วันสอบ
3 พฤษภาคมดูเหมือนเป็วันที่แย่สำหรับราล์ฟเพราะดูเหมือนการฝึกหฤโหดตลอดหนึ่งเดือนเพื่อเตรียมสอบกับลุคจะส่งผลทำให้ร่างกายเขาล้ากว่าที่คิด เริ่มด้วยการตื่นสาย แถมลุคไม่ยอมตื่นจนต้องยัดร่างจิ๋วของเขาใส่กระเป๋าเสื้อ ซึ่งทำให้เขาบ่นไปตลอดทางที่ไปสอบ แต่โชคดีที่มีเพียร์ซพาบินข้ามจัตุรัสที่เต็มไปด้วยผู้คนและรถลากของผู้ปกครองที่มาส่งลูกหลานมาสอบรวมถึงนักเรียนที่มาเอง มีบ้างที่พบพาหนะบินอยู่บนฟ้าซึ่งดูก็รู้ทันทีว่ามาจากพวกชนชั้นสูง
เพียร์ซพาราล์ฟบินข้ามซุ้มประตูมาส่งที่ลานน้ำพุหน้าอาคารใหญ่ของโรงเรียนก่อนเวลาสิบนาที ซึ่งการขี่หลังเพกาซัสมายังคงทำให้เขาเป็จุดเด่น
“ฉันว่าเราคงต้องคิดใหม่เื่พาหนะ” ราล์ฟพูดขึ้นหลังจากลงจากหลังเพกาซัส
“ฉันคงไม่ยอมถ้านายคิดจะเปลี่ยนพาหนะ” เพียร์ซตอบรับ เสียงเบาเพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าพูดภาษามนุษย์ได้
“ใช่อีกอย่างชุดไปรเวทของนายเด่นกว่าเยอะ” ลุคโผล่หัวจากกระเป๋าเสื้อออกมาพูด ก่อนโดนราล์ฟยัดกลับไปที่เดิม “นายทำอะไรเนี่ย ทำไมชอบแกล้งฉันในร่างนี้ตลอด”
“เงียบน่าลุค เดี๋ยวมีคนเห็น” ราล์ฟสั่ง แล้วมองไปรอบตัวว่ามีคนเห็นหรือเปล่า และทำให้รู้ว่าที่ลุคบอกเป็เื่จริง ทุกคนที่อยู่ในลานน้ำพุใส่ชุดยูนิฟอร์มนักเรียนของโรงเรียนนักเวทที่ตัวเองจบมา ชุดที่เขาใส่จึงดูแปลกแยกสุด ๆ
“แล้วเอาฉันมาทำไมเนี่ย” ลุคยังคงโวยวาย
“เพราะถ้าเราสอบผ่านจะได้ลงทะเบียนภูตประจำตัว นายก็รู้” ราล์ฟอธิบาย แต่ยังไม่ทันที่ลุคจะตอบโต้ก็ถูกขัดจังหวะขึ้นก่อน
“เพียร์ซซซซซ” เสียงเรียกของมีร่าดังมาแต่ไกล จนราล์ฟต้องถอนหายใจเพราะตอนนี้เขาเป็จุดเด่นยิ่งกว่าเดิม
มีร่าวิ่งมาลูบหัวเพียร์ซ ขณะที่เพื่อนของเธอวิ่งตามมาด้วย ปฏิกิริยาคนรอบข้างทำให้ราล์ฟเชื่อที่ไอริสพูด ไอริสเป็คนดังไม่ผิดแน่ ดูเหมือนที่ตั้งใจไว้ว่าจะไม่เป็ที่สนใจของคนอื่นจะพังไม่เป็ท่า
“เพียร์ซ นายไปบินเที่ยวเถอะ ฉันไม่อยากเก็บนายไว้ในอัลเบี่ยน” ราล์ฟบอก จนมีร่าต้องค้อนนิด ๆ เพราะเขาให้เพียร์ซรีบไปทั้งที่เธอยังไม่ทันได้ขี่เพกาซัสอีกสักครั้ง
เพียร์ซค้อมศีรษะให้เขาและมีร่าก่อนบินจากไป มีร่าโบกมือลา ก่อนหันมาแนะนำเพื่อนให้ราล์ฟรู้จัก
“ราล์ฟ จำลูน่าเพื่อนฉันได้ไหม เจอกันตอนนายถามทางไง”
ลูน่าเป็ผู้หญิงที่มีผมสีเขียว ั์ตาสีน้ำตาลเข้ากับรอยยิ้มสดใสของเธอ ที่กำลังยิ้มทักทายราล์ฟ
“ยินดีที่รู้จัก ฉันราล์ฟ ลอว์ไลท์”
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันจ้ะ ลูน่า บลูทาเรีย”
ทั้งสองจับมือกันอย่างผู้ใช้เวท ใบไม้สีเขียวกับไอดำหมุนวนก่อนสลายไป ลูน่าดูไม่ประหลาดใจนักต่างจากคนรอบตัวที่กำลังมองพวกเขาอยู่ เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีเกี่ยวกับเื่ธาตุของราล์ฟ
“รู้อยู่แล้วสินะ”
“จ้ะ มีร่าเล่าให้ฟังนะ”
ราล์ฟพยักหน้ารับรู้ ก่อนเสียงพูดคุยจะเงียบลง จากการปรากฏตัวของนักเรียนในชุดยูนิฟอร์มสีดำกลุ่มหนึ่ง
“พวกรุ่นพี่ที่คุมสอบละ” มีร่าชี้ให้ดูทางซุ้มประตูทางเข้า ตอนนี้ประตูใหญ่ถูกปิดลงแล้ว
“ทำไมเป็รุ่นพี่ที่คุมสอบ?” ราล์ฟเอ่ยถาม เขาคิดว่าอาจารย์จะเป็คนคุมสอบ
“อาจารย์ใหญ่อยากให้โรงเรียนเป็ของนักเรียนนะจ๊ะ เลยให้สิทธิ์ขาดการบริหารแก่กรรมการนักเรียน โดยมีอาจารย์คอยดูแลและตรวจสอบ มีร่าก็อยากเป็กรรมการนักเรียนนะ”
“ลูน่าบอกหมอนี่ทำไม” มีร่าเขย่าแขนลูน่าอย่างงอน ๆ ส่วนราล์ฟยิ้มโดยไม่พูดอะไรเพื่อฟังสิ่งที่รุ่นพี่พูด
“ยินดีต้อนรับผู้เข้าสอบทุกคน พี่ชื่อเซดริก โรมอน ประธานนักเรียนคนปัจจุบัน ต่อไปคณะกรรมการจะแจกเข็มกลัดที่มีตราสัญลักษณ์โรงเรียนให้ทุกคน หากผู้เข้าสอบคนใดผ่านการทดสอบตราบนเข็มกลัดจะเปลี่ยนเป็ตราสัญลักษณ์ประจำหอที่ผู้เข้าสอบจะได้เข้าพัก ผมหวังว่าทุกคนจะได้เป็รุ่นน้องของผมนะครับ” ประธานหนุ่มผมทองประกาศด้วยรอยยิ้ม เรียกเสียงปรบมือจากสาว ๆ ได้อย่างดี กลุ่มรุ่นพี่ปรากฏตัวในกลุ่มนักเรียนที่มาเข้าสอบและเริ่มแจกจ่ายเข็มกลัด
เข็มกลัดถูกส่งต่อกันมา เริ่มติดเข็มกลัดสีขาวรูปสัญลักษณ์ยูนิคอร์นที่หน้าอก หลังจากทุกคนติดแล้ว เข็มกลัดก็ส่องแสงสีขาวออกมา
วูบ
เหมือนร่างกายทุกคนถูกกระชากอย่างแรก เสียวหนึ่งราล์ฟเกือบกางเวทป้องกันแต่มีร่ายกมือห้ามก่อนหายไป
เสี้ยววินาทีต่อมาเท้าเขาััพื้นอีกครั้ง ภูมิทัศน์รอบตัวเปลี่ยนไป ตอนนี้เขาแน่ใจว่าน่าจะอยู่ที่สนามหญ้าหลังโรงเรียน ที่มีรั้วต้นไม้สูงท่วมหัวขึ้นล้อมทั่วสนาม ด้านหน้าพวกเขาคือปากทางเข้าห้าทางซึ่งทอดสู่เขาวงกตขนาดใหญ่
“พวกเราจะอยู่รอบนอกเขาวงกตคอยดูแล” เซดริกบอกทันทีที่ทุกคนมาถึง “ถ้าหากมีใครตกอยู่ในอันตรายหรือาเ็หนัก จะถูกเข็มกลัดเคลื่อนย้ายไปที่อาคารพยาบาลทันที แล้วขอให้ทุกคนค่อย ๆ แบ่งกันเข้าไปในเขาวงกตจากทางเข้าทั้งห้า มีเวลาคนละหนึ่งชั่วโมงเพื่อออกจากเขาวงกต หลังจากทุกคนเข้าไปแล้วทางเข้าจะถูกปิด ใช้ทุกอย่างที่คุณมีจะผ่านไปคนเดียวหรือช่วยกันก็ได้ แต่ห้ามใช้เวทเพื่อมองจากที่สูงหรือเวทเคลื่อนย้ายออกมาเด็ดขาด พี่ขอให้น้อง ๆ ทุกคนโชคดี”
คนที่อยู่ด้านหน้าเริ่มผ่านเข้าไปในเขาวงกตหลังรุ่นพี่พูดจบ
“คนน้อยกว่าตอนแรกหรือเปล่า” ราล์ฟถามขึ้นเมื่อเห็นจำนวนคนน้อยกว่าตอนแรก
“เข็มกลัดวัดคุณสมบัติพลังเวท ถ้าไม่ผ่านจะยังอยู่ที่ลานน้ำพุ ถ้าฉันไม่ยกมือห้าม ตอนนี้นายคงสอบตกไปแล้ว” มีร่าตอบพร้อมดึงมือราล์ฟและลูน่าไปต่อแถวที่ทางเข้าสอง ที่ตอนนี้เหลือคนอยู่พันกว่าคนจากเกือบสามพันในตอนแรก
พวกเขารอไม่ถึงสิบนาทีก็ได้เข้าไป ทางเดินกว้างแค่เมตรครึ่งเท่านั้น มีร่าเดินนำไปทางซ้ายก่อนเลี้ยวขวา เธอเร่งฝีเท้าผ่านกลุ่มด้านหน้าที่กำลังปรึกษาแผนการออกจากเขาวงกต แล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ราล์ฟรู้สึกไม่สบายใจที่หนทางราบเรียบเกินไป มันทำให้รู้สึกใจคอไม่ดี
ตูม!
บอลไฟกระทบพื้นด้านหน้ามีร่า ตามมาด้วยอีกหลายลูกซึ่งกระทบกับบาเรียน้ำของเธอ ลูน่าเสกเถาวัลย์ขึ้นนับสิบเพื่อเตรียมพร้อม ราล์ฟย่อตัวลงเอามือทาบพื้นอาณาเขตเวทถูกสร้างขึ้นทันทีเพื่อหาที่มาของการโจมตี
“ลูน่าด้านหลัง”
เถาวัลย์พุ่งไปทางที่ราล์ฟบอก ซึ่งเขากำลังใช้บาเรียป้องกันบอลไฟอีกสิบกว่าลูกที่พุ่งมา หลังจากบอกตำแหน่ง เถาวัลย์กระทบบาเรียของอีกฝ่าย บาเรียสลายไปจากแรงปะทะ เถาวัลย์ที่เหลือพุ่งผ่านไปรัดร่างเด็กหนุ่มที่โจมตี ก่อนแสงของเข็มกลัดจะพาเขาหายไป
เพื่อนอีกสองคนในกลุ่มถอยหลังจะหนีเมื่อเห็นว่าการโจมตีไม่ได้ผล แต่ทันทีที่หันกลับไป ก็พบเด็กหนุ่มผมดำยืนขวางอยู่ วงแหวนเวทสีดำปรากฏขึ้นที่เท้าของทั้งสอง และดูดร่างพวกเขาหายไป
“เป็อะไรกันหรือเปล่า?” ราล์ฟถามหลังจากเดินเข้ามารวมกลุ่ม
“ไม่เป็ไรจ้ะ” ลูน่าตอบแล้วหันไปดูมีร่าที่โดนโจมตีเป็คนแรก
“นี่เราต้องระวังผู้เข้าสอบคนอื่นด้วย แย่ชะมัดทำไมไม่มีกฎห้ามโจมตีคนอื่นนะ” มีร่าบ่นพร้อมออกนำอีกครั้ง จนลูน่าต้องปรามในความใจร้อนของเพื่อน
“ใจเย็นสิมีร่า เรายังโชคดีนะที่ยังไม่โดนทดสอบจากเขาวง...อ๊ะ!!”
ครืน~~
ทันทีที่ลูน่าพูดจบ เถาวัลย์พุ่งออกมารัดตัวทั้งสามไว้ รั้วต้นไม้ขยับออกมาขวางราล์ฟกับกลุ่มของมีร่าไว้ พร้อมการสั่นะเืที่พื้น เขาวงกตกำลังเคลื่อนตัวเปลี่ยนแปลง
“ราล์ฟ!!” สองสาวะโเรียกเขาก่อนถูกรั้วต้นไม้เข้าบัง แยกเขาออกมาจากกลุ่มคนเดียว ไฟสีดำลุกท่วมตัวราล์ฟ แล้วสลายไปพร้อมกับเถาวัลย์
“กว่าจะแยกจากสองสาวนี่นานชะมัด จะแกล้งให้ฉันเบื่อในกระเป๋าเสื้อใช่ไหม” ลุคบ่นทันทีที่บินออกมานั่งที่ไหล่
“อย่าบ่นน่า นายไม่ยอมใช้เวทพรางตัวเอง มาช่วยฉันออกจากที่นี่ดีกว่า” ราล์ฟบอกแล้วออกเดินไปอีกทางที่เพิ่งเปิดขึ้นหลังการเปลี่ยนรูปร่างของรั้วต้นไม้
“แบบนี้ไม่โกงคนอื่นหรือไง”
“รุ่นพี่คนนั้นบอกเองว่าให้ใช้ทุกอย่างที่เรามี”
“งั้นก็ใช้เวททำลายรั้วพวกนี้เลยสิ ง่ายดี”
ลุคยิ้มอย่างนึกสนุกกับความคิดตัวเอง ราล์ฟยกมือทาบกับรั้วต้นไม้เพื่อตรวจสอบว่าสามารถทำลายได้หรือเปล่า
“เหมือนจะลงเวทป้องกันไว้ ถ้าจะทำลายคงต้องใช้เวทระดับสูง นักเรียนที่จบระดับนักเวทคงยังไม่ได้เรียนแน่”
“แต่นายเรียนแล้วนี่ ลองดูหน่อยสิ” ลุคยังคงยุไม่เลิก จนราล์ฟต้องออกปากปฏิเสธ
“ฉันยังไม่อยากเด่น ไปแบบปกติดีกว่า”
ตูม! ตูม!
เสียงะเิดังขึ้นจากอีกฝั่งของรั้ว เกิดไฟลุกท่วมจนรั้วด้านหน้าเขากลายเป็เถ้าถ่าน ถ้าราล์ฟกางบาเรียไม่ทันคงถูกส่งไปอาคารพยาบาลทันที เปลวไฟลุกทั่วบริเวณซึ่งมีศูนย์กลางมาจากเด็กหนุ่มที่มีผมสีเดียวกับมัน เขาหันมายิ้มให้อย่างเป็มิตร ก่อนเดินมาหา
ราล์ฟสลายบาเรียออกเมื่อเห็นเขาไม่มีภัย ส่วนลุคต้องใช้เวทพรางตัวทันที
“ขอโทษที พอดีจัดเต็มกับพวกลอบกัดมากไปหน่อย ฉันฟรานซิส เบลซ” เด็กหนุ่มเอ่ยทักทายพร้อมยืนมือขึ้นแนะนำตัว พายุขนาดเล็กหมุนวนรอบมือ
“ฉันราล์ฟ ลอว์ไลท์” ราล์ฟแนะนำตัวกลับพร้อมจับมือตอบ ไอสีดำและพายุหมุนวนรวมกันก่อนสลายไป “จัดเต็มถึงขนาดใช้เวทระดับสูง พวกลอบกัดคงไม่ธรรมดา”
“ไม่รู้สิ อยู่ ๆ โดนกรงมนตราขัง ร่างกายเลยตอบสนองไปเอง แต่กางบาเรียป้องกันเวทระดับสูงได้ก็ต้องเป็ระดับสูงเหมือนกัน แถมมีธาตุความมืดอีก”
ทั้งสองคุยพร้อมออกเดินผ่านเปลวเพลิงออกไป พอได้คุยกันทำให้ราล์ฟรู้ว่าโชคดีมากเพราะเจอลอบโจมตีและกับดักจากวงกตแค่อย่างละครั้งเท่านั้น ส่วนเพื่อนใหม่เขาเจอรอบโจมตีสามครั้ง ถูกขังจากรั้วต้นไม้สองครั้งและยังโดนเถาวัลย์โจมตี
“นายเข้ามานานหรือยัง” ฟรานซิสถามขึ้นหลังจากจัดการกับกองทัพเถาวัลย์น้ำแข็ง
“น่าจะสิบห้านาที นายละ”
“คงประมาณยี่สิบนาที แต่ว่ามันง่ายไปไหม แค่คอยระวังพวกลอบกัดกับเถาวัลย์เนี่ย”
ฟรานซิสถามระหว่างหยุดรอการเปลี่ยนของรั้วต้นไม้ แต่เหมือนจะได้คำตอบในทันทีหลังรั้วต้นไม้หยุดเคลื่อนไหว ตอนนี้พวกเขาถูกขังรอบตัวกลายเป็รั้วต้นไม้ พร้อมข้อความที่ปรากฏในอากาศ
‘หากท่านปรารถนาจะออกไป เรามีทางให้คือหนึ่งผู้อยู่รอด’
“ถ้าเราสนิทกัน ฉันคงบอกว่าจะถามทำไม เพราะดูเหมือนคนที่เฝ้าดูเราจะไม่ชอบคำนี้” ราล์ฟบอกพร้อมมองลูกแก้วที่กำลังลอยอยู่เหนือหัวพวกเขา ซึ่งใช้จับภาพไปที่กรรมการคุมสอบ
“คงเป็อย่างนั้น เฮ้อ...ก่อนหน้านี้โดนขังเดี่ยวตอนนี้ได้ขังคู่ ถ้าเป็กับสาว ๆ จะไม่บ่นเลย” ฟรานซิสตอบรับ
“ขอโทษนะที่เป็ผู้ชาย แล้วตอนโดนขังเดี่ยวหนียังไง” ราล์ฟถามหลังจากใช้เวทเคลื่อนย้ายไม่ได้ผล
“ปกติจะมีปริศนาขึ้นมา ถ้าตอบถูกก็...เฮ้ย!” ฟรานซิสตอบ ก่อนต้องใที่เห็นรั้วต้นไม้ในรัศมีสามเมตรสลายหายไปเป็เถ้าถ่านทันทีหลังวงแหวนเวทสีดำปรากฏบนมือราล์ฟ “ใแทบตายนึกว่านายจะโจมตีฉัน”
“ฉันไม่ทำร้ายเพื่อนเพื่อให้ตัวเองรอดแน่ และอยากบอกคนคุมสอบด้วยว่าฉันเกลียดวิธีสอบแบบนี้” ทันทีที่ราล์ฟเอ่ยจบลูกแก้วจับภาพก็ถูกกริชเพลิงของเขาทำลายทันที
“ฉันบอกหรือยังว่าฉันชอบนาย” ฟรานซิสบอกพลางยิ้มอย่างถูกใจ
“ยัง แต่อย่าบอกดีกว่า ฉันยังชอบผู้หญิงอยู่”
สองหนุ่มยิ้มให้กันพร้อมออกเดินต่อ แต่ไปไม่ถึงสามก้าวก็ต้องวิ่งย้อนกลับมา หลังพบกับหมอกควันสีแดงที่สลายรั้วต้นไม้ทันทีที่มันผ่านมา
“ท่าทางจะมีคนโกรธ” ราล์ฟะโบอกขณะที่วิ่งเลี้ยวขวาผ่านกลุ่มเด็กผู้หญิงที่ร้องกรี๊ดทันทีที่เห็นหมอกก่อนวิ่งหนีไปอีกทาง
“คงงั้น เพิ่มความเร็วหน่อยไหม”
ฟรานซิสหันมายิ้มท้าทาย ก่อนเสริมเวทลมที่เท้าแล้วพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วเลี้ยวซ้ายหายไป ราล์ฟยิ้มอย่างนึกสนุก วงแหวนเวทสีเงินปรากฏที่เท้าก่อนพุ่งตามไป
หลังตามทันทั้งสองก็แข่งกันเลี้ยวไปตามเขาวงกตผ่านผู้สอบคนอื่น บ้างกำลังสู้กันเอง บ้างกำลังโดนกับดัก แต่ทั้งหมดต่างวิ่งทันทีที่เห็นหมอก
“ซวยแล้วไง”
ราล์ฟสบถออกมา แล้วหยุดวิ่งเมื่อมีหมอกขวางอยู่ด้านหน้า
“เราคงวิ่งวน เอาไงดี หน้าก็หมอกหลังก็หมอก ะเิเลยไหม?” ฟรานซิสเสนอพร้อมเสกลูกไฟขึ้นที่มือ แต่ราล์ฟส่ายหน้าปฏิเสธ
“ะเิหมอกคงไม่หายไป คงต้องใช้ลม”
วงแหวนเวทสีเงินปรากฏใต้เท้าทั้งคู่ เกิดพายุขึ้นโดยมีสองหนุ่มเป็ศูนย์กลาง หมอกถูกพัดออกไปทันที
“ราล์ฟ แบบนี้คนอื่นจะโดนลูกหลง นายคงไม่อยากให้ใครสอบตกเพราะนายหรอกนะ”
“ตอนนี้มีคนในเขาวงกตเหลือแค่สี่สิบสองคนรวมเรา และฉันแน่ใจว่าเขาวงกตนี้ไม่มีทางออก คนสอบผ่านไม่ใช่คนที่ออกไปได้แน่ ๆ” ราล์ฟอธิบาย แล้วสลายพายุพร้อมวงแหวนเวทออก
“ทำไมนายคิดแบบนั้น แล้วเื่จำนวนคน?” ฟรานซิสมองเพื่อนใหม่อย่างสงสัย
“ฉันแอบกางอาณาเขตเวททั่วเขาวงกตหลังจากถูกเกือบถูกนายย่างสด รู้จำนวนคน รู้เส้นทางรวมถึงกับดักทั้งหมด และทำให้รู้ว่าไม่มีทางออก”
“แบบนี้เองนายถึงดูไม่รีบร้อน แต่ถ้าฉันกางอาณาเขตเวทได้ระดับนาย คงไปสอบจอมเวทเลยโดยไม่เรียน” ฟรานซิสพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนนั่งลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง
“ฉันไม่เก่งขนาดนั้น เลยพลาดเจอนายไง” ราล์ฟนั่งลงเช่นกัน รอบตัวตอนนี้ไม่มีรั้วต้นไม้แล้ว แต่ถูกล้อมด้วยหมอกสีแดงที่หยุดนิ่งอยู่โดยรอบในมีรัศมีสิบเมตร
“ตอนนี้ฉันเหลือไม่ถึงสิบนาที หวังว่านายจะพูดถูกนะ ไม่งั้นฉันคงสอบตก”
“รอคำตอบจากรุ่นพี่ดีกว่า คนอื่นเริ่มถูกย้ายออกไปแล้ว”
ราล์ฟบอกและมองไปที่แสงจากเข็มกลัดที่สว่างขึ้น
วูบ
ทิวทัศน์เปลี่ยนไปอีกครั้ง เบื้องหน้าตอนนี้คือป่าหนาทึบ ราล์ฟมองรอบตัวซึ่งผู้เข้าสอบน่าจะเหลือไม่ถึงสี่ร้อยคน หลายคนอาจไม่มีแม้รอยขีดข่วน แต่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยแผล บางคนยังคงใช้เวทรักษาให้เพื่อนหรือตัวเอง ส่วนใหญ่ยังมีสีหน้าไม่เข้าใจที่ตัวเองถูกส่งมาที่นี่
“น่าจะเป็ป่าหลังโรงเรียนนะ” ฟรานซิสเอ่ยขึ้นก่อนทิ้งตัวลงนอนบนพื้นหญ้าด้วยท่าทางสบายใจ “ผ่านแล้วสินะ เหนื่อยชะมัด”
“ฉันไม่คิดว่างั้น เข็มกลัดยังไม่เปลี่ยนสัญลักษณ์” ราล์ฟบอกพร้อมชี้ที่เข็มกลัดตัวเองให้ดู
“จริงดิ!” ฟรานซิสแกะเข็มกลัดออกมาดูก่อนทำหน้าเหนื่อยหน่ายทันทีที่เห็น “ให้ตายสิ พวกรุ่นพี่จะโหดไปไหน แค่หมอกมรณะยังไม่พอใจอีก”
“ก็ยังนะสิ”
ฟรานซิสพลิกตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกางบาเรียป้องกัน ทันทีที่ได้ยินเสียงตอบพร้อมการปรากฏตัวของรุ่นพี่สาวผมสีน้ำตาลแดง คนอื่นหันมาสนใจทันที
“ใจเย็นฟรานซ์พี่แค่มาอธิบายการสอบรอบสอง” เธอตอบพร้อมยิ้มให้ ฟรานซิสสลายบาเรียหลังเห็นหน้าเด็กสาวรุ่นพี่ ราล์ฟมองทั้งสองคนอย่างสงสัยเพราะเหมือนจะรู้จักกันมาก่อน
“สวัสดีน้อง ๆ ที่น่ารักทุกคน พี่ชื่อคาร่า วาเนสก้า รองประธานนักเรียน หลายคนคงรู้แล้วว่าการออกจากเขาวงกตไม่ใช่การทดสอบที่แท้จริง เพราะพวกพี่อยากทดสอบวิธีการในการหาทางออกของน้อง ๆ มากกว่า ดังนั้นถึงแม้น้องจะถูกส่งไปอาคารพยาบาลแล้ว แต่พวกพี่เห็นว่ามีคุณสมบัติก็ถือว่าผ่าน
เพราะหลายคนมีไหวพริบดี แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี กล้าหาญ อดทน รวมถึงเลือกใช้เวทได้อย่างถูกต้องตามสถานการณ์ และอีกมากที่คงพูดไม่หมด แต่ที่พี่ถูกใจที่สุดคือคนที่เสียสละเพื่อเพื่อนจนตัวเองต้องถูกส่งไปอาคารพยาบาล
ส่วนพวกที่สอบไม่ผ่านพี่ไม่อยากพูดถึงเพราะส่วนใหญ่ที่ตกคือพวกลอบทำร้ายคนอื่น แถมบางคนยังแอบวางกับดักทำร้ายคนอื่นอีกแย่จริง ๆ” คาร่าเผลอใส่อารมณ์มากไปหน่อยจนเกิดประกายสายฟ้าที่มือ ทำให้ราล์ฟที่สังเกตเห็นคิดอย่างถูกใจ
‘เวทในตัวตอบสนองต่ออารมณ์ผู้ใช้ รุ่นพี่คนนี้น่าสนใจ’
“แต่เื่พวกนั้นช่างมัน พี่ว่าเรามาพูดถึงการสอบรอบต่อไปกันดีกว่า”
เกิดเสียงโห่จากผู้เข้าสอบทันที หลายคนเริ่มะโประท้วง
“พวกผมสู้ไม่ไหวแล้วครับ”
“หนูคิดว่าสอบผ่านแล้วซะอีก”
“เราไม่สอบแล้วได้ม้ายยยยย”
และอีกมากมาย จนคาร่าต้องยกมือขึ้นยอมแพ้แล้วยิ้มอย่างจนใจ ส่วนรุ่นพี่คนอื่นได้แต่ยิ้ม
“ใจเย็นกันก่อนน้อง ๆ ถึงพี่จะบอกว่ามีการสอบรอบสอง แต่น้องทุกคนที่นี่ก็ถือว่าสอบผ่านเป็นักเรียนของเมร์ลิน่าแล้ว การสอบรอบสองแค่เป็การคัดน้องเข้าหอที่เหมาะสมเท่านั้น
ซึ่งรอบสองเป็การสอบข้อเขียน ก่อนจะแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คนเพื่อเข้าไปทดสอบในป่าหลังจากนั้นก็ถือว่าสิ้นสุดการสอบเข้า ก่อนอื่นพี่จะให้เวลาน้อง ๆ แบ่งกลุ่ม ถ้าได้ครบแล้วให้มารับข้อสอบไปทำ หลังจากทำเสร็จก็เข้าไปในป่าได้ทันที” คาร่าอธิบายอย่างใจเย็นจนทุกคนเลิกประท้วง แล้วรีบมองหาเพื่อนทันทีที่คาร่าพูดจบ จนเกิดความวุ่นวายเล็ก ๆ จากการหากลุ่ม
“นายอยู่กลุ่มเดียวกับฉันแล้วกัน ว่าแต่นายมีเพื่อนอีกหรือเปล่า ฉันมาสอบกับเพื่อนอีกคน เดี๋ยวขอหาก่อน แล้วกลับมาเจอกันตรงนี้” ฟรานซิสเอ่ยจบก็เดินหายเข้าไปในกลุ่มคนทันที โดยไม่รอราล์ฟตอบรับ จนเขารู้สึกเหมือนโดนมัดมือชก
ราล์ฟยังยืนอยู่ที่เดิมเพราะเขาไม่แน่ใจว่ามีร่านับเป็เพื่อนได้ไหม ส่วนคนอื่นก็ไม่กล้ามาชวนเขาเข้ากลุ่ม เพราะข่าวเื่ธาตุมืดของเขากระจายไปไวมาก
ราล์ฟมองซ้ายมองขวาอย่างไม่รู้จะทำยังไง จนสายตาไปสะดุดกับมีร่าและลูน่าที่กำลังคุยกับเด็กหนุ่มอีกคนอยู่ ซึ่งเขาใส่ชุดนักเรียนแบบเดียวกับพวกเธอ ทั้งคู่ดูเหมือนจะทะเลาะกัน ก่อนมีร่าจะสะบัดมือออกแล้วพาลูน่าเดินแยกออกไป
“นี่นายไม่มีเพื่อนหรือไงราล์ฟ” ฟรานซิสทักขึ้นทันทีที่เดินกลับมาถึงพร้อมเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอีกคน “ฉันอุตส่าห์ปฏิเสธคำชวนเข้ากลุ่มจากสาว ๆ เพื่อเพื่อนนายเลยนะ”
“ฉันราล์ฟ ลอว์ไลท์ ยินดีที่ได้รู้จัก” ราล์ฟไม่สนใจคำโอดครวญของฟรานซิส แล้วหันไปแนะนำตัวกับเด็กหนุ่มอีกคน
“ยินดีที่รู้จักเหมือนกัน ฉันลินคอร์น เดอร์เซอร์” ลินคอล์นยิ้มทักทายก่อนยืนมือไปจับด้วย ดินและไอสีดำหมุนวนรอบมือทั้งสองก่อนหายไป “นายก็คือผู้เข้าสอบธาตุมืดที่เขาลือกันสินะ”
“เฮ้ย...ราล์ฟอย่าเมินกันสิ ตกลงนายมีเพื่อนไหม กลุ่มอื่นเขาเริ่มทำข้อสอบแล้วนะ” ฟรานซิสถามแทรกขึ้นเมื่อเห็นราล์ฟไม่สนใจเขา ซึ่งก็จริงตามนั้นเพราะหลายกลุ่มเริ่มไปรับข้อสอบมาทำกันแล้ว
“จะว่ามีก็มี เห็นอยู่เมื่อกี้ลองชวนดูก่อนแล้วกัน” ราล์ฟเอ่ย แต่ก่อนที่จะเดินไปหาสองคนที่ว่า ทั้งคู่ก็เดินเข้ามาพอดี
“หมายถึงฉันกับลูน่าหรือเปล่า?” มีร่าถามราล์ฟด้วยรอยยิ้ม พร้อมโบกมือทักทายอีกสองคน ทั้งหมดเริ่มแนะนำตัวกันพร้อมตัดสินใจรวมกลุ่มกันสอบ ก่อนลูน่าจะอาสาออกไปรับข้อสอบให้ทุกคน
“มีเพื่อนเป็สาวสวยสองคนก็ไม่บอก” ฟรานซิสแอบมากระซิบบอกราล์ฟอย่างอารมณ์ดีระหว่างที่รอข้อสอบ จนราล์ฟต้องส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจแล้วหันไปคุยกับมีร่า
“เมื่อกี้เธอทะเลาะกับใคร?”
“ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกน่า แค่ผู้ชายงี่เง่าคนหนึ่ง” มีร่าตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ว่าแต่นายทิ้งพวกฉันในเขาวงกตได้ไง”
“เปล่าสักหน่อย ก็เขาวงกตมันขวางเรานี่ ฉันเลยแยกไปอีกทาง”
“อย่ามาอ้าง มีเวทมากมายให้ข้ามหากันได้ ฉันหานายตั้งนาน จนต้องตายเพราะหมอกนั้น” มีร่าชี้หน้าอย่างเอาเื่ จนราล์ฟต้องกลืนน้ำลายอย่างเกรง ๆ
“นายทำตัวเหมือนเ้าลินค์เลยทิ้งฉัน แต่แย่กว่าเพราะทิ้งสาวสวย” ฟรานซิสพูดขึ้นอย่างสนับสนุน พร้อมเหน็บแนมเพื่อนไปด้วย
“ฉันว่าคนที่ทิ้งคือนายมากกว่านะฟรานซ์” ลินคอร์นขัดขึ้น
“นี่ข้อสอบจ้ะ” การเถียงเล็ก ๆ หยุดลงทันทีลูน่ากลับมา ทั้งหมดนั่งล้อมวงเพื่อทำข้อสอบของตัวเอง
ราล์ฟมองข้อสอบอย่างอึ้ง ๆ เพราะมีถึง 120 ข้อมีั้แ่เื่ไร้สาระ ความรู้ทั่วไปจนถึงเื่ที่เขามั่นใจว่ามีคนตอบได้ไม่ถึงสิบคน ซึ่งทั้งหมดเป็แบบอัตนัย
ลูน่าทำเสร็จคนแรกหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง คนที่สองคือลินคอร์น ตามด้วยราล์ฟที่ตอบได้ไม่ถึงครึ่ง ส่วนอีกสองคนเสร็จพร้อม ๆ กัน
“ปวดหลังชะมัด ทำไมรุ่นพี่ไม่เตรียมโต๊ะไว้ให้นะ” ฟรานซิสบ่นก่อนบิดี้เีหลังทำเสร็จ “แล้วเราจะไปส่งกันเลยหรือเปล่า”
“ฉันว่าเราพักกันก่อนดีกว่า” ราล์ฟตอบพลางมองไปทางกลุ่มที่พึ่งเข้าไปในป่า ตอนนี้กลุ่มที่ยังไม่ได้เข้าไปเหลือแค่สิบสองกลุ่มเท่านั้น “เป็กลุ่มสุดท้ายยิ่งดี”
“แต่พวกเราเสร็จกันแล้ว ทำแบบนั้นจะดีหรอจ้ะ” ลูน่าเอ่ยอย่างไม่ค่อยเห็นด้วย
“เอาน่า พระเอกต้องเข้ากลุ่มสุดท้ายสิ” ฟรานซิสพูดสนับสนุนก่อนลงไปนอนกับพื้นหญ้าอีกครั้ง
“ส่วนฉันยังไงก็ได้” ลินคอร์นบอกและส่งข้อสอบให้ลูน่าเก็บ
“พวกผู้ชายนี่ี้เีซะมัด” มีร่าบ่นแต่ตัวเองก็ลงไปนอนหนุนตักลูน่า จนเพื่อนสาวต้องส่ายหน้ากับความแก่นของมีร่า
กลุ่มที่เหลือเริ่มทยอยเข้าไปในป่า ในขณะที่กลุ่มของราล์ฟยังคงคุยกันอย่างไม่สนใจรุ่นพี่บางคนที่มองมาอย่างไม่พอใจ ราล์ฟได้รู้ว่าฟรานซิสได้เกิดมาในตระกูลธาตุไฟที่มีชื่อเสียง แต่เขาเกิดมามีธาตุลมเลยถูกมองว่าเป็แกะดำของตระกูล เขาเลือกมาเรียนต่อที่นี่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง และชวนเพื่อนสนิทอย่างลินคอล์นให้มาเรียนที่เดียวกัน ลินคอร์นเป็ลูกชายคนสุดท้องของโรเจอร์ เดอร์เซอร์ ผู้บัญชาการกองทัพเวทแห่งอาณาจักรดูน่า เขาไม่ได้ถูกคาดหวังเหมือนพี่ชายอีกสองคนเลยเลือกเรียนต่อที่ไหนก็ได้ จึงตอบรับคำชวนของฟรานซิส
ส่วนลูน่าเป็ลูกสาวคนเดียว ครอบครัวมีธุรกิจร้านอาหารเป็ของตัวเอง ต่างจากมีร่าที่ราล์ฟคิดว่าเธอคือลูกคุณหนูตัวจริงเสียงจริง พ่อเธอเป็เ้าของบริษัทผลิตวิทยาการเวทมากมาย เป็ชายที่ติดอันดับผู้มีอิทธิพลต่ออาณาจักรและรวยติดอันดับสิบติดต่อกันมาหลายปี
“แล้วนายละ เป็ใครมาจากไหน” มีร่าหันมาถามราล์ฟหลังจากเล่าเื่ของตัวเองจบ คนอื่นหันมามองเหมือนรอคำตอบ
“เอาไว้ตอนหลังสอบเสร็จนะ ตอนนี้เราเป็กลุ่มสุดท้ายแล้ว” พูดจบราล์ฟก็ลุกขึ้นเดินนำไปหาคาร่าซึ่งเป็รุ่นพี่คนเดียวที่เหลืออยู่
“ฉันคิดไปเองหรือราล์ฟเลี่ยงจะตอบเื่ตัวเอง” ฟรานซิสหันมาถามคนที่เหลือก่อนลุกขึ้นพร้อมคนอื่น
“สงสัยอยากทำตัวลึกลับให้ตัวเองดูเท่” มีร่าตอบด้วยความหมั่นไส้ แล้วเดินนำคนอื่นไปหาราล์ฟ
ลูน่าส่งข้อสอบที่รวบรวมไว้ให้คาร่า ซึ่งเธอยิ้มรับก่อนเริ่มอธิบายการสอบ
“เอาล่ะ เพราะพวกเธอเป็กลุ่มสุดท้ายเลยเลือกภารกิจที่จะสอบไม่ได้ เพราะเหลืออยู่ภารกิจเดียวคือ ชิงธงประจำหอทั้งหก จากกลุ่มอื่นที่มีภารกิจปกป้องธง ธงสีแดงตราดาบไขว้ประจำหออัศวิน ธงสีฟ้าตราหนังสือประจำหอบัณฑิต ธงสีเขียวตราดวงตาประจำหอตุลาการ ธงสีเหลืองตรามือโอบอุ้มประจำหอนภา ธงสีน้ำตาลตราใบไม้ประจำหอศิลา ธงสีขาวตราขนนกประจำหอเอกลักษณ์ แค่รวบรวมให้ครบหกภายในสามชั่วโมงก็จบการสอบ ถ้าเป็พี่จะรีบมาส่งข้อสอบเพื่อเลือกภารกิจที่ง่ายอย่างหาของ ตามหาของ ปกป้องหรือชิงธงประจำหอแค่หนึ่ง ขอให้โชคดีกับภารกิจที่ยากที่สุดประจำการสอบเข้าปีนี้”
คาร่ายิ้มให้กำลังใจแล้วเคลื่อนย้ายหายไปทันทีหลังพูดจบ ปล่อยให้กลุ่มผู้สอบกลุ่มสุดท้ายต่างอึ้งกับภารกิจที่ได้รับ โดยเฉพาะมีร่าที่พอตั้งสติได้ก็หันไปมองหน้าราล์ฟอย่างเอาเื่
“ฉันขอโทษที่ขอสอบกลุ่มสุดท้าย” ราล์ฟเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าไม่พอใจของมีร่า
“ใจเย็นมีร่า ฉันว่าตอนนี้โทษราล์ฟก็ไม่ช่วยอะไร เรามาคิดแผนเพื่อชิงธงกันดีกว่า เื่นี้เ้าลินค์มันเก่ง” ฟรานซิสบอกพลางกอดคอเพื่อนรักที่ว่า
“จริงด้วยมีร่า ราล์ฟไม่ผิดนะ เธอก็นอนตักฉันหลังจากทำข้อสอบเสร็จ”
“ลูน่า!” มีร่าร้องเรียกอย่างงอน ๆ แต่สุดท้ายก็ยิ้มออกมากับสิ่งที่ลินคอล์นพูด
“ฉันคิดได้หนึ่งแผน แต่เสี่ยงอยู่พอสมควร”
ลินคอร์นเรียกทุกคนมาล้อมวงเพื่อฟังแผนที่เขาจะบอก ซึ่งหลังจากฟังจบแต่ละคนมีสีหน้าต่างกันไป มีร่าและลูน่ามีสีหน้าไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัด ส่วนราล์ฟยิ้มอย่างถูกใจแต่ไม่มากไปกว่าฟรานซิสที่ร้องออกมาอย่างชอบใจ
“เจ๋ง สมกับเป็เพื่อนรักฉัน”
“แต่แผนนี้เสี่ยงมากนะจ๊ะ”
“ใช่ เสี่ยงสุด ๆ แยกกันแบบนี้”
“ฉันไปก่อนละ เจอกันที่จุดนัดพบ”
“แล้วเจอกัน”
ราล์ฟทะยานเข้าไปในป่าโดยไม่รอคนอื่น ตามด้วยฟรานซิสและลินคอร์นที่แยกไปอีกทาง
“ดูสิลูน่า พวกนั้นไม่ฟังเราเลยว่ามันเสี่ยง โดยเฉพาะอีตาราล์ฟ”
ลูน่ายิ้มแหย ๆ อย่างไม่รู้จะทำยังไง และพูดว่า “เราก็ไปกันบ้างดีกว่า”
“อืม ไม่มีทางเลือกแล้วนี่” มีร่าตอบรับอย่างเสียไม่ได้ก่อนทั้งสองคนจะตามเข้าไปในป่า
--------------------
ราล์ฟแยกออกมาทางด้านซ้ายของป่าพร้อมกางอาณาเขตเวทตรวจสอบพื้นที่ป่า โดยพยายามหลีกเลี่ยงกลุ่มผู้สอบอื่น จนต้องมาหยุดอย่างกะทันหันบนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ทันทีที่รับรู้ได้ถึงพลังเวทมหาศาลจากพื้นที่ด้านหน้า เขาขมวดคิ้วอย่างสงสัยเพราะเวทที่เห็นด้านหน้ามันเกินกว่านักเรียนระดับจอมเวทจะเสกขึ้นมาได้
“ลุค! เวทอาเซลล่า นายคิดว่ามันจะใช้เก็บสถิตซาตานหรือเปล่า” คำถามจากราล์ฟทำให้ภูตหนุ่มบินออกจากกระเป๋าเสื้อมาเกาะที่ไหล่ ทันทีที่เห็นลุคก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ
“ใช่แน่นอน เวทดินแดนธาตุแสงที่ใช้กักเก็บวัตถุธาตุมืด ท่าทางเราจะโชคดีกว่าที่คิด เจอั้แ่วันที่เข้าสอบแบบนี้”
ราล์ฟะโลงบนพื้นก่อนเดินไปใกล้กำแพงเรืองแสง ที่ส่องสว่างขึ้นทันทีที่ราล์ฟเข้าไปใกล้
“ว่าแต่ทำไมพวกรุ่นพี่ถึงใช้ป่าที่มีสถิตซาตานซ่อนอยู่ เป็สถานที่สอบ”
“นายอาจไม่ได้สังเกต แต่ที่เราผ่านเข้ามามีเวทพรางตาอยู่ หนึ่งข้อดีของการมีภูตประจำตัวคือเวทพรางตาไม่มีผลต่อนาย เพราะดวงตาของภูตมองเห็นแต่ความจริง” ลุคไขข้อข้องใจพร้อมยืดอกอย่างภาคภูมิใจ แต่ในร่างภูตกลับทำให้ดูน่ารักจนราล์ฟต้องหิ้วลุคขึ้นมาจากไหล่อย่างหมั่นไส้ “เอ๊ย! ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย ปล่อยนะโว้ยยยยย!!!”
“ก็ท่าทางนายมันน่าหมั่นไส้แถมขี้โม้เกินเหตุ” ราล์ฟปล่อยมือออก ลุคจึงรีบบินหนีออกไปให้ห่าง แต่ยังไม่วายส่งสายตาคาดโทษมาให้ผู้เป็นาย ส่วนราล์ฟหันกลับไปสนใจเวทดินแดนอาเซลล่าอีกครั้ง
“เวทแห่งแสงขั้นสูงแถมยังเก่าแก่ ท่าทางคงเดินเข้าไปหยิบสถิตซาตานมาเฉย ๆ ไม่ได้”
“ก็ใช่นะสิ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีเวทบทไหนทำลายมันได้สักบท ทางเดียวที่จะผ่านมันได้ก็คือผู้ร่ายเวทคนเดียวเท่านั้นละ แล้วอย่างนี้นายจะมัวสนใจมันไปทำไม ไปสอบให้เสร็จ ๆ แล้วค่อยหาวิธีดีกว่า” ลุคตอบอย่างประชดประชัน ก่อนบินนำกลับไปทางเดิมโดยไม่สนใจราล์ฟ
ราล์ฟถอยออกมาอย่างไม่มีทางเลือกเพราะตอนนี้คนอื่นคงกลับไปรวมตัวที่จุดนัดพบกันหมดแล้วหลังจากตกลงกันว่าจะแยกไปสังเกตการณ์ตามจุดต่าง ๆ ก่อนกลับมารวมกันเพื่อนวางแผนชิงธง
ราล์ฟใช้เวทลมลอยตัวพุ่งผ่านกลุ่มต้นไม้ออกมา เพื่อพุ่งตรงสู่ใจกลางป่าที่เป็จุดนัดพบ
ตูม! ตูม!! ตูม!!!
เสียงบอลสายฟ้าที่กระทบกับบาเรียที่ราล์ฟเสกขึ้นอย่างทันท่วงทีทำให้เกิดการะเิดังกึกก้อง พร้อมการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มผมสีทองที่ราล์ฟจำได้ทันทีว่าเป็เด็กหนุ่มที่ทะเลาะกับมีร่าตอนแบ่งกลุ่ม
“สวัสดีฉันอลัน เอเซล ยินดีที่ได้รู้จัก”