“ ช่วยเล่าเื่ที่ผ่านมาให้ข้าฟังด้วย เื่ราวในอดีตนั้นข้าจำไม่ได้เลย” อาซันบอกตามตรง าาวดีชะงักนิดหนึ่ง แล้วถอยหลังออกมา แต่ว่าเด็กทั้งสองกอดขาอาซันแน่นไม่ยอมปล่อย แล้วพาอาซันไปนั่งที่นั่งประจำของอาซัน
“ ชาติที่แล้วท่านเป็แม่ทัพสุริยัน เป็แม่ทัพรักษาเมืองกรุงศรีอยุธยา ั้แ่ปี 2308 เป็ต้นมา ทางทหารกองทัพหงสาได้ล้อมเมืองเอาไว้ ายืดเยื้อมาเป็ปี เกิดทั้งโรคระบาด ขาดอาหาร มีโจรปล้นชิง ชาวเมืองหลบหนีออกจากเมือง
เป็จำนวนมาก ที่ถูกจับได้ก็กลายเป็เชลย แล้วถูกบังคับให้จับดาบเป็กองหน้ามาตีเมืองกรุงศรี ที่สมัครใจไปเข้าร่วมกับหงสาก็มีไม่น้อย เหล่าแม่ทัพนายกองคุมกำลัง ต่างก็หนีเอาตัวรอด หาเหตุ อ้างว่าจะกลับไปรวบรวมไพร่พลเพื่อจะมาช่วย กอบกู้เมืองกรุงศรี แต่หลังจากกรุงศรีถูกยึดไปแล้ว ชาวกรุงศรีรวมถึงเชื้อพระวงศ์ ถูกกวาดต้อนไปเมืองหงสาวดีหลายหมื่นคน ผ่านไปสามสี่เดือน จนพวกหงสาวดีเคลื่อนทัพกลับไป ก็ไม่เห็นมีใครมาช่วยกอบกู้เมืองสักคน จนสุดท้ายเมืองกรุงศรีก็กลายเป็เมืองร้าง ส่วนท่านแม่ทัพไม่ยอมทิ้งแผ่นดินกรุงศรี ท่านฝากพวกเราสามคนแม่ลูกให้มาอยู่มิติกำแพงแก้วแห่งนี้ แล้วท่านก็ขี่ม้า ออกไปและไม่กลับมาอีกเลย” าาวดีพูดด้วยความเศร้าใจ อาซันฟังจบก็โอบกอดลูกแก้ว และ ลูกขวัญเข้าไวในอ้อมอก ด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ
“ แล้วทำไมผู้คนเหล่านี้อยู่กันในที่นี่แห่งนี้ไม่ จนสิ้นชีวิตกันหมดเลยหรือ”อาซันสงสัย
“ ใช่แล้วที่นี่ หลังจากเข้ามาพวกเราก็เสียชีวิตกันทุกคน ได้แต่เฝ้ารอผู้มีบุญมาเอาทรัพย์สมบัติที่ได้ขนย้ายมาจาก พระราชวังไปใช้ประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองต่อไป”าาวดีเอ่ยตามตรง
“ ถ้าหากว่า ข้าพาพวกท่านไปเกิด พวกท่านจะไปกันไหม” อาซันพูดแบบไม่เต็มปากเท่าไร เพราะว่าการรอคอยใครสักคน มา สองร้อยกว่าปี แล้วพอได้พบกันอีกจะให้ไปเกิด คงทำใจยากพอสมควร าาวดีฟังแล้วก็ได้แต่อึ้ง รู้สึกเสียใจจริงๆ แต่นางยังไม่ได้พูดอะไร พอดีมีคนมาหาเกือบ สิบคน คนเหล่านี้เป็วิญญานทั้งหมด แต่ว่ามีกายหยาบทุกคน
“ ท่านแม่ทัพสุริยัน ท่านกลับมาแล้ว” เสียงคนแต่งชุดคล้ายพราหมณ์ ยืนนำหน้าแล้วเอ่ยกับอาซัน
“ นี่คือท่านโหราจารย์ ที่ดูแลในที่แห่งนี้” าาวดีแนะนำ
“ พวกท่านคงอยู่ที่นี่มานาน ข้าจะมาปลดปล่อยพวกท่านไปสู่ดินแดนที่ พวกท่านสมควรอยู่” อาซันบอกกับทุกคน แต่ละคนได้ฟังก็ส่งเสียงเหมือนไม่พอใจ อาซัน จนท่านโหราจารย์ยกมือขึ้น
“ ท่านแม่ทัพสุริยัน พวกเราอยู่ที่อย่างสงบสุขก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องทนหิวโหย ไม่ต้องไปเกิดใหม่ หรือรับกรรมใดใดอีก พวกเราอยากอยู่แบบนี้ตลอดไป” โหราจารย์เอ่ยแทนทุกคน
“ เห็นแก่ท่านช่วยดูแล ภรรยาและบุตรีทั้งสองของข้า ข้าจะปล่อยพวกท่านไปแต่อย่าให้รู้ว่าพวกท่านออกไปก่อกรรม ทำชั่วข้าจะทำลายพวกเ้าทันทีาาวดี เก็บของ ข้าจะพาพวกเ้าไปจากที่แห่งนี้” อาซันอยากพาทั้งหมดไป แต่เมื่อไม่อยากไป ก็ต้องอยู่ที่แห่งนี้ตลอดไป แต่าาวดียังไม่ทันขยับก็มีเสียงของโหราจารย์เอ่ยขึ้นก่อน
“ ได้โปรดฟังก่อนท่านแม่ทัพ เมื่อใดที่ ท่านหญิงาาวดีกับบุตรีทั้งสอง ออกไปจากที่แห่งนี้ ดินแดนแห่งนี้ จะถูกทำลายทันที” โหราจารย์พูดแบบนี้ ทำให้อาซันสงสัย แล้วนี่มันเกี่ยวอะไรกันด้วย
“ หมายความว่าอย่างไร” อาซันรู้สึกผิดปกติ มองไปที่าาวดีก็ทำหน้าเศร้าสร้อย
โหราจารย์ก็ไม่พูดออกมาให้ชัดแจ้งกว่านี้ เด็กทั้งสองกอดขาเทียนร่ำไห้ออกมา
“ ท่านพ่ออย่ทิ้งพวกเราไปอีกนะ ข้ากลัว ข้าไม่อยากถูกตัดคอ” อาซันฟังจบก็เอามือััที่หัวของเด็กทั้งสอง มีภาพขึ้นมาในหัว หลังจากที่แม่ทัพสุริยันฝากลูกและเมียเขาไว้กับท่านโหราจารย์ ไม่นานพวกเขาก็ทำพิธีบูชายัณสังเวยเทพ โดยการตัดหัวาาวดี และเด็กทั้งสอง เพื่อสร้างมิติแห่งนี้ ถ้าหากทั้งสามคนจากไปมิติแห่งนี้จะพังทลายทันที และยิ่งเวลานี้ อาซันสังเกตุเห็นพลังิญญาของาาวดีอ่อนแรงลงไปมาก อาซันหายใจเข้าปอดลึกที่สุดแล้วโอบกอดเด็กทั้งสองที่ร้องไห้ออกมาอย่างน่าเวทนา
“ พวกเ้ายังมีความเป็มนุษย์กันอยู่อีกหรือ” อาซันถามเสียงเย็น
“ แม่ทัพสุริยัน ท่านเป็แค่มนุษย์ อย่าทำใหญ่โต ข้าไม่ใช้ทาสของท่านเหมือนก่อนอีกต่อไปแล้ว “ เสียงทาสคนหนึ่งเอ่ยเตือนอาซัน ตูม ! อาซันปล่อยพลังหมัดโพธิธรรมปราบมารออกไป มีลำแสงรูปสวัสดิกะพุ่งกระทบ ร่างของคนพูดเมื่อสักครู่แหลกสลายไปทั้งร่างกายและิญญาทันที คนทั้งหมดที่เข้ามาล้วนแตกตื่น ใรีบพุ่งเข้ามาเพื่อที่จะทำร้าย อาซัน ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ผู้ที่เข้ามาล้วนร่างแหลกสลายหายไปจนหมด เพราะถูกพลังหมัดโพธิธรรม ปราบมารไปเหลือแต่เพียงท่านโหราจารย์ที่ยืนมองอยู่อย่างใ แทบไม่เชื่อสายตาตนเอง ที่เห็นแม่ทัพสุริยัน ทำลายิญญาหายไปได้อย่างง่ายดาย
“ ทีแรกข้าว่าจะส่งพวกมันไปเกิดใหม่ แต่พวกเ้ามันรนหาที่ บอกข้ามาโหราจารย์ใครเป็คนสั่งให้พวกท่านทำกับ ลูกเมียข้าเช่นนี้” อาซันเดินเข้าไปใกล้โหราจารย์ที่ยืนตัวสั่นอยู่
“ เป็พระราชโองการขององค์กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ให้ข้าตัดหัวผู้สูงศักดิ์ให้เป็ผู้เฝ้าสมบัติ ไว้รอให้รัชทายาทแห่งกรุงศรี กลับมาเอาไปกอบกู้ กรุงศรีต่อไป” ท่านโหราจารย์เอ่ยออกมาด้วยความหวาดกลัว
“ พวกท่านไม่รู้หรอกหรือ ทายาทแห่งกรุงศรี ถูกจับไปพม่าหมดแล้วส่วน ที่เหลือ 3 คนสุดท้าย
กรมหมื่นเทพพิพิธ โอรสในพระเ้าอยู่หัวบรมโกศ หนีไปพิมาย ถูกพระเ้าตากจับตัดหัวไปเป็คนแรก
เ้าฟ้าจุ้ย โอรสเ้าฟ้าอภัย หนีไปญวนสุดท้ายพระเ้าตากไปตีเมืองญวนเพื่อจับเ้าฟ้าจุ้ย ในที่สุดรบชนะ จับเ้าฟ้าจุ้ยกลับมาได้ จากนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงเ้าฟ้าจุ้ญอีกเลย
องค์สุดท้ายเ้าศรีสังข์ โอรส ของเ้าฟ้ากุ้ง หนีไปกัมพูชา สุดท้ายทางพระเ้าตากกดดันหนักยกทัพเข้าตีกัมพูชา ในที่สุดก็ตายอยู่ที่กัมพูชากลับมากรุงศรีไม่ได้อีก รู้เช่นนี้แล้ว พวกเ้าจะรอหา์วิมานอะไรอีก” อาซันกล่าวด้วยความสงสารคนพวกนี้จริงๆ
“ เป็เื่จริงหรือนี่ “ ท่านโหราจารย์คุกเข่ากับพื้นอย่างหมดแรง
“ ข้าจะโกหกพวกเ้าทำไมกัน “ อาซันไม่สนใจโหราจารย์อีก เข้ามาหาาาวดีกับเด็กๆ
“ ข้าจะพาพวกเ้าไปหาพ่อกับแม่ของข้า ต่อไปข้าจะดูแล พวกเ้าเอง “ เมื่อฟังอาซันพูดเช่นนี้ าาวดีก็นิ่งไป ส่วนเด็กก็ร้องดีใจที่ไม่ต้องอยู่ที่นี่ ต่อไปจะได้อยู่กับท่านพ่อ
“ พวกเราเป็ิญญา หากออกจากที่แห่งนี้ไป ร่างกายพวกเราก็ต้องแตกสลาย หากพวกเราออกจากกำแพงแก้วศักดิ์สิทธิ์ไป” าาวดีเอ่ยเสียงเครียด
“ อย่างได้ห่วงเื่นั้น ข้าต้องบอกเ้าก่อน ชาติปัจจุบันนี้ข้าคือ ยมทูต ดังนั้น
พวกเ้าไม่ต้องกลัวอีกต่อไป พ่อกับแม่ข้าอยู่แดนยมโลก ท่านตาคือ เ้าแห่งยมโลก ต่อไปนี้พวกเ้าไม่ต้องเป็ห่วง พวกเราไปกันเถอะ” อาซันพูดจบ
าาวดีทั้งใและดีใจ แต่ท่านโหราจารย์ฟังแล้วกับตกตะลึงยิ่งขึ้นไปอีก
“ ที่แท้ ท่านคือยมทูตจริงๆ หรือนี่ โอ้ ข้าผิดไปแล้วท่านยมทูต ข้าสงสัยอยู่แล้วทำไมท่านถึงได้มีพลังทำลายิญญาได้ง่ายดายนัก” โหราจารย์กล่าวด้วยความสำนึกผิด
“ ที่ผ่านมาท่านโหราจารย์ ถึงแม้เป็คนทำพิธี แต่ก็เพราะทำตามราชโองการท่านพี่ละเว้นพวกเขาด้วยเถอะ” าาวดีเอ่ยปากขอร้อง
“ ท่านโหราจารย์ พาข้าไปดูจุดกำเนิดพลังของมิติแห่งนี้” ท่านโหราจารย์พาอาซันไปอย่างว่าง่าย พออาซันมาถึง ก็เห็นดวงแก้วมิติ ดวงหนึ่งวางอยู่บนแท่นบูชา ไม่รู้ใครเอาลงมาจากแดนเทพกันนะ ถึงได้มีของพวกนี้ได้
จากนั้นอาซันก็เปิดมิติสีเงินที่ใหญ่กว่า ลูกแก้วมิติแห่งนี้หลายเท่านัก แล้วก็ย้ายลูกแก้วเอาไปไว้ในมิติสีเงิน จากนั้น มิติแห่งนี้ก็ย้ายทุกสิ่งทุกอย่างไปอยู่ในมิติสีเงินจนหมด
“ ต่อไปพวกท่านก็อาศัยอยู่ที่นี่ตลอดไป “ ทุกคนเห็นสิ่งที่อยู่ในมิติ แห่งนี้มีแต่คนของพวกเขา มีแม่น้ำ ูเา ปราสาท เหมือน์ก็มิปาน ทั้งหมดคุกเข่าขอบคุณอาซัน ลูกแก้ว ลูกขวัญวิ่งเข้ามาหากอดอาซัน
“ ท่านพ่อ นั้นบ้านใคร พวกเราเข้าไปเล่นได้ไหม” ลูกแก้ว ลูกขวัญ เห็นปราสาทใหญ่โตเรียกว่าบ้าน พูดออกมาพร้อมกัน
“ ได้ซิ สิ่งนั้นเรียกว่าปราสาท ต่อไปนี้มันเป็ของลูกแก้ว กับลูกขวัญ พวกเ้าจะเล่นอย่างไรก็ได้”อาซันอธิบายให้เด็กทั้งสองฟัง ทั้งคู่ดีใจมากะโดีใจ อาซันเลยอุ้มเด็กทั้งสองเข้าไปปราสาทเพื่อชมทันที อาซันเล่นอยู่กับเด็กทั้งสองจนได้ยินเสียงคนมาเคาะที่ห้อง จึงต้องรีบออกมา
“ อาซันถึงเวลาไปสนามมวยแล้ว พร้อมหรือยัง” พี่แม็คมาตามถึงห้อง
“ ไปกันเลย “ อาซันเดินออกมาแล้ว ทั้งสองก็ลงมาข้างล่างทุกคนก็รออยู่ก่อนแล้ว จึงเดินทางไปพร้อมกัน เมื่อถึงสนาม ก็มีการเปลื่ยนเสื้อผ้า รอกรรมการเรียก ไม่นานอาซัน ก็มายืนอยู่บนเวที พร้อมชกกับคู่ต่อสู้คนแรก
คู่ต่อสู้คนแรก รูปร่างใหญ่โตเกินกว่าที่จะเป็นักมวยไทย น่าจะไปเป็นักมวยปล้ำเสียมากกว่า พอเสียงระฆัง ดัง ทั้งสองก็พุ่งเข้าปะทะกันทันที เปรี้ยง ! เสียงดังสนั่นไปทั่วสนาม นักมวยไทยร่างั์ยืนนิ่งกลางเวที ส่วนอาซันก็เดินกลับเข้ามุมของตัวเอง ทั้งสนามสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นไม่มีใครได้เห็นว่า อาซันออกอาวุธอะไรเลย ทำไม คู่ต่อสู้กับยืนนิ่ง แล้วก็ไม่มีเสียงร้อง ได้แต่ยืนนิ่งอย่างนั้น จนกรรมการเข้าไปดูใกล้ จะเอามือไปโบกด้านหน้า คู่ต่อสู้ก็หงายผึ่งได้ด้านหลังล้มลงไปเสียแล้ว
กรรมการจึงต้องเรียกให้เปลมาช่วยกับหามลงไปอย่างทุลักทุเล แล้วมายกมือ ให้อาซันชนะ อาซันใช้หมัดต่อยไปที่จุดที่ขมับ ซี่งเป็จุดรวมประสาท พอโดนหมัดกระจายตัวออกไปรวดเร็ว ทำให้มีร่างกายปรับตัวไม่ทัน สิ้นสติทันที
คู่ที่ สองขึ้นมา ไม่ทันไร เพียงแค่หมัดเดียวเข้าปลายคางก็หงายหลังลงไปนอนนับสิบแล้ว
คู่ที่ สามขึ้นมาทำท่า หลอกล่อ เต้นฟุตเวิกค์ไปมา อาซันเตะเข้าก้านคอทีเดียวสลบ การแข่งขันครั้งนี้ อาซันไม่ได้ใช้พลังเทพ หรือวิชาเทพใดใด ใช้แต่พลังกายเท่านั้น เพื่อให้เกิดความเป็ธรรม เพื่อนทั้งหมดล้วนดีใจ ที่เห็นอาซันเอาชนะไปอย่างง่ายดาย พรุ่งนี้เหลือแข่งอีกแค่ 2 ครั้ง คุณณิชชา เชิญทุกคนทานอาหารที่โรงแรมในห้องพิเศษวีไอพี เลี้ยงฉลองให้อาซัน ที่ชนะอย่างสบายในวันนี้
พอกินอาหารกันเรียบร้อย คืนนั้นอาซันลงมาด้านล่าง มายืนที่ หน้าศาลพระภูมิเ้าที่
“ ออกมา” อาซันเรียกิญญาที่อาศัยอยู่ในศาลเ้าที่ให้ออกมา
“ ท่านยมทูตน้อย” ิญญาชายชราปรากฏตัว ยืนโค้งต่อหน้าอาซัน
“ เ้าไม่กลัวข้า จับเ้าลงไปแดนยมโลกหรือ” อาซันสงสัย
“ ข้าหวังแค่อยากดูแลบุตรหลานไม่ได้คิดทำชั่วแต่อย่างใด ขอให้ท่านจงเมตตาด้วย” ิญญาชายชราเอ่ยตอบ
“ ถ้าเป็ิญญาที่ไม่สร้างปัญหาให้กับมนุษย์ข้าก็ปล่อยผ่านไป ว่าแต่ข้ามีเื่อยากถามท่าน เมื่อกลางวันข้าััได้ถึงไอิญญาหนาแน่นที่ทางน้ำสามแพร่ง แต่กลับไม่มีิญญาเลย ที่ตรงนั้นมีประวัติ อย่างไร” อาซันสงสัย
“ ทางน้ำสามแพร่ง ทุกๆ 4 ปีวันที่ 29 ของเดือนกุมภาพันธ์ จะมีิญญาปีศาจโหงพรายมาจากอีกโลกหนึ่งเพื่อสังหารมนุษย์นำิญญามาสังเวย ต่อจอมภูติโหงพราย เมื่อสี่ปีก่อน พวกมันจมเรือโดยสารทำให้ผู้คนล้มตายไปหลายร้อยชีวิต ” อาซันฟังจบก็ใ มีจอมปีศาจโหงพรายอยู่แถวนี้ด้วยหรือนี่