ตอนที่ 1 ฟีโรโมน
“ไงพีท อ่านหนังสือหน้ายุ่งเชียวไหวไหมวะเนี่ยไอ้น้อง!” พล เดินเข้ามาในบ้าน พร้อมกับทักทายน้องชายของตนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือไปสัปหงกไป อย่างคนสู้ชีวิต
พีท เป็นักกีฬาว่ายน้ำของมหาวิทยาลัย เลยต้องซ้อมว่ายน้ำหลังเลิกเรียนไปจนถึงสามทุ่มแทบทุกวัน และนี้คือสาเหตุที่ทำให้เพลียจนเผลอหลับในห้องเรียนบ่อย ๆ จนเรียนไม่รู้เรืองทำให้ต้องกลับมาอ่านหนังสือทบทวนด้วยเองทุกคืน
แต่ก็นะ…ไม่เคยได้เื่ ความรู้มักเข้าหูซ้ายแล้วเดินทางทะลุออกไปที่หูขวาทันที
“ไม่ค่อยไหววะพี่แม่งโคตรง่วงเลย อ่านเองก็ไม่รู้เื่อีก เสียเวลานอนชะมัด พี่รู้จักใครที่ติวเก่ง ๆ ก็แนะนำให้ผมบ้างดิ” นักกีฬาหนุ่มเงยหน้าขึ้นถามด้วยน้ำเสียงคางยาน ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความง่วง
“เพื่อนนักศึกษาแพทย์ของพี่ที่ใจดี ๆ ซักคนอ่ะ มีบ้างไหม?” คนขี้เซาโอดครวญก่อนจะยืดเส้นยืดสายด้วยการบิดี้เีชุดใหญ่ จนเสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบ ราวกับว่ากำลังจะกลายร่างเป็ซอมบี้เหมือนในหนัง
“โห้ก่อนอื่นเลยนะ แกต้องหยุดบิดี้เีแบบนี้ซะ หึยย! ขนลุกชะมัด เลิกทำตัวติงต๊องด้วยแล้วจะแนะนำติวเตอร์ให้ ” พลกระตุกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งก่อนที่จะทำตาโต ดูเหมือนว่าเขาปิ๊งแว้บบางอย่างขึ้นมาได้ “เออ ๆ ...เอางี้ละกัน เดี๋ยวฉันเนี่ยจะขอให้ฟางมาช่วยติวให้”
“ฟาง...ฟางไหนอีก?”
“ก็คุณหนูฟางดาวคณะแพทย์ไง” พลกล่าวด้วยน้ำเสียงสดชื่น ดูเหมือนว่าเขาจะภาคภูมิใจที่จะเอ่ยถึงเื่นี้มาก “คือว่าฉันกับเขาน่ะ ตกลงคบกันได้สองอาทิตย์แล้ว ผู้หญิงอะไรจีบยากชิบ ตามตื๊อตั้งนานกว่าจะยอมใจอ่อน”
“หา?!”
“ฟังไม่ผิดหรอก ฉันกับฟาง เราคบกัน” น้ำเสียงฉะฉานของเขาทำเอาพีทหน้าเจื่อนด้วยเหตุผลบางอย่าง
“เดี๋ยวจะใช้สิทธิ์ของแฟน ขอให้เขามาติวให้แกที่บ้าน ทีนี้ล่ะจะได้จับเข้าห้องเชือดซักที ไม่มีผู้หญิงคนไหนรอดนายพลคนนี้ได้เกินสามวันนะเว้ย!” พูดพลางยกยิ้มที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์
เื่หญิงพลไม่เคยพลาดอยู่แล้ว และคนนี้เขาก็ต้องได้เหมือนกัน
“เดี๋ยวนะฟางไหนอ่ะ เอาดี ๆ พี่อย่าบอกนะว่า...ฟางที่เป็ดาวคณะของปีที่แล้ว?” จากที่สะลึมสะลืออยู่ ๆ ก็หายง่วงเป็ปลิดทิ้ง เมื่อรู้ว่าพี่ชายตนตกลงคบกับสาวคนดัง
เพราะ ฟาง คือหญิงสาวที่เขาแอบมองแอบปลื้มมานาน แต่กลับไม่มีความกล้าพอที่จะไปทำความรู้จัก เนื่องจากคิดว่าเธอน่าจะเป็คนที่โลกส่วนตัวสูงและค่อนข้างเข้าถึงตัวได้ยาก ขนาดยิ้มให้ยังไม่ชายตามองกันเลยด้วยซ้ำ
ไม่รู้ปีนี้พี่ชายของเขาฟาดสาว ๆ ไปแล้วกี่ราย พลทั้งฮอตทั้งคูลแถมยังเรียนเก่งอีกต่างหาก ต่างจากเขาลิบลับ ที่วัน ๆ คลุกอยู่กับแต่การซ้อม กิจวัตรประจำวันวนลูปจำเจอยู่แบบนี้ราวกับว่าทั้งชีวิตมีเื่ให้ทำอยู่แค่ไม่กี่อย่าง
การเล่นกีฬาพีทมีทักษะที่ดีถึงดีมาก แต่ถ้าจะถามถึงเื่เรียนน่ะเหรอ...แค่สอบให้ผ่านก็เก่งสุด ๆ แล้วล่ะ จะเอาอะไรมาป๊อปปูล่าสู้ใครเขาได้
‘นั่นสินะใคร ๆ ก็อยากคบกับพี่พล ดาวกับเดือนมันของคู่กันอยู่แล้ว...’ ในใจคิดอิจฉาความกล้าบ้าบิ่นของพี่ชายไม่น้อย
...
วันต่อมาพลพาฟางสาวสวยมาดคุณหนูมาที่บ้านตามคำอวดอ้าง ทั้งพีทและฟางเคยเห็นหน้าค่าตากันผ่าน ๆ มาบ้าง เนื่องจากเธอชอบมานั่งอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟประจำของเขา
แต่ถึงอย่างนั้นพีทก็ทำได้แค่เพียงแอบมอง มีหลายครั้งที่บังเอิญหันไปสบตากัน หัวใจมันก็ดันเต้นรัวจนแทบจะะเิออกมาจากอก ทำให้เขาต้องคอยหลบตาหันหน้าหนีเธออยู่เรื่อย
ให้ตายเถอะวันนี้เป็ครั้งแรกที่มีโอกาสได้คุยกันแล้วแท้ ๆ ทว่าคนหน้าหวานที่นั่งอยู่ตรงหน้าตอนนี้ กลับมาในสถานะแฟนของพี่ชายเสียอย่างนั้น มันช่างเลวร้ายสุด ๆ ไปเลย
ยังไงก็ตามแค่เห็นหน้าหัวใจมันก็ฟูฟ่องล่องลอยเป็บอลลูนจนเท้าแทบไม่ติดพื้น และในตอนนี้เขายังต้องใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะปั้นหน้าให้นิ่งที่สุด เพื่อปกปิดความสุขใจซ่อนอยู่ เพราะมันคงดูไม่ดีนัก ถ้าจะมาเผลอออกอาการกระดี๊กระด๊ากับแฟนของพี่ชายมากจนเกินงาม
ทว่าสิ่งที่ปกปิดยากที่สุดนั่นคือสายตา เนื่องจากมันเปล่งประกาย ฉายแวววิบวับเกินความปกติไปมาก ยิ่งเห็นรอยยิ้มหวานในระยะใกล้ด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้หัวใจเต้นรัว
รอยยิ้มนี้ส่งผลให้ชายหนุ่มไม่เป็อันติวเลยด้วยซ้ำ เหนือสิ่งอื่นใดยังมีเื่ที่ทำเขาให้ประทับใจขึ้นไปอีก
นั่นคือแม้ว่าเ้าตัวจะตอบคำถามโง่เง่าแค่ไหนก็ตาม เธอคนนี้ก็ยังยิ้มรับในความมึนของเขาได้ จากที่เคยชอบมาก พอรู้ตัวอีกทีก็กลับกลายเป็หลงจนโงหัวไม่ขึ้นเสียแล้ว
พีทมองเ้าของกลีบปากสีชมพูอ่อนที่คอยขยับพูดหลักวิชาการเจื้อยแจ้วด้วยใจที่หวั่นไหว มองตามนิ้วเรียวยาวของคนตัวเล็กที่มักจะดันกรอบแว่นทรงกลมให้เข้าที่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจากชีทสรุปกองโต เพื่ออธิบายหลักการใช้โน่นนี่ให้คนมึน ๆ อย่างเขาฟังอย่างตั้งใจ
ทุกการเคลื่อนไหวของเธอช่างน่าเอ็นดูจนอดไม่ได้ที่จะเผลออมยิ้มตาม
“เดี๋ยวนี้มีพวกไอแพดแล้วสะดวกจะตายไป ทำไมถึงยังจดสรุปแบบนี้อยู่อีกล่ะ?” อดไม่ได้ที่จะถาม เพราะเขาคงทนทำอะไรมากมายขนาดนี้ไม่ไหวแน่
“ก็เพราะเวลาเราจดสมองมันจะคิดตาม ทำให้มีสมาธิแล้วก็จำได้ดีขึ้น” เสียงหวานเอ่ยขึ้นก่อนจะช้อนตามองลอดแว่น “มันเป็เคล็ดลับของฟางน่ะ พีทก็ลองทำได้นะคะ ฟางไม่หวง”
รอยยิ้มละมุนยังคงผุดขึ้นมาประดับบนใบหน้าขาวใสทุกครั้ง แม้ต้องมาตอบคำถามที่ดูไร้สาระมากก็ตาม
ให้ตายเถอะแบบนี้มันทำให้ใจของพีทเต้นรัวแรงกว่านรก ยิ่งกว่าฟาสแปดซะอีก ‘เหอะ! น่าเสียดายชะมัด โคตรน่ารักขนาดนี้ จะหาได้จากไหนอีก? พี่พลแม่ง...’ เขาอดไม่ได้ที่จะคิดอิจฉา
ฟางดูเป็สาวเรียบร้อย นุ่มนิ่มอ่อนหวานน่าทะนุถนอม เธอไม่ใช่สายเซ็กซี่แบบที่พลชอบเท่าไหร่ น่าแปลกใจไม่น้อยที่พี่ชายเขาตามรุกหนักขนาดนั้น
“พีทไม่เข้าใจตรงไหนหรือเปล่า ทำไมตาหวานขนาดนั้นง่วงแล้วเหรอ?” เ้าของกลีบปากทรงเสน่ห์เอ่ยทัก เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าเอาแต่นั่งเหม่อลอย
“ทำไมวันนี้ใส่แว่นมาล่ะ? แปลกตามากเลยนะพีทไม่เคยเห็นฟางใส่เลยนี่นา”
“ก็สายตาสั้นไงคะ ปกติฟางจะใส่คอนแทคเลนส์แต่บางครั้งก็ลืม เวลาเจอคนรู้จักเลยไม่ค่อยได้ทักทายเพราะมองไม่ชัด โดนว่าเป็คนหยิ่งอยู่บ่อย ๆ ” คนตัวเล็กยืดตัวคว้าแก้วน้ำมาจิบก่อนจะพูดต่อ “ว่าแต่พีทเข้าใจที่สรุปให้ฟังบ้างหรือเปล่า เห็นชวนคุยนอกเื่ตลอดเลยเนี่ย...ให้โอกาสถามใหม่”
“อืมมเื่สายตาสั่นพีทเข้าใจแล้ว แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจอีกเื่หนึ่งเท่าไหร่...” เ้าของใบหน้าทะเล้นอมยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะขมวดคิ้วเป็ปม “เอิ่มม...คำนี้ใช้กับสถานการณ์แบบไหน?”
ชายหนุ่มก้มมองที่หนังสือแล้วเอานิ้วจิ้มไปมั่ว ๆ และเมื่อคนตัวเล็กโน้มหน้ามาใกล้ ก็อดที่จะแอบชำเลืองตามองไม่ได้
“Bad habit ก็แปลว่า นิสัยแย่ ๆ พฤติกรรมไม่ดีที่ติดเป็นิสัย” หญิงสาวขยับเข้าไปใกล้แล้วช้อนตามองหน้าคนขี้สงสัย “อืมม อย่างเช่น…ขี้เก๊ก”
“ฮะ...ใครขี้เก๊ก?”
“ก็อยู่กันสองคน ฟางคงไม่ว่าตัวเองหรอกมั้ง” เมื่อสายตาของทั้งคู่สบกัน ฟางจึงรู้ตัวว่าพีทนั้นจดจ้องอยู่กับเธอมากกว่าคำถามเสียอีก
แววตาคมเข้มทำเอาดวงหน้าหวานร้อนผ่าว จนต้องหลุบตาหนีอย่างไม่มีเหตุผล ปกติแล้วสถานการณ์แบบนี้เขามักจะหลบตาเธออยู่เสมอนี่น่า แต่ทำไมวันนี้ถึงได้กล้ามองตอบกันล่ะ...
“เออแล้วก็อย่างเช่น การผัดวันประกันพรุ่ง การนอนดึกจนติดเป็นิสัยอะไรประมาณนี้” คนหน้าร้อนทำใจสู้ เธอจ้องกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน แต่ความรู้สึกวูบวาบก็เล่นงานจนแล่นปราดไปทั่วอก เมื่อจังหวะหัวใจของเธอเริ่มสั่นแปลก ๆ จึงเสมองไปทางอื่นแทน
“แล้วฟางมีไหมนิสัยที่ไม่ดี” เสียงทุ้มเอ่ยถามเบากว่าที่เคย เขาอยากรู้จักเธอมากกว่านี้อีกหน่อย
“มันก็ต้องมีทุกคนอยู่แล้วค่ะ แต่ถ้าพีทอยากรู้ ก็ลองสังเกตเอาเองสิ ใครเขาจะมาเล่าเื่ไม่ดีของตัวเองให้คนอื่นฟังกันล่ะ อ้อ! มีอีกอย่างหนึ่งที่เป็นิสัยแย่ ๆ”
“อะไรเหรอ?” ชายหนุ่มยิ้มอ่อน นั่งฟังอย่างตั้งใจ ก่อนที่จะหุบปากแทบไม่ทัน
“ก็การชวนคุยนอกเื่ไร้สาระไปเรื่อยแบบนี้ไงตั้งใจหน่อยสิคะ” คนหน้าหวานเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะยืดตัวนั่งกอดอกแสร้งทำเป็จริงจัง “ฟางไม่ได้ว่างมาติวให้บ่อย ๆ นะ” เสียงพูดเรียบเฉยทำเอาพีทยิ้มเจื่อนจนไม่เหลือดมาดกวน ๆ
เมื่อหลอกด่าเขาได้สำเร็จ เ้าตัวก็เผลอยิ้มทะเล้นออกมาทันที “ไงล่ะอยากกวนดีนัก อย่ามาแกล้งซึม ว่าไงคะมีตรงไหนไม่เข้าใจอีกเดี๋ยวฟางจะกลับแล้วนะ” ก็แน่ล่ะมาเจอกันในระยะประชิดครั้งแรกเธอยังรู้สึกแปลก ๆ ขนาดนี้ ขืนต้องเจอกันนาน ๆ แบบนี้อีกก็คงไม่ดีต่อหัวใจนัก
“อืมมก็มีนะ เป็อะไรแบบที่ไม่เข้าใจมาก ๆ เลยด้วย แต่ไม่ถามต่อดีกว่า เดี๋ยวจะโดนดุอีก”
“แสดงว่าไม่สงสัยเกี่ยวกับเื่ที่ฟางติวเลยสินะ นอกเื่ล้วน ๆ ” พูดพร้อมมองบนเพื่อประชด
“เบื่อจัง คนรู้ทัน” ทว่าในสายตาพีทแล้วความยียวนนั้นมันกลับเต็มไปด้วยความน่ารักน่าเอ็นดู
“ฟางรู้หมดแหละ” คนตัวเล็กพูดพลางหรีตาจับผิด
“เหรอครับ...”
เมื่อรู้ตัวว่ากำลังยิ้มกว้างเกินไปเขาจึงขยับมือที่เท้าคางอยู่มาปิดปากแทน ทำให้ฟางที่นั่งมองอยู่เผลอยิ้มตาม แต่ก็ต้องรีบก้มหน้างุดเพราะกลัวอีกฝ่ายรู้ว่าเธอเองก็รู้สึกเสียอาการอยู่ไม่น้อย
สายลมอ่อนพัดโชยเข้ามาปะทะใบหน้าใสทำให้เส้นผมสีดำสลวยพลิ้วไหวไปตามแรงลม จนฟางต้องยกมือขึ้นมวยผม แล้วใช้ปากกาเสียบไว้แบบลวก ๆ จนเผยให้เห็นลำคอขาวที่ชวนให้อีกฝ่ายใจสั่น
'วันนี้คงติวไม่รู้เื่แล้ว ไอ้พีทเอ๊ยย' ภาพตรงหน้าทำให้เขาแทบจะไม่อยากกะพริบตาเลยด้วยซ้ำ
ลำคอระหงและไหปลาร้าที่ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็รู้สึกถึงความเย้ายวน ถูกไรผมอ่อนที่แนบอยู่คลอเคลียเบา ๆ เส้นผมสีเข้มที่พลิ้วไหวไปตามการขยับร่างกายราวกับว่ามันเป็สิ่งมีชีวิต
ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวกระตุกหัวใจของชายหนุ่มให้เต้นแรงจนเขาเริ่มกลัวว่าอีกคนจะได้ยินมัน และยิ่งไปกว่านั้นไอความหอมอ่อน ๆ จากคนร่างเล็กยังลอยฟุ้งมาแตะฆานประสาทรับกลิ่นของเขาเป็ระยะ
ทุกอย่างที่เป็เธอ มันชัดเจนอบอวลจนรู้สึกปั่นป่วนไปทั่วอกอย่างที่ไม่เคยเป็กับใครมาก่อน
‘อืมม...นี่คือกลิ่นฟีโรโมนสินะ...ที่เขาว่ากันว่ามันกระตุ้นอารมณ์’ ไม่เพียงแค่คิดเท่านั้นแต่สายตาเขายังมองทะลุทะลวงเข้าไปชุดที่สวมใส่จนจินตนาการไปไกล
เสื้อเชิ้ตสีขาวที่คนตัวเล็กใส่มา ถึงแม้ว่าจะตัวใหญ่โคร่งตามแฟชั้นนิยม แต่มันก็บางมากเช่นกัน และถึงด้านในจะมีเสื้อกล้ามสีเดียวกันที่ใส่ซ้อนอยู่อีกชั้น แต่มันก็ยังคงอวดส่วนเว้าส่วนโค้งของเรือนร่างอรชรภายในนั้นได้เป็อย่างดี
‘อ่าา อยากแกะกระดุมเชิ้ตออกทีละเม็ด...ทีละเม็ดจัง’
คิดมาถึงตรงนี้บางส่วนในร่างกายของเขาก็เริ่มพองตัวขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงการขยายตัวของมันช้า ๆ กระทั่งปวดหนุบตรงกล้ามเนื้อส่วนนั้น จนเริ่มจะทนไม่ไหว