‘Sapiosexual’ หมายถึงผู้ที่หลงใหลในคนที่มีความคิดความอ่านดี มองความฉลาดเป็สิ่งที่น่าดึงดูดใจ ไม่สนใจว่าจะต้องหล่อ สวย หรือแต่งตัวดีแค่ไหนก็ตาม โดย Sapiosexual มาจากคำว่า Sapio ซึ่งเป็ภาษาละตินที่แปลว่า ‘ความฉลาด’
(CR : urbancreature.co )
อากาศ่เช้าที่เย็นสบายใน่ฤดูร้อน ยังเป็บรรยากาศที่ผมจำได้ดี ผมเองเป็คนชอบตื่นเช้า เพราะนกที่ตื่นเช้าคือนกที่หิวนั้นเอง >< ฮ่าๆ ถูกต้องแล้วครับ ผมเป็คนที่ต้องหาอะไรรองท้องตอนเช้าก่อนไปเรียน เพราะมันจะทำให้ผมอารมณ์ดีทั้งวัน ดีกว่าการที่ปล่อยให้ตัวเองหิวในตอนเช้าซึ่งนั้นทำให้ผมหัวเสียและไม่มีสมาธิเอามากๆ อ้อ ก่อนอื่นต้องแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อแป๊กครับ อายุ 21 ปี สูงประมาณ 168 เป็ผู้ชาย Mini size ตอนนี้ผมกำลังศึกษาในมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งทางภาคอีสานตอนบนครับ ตัวผมเองรู้ตัวว่าชอบผู้ชายมาั้แ่ประถมปลายเลยครับ มันเกิดจากการที่ผมรู้สึกหวั่นไหวกับเพื่อนผู้ชายที่สนิทกันคนนึง ทุกครั้งที่ผมใกล้ชิดเขาจะรู้สึกวูบวาบ เืฉูบฉีดไปทั้งหน้าจนร้อนฉ่า แต่พอเป็เพื่อนผู้หญิงผมกับไม่รู้สึกอะไรเลย นั้นเลยทำให้ผมมั่นใจว่าผมชอบผู้ชายมากกว่า
เอาล่ะครับ วันนี้ผมมีเรียนใน่เช้าเพราะฉะนั้นผมต้องหาอะไรรองท้องก่อนดีกว่า และที่แรกที่ผมนึกถึงเลยนั้นก็คือตลาดใกล้มหาวิทลัยนั้นเอง เมนูโปรดของผมจะเป็ไข่กระทะตอนเช้าครับ ซึ่งมันเป้นอย่างนั้นมาตลอด 3 ปีที่เข้าเรียนที่นี้เลย แต่วันนี้มันมีเื่ที่ต่างออกไปจากครั้งก่อนๆ
"เฮียครับ ผมเอาไข่กระทะพิเศษครับ ขอน้ำส้มแก้วนึงครับ" ผมสั่งเมนูประจำด้วยเสียงแจ๋ว
"นั่งเลยไอ้หนู เดี๋ยวเฮียให้เด็กไปเสริฟให้" เสียงเฮียเ้าของร้านขานรับออเดอร์ด้วยความแข็งขัน
ผมต้องเดินแทรกแถวลูกค้าที่แน่นขนัดที่มารอสั่งอาหารเข้ามานั่งรอในร้านไข่กระทะ แต่เ้ากรรมดันเกิดปวดฉี่ขึ้นมาซะงั้น เลยต้องลุกไปทำธุระที่ห้องน้ำหลังร้านซะหน่อย
"ดีจังเลย กลับมาโต๊ะก็ได้กินไข่กระทะร้อนๆ ร้อน วันนี้เฮียทำเร็วเป็พิเศษเลย" ผมพึมพรำกับตัวเองเมื่อกลับมานั่งแล้วพบว่าอาหารที่สั่งไปได้เร็วกว่าปกติ
ไม่นานพี่พนักงานก็เอาโอเลี้ยงมาเสริฟที่โต๊ะผม
"พี่ครับ น่าจะเสริฟผิดโต๊ะนะครับ ผมสั่งเป็น้ำส้มครับ" ผมแจ้งพี่พนักงานเสริฟ เมื่อเห็นว่าเขาเอาโอเลี้ยงมาเสริฟให้ที่โต๊ะ
"ไม่ผิดนะ ก็บิลลงโต๊ะ 12 นะครับน้อง" พี่พนักพูดและยื่นบิลที่มีการเขียนเลขที่โต๊ะ พร้อมออเดอร์ไว้
ผมรีบมองดูเลขโต๊ะทันที
"จริงด้วย !!! นี่มันโต๊ะ 12 " ผมถึงบางอ้อเลยครับ ว่าตัวเองนั่งผิดโต๊ะ เพราะโต๊ะผมคือเบอร์ 11
"น้องนั่งผิดโต๊ะหรือป่าวครับ" เสียงนุ่มทุ้มดังมาจากข้างหลังผม น่าจะเป็เสียงผู้ชายวัย 30 ต้นๆ
ผมได้แต่คิดในใจว่า ตายแล้วน่าอายซะมัดเลย นั่งผิดโต๊ะและยังตักไข่กระทะโช้ยไปเต็มคำ
"อ้อ จริงด้วยครับ ผมนั่งผิดโต๊ะ ฮ่าๆ น่าอายจริงๆ เลยนะครับ ขอโทษด้วยนะครับ" ผมพูดแก้สถานการณ์ ก่อนที่ทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบซะก่อน
"คราวหน้าน้องก็ดูเลขโต๊ะก่อนนะครับ พี่ต้องมารอออเดอร์ใหม่อีก" เสียงพี่ผู้ชายเ้าของโต๊ะบ่นไป 1 รอบ
ตายล่ะ นั่งผิดโต๊ะว่าน่าอายละ โดนบ่นไปอีก 1 โถ่ววว เช้าที่สดใสของหมูแจ๋ว เฮ้ออออ T T
แต่ด้วยความสำนึกดี ผมจึงหันไปยกมือไหว้ขอโทษเ้าของโต๊ะ แต่ แต่ ณ วินาทีที่หันกลับไป เหมือนผมหลุดเข้าไปในพวังแห่งห้วงเวลาที่ข้างหน้ามีแค่ผมกับพี่เ้าของโต๊ะวัย 20 ปลายๆ ริมฝีปากชมพูระเรื่อ ผิวขาวใสเหมือนเปิดไฟนีออนไปทั้งตัว คิ้วอุยๆ ที่กำลังขมวด ในตาสีน้ำตาเข้มคู่นั้น
"ไข่กระทะโต๊ะ 11 ได้แล้วครับ" เสียงพี่พนักงานที่เดินมาเสริฟอาหาร
"งั้นพี่เสริฟโต๊ะ 12 เลยครับ พอดีผมนั่งสลับโต๊ะ" ผมรีบบอกพี่พนักงานเสริฟให้วางอาหารที่โต๊ะ 12
ส่วนตัวผมรีบเดินออกมาจ่ายตังหน้าร้านก่อนที่จะรู้สึกเขินไปมากกว่านั้น
"น้อง !" เสียงพี่เ้าของโต๊ะร้องะโเรียกตามหลัง
แต่นาทีนั้นผมทั้งเขินทั้งอาย ทำตัวไม่ถูกแล้วจึงไม่ได้หันกลับไปมองและรีบเดินออกมาจ่ายตัง พร้อมบิดมอไซต์ไปตึกเรียนทันที
"เฮ้อออ ถึงตึกคณะซะที" ผมโล่งอก ที่ออกมาจากร้านไข่กระทะได้หลังจากที่รู้สึกอายและเขินแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน แต่เ้ากรรมผมพึ่งรู้สึกได้ว่ากระเป๋าเป้หายไป ใช่ครับ ผมลืมไว้ร้านไข่กระทะ ...