หลินหยุนซีสูดหายใจอย่างช้าๆ ก่อนจะพยายามลุกขึ้นจากป่าแต่ก็ไม่สำเร็จ จากนั้นความทรงจำบางอย่างก็เข้าสู่หัวเธอ แต่มันไม่ใช่ความทรงจำั้แ่ต้น นี่เป็เพียงความทรงจำั้แ่เ้าของร่างกระทำกิจกรรมเข้าจังหวะกับชายหนุ่มคนหนึ่งและนางก็หนีออกมา เ้าของร่างขโมยเงินของบางอย่างในห้องนั้นและพยายามหาทางเพื่อกลับบ้านเกิด แต่แล้วระหว่างทางก็เจอพวกอันธพาลพยายามฉุดเธอ เ้าของร่างพยายามร้องเรียกให้คนช่วย ซึ่งหารู้ไม่ว่านั่นคือการหนีเสือปะจระเข้ เพราะคนที่มาช่วยนั้นเป็คนที่เคยขายเธอให้หอนางโลมไปนั่นเอง
และเป็ไปที่หลินหยุนซีพอจะคาดเดาได้เพราะหนึ่งในนั้นเป็ตาลุงหัวล้านที่เธอเคยเจอที่ฝันคราวก่อน จากนั้นเหตุการณ์ก็เป็ไปตามที่เธอรับรู้คือตาลุงหัวล้านพยายามข่มขืนเ้าของร่าง และเ้าของร่างถูกกระถางดินเผาฟาดหัวจนตาย ด้วยความใตาลุงหัวล้านจึงลากร่างของเ้าของร่างมาทิ้งที่นี่และบอกกับภรรยาว่าหลานสาวหนีไปแล้ว
“เฮอะ อย่าให้ฉันเจอแกในฝันอีกนะไอ้หัวล้าน!” หลินหยุนซีแค่นเสียง
เมื่อประมวลความทรงจำเรียบร้อยเสร็จสิ้น สิ่งที่หลินหยุนซีตัดสินจำในทันทีก็คือต้องไปจากที่นี่ แต่เพราะร่างกายนี้ไม่เอื้ออำนวย เธอไม่สามารถจะลุกขึ้นได้ด้วยซ้ำ เมื่อคิดได้ดังนั้นหลินหยุนซีจึงตัดสินใจลองเรียกระบบ
“เรียกได้จริงด้วย เอาล่ะจำได้ว่ามีตั๋วเคลื่อนย้ายอะไรนั่น ลองใช้สักหน่อยซิ แม่นางหยุนซีบอกว่าให้พาร่างกลับหมู่บ้าน บางทีถ้าเราพาร่างนี้กลับบ้านนางเราอาจจะตื่นจากฝันก็ได้ ฮิฮิ”
หลินหยุนซีกดเลือกตั๋วมาหนึ่งใบจากนั้นก็เอ่ยสถานที่ปลายทางออกมา
“.. บ้านหลินไม่รู้มีกี่หลิน แต่เอาเป็ว่าบ้านหลินของร่างนี้หมู่บ้านถังเจีย เมืองฉางผิง แคว้นเลี่ยงโจว..”
วืบ~
บ้านหลิน หมู่บ้านถังเจีย เมืองฉางผิง แคว้นเลี่ยวโจว
พริบตาเดียวร่างของหลินหยุนซีก็โผล่มาตรงหน้าบ้านของที่ค่อนข้างโกโรโกโส และเนื่องจากการทนต่อความเ็ปบริเวณศีรษะไม่ไหว เธอจึงสลบไป ซึ่งหลินหยุนซีได้แต่คาดหวังว่าบ้านหลังนี้คือปลายทางที่ถูกต้อง เธอจะได้ตื่นจากฝันเสียที
...
“เหตุใดซีซีถึงกลับมาบ้านด้วยสภาพเช่นนี้”
เสียงร่ำไห้สลับกับเสียงพูดคุยกันดังขึ้นไม่ขาดสาย ทำให้หลินหยุนซีที่หมดสติไปถึงกับนิ่วหน้า นี่ไม่ใช่ว่าเธอยังไม่ตื่นจากฝันอีกเหรอนี่ คราวนี้คงจะอยู่ในบ้านโกโรโกโสหลังที่เธอเห็นก่อนจะหมดสติไปแน่ๆ
‘รู้สึกตงิดใจชอบกลแฮะ’
เวลานี้หลินหยุนซีค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าเื่ที่เธอพบเจอนี้ไม่ใช่ความฝัน มันดูสมจริงเกินไป แต่เพราะครั้งแรกเธอยังตื่นขึ้นจากฝันได้ นั่นเลยทำให้หลินหยุนซีลังเล นี่เหมือนว่าเธอคงไม่สามารถกลับโลกเดิมได้ในตอนนี้ แม้จะไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรแต่ทุกอย่างก็ยืนยันแล้วว่าเธอได้ทะลุมิติมาจริงๆ
‘แล้วนี่จะทำอย่างไรต่อไปดี’
หลินหยุนซีได้แต่คิดอย่างขมขื่น ความทรงจำที่เธอได้รับจากเ้าของร่างก็มีเพียงแค่เื่ราวั้แ่ตอนเธอฝันและคำบอกเล่าถึงและคำสั่งเสียของเ้าของร่างเท่านั้น เธอไม่รู้แม้กระทั่งว่าคนในครอบครัวของเ้าของร่างมีกี่คนและชื่ออะไรบ้าง แต่ก่อนที่เธอจะคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ สายตาของเธอก็เห็นดวงตาใสซื่อคู่หนึ่งอยู่ที่หน้าประตู
“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ พี่รองฟื้นแล้ว!!”
“อะไรนะ เ้าอย่าได้หลอกแม่เชียวจุนจุน” แม้น้ำเสียงนั้นจะไม่ค่อยเชื่อ แต่ฝีเท้าก็เร่งรุดเข้ามาในห้องที่หลินหยุนซีนอนอยู่
“ข้าจะโกหกท่านเพื่ออะไร พี่รองฟื้นแล้วจริงๆ” หลินจุนจุนทำหน้ามุ่ยใส่ผู้เป็มารดา
ฝ่ายหลินหยุนซีเมื่อถูกมารดาของเ้าของร่างมองด้วยแววตาห่วงใยเช่นนั้น เธอจึงขบคิดอย่างด่วนจี๋เพื่อหาทางรอด เธอจะไม่มีทางให้ครอบครัวนี้จับได้เด็ดขาดว่าเธอไม่ใช่หลินหยุนซีสมาชิกในครอบครัว
“เ้าฟื้นแล้วจริงๆ เฮ้อ แม่คิดว่าเ้าจะไม่รอดเสียแล้ว” ซูซุนลี่ปาดน้ำตาแล้วแตะไปที่ลูกสาวอย่างเบามือ
“เอ่อ ท่านคือท่านแม่ของข้าจริงๆ หรือเ้าคะ? เหตุใดข้าจึงจำท่านไม่ได้เลย” หลินหยุนซีแสร้งถาม ในเมื่อเธอไม่มีความทรงจำของเ้าของร่าง ทางรอดเดียวที่ทำได้ก็คือแกล้งความจำเสื่อมไปเสียดีกว่า
“หัวของเ้ามีแต่แผลมากนักบางทีเ้าอาจความจำเสื่อม แต่เอาเถอะแค่เ้ากลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว” แม้จะเสียใจที่ได้ยินว่าบุตรสาวจำตนไม่ได้ แต่ซูซุนลี่ก็ต้องเข้มแข็ง เด็กคนนี้เสียสละเพื่อครอบครัวมามากแล้ว ั้แ่อายุได้ 12 หนาวก็ต้องจากบ้านไปอยู่กับลุงป้าที่ต่างเมือง สองปีเชียวนะที่นางไม่ได้พบหน้าบุตรสาวของนาง
“ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วป้ากับลุงเ้าไปไหนเสียเล่า?” เสียงชราดังแทรกมา
“ท่านแม่ดูเหมือนซีซีจะความจำเสื่อมเ้าค่ะ นางจำแม้กระทั่งข้าก็มิได้”
“อาจจะมิใช่ บางทีเพราะนางจากบ้านไปสองปีเลยลืมเลือนเป็ธรรมดา” แม่เฒ่าหลินยังคงไม่อยากเชื่อ
หลินหยุนซีมองแม่เฒ่าที่เพิ่งเดินเข้ามาสลับกับผู้หญิงสาวที่พูดคุยกับเธอก่อนหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ นางรู้สึกทำตัวไม่ถูกเนื่องด้วยไม่อาจทราบได้ว่าแม่เฒ่าที่ปรากฏตัวขึ้นนี้เป็คนดีหรือเปล่า ไหนจะผู้หญิงที่อ้างว่าเป็แม่ของเ้าของร่างอีก หากทั้งสองคนนี้ดีจริงเหตุใดถึงต้องให้เ้าของร่างไปอยู่กับลุงป้าใจั์ด้วยเล่า?
นางเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเปรยบางอย่างขึ้นมา “เื่ที่ข้าจำพวกท่านมิได้ ตัวข้าเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่หากเป็ท่านลุงกับท่านป้าข้าพอจะจำได้อยู่เ้าค่ะแต่ว่า..”
“เช่นนั้นก็ดีๆ อย่างน้อยก็ยังไม่ลืมสิ้น เ้าคงมิใช่ว่าได้ดิบได้ดีจนลืมครอบครัวที่ยากจนไปแล้วใช่ไหม?” แม่เฒ่าหลินเอ่ยอย่างติดตลก
“ได้ดิบได้ดี? ท่านว่าตัวข้าดูเหมือนคนได้ดิบได้ดีหรือเ้าคะ” หลินหยุนซีมองแม่เฒ่าหลินแล้วเอ่ยอย่างขมขื่น
แม่เฒ่าหลินใช้สายตากวาดมองหลินหยุนซี หากไม่นับแผลตามร่างกายและาแหนักที่ศีรษะหลานของนางคนนี้ก็ดูไม่ได้ต่างจากเมื่อสองปีก่อนสักเท่าไร มีเพียงส่วนเว้าส่วนโค้งที่แตกเนื้อสาว ส่วนผิวพรรณและอย่างอื่นนั้นคล้ายว่าหยาบกร้านกว่าเดิมด้วยซ้ำ
“นี่คงมิใช่ว่าเกิดเื่อะไรที่ข้าไม่รู้กระมัง? หรือว่าบ้านลุงกับป้าเ้าลำบากแล้ว อาฮุ่ยนี่ก็จริงๆ เลย ลำบากขนาดนั้นยังอาสาเลี้ยงดูหลานสาว” แม่เฒ่าเอามือปิดปากแล้วเอ่ยขึ้นอย่างใ
หลินหยุนซีอดที่จะผิดหวังไม่ได้ นางเหยียดยิ้มแล้วพูดว่า
“เื่นั้นข้าไม่รู้หรอกเ้าค่ะว่าลำบากขนาดไหนเพราะตัวข้าวันๆ ก็ต้องทำงานทุกอย่างในเรือนเยี่ยงบ่าว ไหนจะต้องทำนาและเพาะปลูกอีก หากเท่านี้ข้ายังทนได้แต่ที่ข้าทนไม่ได้คือท่านป้ากับท่านลุงขายข้าให้หอนางโลมเพื่อแลกกับเงินไม่กี่เฉียนเพื่อเอาไปใช้หนี้พนัน พอข้าถูกไถ่ตัวก็ถูกพบตัวและลากกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวนำข้าไปขายอีกครั้ง แต่เพราะหลังจากที่ข้าออกจากหอนางโลมได้ถูกอันธพาลทำร้าย ท่านป้าเลยต้องจำใจไปซื้อสมุนไพรมารักษาาแภายนอกของข้าเพื่อที่ราคาของข้าจะได้ไม่ตก แต่ใครจะคิดว่าระหว่างที่ท่านป้าไม่อยู่ท่านลุงกลับคิดย่ำยีข้า ซึ่งแน่นอนว่าข้าไม่ยินยอมเลยถูกฟาดจนสลบ ท่านลุงคงคิดว่าข้าหมดลมหายใจไปแล้วเลยนำข้าไปทิ้งไว้โชคดีที่มีคนผ่านไปมาและให้ความช่วยเหลือ ข้าจึงมอบเงินที่เหลือจากการไถ่ตัวให้แล้วว่าจ้างให้มาส่งที่นี่”
“เวลานั้นตัวข้าเองก็ไม่รู้ว่าข้าจะมีชีวิตรอดหรือเปล่าและคนที่ช่วยเหลือข้าจะช่วยจนตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ข้าคิดในใจอย่างเดียวก็คือหากตายก็ขอให้มาตายที่บ้านให้ท่านพ่อท่านแม่รับรู้ ในห้วงความทรงจำของข้าหลังจากที่ฟื้นข้าจำได้แค่เื่พวกนี้แล้วก็ที่อยู่ของท่านพ่อท่านแม่ ส่วนที่ว่าใครเป็ใคร หน้าตาเช่นไรข้าจำไม่ได้แล้วเ้าค่ะ” หลินหยุนซีพูดจริงครึ่งเท็จครึ่ง นางได้ยินนางหลินฮุ่ยกับตาแก่พุงพลุ้ยจางต้าเหว่ยพูดเื่หอนางโลม แต่เหตุใดความจำตอนเ้าของร่างหนีออกมานั้นดูเหมือนที่นั่นจะไม่ใช่หอนางโลมเลยล่ะ