ชายวัยกลางคนยังคงบอกกับเขาอีกหลายเรื่อง รวมถึงแนะนำสถาบันลำดับ2 สถาบันนึงให้แก่เขา เขาคิดว่าชายวัยกลางคนนั้นน่าจะได้รับบางสิ่งมาจากสถาบันนั้น ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดถึงสถาบันนั้นถึง3-4ครั้ง เขายังคงฟังต่ออยู่นาน แต่ดูแล้วจะมีแต่เรื่องที่ไม่ค่อยสำคัญนัก
หลินกลับบ้านโดยนั่งรถไฟใต้ดินเช่นเคย ในขณะที่นั่งอยู่นั้น เขาก็คิดถึงวิธีการที่จะบอกพ่อกับแม่ของเขาอย่างไรดี วางบัตรของรัฐบาลไว้ที่โต๊ะ แบบเท่ๆ ? เดินไปบอกแบบเข้มขึง ? ยิ้มกว้างๆและบอกด้วยความดีใจ ?
หลินยังคิดได้อีกหลายวิธีแต่ดูเหมือนว่าเขาจะชอบ แบบวางบัตรทิ้งไว้ที่โต๊ะกินข้าว แล้วเขาก็จะขึ้นห้อง รอพ่อหรือแม่มาเคาะเพื่อไปคุย ชั่งเป็นไอเดียที่ดีจริงๆ เหมาะกับคนสุขุมลุ่มลึกเช่นเขา เขาเคยมีฉายาในกลุ่มเพื่อนๆว่าหนุ่มน้อยน้ำตาจระเข้ เป็นชื่อที่เหมาะกับเขาจริงๆ
"พอทีบอกให้กลับไปไง ฉันไม่ได้ชอบนาย ต้องให้บอกอีกกี่รอบ ตื้ออยู่ได้" เสียงของผู้หญิงดังขึ้นในระหว่างที่เขากำลังจะเดินถึงบ้าน
"ไม่เห็นต้องทำเสียงดังขนาดนั้น ผมแค่จะชวนไปกินข้าว เราก็รู้จักกันมาพักนึงแล้ว อย่าให้ผมต้องใช้กำลังพาคุณไปเลยแคท" เป็นชายหนุ่มคนนึงดูเหมือนกำลังทะเลาะกับหญิงสาว แต่แย่หน่อยตรงหญิงสาวคนนั้นเป็นคนรู้จักของผม
เธอมีชื่อว่า แคท เป็นเพื่อนบ้านของเขาและค่อนข้างสนิทกับแม่ของเขา ถ้าเขาจำไม่ผิดเธอน่าจะ อายุ 24 เธอเป็นพวกบ้าดันเจี้ยนเช่นเดียวกับเขา ปีแรกที่เขาเข้าดันเจี้ยนก็มักจะคุยกับเธออยู่บ่อยๆ เธอเรียนจบเมื่อปีที่แล้ว และกำลังทำงานอยู่ เขาได้ยินมาจากแม่ว่าเธอทำงานบริษัทเกี่ยวกับรถยนต์
"พี่แคท มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ" ด้วยน้ำเสียงที่เธอพูดค่อนข้างดัง ดังพอที่เขาอยู่ห่างออกไปจะได้ยิน เหมือนว่าเธอกำลังต้องการความช่วยเหลือ
"อย่ายุ่งดีกว่าน้อง พี่กำลังคุยกับเพื่อน จะไปไหนก็ไป" ชายหนุ่มคนนั้นพยายามไล่เขา
"พอดีผมว่างอะดิ เลยอยากยุ่งด้วยสักหน่อย" เขาตอบกลับด้วยท่าทีหาเรื่องแบบเห็นๆ
"ดูเหมือนว่าจะมีเด็กอยากลองของ ดีเลยกำลังหงุดหงิดอยู่พอดี" ชายหนุ่มคนนั้นหันมาหาเขาพร้อมกับเรียกอาวุธออกมา มันเป็นดาบสีฟ้าเข้มเล่มหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะเป็นดาบที่ไม่ธรรมดาเลย
"ระวังหลินนั่นดาบระดับบลอน อย่าสู้เลย รีบไปเรียกตำรวจดีกว่าพี่ไม่อยากจะคุยกับคนแบบนี้แล้ว" พี่แคท กล่าวเตือนเขา
"จะเอาออกมาโชว์ หรือยังไงจะทำอะไรก็ทำ จะเข้ามาก็เข้ามาสักที" เขาท้าทายชายหนุ่มที่หลังจากเรียกดาบออกมาแล้วก็ไม่เห็นจะทำอะไร
!! เป้ง
เสียงของดาบระดับบลอนกระทบเข้ากับมือของเขาที่ยื่นออกไปตรงๆเพื่อรับมัน ชายหนุ่มเหมือนจะไม่เชื่อสายตาของตัวเองและฟันออกมาอีกหลายครั้ง
!! เป้ง เป้ง เป้ง
"พอหรือยัง จะอยู่หรือจะไปก็เลือกเอา" เขาพูดออกมาในขณะที่จับดาบระดับบลอนไว้ในมือไม่ยอมปล่อย
"ปล่อย ปล่อย ไปแล้วฉันจะไปแล้ว ขอโทษ ปล่อยดาบของฉันเถอะ" ชายหนุ่มเหมือนจะรู้ตัวว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาและกลัวว่าเขาจะถูกยึดดาบระดับบลอนของตัวเองไป พูดขอร้องเขาอยู่ยกใหญ่ ก่อนที่เขาจะปล่อยดาบให้ ชายหนุ่มล้มไปด้านหลัง ก่อนที่มันจะลุกขึ้นและวิ่งหนีไป
"ไม่เป็นไรนะพี่แคท คราวหลังถ้ามันมาอีกก็เรียกผมได้เลย เบอร์ก็มีใช่มะ ไม่ต้องเกรงใจนะ ผมมีนี่แล้ว"เขายิ้มร่าให้กับหญิงสาวก่อนจะโชว์บัตรของผู้มีความสามารถออกมาด้วยความเห่อ
"ถึงว่าสู้ได้ง่ายๆ มีของดีอะไรไม่บอกกันเลยนะหลิน ใช่สิเดี๋ยวนี้พี่สาวคนนี้ไม่ค่อยว่างคุยด้วย แล้วไม่บอกกล่าวกันเลย" หญิงสาวตอบทีเล่นทีจริง
"ผมเพิ่งได้มาวันนี้เลยพี่แคท พ่อกับแม่ยังไม่รู้ด้วย"เขาเก็บบัตรและตอบกลับ
"งั้นเหรอ พี่สาวขอแสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะ เด็กน้อยโตขึ้นใหญ่แล้วดูสิ"
หลินคุยกับหญิงสาวต่ออีกหน่อยก่อนที่จะขอตัวลา
หลินมาถึงหน้าบ้านแล้ว การเข้ามาในครั้งนี้มีความรู้สึกที่แตกต่างจากเดิม ผู้มีความสามารถ เขานับเป็นผู้มีความสามารถแล้ว เขารู้สึกอยากตะโกนออกมาให้ทุกๆคนในละแวกนี้ได้รับรู้ แต่มันอาจจะดูไม่ดีเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามเขาเพิ่งได้อวดมันกับพี่สาวข้างบ้านไป ก็คือว่าโอเค
หลินค่อยๆเปิดประตูเข้าบ้าน บ้านของเขาไม่ได้ใหญ่นักถึงแม้จะมี 2 ชั้น เขาเปิดประตูและมองเห็นพ่อกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ตรงโต๊ะกินข้าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขารู้สึกแปลกใจแปลกๆ
"กลับมาแล้วครับ" เขาพูดขึ้นพร้อมกับปิดประตู
"กินข้าวมาหรือยังหลิน แม่เขายังไม่กลับมาเลย วันนี้พ่อเลิกงานเร็ว" พ่อของเขาตอบกลับในขณะที่กำลังใช้งานโน๊ตบุ๊คที่อยู่ตรงหน้า
เลิกงานเร็ว ? ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมง ปกติพ่อของเขาจะกลับบ้านประมาณ 1 ทุ่ม ต่อให้เลิกงานเร็วก็น่าจะกลับมาถึง 5-6 โมงเย็น มันจะต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับที่ทำงานของพ่อเขา พักงาน ? ไล่ออก ? ลาออก ? มันจะต้องเป็นไม่อย่างใดก็อย่างนึง ลางสังหรณ์ของเขาบอก
"เกิดอะไรขึ้น พ่อ " เขาเดินมานั่งตรงข้ามกับพ่อและถามออกไป
"ไม่เป็นไร พ่อแค่ถูกพักงาน" พ่อของเขาเงียบอยู่พักนึงก่อนที่จะพูดออกมาในที่สุด
"ไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวพ่อจะหายืมเงินเพื่อนก่อนน่าจะพอให้เราใช้ได้ในระหว่างนี้ ค่าบ้านพ่อเตรียมไว้แล้ว หลินไม่ต้องเป็นห่วงพ่อจัดการได้" พ่อของเขาพูดด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่
หลินไม่รู้ว่าพ่อเจอกับอะไรมาในที่ทำงาน แต่เขาจะอยู่ข้างพ่อของเสมอไม่ว่าพ่อจะเจอกับอะไรมา เหมือนกับที่พ่ออยู่ข้างเดียวกับเสมอมา ครอบครัวของเรามีกันอยู่ 3 คนถ้าเราไม่ดูแลกันและกัน แล้วจะให้ใครมาดูแลเรา
"พ่อดูนี่" เขาหยิบบัตรของรัฐบาลออกมาและเรียกใช้มัน
"พ่อไม่ต้องเป็นกังวลอะไรอีกแล้ว ต่อไปนี้หลินจะเป็นคนดูแลครอบครัวของเราเอง ถ้างานที่ทำมันให้พ่อลำบากใจก็ออกมาเถอะ พ่อจะไม่ต้องเหนื่อยอีกแล้ว ครอบครัวของเราจะไม่ต้องเหนื่อยอีกแล้วพ่อ" เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็ง แต่น้ำตาที่คลออยู่ในดวงตาของเขากับไม่เข้มแข็งเหมือนกับเสียงของเขา ฉายาน้ำตาจระเข้ของเขาไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เขาไม่รู้ว่าทำไมน้ำตาของเขามักจะไหลออกมาอย่างง่ายๆอยู่เสมอ เขานี่ชั่งขี้แยจริงๆ
พ่อของเขาไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงลุกขึ้นและหันหลังให้กับเขา