“เ้าตื่นกลางดึกทำไมงั้นหรือ” เหรินซวงรีบพูดเมื่อพบเหมยซู
“ทรงไปไหนมาเพคะ” เหมยซูไม่ได้ตอบเพราะสงสัยพฤติกรรมของเ้านาย
เหรินซวงนึกเหตุผลอะไรไม่ออก นางก็เลยใช้เหตุผลของพระสนมเหล่ยผิง “เราหิว เราก็เลยไปหาอะไรกินที่โรงครัว”
“ดึกป่านนี้แล้ว โรงครัวน่าจะปิดไปแล้วนี่เพคะ” เหมยซูไม่เชื่อ
“เราไปขอแบ่งอาหารจากแม่ครัวมาทาน” เหรินซวงกล่าวยิ้มๆ เพราะนี่คือการลอกคำพูดมาจากพระสนม
“ทรงรีบบรรทมเถิดเพคะ วันพรุ่งนี้พวกเรามีประชุมกันั้แ่เช้า” เหมยซูกล่าว
“งั้น รีบไปนอนเถอะ” เหรินซวงแสร้งทำท่าหาวนอน
********************************************
เช้าวันรุ่งขึ้น เหมยซูตื่นทำธุระส่วนตัวและรีบไปทำแผลให้กับชายสวมหน้ากากั้แ่เช้า หลังจากนั้นค่อยกลับมาดูแลพระชายา
“มันเกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ” เหรินซวงมองเห็นเหมยซูดูกังวล
“มีคนร้ายลอบสังหารองค์รัชทายาทเพคะ แต่ดีที่ชายสวมหน้ากากเข้าขัดขวางไว้ได้ทัน เขาจึงรับดาบแทนพระองค์ และปะมือกับคนร้าย องค์รัชทายาททรงกำลังจะเข้าไปสู้กับคนร้ายด้วย แต่คนร้ายใช้ะเิควันหนีไปเสียก่อน” เหมยซูเล่า
“แล้วชายสวมหน้ากากาเ็รุนแรงแค่ไหนล่ะ” เหรินซวงสงสัย
“าเ็ที่แขนซ้ายเท่านั้นเพคะ” เหมยซูกล่าว
“พวกเรารีบไปที่ห้องประชุมกันเถอะ เรามีเื่จะแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ” เหรินซวงจะต้องรีบไปบอกทุกคนถึงเื่พระสนมเหล่ยผิง
“เพคะ” เหมยซูรีบเดินตามเ้านายไปที่ห้องประชุมทันที
********************************************
ณ ห้องประชุมลับ
“ขบวนการล้างสมองมันเหิมเกริมมากที่กล้าบุกเข้ามาในห้องพักของเรา” องค์รัชทายาทตรัสด้วยกริ้ว
“หม่อมฉันทราบตัวผู้บงการแล้วเพคะ” เหรินซวงรีบพูด
“ใครอย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงรอฟัง
“พระสนมเหล่ยผิงและองครักษ์กู่เหวินเพคะ” เหรินซวงยอมบอก
“ไม่จริง! เป็ไปไม่ได้” องค์รัชทายาททรงไม่เชื่ออย่างแรง
“หม่อมฉันทราบดีเพคะ ว่าพระองค์ทรงรักพระสนมมากแค่ไหน แต่ความจริงก็คือความจริงนะเพคะ” เหรินซวงยืนยันเพราะนางเห็นกับตาของตัวเอง
“แล้วพระองค์ทรงทราบได้อย่างไรพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากสงสัย
“เอ่อ คือ นางกำนัลหว่านเอ๋อบอกเราเอง” เหรินซวงยังไม่กล้าบอกเื่ที่นางไปเห็นพวกเขาติดต่อกันมากับตาของตัวเอง
“ใช่นางกำนัลที่อยู่ข้างกายฮองเฮาหรือไม่พะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากสงสัย
“ใช่แล้ว! นางนั่นแหละ” เหรินซวงกล่าว
“นางก็คือคนร้ายที่ลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาทก่อนฟ้าสางพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากยอมบอก
“เราไม่เชื่อ” เหรินซวงรีบแย้งทันที
“กระหม่อมเปิดผ้าคลุมหน้าของนางออก เป็นางกำนัลหว่านเอ๋อจริงๆ พะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากยืนยัน
“เ้าถูกนางหลอกแล้ว” องค์รัชทายาทตรัส
“แต่ถึงอย่างไร พระสนมเหล่ยผิงก็เป็ผู้บงการทั้งหมดจริงๆ นะเพคะ ทั้งนี้พระนางทรงทำเพื่อแก้แค้นให้ท่านพ่อของพระนาง” เหรินซวงยังคงยืนกราน
“เป็เพราะเ้าไปตำหนักฮองเฮาบ่อยๆ และรู้สึกผูกพันกับนางกำนัลคนสนิทของฮองเฮา เ้าก็เลยเชื่อใจนางสินะ เอาเป็ว่าเราสั่งห้ามเ้าไปอบรมที่นั่นอีก เราจะหาข้ออ้างทูลเสด็จแม่เอง” องค์รัชทายาทตรัส
“เดี๋ยวสิเพคะ” เหรินซวงยังอยากไปพบสหายเก่าอยู่
“ทูลองค์รัชทายาท พระสนมเหล่ยผิงขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ” กงกงรายงาน
“พระนางอยู่ที่ไหน” องค์รัชทายาททรงอยากพบคนรักเก่า
“พระนางทรงรออยู่ที่อุทยานพะย่ะค่ะ” กงกงกล่าว
“เราจะไปเดี๋ยวนี้ งั้นเลิกประชุมแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน” องค์รัชทายาททรงรีบปิดการประชุมทันที
“พะย่ะค่ะ/เพคะ”
********************************************
ณ ห้องรับรองแขก
พระสนมเหล่ยผิงทรงบอบช้ำไปทั้งตัว ตอนนี้พระนางทรงพยายามเสด็จเข้าไปหาองค์รัชทายาท แต่ยังไปไม่ถึงพระองค์ก็ทรงเป็ลมไปเสียก่อน
“องค์รัชทายาทเพคะ” พระสนมเหล่ยผิงทรงเป็ลม ยังดีที่องค์รัชทายาททรงรับไว้ได้ทัน
“เ้าเป็อะไรไปน่ะเหล่ยผิง เหล่ยผิง ใครทำอะไรเ้า ทำไมเ้าถึงมีสภาพเช่นนี้ เหมยซู เหมยซู รีบมาตรวจอาการพระสนมเหล่ยผิงเร็วเข้า” องค์รัชทายาททรงตรัสเรียกท่านหมอ
“เพคะ” เหมยซูรีบวิ่งมาตรวจพระอาการของพระสนมเหล่ยผิงทันที
เหมยซูจับชีพจร และกล่าวว่า “พระนางทรงแค่หมดสติไปเท่านั้นเพคะ รีบพาพระนางไปที่ห้องรักษาพยาบาลก่อนเถิด”
เหรินซวงมองดูพระสวามีอุ้มคนรักเก่าไปที่ห้องรักษาพยาบาลอย่างร้อนรน นางรู้สึกปวดใจมิใช่น้อยแต่ก็ต้องสกัดกลั้นเอาไว้ ในใจคิดว่า “ท่องไว้สิเหรินซวง เ้าไม่ได้เป็อะไรกับพระองค์เสียหน่อย”
ณ ห้องรักษาพยาบาล
“ฮือฮือ องค์รัชทายาทเพคะ ได้โปรดช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ” พระสนมเหล่ยผิงตรัสทั้งน้ำตา
“มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงอยากทราบต้นสายปลายเหตุ
“หม่อมฉันถูกองค์ชายรองทำร้ายร่างกายเพคะ หม่อมฉันทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ได้โปรดช่วยพาหม่อมฉันหนีออกไปจากวังแห่งนี้จะได้หรือไม่” พระสนมเหล่ยผิงตรัสด้วยน้ำเสียงสะอื้น
“ใจเย็นๆก่อนนะ อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามหนีไปเลย สายขององค์ชายรองนั้นมีทั่วทั้งแคว้น เ้าคงหนีไม่รอดหรอก” องค์รัชทายาททรงเตือน
“แล้วหม่อมฉันควรจะทำอย่างไรดีเพคะ” พระสนมเหล่ยผิงทรงปาดน้ำตา
“เ้าพักอยู่ที่นี่ก่อน เราจะปกป้องเ้าเอง” องค์รัชทายาทตรัส
“ไม่ได้นะเพคะ มันอันตรายเกินไป” เหรินซวงรีบคัดค้านหัวชนฝา เพราะนางกลัวพระสวามีจะเกิดอันตราย
“เอ่อ เราขอคุยกับชายาของเราก่อนนะ ตอนนี้ก็ให้เหมยซูทายาให้เ้าก่อนก็แล้วกัน” องค์รัชทายาทตรัส
“เพคะ” พระสนมเหล่ยผิงตรัสรับคำ
องค์รัชทายาททรงจูงพระหัตถ์ของพระชายาไปที่ห้องบรรทมของพระองค์
ณ ห้องบรรทม
“เ้าไม่ควรกล่าววาจาต่อหน้าพระสนมเหล่ยผิงแบบนั้นนะ” องค์รัชทายาททรงเตือน
“ยังไงหม่อมฉันก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้พระนางพักอาศัยอยู่ที่ตำหนักนี้เพคะ” เหรินซวงรีบแย้ง
“เ้าหึงเราอย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงสงสัย
“เปล่านะเพคะ เป็เพราะพระนางเป็ผู้บงการขบวนการล้างสมองต่างหาก และวัตถุประสงค์ของพระนางก็คือกำจัดฝ่าาและพระองค์ ดังนั้นพระองค์ทรงไม่ควรให้พระนางอยู่ใกล้แบบนี้นะเพคะ” เหรินซวงรีบบอกเหตุผล
“เ้าจะไปเชื่อนางกำนัลซึ่งแท้ที่จริงแล้วนางคือนักฆ่าหญิงได้อย่างไร” องค์รัชทายาททรงไม่เชื่อ
“ทรงเชื่อหม่อมฉันสักครั้งเถอะนะเพคะ” เหรินซวงกล่าว
“เราตัดสินใจแล้ว เราจะต้องปกป้องเหล่ยผิงจากน้องชายที่มีจิตใจต่ำทรามชอบทำร้ายผู้หญิงให้จงได้” องค์รัชทายาทตรัสคำมั่น
“หม่อมฉันจะถือว่าหม่อมฉันเตือนพระองค์แล้ว สุดแต่พระทัยเถอะเพคะ” เหรินซวงคร้านที่จะห้าม
“ทูลองค์รัชทายาท พระสนมเหล่ยผิงกำลังเสด็จออกจากตำหนักของพระองค์พะย่ะค่ะ” กงกงเข้ามารายงาน
“เราจะรีบไปรั้งพระนางเดี๋ยวนี้” องค์รัชทายาททรงตกพระทัย
********************************************
ณ อุทยานในตำหนักองค์รัชทายาท
“เราไม่ให้เ้าไปไหนทั้งนั้น” องค์รัชทายาทเสด็จไปดักหน้าพระพักตร์ของพระสนมเหล่ยผิง
“หม่อมฉันไม่อยากให้พระองค์ทรงผิดพระทัยกับพระชายานี่เพคะ” พระสนมเหล่ยผิงทรงไม่อยากเป็มือที่สาม
“ชายาของเราเข้าใจเ้าแล้ว เ้าอยู่ที่นี่ต่อเถอะนะ” องค์รัชทายาทตรัส ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ปรึกษาพระชายา
“งั้น ขอหม่อมฉันคุยกับพระชายาตามลำพังจะได้มั้ยเพคะ” พระสนมเหล่ยผิงตรัส
“ตามมาสิ ไปคุยกันที่ห้องรักษาพยาบาล” เหรินซวงเดินนำทาง
“ขอบพระทัยเพคะ พระชายา” พระสนมเหล่ยผิงทรงแอบยิ้มมุมพระโอษฐ์
เหรินซวงรู้สึกหวาดหวั่น แต่นางก็ทำใจดีสู้เสือ นางนำทางพระสนมเหล่ยผิงจนถึงห้องรักษาพยาบาล
“อยากคุยอะไรก็ว่ามาสิ” เหรินซวงกล่าวห้วนๆ
“ทรงทราบใช่มั้ยเพคะว่าหม่อมฉันคือคนรักเก่าขององค์รัชทายาท” พระสนมเหล่ยผิงตรัสอย่างเป็ต่อ
“เรารู้แล้ว” เหรินซวงกล่าวสั้นๆ
“แล้วทรงทราบมั้ยเพคะว่า องค์รัชทายาททรงยังคงมีพระทัยให้หม่อมฉันอยู่” พระสนมเหล่ยผิงตรัสอวด
“นั่นเราก็รู้แล้ว” เหรินซวงไม่ได้แปลกใจอะไร
“หม่อมฉันจะทวงพระองค์คืนเพคะ” พระสนมเหล่ยผิงตรัสเสียงแข็ง
“คงยากหน่อยนะเหล่ยผิง เ้าเป็หญิงที่มีสามีแล้ว องค์รัชทายาททรงไม่ยอมทิ้งชื่อเสียงเพื่อผู้หญิงอย่างเ้าหรอก” เหรินซวงไม่ยอมแพ้
“งั้น มาลองดูกันมั้ยเพคะ” พระสนมเหล่ยผิงตรัสและทรงยักคิ้วท้าทาย
“จะพิสูจน์ยังไงล่ะ” เหรินซวงรอฟัง
เพี๊ยะ! “พระชายาเพคะ ทรงตบหน้าหม่อมฉันทำไมเพคะ หม่อมฉันไปทำอะไรให้” พระสนมเหล่ยผิงทรงตบหน้าของตัวเองและทรงแสร้งตรัสใส่ร้ายพระชายา
“นี่เ้า!” เหรินซวงนึกไม่ถึง
“นี่มันอะไรกันน่ะ” องค์รัชทายาทเสด็จเข้ามาในห้องรักษาพยาบาลเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย
“พระชายา เอ่อ ทรงตบหน้าหม่อมฉัน เพราะทรงเข้าพระทัยผิดคิดว่าหม่อมฉันจะแย่งพระองค์กลับคืนเพคะ” พระสนมเหล่ยผิงตรัส
“ออกไปซะ ต่อไปเ้าห้ามเข้าใกล้พระสนมเหล่ยผิงอีก” องค์รัชทายาททรงไล่พระชายาอย่างไม่ไว้หน้า
“เพคะ” เหรินซวงมีน้ำตาคลอโดยไม่รู้ตัว แต่ด้วยความโมโห พระนางทรงรีบวิ่งไปที่ห้องบรรทมของพระนางทันที
เหมยซูกำลังจะตามไปดู แต่องค์รัชทายาททรงเรียกไว้ได้ทัน
“เหมยซู! เ้าจงตรวจอาการพระสนมโดยละเอียด เราจะคุยกับชายาของเราเอง” องค์รัชทายาทตรัส
“เพคะ” เหมยซูจำต้องตรวจพระอาการของพระสนมเหล่ยผิงทันที แม้จะเป็ห่วงพระชายาก็ตาม
องค์รัชทายาทเสด็จไปที่ห้องพักของเหรินซวงทันที
********************************************
ณ ห้องพักของเหรินซวง
“เ้าทำแบบนี้ทำไมน่ะ ทำไมอันธพาลแบบนี้” องค์รัชทายาททรงไม่เข้าพระทัย
“หม่อมฉันไม่ได้ทำร้ายนางเพคะ นางตบหน้าตัวเองต่างหาก” เหรินซวงกล่าวตามจริง
“นางจะทำแบบนั้นทำไมกัน” องค์รัชทายาททรงไม่เชื่อ
“แล้วหม่อมฉันจะตบหน้านางทำไมล่ะเพคะ” เหรินซวงกล่าว
“เพราะความหึงหวงไงล่ะ” องค์รัชทายาททรงคาดเดา
เหรินซวงยิ้มเยาะ และกล่าวว่า “ทรงหลงตัวเองเกินไปหรือเปล่าเพคะ ทรงอย่าลืมสิว่าหม่อมฉันมีใจให้กับเหลียงกังคนเดียวเท่านั้น”
“อย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงกริ้วโกรธจนเืขึ้นหน้าโดยไม่รู้พระองค์
“เสร็จงานนี้ หม่อมฉันจะรีบไปหาเหลียงกังทันทีเพคะ” เหรินซวงยังไม่ยอมหยุดพูด
อาจเพราะบันดาลโทสะ ทำให้องค์รัชทายาททรงอุ้มหญิงสาวตรงหน้าและโยนไปที่เตียง จากนั้นก็ขึ้นคร่อมหญิงสาว
“ทรงจะทำอะไรเพคะ ปล่อยหม่อมฉันเดี๋ยวนี้นะ อื้อ….” เหรินซวงดิ้นรนขัดขืนด้วยความใ
ชายสูงศักดิ์ได้จูบปากหญิงอย่างแรงด้วยความโกรธ
เหรินซวงใสุดขีด นางพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดฤทธิ์ นางไม่สนว่าชายตรงหน้าจะสูงส่งแค่ไหน ตอนนี้สิ่งที่นางทำได้ก็คือทั้งตีและข่วนฝ่ายชายไม่ยั้ง
องค์รัชทายาททรงละจากปาก แล้วเปลี่ยนเป็ไซร้ซอกคอ
อยู่ดีๆ เหรินซวงก็หยุดนิ่งและมีน้ำตาไหลพราก นั่นจึงทำให้พระองค์ทรงยอมหยุดการกระทำอันป่าเถื่อนแบบนั้น
“เราขอโทษ” องค์รัชทายาททรงเช็ดน้ำตาให้หญิงสาว
“ทรงอย่าลืมสิเพคะว่าหม่อมฉันไม่ใช่ชายาของพระองค์” เหรินซวงรีบเตือน
“เราจะทำให้เ้าหันมามองที่เราคนเดียวให้ได้ คอยดู” จากนั้นองค์รัชทายาทก็ทรงจัดฉลองพระองค์ให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเสด็จออกจากห้องบรรทมของพระชายาไป
จากเหตุการณ์นั้น ทำให้เหรินซวงคิดอะไรบางอย่างออก นางรีบเขียนจดหมายหาใครสักคน และเป่านกหวีดเรียกนกพิราบ จากนั้นนางก็ส่งพิราบหาคนๆ นั้นทันที
********************************************
ณ ห้องบรรทมของพระชายา
“นี่มันก็ได้เวลาเสด็จไปเสวยพระกระยาหารแล้วนะเพคะ” เหมยซูเตือน
“เราไม่หิว” เหรินซวงกล่าว
“ทรงจะอดอาหารประท้วงหรือเพคะ” เหมยซูกล่าว
“เราอยากนอน” เหรินซวงเอาแต่นอนบนเตียงลูกเดียว
“งั้นหม่อมฉันนำยาไปถวายพระสนมเหล่ยผิงก่อนนะเพคะ” เหมยซูยังมีภารกิจที่ต้องไปทำ
“ตามสบาย” เหรินซวงกล่าวห้วนๆ นางแสร้งทำเป็นอนบนเตียงอยู่อย่างนั้นทั้งๆ ที่นางก็หิวจนตาลายแล้ว แต่เพราะนางไม่อยากเห็นพระพักตร์ขององค์รัชทายาท นางจึงเลือกที่จะทนหิวอยู่อย่างนั้น
เหรินซวงได้ยินเสียงประตูเปิด แต่นางก็เลือกที่จะนอนตะแคงหันหลังให้อยู่อย่างนั้น
“พระชายาเพคะ พระกระยาหารพร้อมแล้วเพคะ” เหมยซูพร้อมกับนางกำนัลช่วยกันตั้งพระกระยาหารไว้บนโต๊ะภายในห้องของพระชายา
เหรินซวงรีบลุกขึ้นจากเตียงและกล่าวว่า “ก็เราบอกว่าไม่หิว เอากลับไปซะ”
“หรือว่าจะให้เราป้อน” องค์รัชทายาทเสด็จเข้ามาในห้องของพระชายาพอดี
เหรินซวงรีบพูดด้วยความใที่มองเห็นคนที่ไม่อยากเจอหน้ามากที่สุด “พระองค์ทรงเข้ามาทำไมเพคะ”
“ที่ไม่ทานอาหาร เ้า้าเรียกร้องความสนใจอย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาทตรัส
“เอาตรงๆ นะเพคะ หม่อมฉันไม่อยากเห็นพระพักตร์ของพระองค์” เหรินซวงกล่าวอย่างไม่ไว้พระพักตร์
“งั้น เราจะย้ายมานอนที่ห้องนี้ เ้าจะได้เห็นหน้าเราทุกวัน” องค์รัชทายาททรง้าแกล้ง
“อะไรนะเพคะ” เหรินซวงใ
“เ้าทานอาหารซะ ไม่งั้นเราจะย้ายมาอยู่ด้วย” องค์รัชทายาทตรัสขู่
“ทรงทำแบบนั้นไม่ได้นะเพคะ” เหรินซวงรีบห้าม
องค์รัชทายาททรงถอนหายใจ จากนั้นก็ตรัสดีๆ ว่า “เราขอโทษเื่เมื่อกลางวัน เราโมโหมากไปหน่อย ต่อไปเราจะไม่ล่วงเกินเ้าอีก ตกลงมั้ย”
“โปรดรักษาสัจจะด้วยเพคะ” เหรินซวงมีทีท่าอ่อนลงเมื่อได้ยินคำขอโทษจากชายสูงศักดิ์
“ทานอาหารเถอะ” องค์รัชทายาทตรัส
“เอ่อ ทำไมมีสองที่ล่ะเพคะ” เหรินซวงไม่เข้าใจ
“เราจะมาทานกับเ้าด้วย” องค์รัชทายาททรงประทับนั่งประจำตำแหน่งแล้ว
“ห้องหม่อมฉันไม่ใช่ห้องอาหารนะเพคะ” เหรินซวงไม่ยอม
“ยังไงพวกเราก็ถือว่าเป็สามีภรรยากัน แม้เป็การแสดง ก็ควรแสดงให้เนียนสิจริงมั้ย” องค์รัชทายาททรงเตือน
ดังนั้นเหรินซวงจึงได้รับประทานอาหารร่วมกับองค์รัชทายาทในห้องนอนของนางอย่างช่วยไม่ได้
********************************************
ตอนนี้องค์รัชทายาทและพระชายาทรงคืนดีกันแล้ว ดังนั้นชายสูงศักดิ์จึงพาคนรักปลอมๆ ไปดูดาวที่สวนอุทยานด้วยกัน
เหรินซวงหาวนอน และกล่าวว่า “ทรงกลับไปนอนเถอะนะเพคะ หม่อมฉันง่วงแล้ว”
“ยังเร็วไป ป่านนี้นางกำนัลยังจัดห้องไม่เสร็จ” องค์รัชทายาทตรัสอ้าง
“จัดห้องทำไมหรือเพคะ” เหรินซวงสงสัย
“เราได้สั่งย้ายข้าวของของเ้ามาไว้ที่ห้องนอนของเราแล้ว” องค์รัชทายาทตรัสยิ้มๆ
“ไม่ได้นะเพคะ ไหนว่าพระองค์ทรงสัญญาว่า…” เหรินซวงพูดไม่จบเพราะพระสวามีตรัสแทรก
“เราไม่ล่วงเกินเ้าหรอก แต่ต่อหน้าพระสนมเหล่ยผิง เ้าควรนอนห้องเดียวกับเรา” องค์รัชทายาททรงอยากแสดงให้มันสมจริง
“แต่ว่า…” เหรินซวงลังเลเพราะกลัวถูกองค์รัชทายาทรังแกอีก
“ก็แค่แสดงตบตาเท่านั้น อดทนหน่อยก็แล้วกัน” องค์รัชทายาทตรัส
ณ ห้องบรรทมขององค์รัชทายาท
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
“ใครน่ะ” องค์รัชทายาทตรัสถาม
“หม่อมฉันเองเพคะ สนมเหล่ยผิง”
องค์รัชทายาททรงเป็ผู้เปิดประตูก็พบว่าพระสนมกำลังยกซุปบำรุงมาให้เสวย
“หม่อมฉันอยากตอบแทนพระองค์ หม่อมฉันก็เลยปรุงน้ำซุปมาถวายเพคะ” พระสนมเหล่ยผิงตรัส
เหรินซวงกลัวว่าพระสนมเหล่ยผิงจะวางยา นางจึงรีบเดินเข้าไปเกาะพระพาหาขององค์รัชทายาทและกล่าวว่า “ขอบคุณท่านมาก แต่พระองค์ทรงจะต้องเสวยยาสมุนไพรเพื่อทำให้เืลมเดินสะดวก ตอนนี้เหมยซูกำลังนำยามาให้พระองค์แล้ว ต้องขออภัยจริงๆ”
“ยาอะไรกัน” องค์รัชทายาททรงไม่รู้เื่
“แหม! พระองค์ก็ทรงอย่าให้หม่อมฉันอธิบายสิเพคะ หม่อมฉันอายนะ ทรงอยากมีทายาทให้ทันองค์ชายรองไม่ใช่หรือ” เหรินซวงแกล้งทำท่าเหนียมอาย
“เอ่อ ต้องขออภัยจริงๆ ขอบคุณสำหรับซุปบำรุงนะ” องค์รัชทายาททรงจำต้องแสดงตามน้ำ
“ไม่เป็ไรเพคะ หม่อมฉันเข้าใจ” พระสนมเหล่ยผิงทรงเจ็บพระทัยแต่ทรงไม่แสดงอาการออกมา
“มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าให้องค์รัชทายาทเสด็จไปคุยด้วยดีมั้ย” จากนั้นเหรินซวงก็แกล้งหอมแก้มฝ่ายชายต่อหน้าพระสนมเหล่ยผิง และกล่าวว่า “รีบไปรีบมานะเพคะ หม่อมฉันรออยู่นะ”
“ไม่เป็ไรเพคะ ไว้คุยกันพรุ่งนี้ดีกว่า หม่อมฉันทูลลานะเพคะ” นั่นจึงสร้างความไม่พอพระทัยต่อพระสนมเหล่ยผิงยิ่งนัก พระนางทรงดำริว่า “เมื่อหม่อมฉันไม่ได้พระองค์ ใครก็อย่าหวัง” ดังนั้นพระนางจึงทรงดำริแผนการกำจัดองค์รัชทายาทขึ้นมาทันที
พอองค์รัชทายาททรงปิดประตู เหรินซวงก็รีบเดินไปหยิบผ้าปูที่ซ่อนออกมาใหม่ และปูนอนบนพื้นแบบไม่สนใจใคร
“ไหนล่ะยาสมุนไพรเพิ่มสมรรถภาพทางเพศน่ะ” องค์รัชทายาทตรัสยิ้มๆ
“มีซะที่ไหนล่ะเพคะ” เหรินซวงหน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด
“เ้าแกล้งโกหกพระสนมงั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงแอบขำ
“ก็พระองค์ทรงอยากให้สมจริง หม่อมฉันก็เล่นละครให้แล้วนี่เพคะ” เหรินซวงรีบกล่าวอ้าง
“จะว่าไป เราก็อยากมีทายาทให้ทันองค์ชายรองเหมือนกันนะ” องค์รัชทายาททรงแสร้งตรัสเพื่อแกล้งพระชายา
“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยเพคะ ห้ามเข้าใกล้หม่อมฉันเด็ดขาด โปรดรักษาสัจจะด้วย” เหรินซวงรีบกระถดตัวหนีและรีบนำผ้าห่มมาปิดบังกายไว้
ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งแกล้ง ดังนั้นพระองค์จึงทรงอุ้มเหรินซวงให้ไปนอนบนพระแท่นบรรทมด้วยกัน
“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ” เหรินซวงโวยวาย
“จุ๊ๆ เบาๆ หน่อย เดี๋ยวสนมเหล่ยผิงก็ได้ยินหรอก” องค์รัชทายาทตรัสให้ลดเสียง
“ทรงจะทำอะไรเพคะ” เหรินซวงกล่าวราวกับเสียงกระซิบ
“นอนบนนี้ปลอดภัยที่สุดแล้ว หากเกิดฉุกเฉินขึ้นมา มีคนบุกเข้ามาในห้อง คนนั้นจะได้ไม่ต้องสงสัยไงล่ะ” องค์รัชทายาทตรัสเหตุผล
“แต่หม่อมฉันนอนไม่หลับนี่เพคะ” เหรินซวงรีบพูด
“ฝึกไว้ให้ชิน พวกเราต้องนอนด้วยกันจนกว่าจะหาสถานที่ปลอดภัยสำหรับสนมเหล่ยผิงได้แล้ว” องค์รัชทายาทตรัส
และแล้วผ่านไปครึ่งชั่วยาม องค์รัชทายาทที่ทรงกำลังอ่านตำราอยู่บนพระแท่นบรรทมก็ทรงได้ยินเสียงกรนของหญิงสาว
“ไหนว่านอนไม่หลับไง” องค์รัชทายาททรงส่ายพระพักตร์
องค์รัชทายาททรงยิ้มและวางตำราไว้บนโต๊ะ ก่อนที่จะไปนอนเคียงข้างเหรินซวง พระองค์ทรงหันตะแคงไปทางหญิงสาวพร้อมกับจับแก้มอย่างเอ็นดู พระองค์ทรงกำลังจะจูบหน้าผากของหญิงสาวราวกับภรรยาที่รักใคร่ แต่ก็ต้องชะงักไว้ จากนั้นพระองค์จึงทรงบรรทมตะแคงหันหลังให้หญิงสาว และทรงดำริว่า “นี่เป็เพียงการแสดงเท่านั้น เราไม่ได้คิดอะไรกับเ้าเสียหน่อย”
เช้าวันพรุ่งนี้ เหรินซวงตื่นขึ้นมาก็ใที่ตนพลิกตัวตะแคงกอดฝ่ายชาย ทั้งๆ ที่ฝ่ายชายก็หันหลังให้ นางรีบเอามือออกและหันหลังให้ฝ่ายชายทันที “บ้าจริง! ดีนะที่พระองค์ทรงยังไม่ตื่น”
“นอนสบายมั้ยล่ะ” องค์รัชทายาทตรัสแซว
“ทรงตื่นนานแล้วหรือเพคะ” เหรินซวงใจนต้องรีบลุกขึ้นนั่ง
“นานพอที่จะเห็นใครบางคนลวนลามเรา” องค์รัชทายาทตรัสยิ้มๆ
“หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อยเพคะ” เหรินซวงรีบแก้ตัว
“พวกเรารีบแต่งตัวเถิด ฮองเฮาทรงเรียกให้เข้าเฝ้า คงชำระความเื่ที่พระสนมเหล่ยผิงหายตัวไป” องค์รัชทายาทตรัสเพราะกงกงเข้ามารายงานก่อนหน้าแล้ว แต่หญิงสาวยังไม่ตื่น
“หากองค์ชายรองทรงขอตรวจค้นตำหนักของพระองค์ ทรงจะทำอย่างไรเพคะ” เหรินซวงกังวล
“ถึงตอนนั้นก่อนค่อยว่ากัน” องค์รัชทายาททรงยังไม่ดำริแผนการ
หลังจากที่ทั้งสองพระองค์ทรงทำธุระส่วนพระองค์เสร็จ ทั้งสองก็ทรงรีบเสด็จเข้าเฝ้าฮองเฮาเป็การด่วน
********************************************
ณ ตำหนักฮองเฮา
“เ้าได้ซ่อนตัวสนมเหล่ยผิงที่ตำหนักหรือไม่” ฮองเฮาตรัสถามตรงๆ
“ลูกจะทำเช่นนั้นทำไมกันพะย่ะค่ะ อีกอย่างลูกมีชายาอยู่แล้วทั้งคน ลูกไม่มีวันทำร้ายจิตใจนางหรอก” องค์รัชทายาททรงจับพระหัตถ์พระชายาอย่างรักใคร่
เหรินซวงทำเป็ยิ้ม แต่ในใจคิดว่า “ทรงทำร้ายหม่อมฉันหลายครั้งแล้วเพคะ ยังไม่รู้พระองค์อีก”
“ทรงยอมให้ค้นตำหนักหรือไม่พะย่ะค่ะ” องค์ชายรองทรงไม่เชื่อ
“ได้สิ อยากค้นก็ค้น” องค์รัชทายาทตรัส
“กระหม่อมจะพาทหารไปค้นเดี๋ยวนี้พะย่ะค่ะ” องค์ชายรองทรงเห็นว่าได้โอกาส
“ตามใจก็แล้วกัน” องค์รัชทายาททรงแสร้งทำเป็ไม่สนพระทัย
เหรินซวงรู้สึกกังวลหนัก แต่นางก็ต้องทำเป็ยิ้มและนั่งจับพระหัตถ์ของพระสวามีเคียงคู่กันอยู่อย่างนั้น เพื่อไม่ให้ใครสงสัยถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองพระองค์
ผ่านไปสองชั่วยาม เหรินซวงยืนนวดไหล่ให้พระสวามี สักพักองค์ชายรองก็ทรงเสด็จกลับมาที่ตำหนักของฮองเฮา
“เป็อย่างไรบ้าง เจอหรือไม่” ฮองเฮาตรัสถาม
“ไม่เจอพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองทรงรู้สึกเจ็บพระทัยที่ไม่อาจเอาผิดพระเชษฐาได้
“ในเมื่อเ้าหมดข้อสงสัยแล้ว งั้นเราขอพาชายากลับตำหนักก่อนก็แล้วกัน” องค์รัชทายาทตรัส
“กระหม่อมดีใจที่เห็นพระองค์และชายาทรงรักกันอย่างแน่นแฟ้นเช่นนี้ แต่กระหม่อมก็หวังว่าพระองค์คงทรงถนอมความรักนี้ให้อยู่ตราบนานเท่านาน ทรงอย่าได้มีหญิงอื่น โดยเฉพาะภรรยาชาวบ้านนะพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัสเตือน
“ตอนนี้เรารักชายาของเราเพียงคนเดียวเท่านั้น เราไม่ยุ่งกับหญิงอื่นหรอกน่า งั้น เราไปนะ” องค์รัชทายาทตรัส
พอพ้นตำหนักฮองเฮา เหรินซวงก็รีบถาม “ทรงซ่อนพระสนมไว้ที่ไหนหรือเพคะ”
“ชั้นใต้ดิน พวกเรารีบกลับกันเถอะ” องค์รัชทายาททรงยอมบอก
********************************************
ตกกลางคืน พระสนมเหล่ยผิงทรงดีดพิณให้องค์รัชทายาทสดับฟังที่สวนอุทยาน พอดีดจบทุกคนก็ปรบมือให้
“เ้าดีดพิณได้ไพเราะจริงๆ” องค์รัชทายาทตรัสชม
“หม่อมฉันคงสู้พระชายาไม่ได้หรอกเพคะ” พระสนมเหล่ยผิงแสร้งตรัส
“เราดีดพิณไม่เป็” เหรินซวงกล่าวห้วนๆ
เหมยซูก็เลยกระซิบว่า “ที่งานประกวด พระองค์ยังทรงไปแข่งขันดีดพิณเลยนี่เพคะ”
เหรินซวงกระซิบกลับ “ตอนนี้เราดีดไม่เป็แล้ว”
“พระองค์ทรงไปเจอพระชายาที่ไหนงั้นหรือเพคะ” พระสนมเหล่ยผิงทรงแสร้งถามไปเช่นนั้นเอง ความจริงพระนางก็ไม่อยากรู้
“ตอนที่เราไปเที่ยวหนานโจวน่ะสิ” องค์รัชทายาทตรัสเล่าสั้นๆ เพราะทรงี้เีแต่งเื่
“ที่นั่นมีแต่สาวงาม ถึงว่าพระองค์ถึงทรงมีชายาที่งดงามถึงเพียงนี้” พระสนมเหล่ยผิงตรัส
“คงสู้ท่านไม่ได้หรอก ใครๆ ต่างหมายปองท่าน โดยเฉพาะเหล่าเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย” เหรินซวงกล่าว
“พวกเ้าชมดาวไปก่อน เราขอตัวไปปอ่านตำราที่ห้องทรงงานก่อนนะ” องค์รัชทายาทตรัส
“เพคะ” หญิงสาวทั้งสองกล่าวพร้อมกัน
หลังจากที่องค์รัชทายาททรงเสด็จไปแล้ว พระสนมเหล่ยผิงก็ตรัสว่า “ดูพระองค์ทรงไม่ค่อยชอบหน้าหม่อมฉันเลยนะเพคะ”
“เราไม่ชอบคนสองหน้าอย่างเ้า ตอนนี้จะทำอะไรอีกล่ะ จะแกล้งตบหน้าตัวเองอีกมั้ย” เหรินซวงกล่าวด้วยความโมโห
“คราวนี้หม่อมฉันคงไม่ทวงคนรักคืนแล้วเพคะ แต่จะกำจัดชายคนนั้นไปซะเลย” พระสนมเหล่ยผิงตรัสด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
“หมายความว่ายังไง” เหรินซวงใ
“ทรงน่าจะเดาออกไม่ใช่หรือเพคะ” พระสนมเหล่าผิงทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์
“องค์รัชทายาททรงกำลังมีภัย” เหรินซวงพูดพึมพำและรีบวิ่งไปที่ห้องทรงงานทันที
ณ ห้องทรงงาน
เมื่อเหรินซวงวิ่งไปถึงห้องทรงงาน นางก็เห็นหว่านเอ๋อกำลังปะมือกับองค์รัชทายาทอยู่
“หยุดเดี๋ยวนี้นะหว่านเอ๋อ” เหรินซวงรีบห้ามปรามสหายเก่า
แต่หว่านเอ๋อหาได้หยุดไม่ นางยังคงต่อสู้ต่อไปแบบไม่ยั้งมือ
เหรินซวงได้ยินเสียงขลุ่ยควบคุมิญญา นางรีบมองหาเครื่องดนตรีในห้อง พอเห็นพิณ นางก็รีบดีดโดยใช้เพลงเร็วเพื่อทำให้เสียงพิณกลบเสียงขลุ่ยนั่น
นั่นจึงได้ผล หว่านเอ๋อยอมทิ้งดาบและคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์องค์รัชทายาท
“จับนางมัดเดี๋ยวนี้” องค์รัชทายาทตรัสสั่งทหารองครักษ์
“พะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์รับคำ
เหรินซวงหยุดดีดพิณ และรีบวิ่งไปหาสหายเก่า “ตั้งสติไว้นะ เดี๋ยวหมอเหมยซูจะถอนพิษให้เ้าเอง”
หว่านเอ๋อขยับปากแต่ไร้เสียง เหรินซวงจึงขยับหูไปใกล้
“ขอประทานอภัยด้วยเพคะที่ทำให้พระองค์ทรงผิดหวัง หม่อมฉันเก็บห่ออัฐไว้ในห้องพักนางกำนัล โปรดนำอัฐไปมอบให้กับครอบครัวของหม่อมฉันด้วย หม่อมฉันดีใจนะเพคะที่มีพระองค์เป็สหาย ลาก่อนเพคะ” หว่านเอ๋อกระซิบบอกหญิงสูงศักดิ์
เหรินซวงยังไม่ทันจะพูดอะไร หว่านเอ๋อก็กระอักเืและสิ้นลมไปในที่สุด
เหมยซูจับชีพจรให้หว่านเอ๋อและส่ายหน้า
“หมายความว่ายังไง เ้าเป็หมอนะ เ้าต้องรักษานางให้หายสิ” เหรินซวงโวยวาย
“นางได้รับพิษเกินขนาดเพคะ ดังนั้นนางจะอยู่ได้ไม่เกินสามชั่วยามหลังได้รับพิษไปแล้ว” เหมยซูอธิบาย
เหรินซวงเืขึ้นหน้า นางรีบวิ่งไปหาพระสนมเหล่ยผิงที่อุทยานจนทุกคนใและต้องวิ่งตามไป
องค์รัชทายาทตรัสให้ทุกคนจัดการกับศพนางกำนัลให้เรียบร้อย ก่อนที่จะวิ่งตามพระชายาไปที่อุทยาน
เหรินซวงวิ่งเข้าไปบีบพระศอของพระสนมเหล่ยผิงด้วยความโกรธแค้น
“เ้ากล้าดียังไงถึงทำร้ายสหายของเรา” เหรินซวงกล่าวทั้งน้ำตา
“หม่อมฉันเจ็บนะเพคะ ทรงจะฆ่าหม่อมฉันงั้นหรือ” พระสนมเหล่ยผิงทรงทำเป็ไม่ตอบโต้
“เ้ามันไม่ใช่คน เหล่ยผิง” เหรินซวงยังคงบีบคอของหญิงสาวที่หน้าเนื้อใจเสืออยู่อย่างนั้น
องค์รัชทายาททรงรีบผลักพระชายาออกไป และเสด็จเข้าไปดูพระอาการของพระสนมด้วยความเป็ห่วง
“เ้าเป็อะไรหรือเปล่า” องค์รัชทายาทตรัสกับคนรักเก่า
“หม่อมฉันไม่รู้จริงๆ ว่าพระชายาทรงเป็อะไรไป พระนางทรงตั้งพระทัยจะฆ่าหม่อมฉันเพคะ” พระสนมเหล่ยผิงทรงแสร้งทำเป็กลัวและกอดฝ่ายชาย
“เ้ามันสมควรตาย” เหรินซวงกล่าว
องค์รัชทายาททรงผละออกจากคนรักเก่า จากนั้นก็เสด็จไปหาพระชายาและตบพระพักตร์ของพระนางโดยแรงเพื่อเรียกสติ
“เ้าตั้งสติสิ เหล่ยผิงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตายของหว่านเอ๋อเสียหน่อย” องค์รัชทายาทตรัส
เหรินซวงมองเห็นว่าพระสวามีบังคนรักเก่าเพื่อปกป้องพระสนม นางจึงรีบวิ่งหนีกลับห้องพักเก่าของตัวเอง ทั้งๆ ที่ในห้องนั้นก็เป็เพียงห้องเปล่า เพราะข้าวของของนางถูกย้ายไปอยู่ห้ององค์รัชทายาทหมดแล้ว
เหมยซูจัดการอะไรเสร็จเรียบร้อย นางจึงเคาะประตูเรียกพระชายา
“ทรงเป็อะไรหรือเปล่าเพคะ” เหมยซูรู้สึกเป็ห่วงเ้านาย
“นั่นเหมยซูงั้นหรือ” เหรินซวงลองถาม
“ใช่แล้วเพคะ” เหมยซูกล่าว
เหรินซวงจึงเปิดประตูห้องให้เหมยซูรีบเข้ามาและใส่กลอนประตูไว้ดังเดิม
“ทรงกลับไปห้องบรรทมเถอะนะเพคะ นี่มันก็ดึกมากแล้ว” เหมยซูกล่าว
“จงฟังเราสักครั้งเถอะนะ จริงอยู่ที่ผ่านมา เราเคยทำไม่ดีต่อเ้าไว้มาก แต่ตอนนี้เราเห็นเ้าเป็เหมือนน้องสาวของเรา หลายวันก่อนเราได้ลอบออกไปที่ท้ายวังกับหว่านเอ๋อจนเห็นพระสนมเหล่ยผิงติดต่อกับองครักษ์กู่เหวิน เหล่ยผิงตั้งใจที่จะแก้แค้นให้ท่านพ่อของนางด้วยการสังหารฝ่าาและองค์รัชทายาท” เหรินซวงยอมเล่าความจริงให้นางกำนัลคนสนิทฟัง
“จะเป็ไปได้อย่างไรเพคะ ในเมื่อพระสนมเหล่ยผิงเป็คนรักเก่าขององค์รัชทายาท” เหมยซูไม่เชื่อ
“เ้าไม่เชื่อก็ไม่เป็ไร แต่อย่าวางใจ จงระมัดระวังทุกฝีก้าวก็แล้วกัน” เหรินซวงทำได้แค่เตือนเท่านั้น
“พระองค์ตรัสเหมือนจะไม่ได้อยู่ด้วยกันเลยนะเพคะ” เหมยซูสงสัย
เหรินซวงยิ้ม จากนั้นนางก็ไปนอนบนเตียงที่ไร้ผ้าปู
“ทรงจะนอนนี่งั้นหรือเพคะ” เหมยซูใ
“เราไม่มีกะจิตกะใจไปนอนห้องของคนที่ปกป้องคนร้ายหรอก” เหรินซวงกล่าว
“งั้นเดี๋ยวหม่อมฉันจะไปนำผ้าปูมาให้นะเพคะ” เหมยซูยอมตามใจเ้านาย
“ขอบใจมาก” และแล้วเหรินซวงก็กลับมานอนที่ห้องพักของตนดังเดิม
เช้าวันรุ่งขึ้น เหรินซวงรีบเข้าเฝ้าฮองเฮาั้แ่เช้า และแสร้งอบรมขนบธรรมเนียมในวังกับกงกง พอกงกงเผลอ นางก็รีบไปที่ห้องพักนางกำนัลหว่านเอ๋อ เพื่อไปนำห่ออัฐมาเก็บไว้สำหรับนำไปให้ครอบครัวของหว่านเอ๋อตามคำสั่งเสียของนาง
ตกเย็นเหรินซวงหาได้กลับตำหนักองค์รัชทายาทไม่ นางรีบลอบหนีไปที่ท้ายวังและขึ้นรถม้าตามที่ได้นัดแนะในจดหมายที่ส่งทางนกพิราบ นั่นจึงทำให้เหรินซวงสามารถหนีออกจากวังได้สำเร็จ
ระหว่างที่นั่งบนรถม้า เหรินซวงคิดในใจว่า “ระวังตัวด้วยนะเหมยซู ขอโทษที่ไม่ได้อยู่เผชิญภัยอันตรายไปพร้อมกับเ้านะ เราควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ เราอยู่ที่ตำหนักนั่นไปก็ยิ่งทำให้เสียแผนเปล่าๆ”
********************************************
ณ ตำหนักองค์รัชทายาท
“นี่มันอะไรกัน แล้วเ้าเป็ใคร” องค์รัชทายาททรงตกพระทัยที่ทรงทอดพระเนตรเห็นชายไว้หนวดนำทรัพย์สินมีค่ามาเข้าเฝ้าพระองค์ในเวลาค่ำมืด
“นี่คือทรัพย์สินที่จะมาชดใช้หนี้ให้กับแม่นางเหรินซวง ส่วนนี่คือใบหย่าพะย่ะค่ะ” ชายแปลกหน้ากล่าว
“เราไม่หย่า และเราก็ไม่รับทรัพย์สินอะไรทั้งนั้น” องค์รัชทายาททรงไม่ยอม
“ตอนนี้แม่นางเหรินซวงได้เดินทางไปไกลแล้ว นางคงไม่กลับมาอีกแล้วพะย่ะค่ะ” ชายแปลกหน้ากล่าว
“อะไรนะ! นางไปไหน บอกมาเดี๋ยวนี้” องค์รัชทายาททรงตกพระทัยและพยายามเสด็จเข้าไปใกล้ชายปริศนาเพื่อเค้นถาม
ชายปริศนารีบถอยหลังหนี “กระหม่อมมีหน้าที่แค่ส่งของเท่านั้นพะย่ะค่ะ งั้นกระหม่อมทูลลา”
“เดี๋ยวสิ” องค์รัชทายาททรงอยากรู้จริงๆ
ชายที่ไว้หนวด ลักษณะเหมือนพ่อค้ารีบใช้วรยุทธ์ะโหนีหายไปทันที
“แย่แล้วเพคะ พระชายาทรงหายตัวไปเพคะ” เหมยซูรีบวิ่งเข้าไปในห้องทรงงานและรายงานให้องค์รัชทายาททราบ
“ไม่ต้องตามแล้วล่ะ นางหนีไปแล้ว” องค์รัชทายาททรงดำริว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะตาม
“พระนางไปที่ไหนงั้นหรือเพคะ” เหมยซูอยากรู้
“เราไม่รู้” องค์รัชทายาทตรัสเสียงเศร้า
“กระหม่อมจะรีบส่งคนออกติดตามพระนางให้เองพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากอาสา
“ไม่ต้อง! ในเมื่อนางไม่อยากอยู่ก็ไม่ต้องอยู่” องค์รัชทายาททรงน้อยพระทัย
“จะดีหรือเพคะ” เหมยซูลังเล
“เลิกพูดถึงนางอีก” องค์รัชทายาททรงกริ้วมาก พระองค์จึงเสด็จไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องบรรทมของพระองค์