้านหยูหลิน เขามีห้วงผูกวิญญาณสาบานว่าจะปกป้องหมู่บ้านแห่งนี้จนกว่า จะถึงเวลาไปเกิดใหม่ผ่านมาหลายร้อยปีก็เหลือวิญญาณภูตผี ที่กลายเป็นพูดวิญญาณน้อยลงแล้วเพราะพวกที่กลายเป็นผู้วิญญาณบริสุทธิ์แล้วก็ไปเกิดใหม่ได้หลายสิบตน เหลือแต่พวกเขาที่มียี่สิบตนนี้ ก็ใกล้จะได้สมปรารถนาแล้วเหมือนกัน เพราะสั่งสมบุญจากการช่วยเหลือชาวบ้านและปกป้องผู้คนจากการจมน้ำที่ทะเลสาบแห่งนี้
" ท่านอาจารย์น้อยมาเยี่ยมเยียนหรือไม่ได้เจอกันตั้งนาน "
" พวกเราก็มารอรับส่วนบุญตามปกตินี่แหละเพราะถึงตรุษจีนแล้วเห็นชาวบ้านคึกคักกันจริงๆช่วงนี้ทำเอาพวกเราที่อยู่ใต้ทะเลสาบรู้สึกครื้นเครงไปด้วยเขาจะจัดงานอะไรกันหรือท่านอาจารย์น้อย "
" นั่นสินั่นสิเห็นคนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้านเยอะแยะ "
" เห็นท่าปีนี้จะจัดงานใหญ่มากสินะ "
" ปีนี้เขาจะจัดงานใหญ่จริงๆนั่นแหละ พวกท่านก็ช่วยดูแลหน่อยนะ หลายวันมานี้จะมีคนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้าน ช่วยกันสอดส่องดูแลให้ทั่วหมู่บ้านเลย "
" ท่านอาจารย์น้อยแล้วพวกเราจะเข้ามาเที่ยวงานพวกเขาได้ไหม " ทุกๆปีก็คงได้แต่มองอยู่รอบๆนอกๆเท่านั้น แต่ปีนี้มีท่านอาจารย์น้อยเข้ามาเธอน่าจะมีวิธีการทำให้พวกเขาสามารถเข้าท่องเที่ยวทั่วหมู่บ้านในเทศกาลนี้ได้
" ได้สิแต่ท่านต้องสัญญาว่าจะไม่ทำให้พวกมนุษย์ตกใจและไม่ให้รู้ว่าพวกท่านเป็นวิญญาณก็เท่านั้นเอง ฉันจะจุดธูปขอท่านเซียนอารักษ์ของหมู่บ้านให้ "
" โอ้ขอบคุณขอบคุณท่านอาจารย์น้อยในที่สุดปีนี้พวกเราก็ไม่เหงาแล้ว "
นอกจากได้รับส่วนบุญส่วนกุศลการเซ่นไหว้จากลูกหลานและการดูแลชาวบ้านให้ปลอดภัยแล้วก็ไม่มีอะไรอื่นให้พวกเขาทำ แต่ในปีนี้พวกเขาก็สามารถจำแลงร่างเป็นมนุษย์ท่องเที่ยวในงานเทศกาลได้แล้ว ไม่ถูกพลังหยาง เซียนอารักษ์ของหมู่บ้านโจมตีถึงแม้จะเป็นภูติวิญญาณบรรพบุรุษของหมู่บ้านก็ตามแต่กฎก็ย่อมเป็นกฎ
แต่ถ้ามีแต่ท่านมีอาจารย์ขอให้ท่านนี้ล่ะก็เรื่องต่างๆท่านเซียนอารักษ์ไม่กล้าหือหรอก