“ คุณหนูเ้าคะ คุณหนูไม่สบายเช่นนั้นหรือเ้าคะ ”
ยี่ยี่มองแผ่นหลังคุณหนูที่วิ่งไกลออกไป นับเป็ความเร็วที่น่าใไม่น้อย เธอไม่เคยเห็นคุณหนูวิ่งเร็วขนาดนี้มาก่อน แม้จะเคยเห็นคุณหนูเดินเร็วแล้วก็ตาม ครั้งนี้กลับเป็ครั้งแรกที่คุณหนูวิ่ง
“ ยี่ยี่ ข้าจะอยู่ในห้องสักพักเพื่อสร้างตันเถียน บอกผู้อื่นด้วย ”
“เ้าค่า! ”
ยี่ยี่รีบวิ่งไปบอกพ่อบ้านหวางและลุงหานให้ช่วยกันปกป้องห้องของคุณหนู ทางฝั่งแม่นมหลิงรีบต้มน้ำเผื่อจะต้องใช้น้ำอุ่น
ลุงเจ๋อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเพราะคิดว่าคุณหนูเสวี่ยหรงเป็ผู้ฝึกยุทธ์แล้ว
เหตุการณ์รวบรวมปราณก่อนหน้านั้น เขานึกว่าเป็การบ่มเพาะลมปราณ การที่ััระดับพลังของคุณหนูม่อเสวี่ยหรงไม่ได้นึกว่าอีกฝ่ายใช้ของวิเศษปกปิดระดับเอาไว้ ทุกเช้าที่ฝึกทักษะเท้าเขานึกว่าเป็การฝึกกล้ามเนื้อธรรมดาทั่วไป
“ ให้ตายสิ คุณหนูของพวกเ้ายังไม่ได้เป็ผู้ฝึกยุทธ์เช่นนั้นหรือ ข้านึกว่านางซ่อนพลังเอาไว้ ”
พ่อบ้านหวางหันมองลุงเจ๋อที่กระโจนขึ้นไปนั่งบนหลังคาคอยสอดส่องรอบๆเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย
“ นางไม่เคยฝึกวรยุทธ์มาก่อน ถ้าท่านช่วยเราปกป้องเรือนนี้ ข้าจะขอบคุณท่านมาก ”
“ ข้าคิดจะทำเช่นนั้นอยู่แล้ว พวกเ้าทำงานในส่วนของตนเองเถอะ ”
พ่อบ้านหวางเฝ้าหน้าประตูเข้าห้อง ลุงหานที่รักษาตัวจนกลับมาเป็ปกติแล้วชักดาบออกมาถือในมือ เขาจะฟันทุกคนที่แอบลอบเข้ามาทางด้านหลังเรือนของคุณหนู
ยี่ยี่ที่ช่วยอะไรไม่ได้เลยนั่งกุมมือรอคอยให้คุณหนูออกมา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าลืมเช็ดหน้าประตูคุณหนู เธอจึงรีบดึงผ้าออกมาปัดกวาดเช็ดถูพลางสอดตาเข้าไปดูว่าคุณหนูปลอดภัยหรือเปล่า
เสวี่ยหรงปิดตานั่งสมาธิััไปยังท้องน้อย ปราณมหาศาลที่ดูดซับเข้ามาในร่างกำลังรวมตัวกันเพื่อสร้างตันเถียนของเธอ
กลุ่มก้อนพลังงานเท่ากับเม็ดถั่วกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เธอจึงใช้วิธีโคจรลมปราณของตระกูลม่อเข้าช่วยเหลือ ทำให้ปราณที่กำลังพันกันยุ่งเหยิงตามจุดโคจรพลังสามารถเคลื่อนตัวเข้าไปที่ตันเถียนได้ง่ายยิ่งขึ้น
สกิลมีปราณเป็มิตรเปิดทำงานอัตโนมัติ ปราณในร่างกายล้วนแล้วถูกจิตของเสวี่ยหรงควบคุมจนเคลื่อนที่ไปตามเส้นลมปราณได้อย่างง่ายดาย มันไม่ยากจนควบคุมไม่ได้ บนใบหน้าของเสวี่ยหรงจึงไม่ปรากฎความรู้สึกกดดันแต่อย่างใด
ลุงหานเคยเตือนเกี่ยวกับความรู้สึกเจ็บที่เกิดขึ้นระหว่างที่ตันเถียนก่อตัว เธอจะรู้สึกราวกับร่างกายถูกฉีกกระชาก ไม่ว่าเม็ดยาหรือโอสถใดก็ไม่สามารถบรรเทาอาการได้ มีทางเดียวคือต้องอดทน
เสวี่ยหรงกลับแสดงสีหน้างุนงง เธอยังไม่รู้สึกเ็ปเลยสักนิด ปราณที่ตกค้างตามส่วนต่างๆของร่างกายถูกชักนำไปที่ตันเถียนอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุโหมกระหน่ำ มีเพียงความรู้สึกเย็นที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายเท่านั้น
“เสียงอะไรกัน ?” คิ้วของเสวี่ยหรงขมวดเข้าชนกันจนกลางหน้าผากเกิดรอยหยัก เมื่อครู่เธอมั่นใจว่าตนเองได้ยินเสียงดังมาจากบริเวณหัวไหล่ซ้ายราวกับว่ากระดูกหัก เธอจึงลืมตามองดูเล็กน้อยแล้วกลับเข้าสู่สมาธิอีกครั้งหลังจากเห็นว่าแขนยังคงอยู่ดี
ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงดังกร๊อบส่งออกมาจากบริเวณแขนทั้งสองข้าง ไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงจากบริเวณหน้าอก กระดูกสันหลัง เท้าทั้งสองข้างต่างก็ส่งเสียงดังราวกับกระดูกแตกออก
เธอจึงเปิดตาดูเป็ระยะแต่ก็ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใดจึงทำสมาธิโคจรลมปราณต่อไป แต่แล้วเสวี่ยหรงก็ได้ลืมตาขึ้นอีกครั้งหลังจากััได้ว่าขาทั้งสองข้างของเธอกำลังขยับไปเอง
เมื่อเปลือกตาเปิดขึ้น สิ่งที่เธอเห็นได้สร้างความใให้ไม่น้อย สิ่งที่กำลังขยับคือกล้ามเนื้อขาของเธอ ไม่เพียงแค่นั้นกล้ามเนื้อแขนและกล้ามเนื้อหน้าท้องก็เริ่มขยับ กล้ามเนื้อหลัง กล้ามเนื้ออีกนับไม่ถ้วนล้วนแล้วเคลื่อนไหวไปมา
เสวี่ยหรงรู้ได้ในทันทีเลยว่าร่างกายของเธอเข้าสู่ขั้นปรับแต่งแล้ว
มันคือหนึ่งในสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่ก้าวเข้าสู่ผู้ฝึกยุทธ์ แต่ละคนที่พยายามสร้างตันเถียนจะต้องเข้าสู่การก่อร่างใหม่ กล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็น ทุกอย่างภายในร่างกายจะได้รับการปรับแต่งจากปราณที่ไหลเข้าสู่ตันเถียนก่อให้เกิดร่างที่ดีกว่าเดิม
เพียงแต่ว่ากระบวนการปรับแต่งร่างกายจะสร้างความเ็ปทรมานเป็อย่างมาก เธอยังไม่รู้สึกถึงความเ็ปที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ปราณมหาศาลจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้าสู่ตระกูลม่อ มุ่งหน้าไปยังเรือนของคุณหนูเสวี่ยหรง
การชักนำปราณในครั้งนี้ได้ดึงดูดผู้ฝึกยุทธ์ไม่น้อยให้หันมองมาที่ตระกูลอย่างพร้อมเพียงกัน
ลุงเจ๋อกลัวว่าจะมีใครบุกเข้ามาโจมตีจึงแผ่แรงกดดันคลุมตระกูลม่อเอาไว้ อย่างน้อยคนที่จะเข้ามาก่อกวนได้จะต้องมีระดับ 7 ก่อกำเนิดเทพลมปราณหรือสูงกว่า
บู้ม!
ปราณสีฟ้าที่ถูกชักนำเข้าสู่ตระกูลม่อกระจัดกระจายออกไปทุกทิศทาง เสียงอึกทึกที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทำให้รู้ว่าคุณหนูเสวี่ยหรงสร้างตันเถียนสำเร็จแล้ว
พ่อบ้านหวางจึงรีบแง้มประตูเพื่อดูว่าคุณหนูปลอดภัยหรือเปล่า สิ่งที่เขาเห็นคือของเหลวสีดำเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าสีขาวของคุณหนูจนต้องทิ้งเพราะของเสียที่ขจัดออกมาจากร่างกายซักทำความสะอาดได้ยาก
เพียงแต่ว่ามันกลับมีปราณสายหนึ่งพุ่งลงมาจากหลังคาพัดร่างคุณหนูม่อเสวี่ยหรงเบาๆ คราบที่ติดอยู่ตามชุดก็หายไปในทันที
“ ขอบคุณลุงเจ๋อ ”
“ คุณหนู ท่านเป็เช่นไรบ้าง ”
“ รู้สึกสบายตัว”
ลุงเจ๋อหัวเราะเสียงดัง แม้เขาจะรู้สึกแปลกกับคำพูดของคุณหนูเสวี่ยหรง เขาไม่ถือสาแล้วหัวเราะออกมาแทน เป็ครั้งแรกที่เขาได้ยินผู้ที่กลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์บอกว่าตนเองรู้สึกสบายตัว
“ ข้าตอบสิ่งใดผิดไปกัน ”
เสวี่ยหรงเลิกสนใจเสียงหัวเราะของลุงเจ๋อแล้วหันมาสำรวจร่างกายของเธอแทน
แขนและขาเธอรู้สึกได้ว่ามีแรงมากยิ่งขึ้น ร่างกายให้ความรู้สึกเบาราวกับว่าสามารถขึ้นไปบนหลังคาได้ด้วยการะโเพียงครั้งเดียว
ประสาทการรับรู้ดูแปลกมากยิ่งขึ้น เธอได้ยินเสียงชัดเจนมากกว่าเดิม ดวงตารู้สึกมองเห็นภาพได้ชัดขึ้น ที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือเธอมองเห็นแสงภายในอากาศ ราวกับว่ามีลำธารหลายร้อยเส้นสายกำลังเคลื่อนที่ไปบนอากาศ บางเส้นสายพันกันยุ่งเหยิง
“ พวกมันคือปราณงั้นรึ ผู้ฝึกยุทธ์คงมองเห็นสิ่งนี้เช่นเดียวกันหมด ”
เสวี่ยหรงเดินไปยังลานกว้างข้างต้นท้อ เธออยากจะทดสอบร่างกายเพราะไม่รู้ว่าก้าวแรกของการเป็ผู้ฝึกยุทธ์ เธอแข็งแกร่งมากแค่ไหน
เริ่มต้นด้วยการยกหินที่ตกแต่งอยู่ในสวนแต่ละก้อน โดยเริ่มจากขนาดเท่าแตงโม เธอยกขึ้นได้สบายราวกับว่ามันไม่มีน้ำหนัก จึงเปลี่ยนไปยกก้อนที่ใหญ่ขึ้นกว่านั้นสองเท่าแต่ก็ยังยกได้สบาย
เสวี่ยหรงเปลี่ยนไปยกก้อนที่ใหญ่ขึ้นมาอีกจนหินมีขนาดไม่ต่างจากตุ่มใส่น้ำขนาดใหญ่สูงเท่าเอว เมื่อส่งแรงไปยังแขนเธอพบว่าตนเองสามารถยกหินก้อนนี้ได้ แม้จะรู้สึกสั่นเล็กน้อยก็ตาม
ลุงหานที่กำลังมองดูการทดสอบความแข็งแกร่งของคุณหนูเขาถึงขั้นเบิกตากว้าง พละกำลังของคุณหนูม่อเสวี่ยหรงเทียบเท่าเขาแล้ว มันไม่ควรจะเป็เช่นนี้
“ คุณหนู ท่านยกมันได้เช่นไร ”
“ ข้าแค่ยกมันขึ้นมา มีสิ่งใดแปลกไปเช่นนั้นหรือ ”
ลุงหานรีบอธิบาย
“ คุณหนู ระดับตัวอ่อนมากสุดที่ทำได้คือยกหินที่มีขนาดเล็กกว่านี้ครึ่งหนึ่ง ต่อให้จะใช้แรงทั้งหมดก็ไม่สามารถยกได้เกินสามลมหายใจ แต่คุณหนู… ”
เสวี่ยหรงรู้ถึงความแปลกของตนเอง หินที่กำลังอุ้มมีน้ำหนักมากก็จริง เธอพบว่าตนเองยกได้สบายและสามารถยกได้นานเป็ชั่วยาม
“ มีสิ่งใดงั้นรึ ”
“ คุณหนูยกก้อนที่หนักกว่านั้นแล้วยังเป็ก้อนที่ข้ายกเพื่อทดสอบพละกำลังเป็ประจำ ข้ายังรู้สึกหนักเมื่อยกมัน ”
ลุงเจ๋อยังไม่ลงจากหลังคา เขาแปลกใจเช่นเดียวกันแต่ก็ทำได้เพียงเฝ้ามองดูเท่านั้น เนื่องจากว่ามีหลายอย่างที่คุณหนูตระกูลม่อยังไม่ได้ทดสอบ พละกำลังของคุณหนูม่อเสวี่ยหรงเกินกว่าที่ระดับตัวอ่อนจะทำได้แล้ว เขาจึงเฝ้าดูว่าเธอจะปลดปล่อยปราณออกมาได้หรือไม่ ระดับตัวอ่อนไม่สามารถปลดปล่อยปราณออกมาได้ หากเธอไม่สามารถปลดปล่อยปราณออกมาจากร่างกาย หมายความว่าระดับของเธอปกติ แต่ร่างกายไม่ปกติ.