ห่างออกไปไม่ไกลจากค่ายพักแรม
ไลท์ยืนอยู่บนต้นไม้พร้อมกับมองท้องฟ้าด้วยแววตาครุ่นคิด
สำหรับอดีตของโปเทส เขาไม่ได้สนใจมันด้วยซ้ำแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้เขาเข้าใจความแค้นของโปเทสได้อย่างดีและเข้าใจว่าทำไมโปเทสถึงได้เกลียดมนุษย์ขนาดนั้น
เมื่อสองร้อยปีก่อนในตอนที่โปเทสกำลังเที่ยวเล่นอยู่ภายในป่าแห่งนี้ เขาถูกมนุษย์ลักพาตัวไปและถูกทรมาณจนเกือบตาย แม้ว่าเขาอยากตายแต่ก็ไม่สามารถตายได้เพราะเมื่อไหร่ที่ใกล้ตายเขาจะถูกจอมเวทย์ธาตุแสงรักษาจนหายดีแล้วถูกนำกลับมาทรมาณต่อ
หลังจากที่ถูกทรมาณมากว่ายี่สิบปีในที่สุดโปเทสก็ออกมาจากขุมนรกได้และกลับมาที่อาณาจักรเอลฟ์เพื่อฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น หลายปีต่อมาเขาก็กลับไปล้างแค้นได้สำเร็จ โดยการฆ่ามนุษย์ที่ทรมาณเขา
หลังจากนั้นโปเทสก็เกลียดมนุษย์มากจนถึงขั้นอยากจะฆ่าล้างเผ่ามนุษย์เลยทีเดียวแต่ทว่าด้วยความแข็งแกร่งของเขาจึงไม่สามารถทำแบบนั้นได้
กาลเวลาผ่านมากว่าร้อยปี ในที่สุดโปเทสก็ลืมอดีตที่แสนปวดร้าวได้แต่เขาก็ยังคงเกลียดมนุษย์อยู่เขาจึงตัดสินใจที่จะปล้นของที่เผ่าเอลฟ์ซื้อมาจากมนุษย์และเอาไปนำทำลายทิ้ง
หลังจากที่ไลท์คิดอะไรเพลินๆจู่ๆเขาก็พูดขึ้นว่า “ มานั่งคุยกันดีๆดีกว่าไหม? ”
คนที่อยู่ด้านหลังไลท์ที่กำลังนำมีดมาแทงไลท์ถึงกับหยุดชะงัก
เป็นโปเทสที่กำลังแสดงสีหน้าตกใจเพราะเขามั่นใจว่าตัวเขาเคลื่อนไหวโดยที่ไม่มีเสียงแม้แต่นิดเดียวแถมเขายังลบจิตสังหารทิ้งอีกด้วย แต่มนุษย์ด้านหน้าก็ยังสัมผัสได้อยู่ดี
“ แกรู้ได้ยังไงว่าฉันมาแล้ว? ” โปเทสถามด้วยความสงสัย
“ เพราะฉันเก่งไง ” ไลท์ตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ
“ สารเลวเอ้ย!! ” โปเทสคำรามก่อนที่จะวิ่งเอามีดมาแทงไลท์ด้วยความโกรธ
ไลท์หัวเราะขึ้นก่อนที่จะอัดโปเทสจนลงไปนอนกองกับพื้น
“ เอาล่ะๆที่ฉันเรียกนายมานี้ก็เพราะฉันต้องการที่จะสลายความแค้นของนายกับมนุษย์ อีกอย่างฉันก็ไม่อยากให้นายทำให้คนอื่นๆเดือดร้อน ” ไลท์พูดขึ้น
“ แล้วยังไง ในเมื่อแกก็ไม่ได้เดือดร้อนอยู่ดีแล้วแกทำไปมันจะมีประโยชน์ยังไง? ” โปเทสตะโกนและมองไปที่ไลท์ด้วยความโกรธ
ไลท์ยักไหล่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรจากนั้นเขาก็นั่งลงที่กิ่งไม้ใหญ่และทำท่าบอกให้โปเทสนั่งลง
โปเทสลังเลก่อนที่จะยอมนั่งแต่โดยดี
“ ฉันอยากให้นายเลิกปล้นสินค้าสักที ” ไลท์พูดขึ้น
“ ฝันไปเถอะไม่ว่ายังไงฉันก็จะปล้น ” โปเทสตอบด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
“ งั้นก็ช่างมันเถอะ…แต่ฉันอยากจะถามอะไรนายหน่อย ” ไลท์ถามขึ้น
“ ถามอะไร?” โปเทสสงสัย
“ ทำไมตัวนายถึงมีออร่าของพวกปีศาจ? ” ไลท์หรี่ตาลงพร้อมกับมองไปที่โปเทสด้วยแววตาจริงจัง
โปเทสที่อยู่ด้านข้างตัวสั่นก่อนที่จะรีบลุกขึ้นยืนและกระโดดหนีไลท์ทันที
“ คิดจะหนีงั้นหรอฝันไปเถอะ” ไลท์พึมพำก่อนที่จะหายตัวไปทันที
อ๊าก
เสียงกรีดร้องของโปเทสดังขึ้นก่อนที่ร่างของโปเทสจะล้มลงกับพื้น
ไลท์ยืนอยู่ข้างๆโปเทสพร้อมกับมองด้วยแววตาเหยียดหยาม
“ คิดว่าฉันไม่รู้งั้นหรอ? ” ไลท์หัวเราะเยาะก่อนที่จะใช้นิ้วกดจุดตามร่างกายของโปเทส
จากนั้นโปเทสก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“ ยอมแล้วๆฉันยอมบอกแกแล้ว ” โปเทสคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด
“ แกยอม?แต่ฉันไม่ยอม ” ไลท์หัวเราะ
เวลาผ่านไปกว่าสิบนาทีไลท์จึงคลายการกดจุด
โปเทสหายใจหอบอย่างหนักหน่วง ร่างกายเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ แม้แต่ใบหน้าก็มีทั้งน้ำตาและเม็ดเหงื่อที่ไหลมารวมกัน
“ เอาล่ะบอกฉันมาทำไมแกถึงมีออร่าของปีศาจได้ ” ไลท์ถามขึ้น
โปเทสยังคงหายใจหอบอยู่แต่ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า " ในตอนที่ฉันกลับมาที่อาณาจักรเฟลรอสเพื่อฝึกฝนตัวเองให้กลับไปฆ่าไอสารเลวนั้น ฉันก็ได้พบกับปีศาจตัวหนึ่ง มันบอกว่าจะมอบความแข็งแกร่งให้กับฉัน มันมอบยาสีดำให้ฉันกิน หลังจากที่ฉันกินเข้าไปพลังของฉันก็เพิ่มขึ้นมามากจนฉันสามารถกลับไปล้างแค้นได้
แต่ภายหลังฉันถึงรู้ว่าถูกปีศาจนั้นหลอก มันต้องการใช้ฉันเป็นเครื่องมือในการสืบข้อมูลของเผ่าเอลฟ์และถ้าหากฉันไม่ยอมมันก็จะไปบอกกับคนอื่นๆว่าฉันได้เข้าร่วมกับเผ่าปีศาจ ซึ่งตอนนั้นฉันหวาดกลัวมากเพราะอย่างที่นายรู้พวกเราเผ่าเอลฟ์ในอดีตถูกปีศาจไล่ฆ่าจนทำให้ต้องทิ้งดินแดนหลายแห่งจนมาอยู่ที่นี้
เพราะฉะนั้นเผ่าปีศาจจึงเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของพวกเรา และถ้าหากคนอื่นๆรู้ว่าฉันร่วมมือกับปีศาจล่ะก็ คนอื่นๆจะต้องฆ่าฉันแน่ๆ
ภายหลังหลังจากที่ฉันแข็งแกร่งพอ ฉันก็สามารถฆ่าไอปีศาจนั้นได้ และฉันก็เก็บเรื่องนี้เป็นความลับมาตลอด "
ไลท์ที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาและบอกว่า “ ฉันรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับนายมาหมดแล้วแต่ที่ฉันถามนายก็เพราะฉันอยากจะรู้ว่านายจะเล่าความจริงออกมาไหม ซึ่งนายก็เล่าความจริงออกมา ”
โปเทสที่ได้ยินก็มองมาที่ไลท์ด้วยแววตาตกใจ
“ แกรู้ได้ยังไง? ” โปเทสถามด้วยความสงสัยและหวาดกลัว
“ แกยังจำตอนที่ฉันใช้มือจับหัวของแกได้ไหม? ตอนนั้นแหละที่ฉันตรวจสอบความทรงจำของแก ” ไลท์พูดขึ้น
“ แก!! แกสามารถดูความทรงจำของคนอื่นได้ด้วยงั้นหรอ ” โปเทสตะโกนออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ ใช่แล้วละ และที่จริงแล้วแกยังพูดไม่หมด เพราะปีศาจตัวนั้นมันยังมีลูกน้องอีกและตอนนี้มันก็ยังควมคุมแกอยู่ ” ไลท์ยิ้ม
ลูกน้องของปีศาจตัวนั้นแม้ว่ามันจะไม่ได้แข็งแกร่งแต่มันก็ร้ายกาจพอตัว เพราะร่างกายของมันเป็นควันโปเทสจึงไม่สามารถทำอะไรมันได้จึงได้แต่ถูกมันควบคุมอยู่แบบนี้
“ แกรู้แล้วยังไง ในเมื่อแกก็ไม่สามารถช่วยอะไรฉันได้อยู่ดี ” โปเทสตะโกน
“ แล้วนายรู้ได้ไงว่าฉันทำอะไรไม่ได้? ” ไลท์ยิ้มให้กับโปเทส
" แกจัดการมันได้งั้นหรอ! " โปเทสมองไปที่ไลท์ด้วยควาไม่อยากเชื่อ
หลังจากนั้นไลท์ก็กระซิบอะไรบางอย่างกับโปเทสก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ แกจะเชื่อใจฉันหรือไม่ก็อยู่ที่แกแล้ว ”
ไลท์พูดจบเขาก็เดินไปทันทีโดยที่ทิ้งให้โปเทสมองมาอย่างเหม่อลอย
ไม่นานไลท์ก็กลับมาที่ค่ายพัก
คนอื่นๆพากันสงสัยว่าไลท์ไปทำอะไรแต่ก็ไม่มีใครกล้าถาม
วันต่อมาขบวนรถม้าก็เดินทางกันต่อ
สองวันต่อมาขบวนรถม้าก็มาถึงเมืองฟอลเบิร์ก
เมืองฟอลเบิร์กก็เหมือนกับเมืองมินิทาเลียน เป็นเมืองหน้าด่านและเป็นเมืองที่มีทหารของเผ่าเอลฟ์กว่าห้าหมื่นคนเฝ้าประจำการอยู่
ยาริวบอกว่าเมืองของเผ่าเอลฟ์ทุกเมืองจะสร้างบ้านบนต้นไม้และใช้การเดินข้ามสะพานเอา ส่วนด้านล่างก็จะเป็นพวกสวนดอกไม้ สวนสมุนไพรหรือไม่ก็สวนผักและผลไม้ที่เอลฟ์ปลูกเอาไว้กิน
ต้องบอกว่าต้นไม้ภายในอาณาจักรเอลฟ์จะเติบโตดีกว่าที่อื่นมาก เพราะต้นไม้ของเผ่ามนุษย์ก็จะเติบโตโดยที่ความสูงไม่เกินสามถึงสี่เมตร แต่สำหรับต้นไม้ที่เผ่าเอลฟ์ปลูกมันสูงกว่าสิบถึงยี่สิบเมตรเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการที่เผ่าเอลฟ์จะสร้างบ้านบนต้นไม้ก็ไม่น่าแปลกใจ
นอกจากนี้รอบเมืองจะมีกำแพงไม้สูงกว่าสิบเมตรล้อมรอบเมืองเอาไว้เพื่อความปลอดภัย แน่นอนว่าเมืองเอลฟ์เองก็มีบาเรียป้องกันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นเหมือนกับเมืองของมนุษย์
ขบวนรถม้าของยาริวเข้าไปในเมืองฟอลเบิร์กพร้อมกับไปจอดอยู่ที่ร้านค้าของยาริวเอง
ในระหว่างทางไลท์และคนอื่นๆที่ยังไม่เคยมาอาณาจักรเอลฟ์ก็มองดูเมืองฟอลเบิร์กด้วยความตื่นเต้นและแปลกใหม่
“ พวกเอลฟ์อยู่อาศัยกับแบบนี้งั้นหรอเนี้ย ” เดซี่พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น เธอเห็นเอลฟ์หลายคนวิ่งกันบนสะพานแขวนพร้อมกับมีเอลฟ์ต้วน้อยๆวิ่งเล่นที่สวนดอกไม้อย่างสนุกสนาน
แถมบรรยากาศของเมืองฟอลเบิร์กก็ร่มรื่นแถมยังมีกลิ่นอายของธรรมชาติปกคลุมอย่างทั่วถึง
ร้านค้าของยาริวเป็นร้านค้าขายสินค้าทั่วไปโดยที่มีสินค้าของเผ่ามนุษย์มาขายด้วย
ไลท์ให้ทุกๆคนแยกย้ายกันไปเดินเล่นเที่ยวเมืองฟอลเบิร์ก
ไลท์และเบเรียลเองก็เดินเล่นด้วยกัน ซึ่งจากที่ไลท์มองดูก็เห็นเอลฟ์ส่วนมากจะเป็นวัยกลางคนแต่ก็มีเป็นวัยรุ่นอยู่เยอะเหมือนกัน แต่แทบจะไม่มีเอลฟ์แก่ชราให้เห็น
ต้องบอกว่าเมืองของเผ่าเอลฟ์ดูโดยรวมแล้วมันอาจจะดูแบบสับสนเล็กน้อย เพราะต้นไม้หนึ่งต้นอาจจะมีทั้งบ้านและร้านค้าต่างๆตั้งอยู่สองถึงสามหลังและสะพานแขวนก็โยงไปมาจนดูสับสนไปหมด
นอกจากนี้ยังมีมนุษย์หลายคนเดินไปมาพร้อมกับพูดคุยกับเอลฟ์ไปด้วยหรือไม่ก็เดินด้วยกันเอง
ไลท์และเบเรียลเดินเข้าออกร้านค้าหลายร้าน โดยที่ทั้งสองได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเผ่าเอลฟ์
แน่นอนว่าก็ยังมีร้านค้าของเผ่ามนุษย์สองถึงสามร้านที่ไลท์เจอ
อาหารของเผ่าเอลฟ์ก็อย่างที่ยาริวบอกส่วนมากจะเป็นผักหรือไม่ก็ผลไม้ ซึ่งผักและผลไม้ของเอลฟ์ก็สดใหม่และกรอบอร่อยพร้อมทั้งหวานฉ่ำอีกด้วย ซึ่งผักและผลไม้ของมนุษย์ไม่สามารถเทียบได้
หลายชั่วโมงผ่านไป
ในขณะที่ไลท์และเบเรียลกำลังเดินเล่น จู่ๆเครื่องมือสื่อสารของเขาก็สั่นขึ้น
ไลท์รับสายทันที ไม่นานเขาก็วางสายไป
“ ไปกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้น
“ ไปไหน? ” เบเรียลสงสัย
“ ไปหาโปเทส ” ไลท์ตอบ
“ โปเทส? อ่อไอเจ้าเอลฟ์ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มโจรสิบวงแหวนน่ะเหรอ ” เบเรียลถามขึ้น
“ ใช่แล้วล่ะ ” ไลท์พยักหน้า
เบเรียลก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเธอก็เดินตามไลท์ไป
ไม่นานไลท์และเบเรียลก็เดินมาที่บ้านไม้หลังหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปไกลพอประมาณ
ไลท์เคาะประตูก่อนที่โปเทสโผล่ออกมาแค่หัวและมองรอบๆเพราะกลัวจะมีคนตามมา เพราะเขาเป็นโจรที่คอยปล้นสินค้าและการที่เข้ามาอยู่ในเมืองก็นับว่าเสี่ยงโดนจับเอามากๆ โชคดีที่เขาได้แอบเข้ามาโดยที่ไม่โดนจับ
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครแล้วโปเทสก็เปิดประตูและบอกให้ทั้งสองคนรีบเข้ามาด้านใน
ภายในบ้านมีเฟอร์นิเจอร์น้อยมาก มีแค่ไม่กี่อย่างเช่นโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ และโต๊ะวางของ
“ มันได้ติดต่อมาอีกไหม? ” ไลท์ถามขึ้น
โปเทสพยักหน้าและพูดขึ้นว่า “ ทุกครั้งที่ฉันออกไปปล้นสินค้าหลังจากที่กลับมามันจะติดต่อมาตลอด ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้จะถึงเวลาที่มันติดต่อมาแล้ว ”
“ งั้นนายก็ติดต่อมันตามปกติเดี๋ยวฉันจะแอบตามมันไป ” ไลท์พูดขึ้น
“ ได้ ” โปเทสตอบรับ
“ เกิดอะไรขึ้นหรอไลท์? ” เบเรียลสงสัย
ไลท์เล่าเรื่องที่โปเทสติดต่อกับเผ่าปีศาจให้กับเบเรียลฟัง
“ ฉันอยากจะรู้ว่าปีศาจนั้นมันต้องการอะไรกันแน่ถึงได้ทำแบบนี้ ” ไลท์พูด ความจริงแล้วเรื่องนี้เขาจะปล่อยผ่านไปก็ได้เพราะมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว แต่เขาแค่อยากรู้เท่านั้นว่าปีศาจนั้นต้องการอะไรกันแน่แถมมันก็ยังใช้เวลากว่าร้อยปีอีกด้วย
“ เข้าใจแล้ว ” เบเรียลพยักหน้ารับ
ไม่นานเครื่องมือสื่อสารของโปเทสก็สั่นขึ้น
“ มันติดต่อมาแล้ว ” โปเทสพูดขึ้น
“ ตามแผนเลย ” ไลท์พูดขึ้น
โปเทสรับสายก่อนที่จะคุยอะไรบางอย่างก่อนที่จะวางสายไป
“ มันว่ายังไง? ” ไลท์ถาม
“ มันบอกให้ฉันไปเจอกับมันที่เดิมในอีกสามชั่วโมงข้างหน้า ” โปเทสตอบ
“ งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้น
จากนั้นทั้งสามคนก็ออกจากเมืองไปยังจุดนัดพบของโปเทส
ไลท์และเบเรียลซ่อนตัวอยู่และมองไปยังจุดที่โปเทสยืนอยู่
โปเทสลองใช้พลังเวทย์ตรวจสอบดูก็พบว่าเขาไม่สามารถหาไลท์และเบเรียลเจอ
ไม่นานก็ถึงเวลาที่โปเทสบอก
ไลท์และเบเรียลที่ลอยตัวอยู่บนท้องฟ้ามองลงมาด้านล่าง ทั้งสองก็เห็นว่าด้านหน้าของโปเทสมีกลุ่มควันลอยออกมาก่อนที่จะกลายเป็นรูปร่างของปีศาจตัวหนึ่ง
ปีศาจตัวนี้มีร่างกายเป็นควันพร้อมกับมีรูปร่างเหมือนกับก็อบลินแต่ผิวของมันเป็นสีดำสนิท
ไลท์ทำการใช้เศษเสี้ยวลมปราณของเขาติดไว้บนร่างกายของปีศาจตัวนั้นทันที
ไม่นานปีศาจตัวนั้นก็กลายเป็นควันและหายไปอย่างไร้ร่องลอย
โปเทสรออยู่ที่เดิมครู่หนึ่งก่อนที่ไลท์และเบเรียลจะปรากฏตัวขึ้นด้านข้าง
“ เป็นอย่างไงบ้าง ” โปเทสถามด้วยความตื่นเต้น ถ้าหากไลท์สามารถติดตามเจ้าปีศาจนั้นได้จะเป็นข่าวดีสำหรับเขาจริงๆ
“ ฉันรู้แล้วว่ามันอยู่ไหน ” ไลท์พูดขึ้น
โปเทสแสดงสีหน้าตื่นเต้น
“ ถ้าจบจากเรื่องนี้นายจะต้องเลิกปล้นสินค้าของมนุษย์ ” ไลท์พูดขึ้น
“ ได้ๆ ฉันตกลง ” โปเทสตอบรับทันทีเพราะเขาไม่อยากที่จะรู้สึกหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลาว่าเจ้าปีศาจนี้จะไปบอกคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องของเขา ถ้าหากเรื่องนี้สามารถจัดการได้ก็ทำให้เขารู้สึกโล่งอกและไม่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป ส่วนเรื่องการที่ให้เขาเลิกปล้นสินค้าของมนุษย์น่ะหรอ ฝันไปเถอะ
“ ฉันไม่ไว้ใจนายหรอก ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะขอให้โปเทสกรีดนิ้วของตัวเองให้เลือดไหลออกมา
โปเทสสงสัยว่าไลท์ให้เขาทำไปเพื่ออะไร
ไลท์ใช้ลมปราณในการทำให้เลือดของโปเทสลอยขึ้นก่อนที่เขาจะทำสัญลักษณ์มืออย่างรวดเร็วจนไม่มีใครมองทัน
ไม่นานเลือดของโปเทสที่ลอยอยู่บนอากาศก็และกระพริบแสงเบาๆก่อนที่จะพุ่งใส่หน้าอกของโปเทส
โปเทสตกใจและรีบถอดเสื้อของตัวเองทันทีและก็พบว่าที่หน้าอกของตัวเองมีกระโหลกสีดำอยู่ตรงกลางหน้าอกก่อนที่จะค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ
โปเทสขมวดคิ้วแน่นและถามขึ้นด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวว่า “ แกทำอะไรกับร่างกายของฉัน? ”
“ ฉันก็แค่ทำสัญญากับแก ถ้าหากแกมีความคิดที่จะปล้นสินค้าของมนุษย์อีกครั้งตราประทับนี้จะเผาไหม้แกจนตาย ” ไลท์พูดขึ้น
เมื่อโปเทสได้ยินก็ตัวสั่นด้วยความกลัว
“ เข้าใจแล้ว ” โปเทสกัดฟันพูด ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็มีเปลวไฟโผล่ออกมาเผ่าไหม้ร่างกายของโปเทส
อ๊ากกกกกกกกกกกกกก
โปเทสกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ไม่นานเปลวไฟก็ค่อยๆหายไปพร้อมกับร่างของโปเทสที่ไหม้เกรียม
“ ไลท์เกิดอะไรขึ้น? ” เบเรียลถามด้วยความตกใจ
“ ก็ไม่มีอะไรมากแค่ไอเจ้าหมอนี้มันคิดที่จะปล้นสินค้าอีกครั้งมันจึงต้องตาย ” ไลท์พูดขึ้น
เบเรียลถึงกับกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว เพราะนี้เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นอะไรแบบนี้
“ นี้มันไม่ต่างกับคำสาปเลยนะ ” เบเรียลพูดขึ้น
“ ก็คิดเสียว่ามันเป็นทักษะคำสาปชนิดหนึ่งก็ได้นะ ” ไลท์ยิ้มขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ” เบเรียลพยักหน้า
“ เธอกลับไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวฉันจะไปจัดการเจ้าปีศาจนั่นก่อน ” ไลท์พูดขึ้น
“ ตกลง…นายก็ระวังตัวด้วยนะ ” เบเรียลพูดด้วยความเป็นห่วง
ไลท์ยิ้มก่อนที่จะจูบเบเรียลทีหนึ่งก่อนที่จะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
“ ไอคนฉวยโอกาศ!! ” เบเรียลพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แต่ทว่าใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม