“ฮึ่ม คิดจะใช้วิธีหมาหมู่หรือถึงพวกเ้าจะชนะในวันนี้แต่ข้ารับรองได้เลยว่านังสองคนนี่จะต้องไร้ที่ซุกหัวนอนแน่ๆ” เมื่อเห็นว่าสู้ด้วยกำลังกันไม่ได้จางฉินจึงหันมาใช้วิธีข่มขู่ “หากรู้จักคิดก็จงไปเอาโฉนดที่ดินทั้งหมดมาคืนให้แก่ตระกูลจางเสียโดยดีข้ายังจะพอมีเมตตา ยอมให้พวกเ้าสองคนอาศัยอยู่ในบ้านสัปรังเคนี่ต่อไป”
“ข้าอยากรู้นักพวกเ้าเอาความมั่นใจมาจากไหน คิดจะใช้อะไรมาขู่ท่านยายเช่นนี้”หยางเถาอวี้ยิ้มเย็น
“ฮึ บ้านหลังนี้เป็ของตระกูลจางข้าอยากให้พวกเ้าอยู่พวกเ้าก็ได้อยู่ อยากไล่พวกเ้าออกไปเมื่อไหร่ก็ย่อมได้”จางฉินสาธยาย
“ฮ่าๆๆอันที่จริงท่านยายก็อยู่ของท่านอย่างสงบมานานทั้งๆที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพวกเ้า หรือจะเรียกว่าโกงกันอย่างหน้าด้านๆ ก็ยังได้แต่พวกเ้ายังไม่สำนึก อยู่ดีไม่ว่าดี กลับแกว่งเท้าหาเสี้ยนมาหาเื่ถึงนี่”หยางเถาอวี้ชักหมดความอดทน
“เ้าหมายความว่าอย่างไรนังเด็กเหลือขอ พวกข้าไปโกงพี่สะใภ้จางั้แ่เมื่อไหร่ อุตส่าห์ให้ที่อยู่ที่กินไม่สำนึกบุญคุณ ยังมากล่าวหาข้าอีกรึ” จางฉินเถียงหน้าดำหน้าแดงเมื่อคิดเข้าข้างตนเองว่าถูกกล่าวหา
“พูดกับคนชั่วเสียเวลาทำมาหากินข้าหมด รีบๆ ให้จบเื่ดีกว่า ไหน ตาแก่ชั่ว ข้าขอถามเ้าอีกหนเ้าจะอาศัยอะไรมาขับไล่ท่านยาย และเ้าอาศัยอะไรจึงคิดมายึดโฉนดที่ดินเป็ของเ้าข้าล่ะคาใจจริงๆ ไม่นึกว่าบนโลกใบนี้จะมีคนชั่วร้ายหน้าหนาเช่นเ้าอยู่จริงๆ”หยางเถาอวี้เริ่มร่ายยาวอย่างเหลืออด นึกขอบคุณยายเอียดกับพี่จ่อยผู้ชอบนั่งเฝ้าละครดังหลังข่าวให้นางได้สั่งสมต้นแบบของฝีปากอันคมกล้าเอ้ย... มะช่ายยยย ได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตทางลัด
“หนอย นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเ้ากล้าด่าข้ารึ ไป ไปให้พ้นจากบ้านหลังนี้ทั้งสองคนเลยเชียว ไม่เช่นนั้นข้าจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านให้พาคนมาลากพวกเ้าออกไปทันที”จางฉินโกรธจนหน้าเขียวคล้ำ ตวาดเสียงดังลั่นทั้งยังยกผู้ใหญ่บ้านมาข่มขู่อีกต่างหาก
“ไอ้พวกสมองหมูปัญญานิ่ม หึเปรียบเทียบกับหมูก็ยังต้องสงสารหมู เอะอะก็ขู่ ข้าจะบอกให้เอาบุญจะได้จบเื่เสียที เสียเวลาอันมีค่าของข้าไปมากแล้ว ที่ดินทั้งหมดนี้ข้าซื้อเองไม่ใช่ท่านยาย มีปัญหาอะไรไหม” หยางเถาอวี้รำคาญที่จะปล่อยให้เื่ยืดเยื้อต่อไป
“โกหกเด็กอย่างเ้าจะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อที่ดินตั้งมากมายขนาดนี้ต้องเป็พี่สะใภ้จางแอบยักยอกทรัพย์สินของตระกูลจางไว้เป็จำนวนมากแน่ๆ ถึงสามารถซื้อที่ดินเหล่านี้มาได้”จางฉินเถียงข้างๆ คูๆหวังใช้ความไม่สู้คนของยายจางมาฮุบสมบัติกองโตที่เห็นอยู่ตรงหน้าเฉกเช่นที่ผ่านมา
“เอาปัญญาที่ไหนมาซื้อเ้าไม่มีสิทธิรู้และตอนที่ข้าซื้อที่ดินรอบๆ บริเวณนี้ ข้าได้ขอให้ท่านใต้เท้าหวงเผยิเ้าหน้าที่สำนักการที่ดินทำสำเนาโฉนดที่ดินทั้งหมดที่ซื้อในนามของท่านตาจางเช่อมาหมดแล้วหนึ่งในนั้นก็คือโฉนดที่ดินของบ้านหลังนี้ เ้าไม่มีสิทธิถือครองที่ดินมากมายหลายสิบหมู่ของท่านตาจางเช่อมาั้แ่ต้นต่อให้อ้างกฎบ้ากฎบอประจำตระกูลก็ไม่มีสิทธิฮุบทรัพย์สินส่วนตัวของใคร และเ้าก็คงไม่มีหลักฐานที่กล่าวอ้างกับท่านยายว่าที่ดินทั้งหมดนั้นใช้ทรัพย์สินส่วนกลางของตระกูลไปซื้อมาหล่ะสิที่ดินทั้งหมดจึงยังเป็ชื่อของท่านตาจางเช่ออยู่ ข้าจะบอกให้เอาบุญที่นาเ่าั้รวมถึงบ้านหลังนี้เวลานี้ได้โอนเปลี่ยนมาเป็ชื่อของท่านยายทั้งหมดแล้ว เพียงแต่ท่านยายเวทนาเ้าหรอกจึงไม่ไปทวงคืนเสียที หากเ้าอยู่ของเ้าดีๆ ต่อไปไม่มายุ่งกับบ้านหลังนี้ข้าก็ไม่คิดจะเอาความ แต่หากเ้ายังขืนโผล่หน้ามาให้ข้าเห็นอีกข้าจะขอซื้อที่นาทั้งหมดที่ท่านยายมีสิทธิถือครองในฐานะภรรยาผู้สืบทอดมรดกแต่เพียงผู้เดียวมาถึงเวลานั้น ผู้ที่จะเดินไปหาผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยเฉดหัวใครบางคนออกไปจากที่นาของท่านยายก็คือข้าจำใส่สมองเน่าๆ ของเ้าเอาไว้” หยางเถาอวี้ร่ายยาว
พวกจางฉินได้ยินเช่นนั้นต่างพากันตกตะลึงปากอ้าตาค้างกับคำพูดของหยางเถาอวี้พวกตนคิดจับเสือมือเปล่าฮุบที่ดินผู้อื่น กลับกลายเป็การแกว่งเท้าสร้างหายนะครั้งใหญ่แก่ตัวได้อย่างไรกันนี่
“เหลวไหล เอาอะไรมาพูดข้าไม่เชื่อเ้าหรอก” จางหู่ะโลั่นทั้งๆ ที่ปากซีดปากสั่น
“ไม่เชื่อก็เป็เื่ของเ้าหาเกี่ยวกับข้าไม่ แต่เวลานี้จงรีบไสหัวออกไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจไปหาผู้ใหญ่บ้านให้ดำเนินการ”หยางเถาอวี้สำทับ
“ฮึ่ม ฝากไว้ก่อนเถอะครั้งหน้าข้าจะไม่ปล่อยให้นังเด็กเหลือขออย่างเ้าได้อ้าปากสามหาวอีกแน่พวกเรากลับ!” จางฉินอับจนหนทางได้แต่วางท่ามิให้เสียหน้ามากไปกว่านี้ก่อนจะชักชวนพรรคพวกของตนจากไป
ทันทีที่พวกจางฉินหันหลังจากไปเงาร่างยังไม่ทันพ้นรั้วพวกนายช่างอู๋กับอาเฮยต่างพากันปรบมือและยกนิ้วโป้งให้แก่หยางเถาอวี้
“คุณหนูเก่งยิ่งนัก”
“คุณหนูเฉียบขาดไปเลยขอรับ”และอีกหลายๆ เสียงจากพวกคนงานที่มามุงดูอยู่รายรอบ
พวกจางฉินได้ยินเสียงชื่นชมนางเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแว่วเข้าหูจากด้านหลังทว่าต่างก็ไม่กล้าหันกลับไปดู ได้แต่รีบสาวเท้าเดินจากไปด้วยความแค้นใจยิ่ง
“มิกล้ารับคำชมๆข้าแค่พูดความจริงเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้ถ่อมตน
“เ้ายอดเยี่ยมมากจริงๆ อวี้เอ๋อวันนั้นที่อำเภอ เห็นเ้าเอ่ยปากขอใต้เท้าหวงในตอนท้ายข้ายังแปลกใจ นึกว่าเ้าคิดมากเกินไปที่แท้ทุกอย่างกลับเป็ดังที่เ้าคาดการณ์ไว้” ยายจางเอ่ย
“ท่านยายเป็คนจุดชนวนความคิดให้แก่ข้าั้แ่ที่ท่านไม่ยอมรับเป็เ้าของที่ดินเ้าค่ะหากพวกจางฉินมีใจละโมบดังที่ท่านยายกังวล ต่อไปต้องมาหาเื่แน่ดังนั้นข้าจึงคิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าต้องมานั่งแก้ไขทีหลังเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้อธิบายความคิดของตน
“ว่าแต่คุณหนูขอรับข้าว่าต่อไปคงไม่มีใครกล้ามาตอแยกับท่านอีกแล้วหละขอรับฝีปากของท่านทำให้คนอกแตกตายได้เลยทีเดียว” นายช่างอู๋หยอก
“อ่าข้าถือว่านี่เป็คำชมก็แล้วกันนะเ้าคะ” ทุกคนพากันหัวเราะครืนเมื่อเหตุการณ์วุ่นวายผ่านพ้นไป
“เอาล่ะในเมื่อเื่ทุกอย่างเรียบร้อยลงด้วยดี พวกเ้าก็กลับไปทำงานกันต่อเถอะ”นายช่างอู๋เริ่มสั่งการให้พวกคนงานกลับไปทำงานต่อ
“เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะข้าน้อยมีเื่จะกล่าว” หยางเถาอวี้เอ่ยขัดขึ้น “ข้าอยากขอคารวะพวกท่านทุกคนที่มาช่วยปกป้องท่านยายเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้กล่าวพร้อมย่อกายลงคารวะคนงานทุกคนด้วยท่าทางอ่อนน้อมงดงามยิ่ง
เหล่าคนงานพากันใ ต่างรีบเอ่ยทัดทานเซ็งแซ่
“มิได้ขอรับคุณหนู”
“คุณหนูอย่าทำเช่นนี้เลย”
“นี่เป็เื่ที่ลูกผู้ชายสมควรกระทำขอรับคุณหนูท่านอย่าได้เกรงใจ” อาเฮยกล่าวตบท้าย
“ท่านคืออาเฮยใช่หรือไม่ท่านออกหน้าช่วยปกป้องท่านยายและข้าหลายครั้งข้าจะจดจำบุญคุณนี้ไว้ในใจอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้จดจำคนผู้นี้ไว้ในใจดังพูด นางรู้สึกว่าอาเฮยเป็คนดีมีน้ำใจ
“มิได้ขอรับคุณหนูข้าแค่ตอบแทนอาหารอร่อยๆ ของคุณหนูและยายจางเท่านั้นเอง จะให้แม่ครัวมือดีของพวกเราได้รับอันตรายได้ยังไงข้าคาดหวังเป็อย่างยิ่งว่าพรุ่งนี้พวกเราจะมีลาภปากได้กินอาหารอร่อยๆ กันอีก”
“ฮ่าๆๆ ที่แท้เ้าก็เห็นแก่กินเท่านั้นรึ”เสียงทุกคนหัวเราะขึ้นมาพร้อมๆ กัน “แต่คำพูดนี้ของเ้าแทงใจพวกเรายิ่งนักอาเฮย”บรรยากาศเคร่งเครียดที่ผ่านมาสลายลงสิ้น ความครื้นเครงเฮฮาเข้ามาแทนที่
“เอาล่ะๆ สนุกพอแล้วเดี๋ยวงานไม่เดินกันพอดี แยกย้ายกลับไปทำงานกันเร็วเข้า” นายช่างอู๋สำทับอีกครั้ง
เมื่อทุกคนแยกย้ายจากไปหยางเถาอวี้จึงหันมาหายายจาง
“ท่านยายหายใแล้วใช่หรือไม่”ตอนที่นางกลับมาถึงยายจางกำลังยืนหน้าซีดหน้าเซียว เห็นแล้วปวดใจไม่น้อย
“ยายไม่เป็ไรอวี้เอ๋อปกป้องยายเอาไว้อีกครั้งแล้ว”
“อีกครั้งตรงไหนเ้าคะมีแต่ท่านยายช่วยข้าไว้”
“ฮึ เ้าไม่รู้อะไรที่ข้ายิ้มได้ในทุกวันนี้ มิใช่เพราะเ้าหรือ” ยายจางน้ำตาซึม
“เอาล่ะๆท่านยายกำลังยกยอจนข้าตัวลอยขึ้นไปถึงบนฟ้าแล้วเ้าค่ะท่านยายกลับเข้าไปพักผ่อนในบ้านก่อนเถอะเ้าค่ะ”
“พูดอย่างนี้แล้วเ้าเล่าไม่เข้าไปพักผ่อนด้วยกันหรอกหรือ ตะลอนๆ ไปมาตั้งไกล ไม่เหนื่อยบ้างหรือ”ยายจางเอ่ยอย่างห่วงใย
“ข้าไม่เหนื่อยเ้าค่ะและก็ยังมีเื่สำคัญต้องทำอีกนิดหน่อย”
“เื่อะไรรึอวี้เอ๋อ”
“พวกจางฉินกล้าหน้าด้านหน้าทนมาคิดเอารัดเอาเปรียบพวกเราถึงเพียงนี้ข้าเกรงว่าพวกเขาคงไม่ยอมรามือง่ายๆ กลับไปอาจคิดหาเล่ห์กลอันใดมาทำร้ายพวกเราอีกดังนั้นข้าว่าพวกเราต้องเป็ฝ่ายชิงลงมือกันก่อนบ้างแล้วเ้าค่ะ ฉะนั้นข้าจะไปเยี่ยมผู้ใหญ่บ้านเสียหน่อยท่านยายพักผ่อนอยู่ทางนี้ไปก่อนเถอะเ้าค่ะ”
“เ้ามีแผนการในใจหรือเช่นนั้นยายไปกับเ้าด้วย”
“ไม่ต้องเ้าค่ะท่านยายข้าไปคนเดียวก็พอ ข้าจะขี่ม้าไปดักหน้าไว้ก่อน เผื่อพวกจางฉินวิ่งไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านว่าถูกพวกเรารังแก”
“เ้าขี่ม้าเป็ด้วยหรือ”ยายจางแปลกใจ อวี้เอ๋อไปหัดขี่ม้าั้แ่เวลาไหน นางไม่ยักรู้
“เป็เ้าค่ะ ข้าเพิ่งหัดมาเองท่านยายไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเดียวข้าก็กลับมาแล้ว” นางเข้าไปเล่นกับสองม้าอสูรแม่ลูกออกจะบ่อยขี่เสี่ยวเหลยวิ่งเล่นไปทั่วทุ่งหญ้ากระทั่งไต่ขึ้นไปบนเขาสูง
“เช่นนั้นก็ตามใจเ้าเถอะรีบไปรีบกลับมาเล่า ยายเป็ห่วง”
“วางใจเถอะเ้าค่ะท่านยาย”ว่าแล้วหยางเถาอวี้ก็เดินประคองยายจางเข้าไปพักผ่อนในบ้านจากนั้นจึงเดินปลีกตัวออกไปทางม้าสองตัวที่ผูกเชือกไว้ นางปลดเชือกที่มัดเสี่ยวจงลงมาจากนั้นจึงทะยานร่างขึ้นควบขี่เสี่ยวจงออกไปอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่พ้นสายตาของทุกคนหยางเถาอวี้จัดแจงหยุดม้า พาเสี่ยวจงเข้าไปเก็บในมิติของรุ่ยเอ๋อ จากนั้นอาศัยทีเจวันในโหมดพลางตัวบินไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อให้รวดเร็วกว่าพวกจางฉินและเพื่อไม่ให้พวกจางฉินรู้ตัวเนื่องจากถ้าขี่ม้าไปย่อมเป็เส้นทางเข้าหมู่บ้านซึ่งเป็ทางเดียวกันกับพวกจางฉินนั่นเอง
ครั้นใกล้ถึงบ้านของผู้ใหญ่บ้านนางจึงทะยานตัวลงจากยานทีเจวันในจุดที่ลับจากสายตาคน
“ท่านป้าหลิวเ้าคะท่านป้าหลิวอยู่หรือไม่เ้าคะ” ถูกแล้ว บุคคลที่นางตั้งใจมาหามิใช่กู้ฮั่นจงแต่เป็ผู้ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านที่เคยทำหน้าดูแคลนพวกนางสองยายหลาน หลิวซื่อเหนียง หากคิดจะซื้อคนย่อมต้องซื้อคนที่เห็นแก่เงินตราเป็ใหญ่
“ผู้ใดมาส่งเสียงเอะอะเรียกข้าเอาเวลานี้กัน”หลิวซื่อเหนียงเดินหน้าบึ้งตึงออกมาส่งสายตาเพ่งมอง
“ข้าเองเ้าค่ะ ท่านป้าจำได้หรือไม่หยางเถาอวี้ที่อาศัยอยู่กับยายจางเ้าค่ะ”
“โถๆๆ นึกว่าใครที่แท้ก็คุณหนูหยางหรอกหรือ วันนี้แต่งกายงดงามจนข้าแทบจำไม่ได้เลยเชียว”หลิวซื่อเหนียงท่าทีเปลี่ยนไปจากคราวก่อนอย่างกับหน้ามือเป็หลังมือแน่นอนว่าข่าวการที่ดินผืนใหญ่ของสองยายหลานคงกระจายออกไปทั่วหมู่บ้านแล้วมิเช่นนั้นพวกจางฉินก็คงไม่บุกไปหาถึงที่ ซ้ำยังคิดชุบมือเปิบ
“ข้าเองเ้าค่ะ คารวะท่านป้าหลิว”หยางเถาอวี้ยอบกายลงเล็กน้อย คารวะหลิวซื่อเหนียงด้วยมารยาทอันชดช้อย
“ไม่ต้องมากมารยาทๆรีบเข้ามานั่งพักในบ้านก่อนเถอะ”หลิวซื่อเหนียงเชิญชวนหยางเถาอวี้เข้าไปนั่งในห้องรับรองแขกอย่างกระตือรือล้นท่าทางรังเกียจรังงอนที่เคยกระทำหายไปไม่เหลือหรอ
“ขอบพระคุณเ้าค่ะท่านป้าหลิว”หยางเถาอวี้นั่งลงพร้อมกับกวาดตามองรอบด้านอย่างรวดเร็วจนไม่เป็ที่สังเกตเห็นวาบหนึ่ง โชคดีจริงที่นางหลิวซื่อเหนียงอยู่บ้านเพียงลำพังพอดี
“วันนี้เ้ามีธุระอะไรหรือจึงได้มาเยือนเอาบ่ายคล้อยปานนี้” หลิวซื่อเหนียงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“คืออย่างนี้เ้าค่ะ วันนี้ข้าเข้าไปทำธุระที่ตัวอำเภอได้ผ้าไหมงดงามมาหลายผืน ข้าจึงนึกถึงท่านป้าหลิวั้แ่ข้าเข้ามาพึ่งพาอาศัยใบบุญของท่านผู้ใหญ่บ้านและท่านป้าหลิวอยู่ในหมู่บ้านหนิวมาก็หลายวัน ยังไม่มีสิ่งใดมาคารวะตอบแทนท่านทั้งสองวันนี้จึงได้โอกาสอันดีเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้เยินยอด้วยความอ่อนน้อมจากนั้นจึงยกตะกร้าไม้ไผ่สานใบไม่เล็กนักขึ้นมาวางบนโต๊ะนางเปิดผ้าคลุมออก หยิบสิ่งของภายในออกมาจัดวางบนโต๊ะกลมรับแขก มีผ้าไหมเนื้อดีสีแดงสดทอลายงดงามผืนหนึ่งสีม่วงและสีน้ำเงินเข้มอีกอย่างละผืน นอกจากนี้ยังหยิบกำไลหยกสีเขียวเข้มเนื้อสวยออกมาวางลงบนผ้าไหมคู่หนึ่งจากนั้นจึงผลักสิ่งของทั้งหมดไปไว้ตรงหน้าของหลิวซื่อเหนียง
“นะ.. นี่มันผ้าไหมจิ่นที่แสนหายากนี่นาโอ้ กำไลหยกเนื้องามยิ่ง ทั้งหมดนี้เ้าจะให้ข้าจริงๆ หรือ”หลิวซื่อเหนียงตาโตเท่าไข่ห่านทันทีที่เห็นสิ่งของที่หยางเถาอวี้เอาออกมาจากตะกร้านางยื่นมือออกไปลูบคลำผ้าไหมเนื้อเรียบลื่นเป็เงางดงามกับกำไลหยกคู่ราวกับพบสมบัติล้ำค่าก็มิปาน
“แน่นอนเ้าค่ะผ้าไหมล้ำค่ากับหยกงามเช่นนี้จึงจะคู่ควรกับฐานะอันสูงส่งของท่านป้าหลิวและท่านผู้ใหญ่บ้านนะเ้าคะ”หยางเถาอวี้เยินยอต่อไป
“ขอบใจที่นึกถึงกันนะคุณหนูหยาง ว่าแต่ข้าขอถามเ้าหน่อยได้หรือไม่ เ้าไปร่ำรวยมาจากไหนยังไงกัน ข้าล่ะสงสัยจริงเชียวครั้งก่อนเ้ายัง.. เอ่อ ท่าทางน่าสงสารยิ่งนัก” นางอยากจะบอกว่าครั้งก่อนที่เจอหยางเถาอวี้ท่าทางมอซอราวกับขอทาน แต่ก็ยั้งปากไว้ได้ทัน
“เรียนท่านป้าหลิวตามตรงข้ากับท่านยายก็แค่โชคดี เข้าป่าหมื่นอสูรไปเก็บผักเก็บหญ้าตามปกติ แต่โชคช่วยให้พบเจอสมุนไพรล้ำค่าเข้าพอนำไปขายที่ร้านสมุนไพรในอำเภอจึงได้เงินมาหลายตำลึง ก็เท่านั้นเองเ้าค่ะ”เื่นี้เป็เื่ที่หยางเถาอวี้ตั้งใจตระเตรียมไว้ก่อนแล้ว จะอย่างไรก็มิใช่ความลับ
“ไอ้หยาเช่นนั้นเ้าพอจะบอกข้าได้หรือไม่ ว่าเ้าพบสมุนไพรล้ำค่านั่นที่บริเวณไหน”หลิวซื่อเหนียงเอ่ยถามอย่างไร้ซึ่งความเกรงใจและมารยาทอันดี
“นี่มิใช่ความลับแต่อย่างใดเลยเ้าค่ะเพียงแต่ว่า หลังจากนั้นข้าเองก็เพียรพยายามขึ้นเขาไปหาสมุนไพรเพิ่มเติมที่บริเวณนั้นแต่หาอย่างไรก็ไม่พบอีกแล้วเ้าค่ะ หากวันไหนท่านป้าหลิวสนใจข้ายินดีนำทางท่านขึ้นไปอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
“เป็เช่นนี้หรอกหรือ เอาเถอะๆหากวันไหนข้าว่าง ข้าจะขอให้เ้านำทางไปบ้างนะ”หลิวซื่อเหนียงทำท่าผิดหวังอย่างแรง แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยวาง
“หากข้ามีโชคอีกก็เหมือนท่านมีเช่นกันหละเ้าค่ะข้าย่อมต้องนึกถึงท่านเป็คนแรกแน่นอน ข้าหวังว่าท่านป้าหลิวจะรับน้ำใจครั้งนี้เอาไว้และเมตตาให้ข้าได้อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านหนิวแห่งนี้ต่อไปนานๆนะเ้าคะ”
“แน่นอนอยู่แล้วๆต่อไปนี้เ้าเป็คนของหมู่บ้านหนิว ถ้าใครกล้ามารังแกเ้า เ้าบอกข้าได้เลยนะข้าจะดูแลเ้าอย่างดีที่สุด เด็กน้อย เ้าช่างน่ารักจริงๆ”หลิวซื่อเหนียงพูดลิ้นแทบพันกันด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างไม่ปิดบัง
“ท่านป้าหลิวกล่าวมาเช่นนี้ราวกับตาเห็นจริงเชียวท่านคงมีญาณวิเศษเป็แน่แท้ จึงทราบว่าข้ากับท่านยายเพิ่งถูกคนรังแกมาหยกๆ”หยางเถาอวี้ได้ช่องทันที
“หืม ใครกันช่างใจร้ายบังอาจมารังแกลูกบ้านอันน่ารักของข้า บอกข้ามาเถอะ อย่าได้เกรงใจข้าต้องช่วยเ้าจัดการได้แน่”หลิวซื่อเหนียงคงหลงลืมไปเสียแล้วว่าตนเป็เพียงฮูหยิน มิใช่ผู้ใหญ่บ้าน
“เฮ่อ เมื่อบ่ายนี้เองเ้าค่ะหลังจากที่ข้ากลับจากอำเภอ กำลังตั้งใจจะนำผ้าไหมเหล่านี้มาคารวะท่านแต่กลับถูกท่านจางฉิน จางหู่กับพวกพ่อบ้านจางขวางทางเอาไว้ทั้งยังจะยืดบ้านเรือนของท่านยายจาง” นางรีบฟ้อง
“มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือจางฉินนี่ยิ่งมาก็ยิ่งใจร้ายขึ้นทุกที” ปากพูดเช่นนี้ แต่หน้ากลับแอบซีดลงเล็กน้อยหยางเถาอวี้เห็นเช่นนี้จึงแอบคาดเดาในใจเื่นี้นางหลิวซื่อเหนียงคงต้องมีส่วนรู้เห็นอยู่ไม่มากก็น้อยมิเช่นนั้นภายในเวลาแค่วันสองวันข่าวการซื้อที่ดินของนางกับยายจางจะแพร่ออกไปได้อย่างไรผู้ใหญ่บ้านคงได้รับเอกสารจากทางอำเภอ นางหลิวซื่อเหนียงรู้เข้าอาจเอาไปโพนทะนาด้วยความคะนองปาก
“ตัวข้านั้นไม่เท่าไหร่หรอกเ้าค่ะแต่ข้าอดเป็ห่วงท่านป้าและท่านผู้ใหญ่บ้านมิได้มากกว่าเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้จัดการหย่อนะเิ
“หือห่วงข้ากับท่านพี่เื่อะไรกัน” นางหลิวซื่อเหนียงขมวดคิ้วสงสัย
“เื่ราวที่ท่านยายถูกตระกูลจางยึดที่ดินไปตัวข้าก็พอจะรู้อยู่บ้างวันก่อนข้าได้พูดคุยกับใต้เท้าหวงที่สำนักการที่ดินจึงได้ทราบมาว่าโฉนดที่ดินที่ท่านตาจางเช่อซื้อไว้ทั้งหมดที่แท้ยังไม่ได้ถูกเปลี่ยนเ้าของ ด้วยว่ากฎหมายนั้นมีอยู่ผู้มีกรรมสิทธิที่แท้จริงคือยายจางเพราะที่ดินเ่าั้มิใช่ของตระกูล แต่เป็ทรัพย์สินส่วนตัวของท่านตาเวลานี้ท่านใต้เท้าหวงได้ช่วยเหลือโดยทำการแก้ไขชื่อผู้เป็เ้าของที่ดินทั้งหมดให้ตกเป็ของยายจางอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้วนะเ้าคะที่ผ่านมาทางท่านจางฉินคงไม่มีหลักฐานหรือเหตุผลเพียงพอที่จะแจ้งกับทางการเพื่อเปลี่ยนชื่อผู้ถือครองเป็ของตนแต่กลับยังคงทำตัวเป็เ้าของที่ดินเ่าั้ได้นี่แปลว่าตระกูลจางยืดทรัพย์สินไปอย่างมิชอบด้วยกฎหมายและทั้งหมดนี้ก็เป็ที่ดินที่อยู่ภายในหมู่บ้านหนิว อยู่ภายใต้การดูแลของท่านผู้ใหญ่บ้านท่านป้าหลิวลองคิดดู หากความจริงถูกเผยแพร่ออกไป ท่านผู้ใหญ่บ้านแม้ไม่มีส่วนรู้เห็นแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ จริงหรือไม่เ้าคะ”หยางเถาอวี้มุ่งเข้าสู่ประเด็น
“ตายจริง ไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอน ท่านพี่ของข้าเป็เ้าหน้าที่ตงฉินใจซื่อมือสะอาด จะไปเกี่ยวข้องกับเื่สกปรกทำนองนี้ได้อย่างไรเป็เื่เข้าใจผิดกันชัดๆ” นางหลิวซื่อใ แก้ตัวเป็พัลวัล
“ย่อมต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้วเ้าค่ะท่านป้าแต่ปากคนนั้นยาวยิ่งกว่าพู่กัน หากมีคนไม่เข้าใจ พูดกันไปพูดกันมาเื่ไม่จริงก็อาจกลายเป็เื่จริงได้ใช่หรือไม่เ้าคะ” หยางเถาอวี้ขู่สำทับ
“แล้วข้าจะทำยังไงดี ทำยังไงดี”นางหลิวซื่อเหนียงเริ่มวิตกมากขึ้น เหงื่อแตกชุ่มใบหน้า
“เื่นี้ก็ไม่ยากนะเ้าคะขอแค่พวกท่านคอยให้ความยุติธรรมแก่ยายจางในยามที่ถูกเอารัดเอาเปรียบพวกท่านย่อมรักษาความบริสุทธิ์ของตนจากขี้ปากของชาวบ้านได้”
“จริงอย่างที่เ้าพูดข้าจะต้องกำชับท่านพี่ให้ดูแลเอาใจใส่เื่นี้อย่างยุติธรรมแน่นอนเ้าไม่ต้องห่วงไป” หลิวซื่อเหนียงกล่าวเป็มั่นเป็เหมาะ
“ท่านป้าหลิวช่างสมกับเป็ฮูหยินของเ้าหน้าที่ทางการส่งเสริมนายท่านของตนให้มีสง่าราศีดำรงความเป็ข้าราชสำนักที่ซื่อสัตย์ตงฉินได้อย่างแท้จริงนะเ้าคะ”
“ต้องเป็เช่นนั้นๆ” นางหลิวซื่อเหนียงรีบตอบรับ
“ข้ารบกวนเวลาท่านป้ามาเสียนานนี่ก็ใกล้มื้อเย็นแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ”หยางเถาอวี้ทำงานได้ตามเป้าหมายจึงขอตัวลา
“ได้ๆ ขอบใจเ้าอีกครั้งที่เตือนสติข้ามิให้ตกเป็เครื่องมือของคนชั่ว”หลิวซื่อเหนียงกล่าว
“หามิได้เ้าค่ะไว้วันหน้าข้าจะหาโอกาสมาเยี่ยมท่านป้าหลิวใหม่นะเ้าคะ”ครั้นกล่าวจบก็ไม่เวิ่นเว้อ นางรีบลุกขึ้นคารวะอำลาทันที
-----
สุขสันต์วันแม่นะจ๊ะรี๊ดทุกท่าน