เสียงดนตรีคลาสสิกในร้านอาหารหรูดังคลอเบา ๆ แสงไฟที่ส่องสว่างสะท้อนกับแก้วไวน์บนโต๊ะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่นและโรแมนติก แต่ทว่าสำหรับพิมพ์ดาวเธอกลับรู้สึกว่าความอบอุ่นนั้นส่งมาไม่ถึงเธอ
เธอนั่งอยู่ตรงข้ามกับ นนท์ ผู้ชายที่คบหากันมาเกือบสามปี คนที่เธอเคยเคยวาดฝันถึงงานแต่งงานที่เรียบง่ายและชีวิตคู่ที่มั่นคง
“วันนี้เธอเงียบจังนะดาว” นนท์ยิ้มบาง ๆ พลางตัดสเต็กในจานด้วยท่าทางปกติ
พิมพ์ดาวไม่ได้ตอบทันที เธอเพียงแต่มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและอบอุ่น บัดนี้กลับแฝงไปด้วยความกังขาที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ
มันเริ่มขึ้นเมื่อสองเดือนก่อน... รอยร้าวเล็ก ๆ ที่เธอพยายามมองข้าม พฤติกรรมของนนท์เริ่มเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน
เขาเริ่มกลับบ้านดึกด้วยเหตุผลว่า ‘ติดประชุมด่วน’.. โทรศัพท์ที่เคยเป็สื่อกลางบอกรักก็เงียบหาย และเขามักจะมีข้ออ้างแปลกๆ เสมอเพื่อที่จะเลี่ยงการมาพบกับเธอ
เธอยังจำความรู้สึกตอนที่เขารีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงทันทีที่เธอเดินเข้าใกล้ได้ดี ความลับของเขาเหมือนกำแพงหนาที่เขาเริ่มสร้างขึ้นมากั้นระหว่างเธอและเขา
ถ้าเป็ผู้หญิงบางคนอาจเลือกหลับตาข้างหนึ่งเพื่อรักษาความสัมพันธ์ แต่ไม่ใช่กับ พิมพ์ดาว เธอเป็ทนายความที่อยู่กับการพิสูจน์ความจริงมาทั้งชีวิต และในฐานะแฟนสาว เธอจะไม่ยอมเป็คนโง่ในความสัมพันธ์นี้
ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาเธอใช้ทักษะการสืบสวนที่สั่งสมมาตามรอยความผิดปกติของนนท์อย่างเงียบๆ
และวันนี้... หลักฐานทุกอย่างถูกมัดรวมมาไว้ที่นี่แล้ว
พิมพ์ดาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาวางลงตรงหน้าชายหนุ่ม หน้าจอแสดงรูปภาพที่ชัดเจนจนไม่ต้องขยาย
ภาพที่นนท์กำลังเดินกอดเอวผู้หญิงอีกคนเข้าคอนโด ท่าทางของเขาดูสนิทสนมและทะนุถนอมผู้หญิงคนนั้นเป็พิเศษ
นนท์ชะงัก… มีดในมือหยุดค้างอยู่กลางอากาศ ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะอาหาร ลมหายใจของเขาเริ่มสะดุดเมื่อเห็นรูปถ่ายที่พิมพ์ดาวยื่นมาให้ดู
“ดาว...” เขาเริ่มเอ่ยปาก น้ำเสียงสั่นพร่า
ทว่าพิมพ์ดาวยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทีเด็ดขาด “ไม่ต้องโกหก”
น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท นิ่งจนคนฟังรู้สึกหนาวไปถึงขั้วหัวใจ “ฉันเห็นทุกอย่างแล้ว”
นนท์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของคำแก้ตัวที่เหลืออยู่
“มัน... มันไม่ได้เป็แบบที่คิดนะดาว คือวันนั้นเธอคนนั้นกำลังจะเป็ลมแล้วนนท์ก็แค่พยายามช่วยเธอ...”
พิมพ์ดาวหัวเราะขึ้นมาเบาๆ “หึๆ.. งั้นเหรอ”
เธอเปิดรูปถัดไปในโทรศัพท์ ครั้งนี้เป็วิดีโอ... เสียงบทสนทนาที่ล่อแหลมและลึกซึ้งเกินกว่าเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานดังออกมาจากลำโพงอย่างชัดเจน
สีหน้าของนนท์ซีดเผือดลง “ดาว ฟังฉันก่อนนะ ฉันอธิบายได้...”
“ไม่ฟัง” พิมพ์ดาวพูดแทรกทันทีอย่างไร้เยื่อใย
เธอหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย สายตาที่มองเขาไม่มีความลังเลหรือร่องรอยของความเสียใจหลงเหลืออยู่
“เราเลิกกัน” คำพูดสั้นๆ แต่หนักแน่นเหมือนคำพิพากษาของศาล
นนท์อึ้งไปครู่ใหญ่ ราวกับสมองสั่งการไม่ทันกับสถานการณ์ที่พลิกผัน “อะไรนะ!!”
“ฉันบอกว่าเราเลิกกัน” พิมพ์ดาวเน้นย้ำชัดเจนทีละคำ
เธอมองสบตาเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ผู้ชายที่นอกใจไปแล้วครั้งหนึ่ง มันก็จะมีครั้งที่สองและสามตามมาเสมอ”
พิมพ์ดาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่ได้พูดประชดประชันด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่เธอพูดในฐานะของทนายความที่คลุกคลีอยู่กับคดีหย่าร้างมานักต่อนัก
ประสบการณ์สอนให้เธอรู้ซึ้งว่า สัญญาปากเปล่าของคนที่ทำลายความเชื่อใจไปแล้วนั้นไร้ค่า และผู้ชายส่วนใหญ่ไม่เคยกลับตัวกลับใจได้จริงๆ สักคน
สายตาหลายคู่ในร้านเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอใส่ใจ
นนท์ที่เพิ่งได้สติรีบลุกพรวดตามมาคว้าข้อมือเธอไว้ พยายามรั้งให้เธอกลับมาเผชิญหน้ากับเขา
“เดี๋ยวก่อนดาว! ฟังผมก่อน มันเป็แค่เื่ของอารมณ์ชั่ววูบ...”
เพี๊ยะ!!!!! เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่น
ใบหน้าของนนท์หันไปตามแรงตบจนเขาเกือบเสียหลัก ความเงียบเข้าปกคลุมทันที แม้แต่เสียงดนตรีคลอเบาๆ ก็ดูเหมือนจะดับลงในความรู้สึกของคนถูกตบ
พิมพ์ดาวจ้องมองเขาด้วยสายตาเ็า “ตบนี้... สำหรับสามปีที่ฉันเสียไปกับคนอย่างนาย”
เธอเปิดกระเป๋าหยิบธนบัตรใบละพันสามใบแล้วโยนใส่หน้านนท์
“แล้วก็..มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง ถือซะว่าทำทาน ฉันไม่อยากติดค้างหรือมีพันธะหนี้สินกับคนแบบนายอีก”
พูดจบเธอก็สะบัดหน้าหันหลังเดินออกจากร้านไป ฝีเท้าของเธอมั่นคงและเด็ดเดี่ยว ไม่มีการหันกลับไปมองซากปรักหักพังของความสัมพันธ์ที่เพิ่งถูกเธอทำลายทิ้งด้วยมือตัวเอง
พิมพ์ดาว เดินออกมาหยุดยืนที่หน้าร้านอาหาร แสงไฟจากป้ายนีออนสลัวสะท้อนลงบนใบหน้าที่เรียบเฉย ลมแรงพัดผ่านจนเส้นผมยาวสลวยของเธอปลิวไสวไปตามแรงลม หัวใจของเธอยังคงเต้นแรง
เธอ... โกรธ
โกรธที่ปล่อยให้ตัวเองเสียเวลาไปกับคนไร้ค่าถึงสามปี
โกรธที่เคยยอมมอบความเชื่อใจให้คนหลอกลวง
พิมพ์ดาวถอนหายใจยาวเพื่อระบายความอัดอั้นที่ตกค้างอยู่ในอก
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา นิ้วเรียวขยับอย่างรวดเร็ว เธอทัชลงบนชื่อของ นนท์ แล้วกดลบทิ้งทันที
จากนั้นก็ตามด้วยการบล็อกทุกช่องทางการติดต่อ ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มเพื่อนสนิทของเขาที่เคยไปไหนมาไหนด้วยกัน
“ต่อไปนี้... ไม่ต้องมาให้เห็นหน้ากันอีก” เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วก้าวเดินไปที่ริมถนนเพื่อโบกเรียกแท็กซี่ที่กำลังแล่นผ่านมาพอดี
โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่า... บนถนนฝั่งตรงข้าม มีรถยุโรปสุดหรูสีดำขลับจอดนิ่งสนิทอยู่ตรงนั้น
ภายในรถที่ติดฟิล์มมืด ไคล์ วาเลน เอนกายพิงเบาะรถ ปลายนิ้วของเขาเคาะเบาะวางแขนเป็จังหวะ สายตาคมจับจ้องไปที่ร่างบางของพิมพ์ดาวที่กำลังยืนโบกรถแท็กซี่
“เด็ดขาดดีจัง...” ไคล์พึมพำ มุมปากหยักยกขึ้นเป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“นายครับ” วินลูกน้องคนสนิทเอ่ยทำลายความเงียบ
สายตาเหลือบมองผ่านกระจกหลังไปยังเ้านายหนุ่มที่นั่งนิ่งสนิท “ผู้หญิงคนนั้น...จะทำไงต่อดีครับ”
ไคล์ เงียบ สายตาคมจับจ้องไปที่พิมพ์ดาว แสงไฟสีส้มสลัวจากเสาไฟข้างทางตกกระทบใบหน้าด้านข้างของเธอ เผยให้เห็นความเด็ดเดี่ยว...แววตาแบบเดียวกับเมื่อสามปีก่อน วันที่เธอช่วยชีวิตเขาไว้ท่ามกลางหยาดฝนและกลิ่นคาวเื
“จะให้ผมไปจัดการ ‘ไอ้นนท์’ นั่นไหมครับ?” ลูกน้องถามต่อ เตรียมจะสั่งการทีมข้างนอก
ไคล์ส่ายหน้าเบาๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้น “ไม่จำเป็... เธอจัดการของเธอเองแล้ว”
ลูกน้องหลุดขำออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงฉากตบในร้านอาหาร “ตบหนักใช้ได้เลยครับนาย”
ไคล์ไม่ได้ตอบ เขาหลับตาลงช้าๆ ภาพความทรงจำเมื่อสามปีก่อนผุดขึ้นมาอย่างเด่นชัด...
ภาพผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่สั่นเทาด้วยความกลัว แต่กลับไม่ทิ้งเขาไว้ในตรอกมืด เธอลงมือทำแผลให้ชายแปลกหน้าอย่างเขาด้วยมือสั่นๆ โดยไม่ถามสักคำว่าเขาเป็ใครหรือไปโดนอะไรมา
“หึ... ในที่สุด” ไคล์พึมพำกับตัวเอง
“ครับ?” วินหันมาถามอย่างสงสัย
ไคล์ลืมตาขึ้น เขามองตามแท็กซี่ที่พิมพ์ดาวเพิ่งก้าวขึ้นไป ก่อนจะเอ่ยช้าๆ
“เธอโสดแล้ว”
วินชะงักไปอึดใจ “นายหมายถึง...”
“พิมพ์ดาว” ไคล์ตอบ “ฉันรอวันนี้มานานแล้ว”
เขาสั่งการวินต่อทันที “เตรียมรถ Maserati รุ่นล่าสุดไว้ให้ฉันคันหนึ่ง”
“ครับ? นายจะเอาไปออกงานที่ไหนครับ?” วินถามอย่างสงสัย
“พรุ่งนี้...” ไคล์เว้นจังหวะสายตามองตรงไปข้างหน้า “กูจะเริ่มจีบเธออย่างเป็ทางการ”
วินแทบสำลักน้ำลายตัวเอง ดวงตาเบิกกว้าง “เดี๋ยวนะครับ! นายกำลังบอกว่า...นายจะขับรถไปจีบผู้หญิงด้วยตัวเอง?”
ไคล์ปรายสายตามองลูกน้อง เขาเอียงคอเล็กน้อยพลางถามกลับสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน
“มีปัญหา?”
“เปล่าครับ! ไม่มีแน่นอนครับนาย!” วินรีบส่ายหัวรัวๆ
ไคล์หันกลับไปสนใจท้องถนนเบื้องหน้า เส้นทางที่แท็กซี่ของพิมพ์ดาวเพิ่งเคลื่อนตัวออกไป เขาทวนชื่อตัวเองเบาๆ ราวกับเป็การสลักคำสัญญาลงในใจ
“ไคล์...” เสียงของเขาต่ำและหนักแน่น “คราวนี้... ถึงตามึงแล้ว”
สามปีที่เขาทำได้เพียงเฝ้ามองเธอจากมุมมืด สามปีที่ต้องทนเห็นเธออยู่กับผู้ชายที่ไม่เห็นค่าในตัวเธอ และในวันเขาจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปเด็ดขาด
“ออกรถ” ไคล์สั่งการสั้นๆ
“ขับตามแท็กซี่คันนั้นไป ห่างๆ แต่อย่าให้คลาดสายตา”
รถยุโรปคันหรูเคลื่อนตัวออกจากเงามืดอย่างเงียบเชียบ รักษาระยะห่างไว้อย่างพอเหมาะ ราวกับกำลังทำหน้าที่อารักขาสิ่งของสำคัญ ไคล์มองท้ายรถแท็กซี่คันนั้นไม่วางตา
เขา้าส่งเธอให้ถึงคอนโดอย่างปลอดภัย... อยากมั่นใจว่าคืนแรกของการกลับมาเป็โสดของเธอ จะไม่มีอะไรไปกวนใจเธอได้อีก
“พรุ่งนี้เช้า... เตรียม Maserati ไว้ให้พร้อม” ไคล์ย้ำอีกครั้งขณะที่รถกำลังเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลัก
“และสืบมาให้ละเอียด ว่านอกจากไอ้นนท์นั่นแล้ว ยังมีแมลงตัวไหนกล้ามาตอมของของฉันอีกบ้าง”
คืนนี้จะเป็คืนสุดท้ายที่พิมพ์ดาวจะได้อยู่อย่างสงบ เพราะั้แ่วันพรุ่งนี้เป็ต้นไป ชีวิตของเธอจะถูกรุกรานด้วยความรักที่หนักหน่วงที่สุดจากผู้ชายที่ชื่อว่า ไคล์