บทที่ 24 โชคใหญ่มาเยือน
วันนี้เหอซิ่วฮวาไม่ได้ตามไปที่โรงพยาบาลด้วย วันนี้เธอไปประชุมที่สำนักงานการศึกษาของเทศมณฑล ดังนั้นเธอจึงไม่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล
เจียงอวี้หรงมาพบเธอใน่กลางวัน หลังจากฟังคำพูดของเจียงอวี้หรง เหอซิ่วฮวาก็มีท่าทีประหลาดใจ
“ไม่คิดเลยว่าเื่แบบนี้จะเกิดขึ้น แล้วทำไมก่อนหน้านี้เธอถึงไม่บอกฉันว่า หย่าลี่ และ ลู่จ้านตง เคยคบหากันมาก่อน?”
“ก็หาตัวเขาไม่เจอนี่คะ อดีตท่านผู้บัญชาการเซียว ยังหาไม่เจอเลย พี่ซิ่วฮวาพี่จะให้เราไปหาเขาที่ไหน?”
เหอซิ่วฮวา ฟังแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย “เธอพูดถูก เขาหายตัวไปในา เดิมทีคิดว่าเขาเสียชีวิตแล้ว ใครจะคิดว่าเขาจะกลับมาที่หมู่บ้านเถาฮวาคนเดียว”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงเธอก็เปลี่ยนไป “แต่มีเื่หนึ่งที่แปลกมาก”
“เื่อะไรหรือคะ?”
“ในเมื่อคนมากมายยังหาลู่จ้านตงไม่เจอ แล้วซูซ่าน ลูกสาวเธอรู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่ที่หมู่บ้านเถาฮวา?”
เจียงอวี้หรง ถอนหายใจทันที “ใครจะไปรู้ล่ะคะ? คงจะบังเอิญไปเจอล่ะมั้ง เธอขโมยเงินฉันไปมากมาย ด้วยรูปร่างของเธอ เป็ไปไม่ได้เลยที่เธอจะอยู่ในอำเภอ
ฉันแค่ถามไถ่เพียงเล็กน้อยก็รู้แล้วว่าเธออยู่ที่ไหน แต่ถ้าเธอไปที่หมู่บ้านเถาฮวา ฉันจะไปตามหาเธอได้ยังไงร?”
เหอซิ่วฮวา เงียบไปครู่หนึ่ง เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล แต่เมื่อดูจากนิสัยของ ซูซ่าน แล้ว มันก็ดูเป็ไปได้
เมื่อเห็นเธอไม่พูดอะไร เจียงอวี้หรง จึงรีบพูดต่อ
“จริงๆ แล้วเดิมทีเธอตั้งใจจะอยู่ที่นั่นสักพักหนึ่ง แล้วค่อยหาทางไปเมืองหลวง แต่ไม่คิดว่าพอไปถึงหมู่บ้านผู้พันลู่จะบังคับให้เธอพาเขาไปโรงพยาบาล
เธอไม่มีทางเลือกจึงต้องพาเขามา ใครจะคิดว่าผู้พันลู่จะเชื่อคำพูดของเธอล่ะ เฮ้อ... ทำไม หย่าลี่ ลูกสาวของฉันถึงได้โชคร้ายแบบนี้นะ?”
เจียงอวี้หรง พูดพลางเช็ดน้ำตา
“งานแต่งงานดีๆ กลับถูกพี่สาวของเธอทำพังยับเยินแบบนี้ จริงๆ แล้วฉันก็ไม่ได้ลำเอียงนะ แต่พี่เองก็รู้ดีว่าซูซ่านลูกสาวของฉันเป็ยังไง
พี่ลองคิดดูสิว่า หากเธอมีรูปร่างแบบนั้นแล้วได้เป็ภรรยาผู้บัญชาการกองพล นั่นจะไม่ทำให้กองทัพต้องอับอายขายหน้าหรือ?
ตอนนี้เธอกล้าขโมยเงินฉันไปสามร้อยหยวน ต่อไปเธอก็อาจจะกล้าขโมยเงินสามพันหยวน ถึงตอนนั้นผู้พันลู่ก็จะเดือดร้อน แม้แต่ผู้บังคับบัญชาของบ้านพี่ก็จะต้องอับอายขายหน้าไปด้วย…”
เมื่อฟังคำพูดของเธอ เหอซิ่วฮวาก็พยักหน้าเห็นด้วยในที่สุด
“เธอพูดถูก ผู้หญิงแบบนี้ไม่เหมาะสมที่จะเป็ภรรยาผู้บัญชาการกองพลจริงๆ อวี้หรง เธอวางใจได้ กลับไปแล้วฉันจะพูดกับคุณพ่อให้ดีๆ
จะปล่อยให้คนที่มีพฤติกรรมเลวร้ายแบบนี้มาเป็ภรรยาผู้บัญชาการกองพลไม่ได้เด็ดขาด”
“พี่ซิ่วฮวา ฉันฝากเื่นี้ไว้กับพี่ด้วยนะ”
“อืม วางใจได้”
……
เพื่อที่จะได้รับเบี้ยเลี้ยงของลู่จ้านตงก่อนซูซ่านลู่หงอู่จึงรีบขี่จักรยานไปที่ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขในตัวเมืองั้แ่เช้าตรู่
โดยปกติแล้วลู่หงอู่จะเป็คนมารับเบี้ยเลี้ยง เนื่องจากใบโอนเงินเขียนชื่อพ่อของเขา ลู่เสวียหย่วน
เพียงนำตราประทับส่วนตัวของลู่เสวียหย่วน และจดหมายแนะนำมาด้วยก็สามารถถอนเงินออกมาได้
วันนี้เขาออกจากหมู่บ้านั้แ่ตีสี่ ขี่จักรยานหนึ่งชั่วโมงก็ถึงตัวเมือง
เขานั่งรออยู่ที่หน้าประตูที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขจนถึงแปดโมงกว่า พนักงานจึงเริ่มทำงาน
แต่เมื่อถามถึงชื่อของลู่จ้านตงพนักงานกลับบอกว่าเดือนนี้ไม่มีใบโอนเงิน
เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ใบโอนเงินจะล่าช้าไปสองวัน
ลู่หงอู่ ออกจากที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขแล้วไปหาน้องชาย ลู่ชิ่งเซิง ที่โรงเรียนมัธยมต้นแห่งหนึ่งในตัวเมือง
ตอนนี้เป็่ปิดเทอมฤดูร้อน ไม่ใช่เวลาเรียน
แต่หลังจากที่ประเทศกลับมาเปิดการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง ทางโรงเรียนค่อนข้างจะผ่อนปรนให้กับนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสาม ่ปิดเทอมฤดูร้อนนี้อนุญาตให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเองในโรงเรียนได้
เนื่องจากยามไม่ให้เข้า เขาจึงนั่งรออยู่ที่หน้าประตูจนถึงเวลาเที่ยง
ลู่ชิ่งเซิง จึงรีบมาหา
“พี่รอง พี่มาทำไม?”
ลู่ชิ่งเซิง สวมแว่นตา สวมรองเท้าแตะหนังที่กำลังเป็ที่นิยมในขณะนั้น สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีน้ำเงินเข้ม
ดูจากลักษณะภายนอกแล้ว เขาไม่เหมือนนักเรียนที่จะขึ้นชั้นมัธยมปลายปีสาม แต่ดูเหมือนครูที่สุภาพเรียบร้อย
ลู่หงอู่เล่าเื่ที่ซูซ่านไปที่บ้านตระกูลลู่เมื่อวานนี้และเื่การแบ่งบ้าน รวมถึงเื่ที่เขามาเอาใบโอนเงินในวันนี้ให้ฟัง
ลู่ชิ่งเซิง ฟังแล้วก็ยกมือขึ้นดันแว่นตา แล้วหัวเราะเยาะ “ผู้หญิงแบบนี้หรือคู่ควรจะเข้าประตูบ้านตระกูลลู่ของเรา?”
“ใครบอกว่าไม่ใช่ล่ะ? คราวนี้เธอแบ่งของไปไม่น้อยเลย เงินอย่างเดียวก็ตั้งสองร้อยหยวน แกลองคิดดูสิ ถ้าแม่นั่นเอาเงินพวกนั้นไปให้จ้านตง ใช้ก็แล้วไป
แต่ที่บ้านต้องเลี้ยงคนนอกตั้งสามคน บ้านตระกูลลู่ของเราจะไปช่วยคนอื่นเลี้ยงลูกทำไม?”
ลู่หงอู่ นึกถึงเื่นี้ก็โกรธจนตาแทบถลน
ลู่ชิ่งเซิง เหลือบมองพี่รองคนนี้ “พี่เป็ผู้ชายอกสามศอกแท้ๆ ทำไมถึงปล่อยให้ผู้หญิงอ้วนคนเดียวบงการได้?ความเก่งกาจของพี่หายไปไหนหมด?”
พี่รองของเขาคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาในหมู่บ้าน มีคนไม่กี่คนที่จะกล้าต่อกรเขา
แต่กลับถูกผู้หญิงอ้วนที่เพิ่งมาใหม่จัดการเื่การแบ่งบ้านได้
ช่างน่าประหลาดใจจริงๆ
“ฉันบอกแกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าผู้หญิงคนนั้นน่ะ ร้ายการจยิ่งกว่าฉันเสียอีก พอมาถึงก็ทุบโอ่งน้ำที่บ้านแตก ฉันคิดจะไปสั่งสอนเธอเมื่อคืนนี้ ใครจะไปรู้ว่าเธอกลับพาเ้าสามไปโรงพยาบาลในตัวเมืองั้แ่เมื่อคืน
แถมยังจ้างคนมาเฝ้าบ้านอีก อย่าเพิ่งพูดเื่อื่นเลย แกบอกว่ารู้จักลูกชายของนายอำเภอไม่ใช่หรือ? หาคนคิดวิธี พาเ้าสามออกจากโรงพยาบาลให้หน่อย
ยังไงขาของเ้าสามก็พิการแล้ว ต่อให้รักษาในโรงพยาบาลก็เสียเงินเปล่า”
ลู่ชิ่งเซิง ส่งเสียงหึในลำคอ “พี่รู้ได้ยังไงว่าผู้หญิงคนนั้นเอาเงินไปรักษาพี่สาม?”
ลู่หงอู่ ตกตะลึง “หมายความว่า เธอไม่ได้พาเ้าสามไปโรงพยาบาล?”
“ปมจะหาคนไปสืบเื่ที่โรงพยาบาลดูก่อน พี่รองรอเดี๋ยว”
“ได้”
ลู่ชิ่งเซิง รีบขี่จักรยานออกมา ไม่นานก็มีนักเรียนอีกคนขี่จักรยานคันใหม่ตามออกมา ดูจากเสื้อผ้าแล้ว นักเรียนคนนั้นดูดีกว่า ลู่ชิ่งเซิง เสียอีก
ทั้งสามคนมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลในตัวเมือง
ใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อ ทั้งสามคนก็มาถึงประตูโรงพยาบาลในตัวเมือง
ลู่ชิ่งเซิงให้ลู่หงอู่รออยู่ที่ประตูเพื่อดูรถ ส่วนเขากับนักเรียนคนนั้นเข้าไปในอาคารผู้ป่วยนอก
ประมาณหนึ่งเค่อ ลู่ชิ่งเซิง ก็เดินออกมาพร้อมกับนักเรียนคนนั้น
ไม่รู้ว่าลู่ชิ่งเซิงพูดอะไรกับอีกฝ่าย อีกฝ่ายจึงรีบขี่จักรยานออกไป
“น้องสี่ เป็ยังไงบ้าง?”
ลู่หงอู่ รีบถามสถานการณ์
ลู่ชิ่งเซิง ขยับแว่นตาแล้วหันกลับไปมองที่อาคารผู้ป่วยนอก “พี่รอง วันนี้พวกเรามาที่นี่ถูกที่จริงๆ”
ลู่หงอู่ เบิกตาโต “น้องสี่ รีบบอกพี่มาเร็ว ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้พาเ้าสามมาที่นี่ใช่ไหม?”
“ตรงกันข้ามเลย ผู้หญิงคนนั้นไม่เพียงแต่พาพี่สามมาที่นี่ แต่ยังพาพี่สามเข้าห้องผ่าตัดด้วย ตอนนี้การผ่าตัดยังไม่เสร็จเลย แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด”
ลู่หงอู่ ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจ “เงินถูกใช้ไปหมดแล้ว นี่หรือที่เรียกว่าไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด?”
เขากำลังคิดถึงเงินสามร้อยหยวนนั่นอยู่
ลู่ชิ่งเซิง ยิ้มเล็กน้อย ดวงตาฉายแววภาคภูมิใจ “พี่รอง บ้านเราอาจจะกำลังมีโชคใหญ่แล้ว”
“แกว่าอะไรนะ?”