หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 64 ภูเขาแห่งความมั่งคั่ง

            ราชครูมายังถ้ำแห่งเดิมอีกครั้ง

            ยามเงยหน้าอีกครั้งก็ไม่เห็นฟ้าสีครามและหมู่เมฆแล้ว เห็นเพียงท้องฟ้าที่มืดมิดและแสงดาว

            ยามมองจึงเห็นเป็นแผ่นฟ้ากลมๆ กะพริบพราวระยับ ดูคล้ายกับจานที่ฝังอัญมณี

            ครั้งนี้ราชครูไม่ได้มากับเฉินโย่วสองคน

            เขานั้นไม่เข้าใจว่าเหตุใดแม่นางหลัวต้องกล่าวว่าตนเป็นคนกันเอง

            คนในค่ายนั้นเชื่อคนง่ายเช่นนี้เลยหรือ หากเขานั้นเป็นคนไม่ดีจะทำเช่นไรเล่า

            ถึงอย่างไรเสียในใจเขาก็ยังรู้สึกกังวล

            ทว่าถูกกล่าวถึงเช่นนี้ นอกความกังวลใจแล้วในใจเขาก็พลันรู้สึกยินดีอยู่เหมือนกัน

            เพียงแต่ยามแม่นางหลัวกล่าวประโยคนั้นออกมา แววตาของนางนั้นออกจะดูประหลาดสักหน่อย

            ทว่าควรรู้หรือไม่ควรรู้เรื่องอะไรนั้น ราชครูก็ได้แต่มารู้กันที่นี่

            เฉินโย่วเมื่อกินข้าวอิ่มแล้วก็หลับ บัดนี้จึงนอนซบฝันหวานอยู่บนหลังอาลู่

            ราชครูโดยปกติก็รู้สึกหวั่นใจกับเจ้าเด็กปราบพยัคฆ์อยู่แล้ว ทว่าเมื่อมองท่าทางที่เขาแบกน้องสาวตนนั้นดูชำนาญเหลือเกิน ราวกับแบกมาแล้วนับร้อยนับพันครั้ง

            อีกทั้งท่าทีที่เด็กหนุ่มมีต่อน้องสาวตนก็ช่างอ่อนโยนนัก มือเรียวยาวยามรวบผมยุ่งๆ ของเด็กหญิงก็ไม่กระชากหรือรั้งเส้นผมนางแม้เพียงเส้น ท่าทางเพ่งสมาธิของเด็กหนุ่มนั้นราวกับกำลังพยุงทั้งโลกไว้ด้วยฝ่ามือตน

            ราชครูนั้นจึงได้รู้สึกถูกใจเด็กหนุ่มขึ้นมาสักหน่อย

            โดยเฉพาะหลังที่เขาได้รู้อายุขัยของเด็กหญิง

            หลังจากที่แม่นางหลัวกล่าวให้เขาฟัง เขาก็อดจะใช้วิชาการคำนวณของตระกูลจ้งมาคำนวณดูไม่ได้ แต่เมื่อคำนวณดูแล้ว ก็รู้ว่าเป็นเรื่องจริง

            เจ้าเด็กนั่นจะอยู่ได้อีกไม่นาน

            เขาดูจากเปลวไฟสีดำที่ช่างมืดมิดนั้น

            ไฟชีวิตของคนปกตินั้นจะเป็นสีแดง แตกต่างกันก็แค่สีเท่านั้น

            ไฟสีดำนั้นช่างรุนแรงราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งจนราชครูนั้นแทบล้มลง

            “ย่อมต้องเป็นที่นี่”

            ราชครูยืนขึ้น แล้วชี้ไปทางภูเขาลูกเล็ก

            “เสี่ยวโย่วใช้หินเหล็กไฟจุดไฟขึ้นที่นี่ จนไฟลุกท่วมทั้งภูเขา”

            อาลู่ อาสวิน เสี่ยวอู่ และนายท่านสามเมื่อได้ยินก็อึ้งไปตามๆ กัน

            แม่นางหลัวนั้นไม่ได้มาด้วย นางนับว่าใจเย็นที่สุดในกลุ่ม กระทั่งได้ยินเรื่องดินของแคว้นจิงที่ล้ำค่าเสียยิ่งกว่าทองก็ไม่สะทกสะท้าน หน้าที่ของนางมีเพียงดูแลเฉินโย่วไม่ให้นางไปเล่นไฟเท่านั้น

            ทว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้านั้นทำให้ทั้งเด็กหนุ่มและนายท่านสามต่างก็หายใจกระชั้นขึ้น

            ราชครูนั้นก็ตื่นเต้นมาก

            แค้นเชินและแคว้นจิงมีพรมแดนติดกัน แม้ว่าแคว้นจิงจะยากจน ส่วนแคว้นเชินร่ำรวยยิ่งใหญ่ แต่ชายแดนแคว้นเชินนั้นก็ยังถูกแคว้นจิงระรานอยู่เสมอ ประชาชนก็ยากลำบากเกินจะทน ด้วยเพราะแคว้นจิงมีอาวุธเป็นของตนเอง แต่ถึงกระนั้นหากแคว้นเชินคิดจะไปตีแคว้นจิงก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ยากลำบากนัก ทั้งยังไม่ได้ประโยชน์อะไร มีแต่จะทำให้แคว้นข้างๆ อย่างแคว้นซีได้ประโยชน์ไป

            แคว้นจิงก็น่ารังเกียจราวกับหมาป่าก็ไม่ปาน วันดีคืนดีก็มาลอบกัด กัดแล้วก็หนีไปช่างน่าแค้นเคืองนัก

            โดยเฉพาะฮองเฮาเจ้าก็กำเนิดในแคว้นจิง เดิมทีราชครูไม่พอใจนัก ด้วยหากว่าแคว้นเชินสามารถผลิตอาวุธเองได้ อาวุธนั้นไม่เพียงแต่จะทำให้แคว้นร่ำรวย แต่จะทำให้แคว้นเชินเข้มแข็งไปทั้งแคว้น

            ตรงหน้าเขาบัดนี้ไม่ใช่ดินดำเพียงหนึ่งกำ หนึ่งกอง หรือหนึ่งลัง แต่เป็นภูเขาหนึ่งลูก

            เดิมทีพวกเขาวันนี้ก็ทุ่มเททั้งแรงกายเพื่อจะได้ดินจากแคว้นจิงลังนั้นมาครอบครอง ทว่าบัดนี้พวกเขากลับมีทั้งภูเขาเป็นของตนเอง เช่นนี้จะไม่ให้พวกเขาดีใจได้อย่างไร

            กระทั่งคนรักสะอาดเช่นอาสวินยังโน้มกายลงไปตักดินบนพื้นนั้นขึ้นมาดู

            “อาสวิน ข้าทำเอง” เสี่ยวอู่กระวีกระวาดมาบอกอาสวิน

            อาลู่นั้นเพราะอุ้มน้องสาวอยู่จึงไม่ได้ไปร่วมด้วย

            นายท่านสามก็โน้มกายลงมาช่วยด้วยเช่นกัน

            อาสวินจึงเอาของที่เตรียมมาออกมาได้แก่น้ำ หินเหล็กไฟ และอุปกรณ์ชั่งน้ำหนัก แล้วเริ่มดำเนินการอยู่อีกด้านหนึ่ง

            ราชครูรู้สึกแปลกใจไม่น้อยเมื่อเห็นท่าทางของศิษย์ตน จึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น “พวกเจ้าทำอันใดกันอยู่รึ”

            “คำนวณน้ำหนักของมันขอรับ สิ่งสำคัญในการจุดไฟมีความร้อนของไฟ พื้นผิวของดินแคว้นจิงสามารถจุดไฟได้นาน ยิ่งกว่านั้นคือทนต่อการเผาไหม้ ข้าคิดว่าอาวุธของแคว้นจิงน่าจะเกี่ยวข้องกับความร้อนของไฟ ดินแคว้นจิงยามจุดไฟจะต้องร้อนแรงกว่าเป็นแน่”

            ราชครูมองเด็กหนุ่มนั่งลงเงียบๆ แล้วเริ่มลงมือแบ่งดินกองหนึ่งออกเป็นหลายส่วน

            จากนั้นจึงเห็นเด็กหนุ่มมือพันกันเป็นระวิง

            มิรู้ว่ายามใดที่เขาเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเป็นพระจันทร์ลอยเด่นอยู่กลางความมืดมิด

            แสงจากดวงจันทร์ลอยเด่นนั้นพลอยทำให้ถ้ำสว่างขึ้นเช่นกัน

            เฉินโย่วนั้นเพิ่งจะตื่นก็เห็นเหล่าพี่ชายและท่านลุงกำลังวุ่นอยู่ ดูยุ่งเหยิงยิ่งนัก ทั้งยังกลับมาที่ถ้ำอีกแล้ว

            นางเห็นพี่สวินกับท่านอาจารย์กำลังเล่นไฟอยู่ ดวงตาของเฉินโย่วน้อยจึงพลันเป็นประกาย

            เด็กหญิงตัวน้อยดิ้นรนจะลงจากหลังพี่ชายตนให้ได้

            อาลู่นั้นจนปัญญา ยามนางหลับก็ยังนิ่งๆ ดีอยู่ ทว่ายามตื่นแล้วนั้นกลับไม่ไหว ยามยังเล็กก็เป็นเช่นนี้ เช่นนั้นยามโตมาจึงไม่อาจหวังให้นางอยู่นิ่ง

            เฉินโย่วไถลตัวลงจากหลังพี่ชาย เมื่อเท้าแตะพื้นก็รีบวิ่งไปทางอาจารย์ทันที

            เมื่อนางเห็นไฟก็พลันเบิกบานใจ สำหรับนางแล้วนางนั้นรู้สึกเหมือนว่าตนจะชอบไฟโดยกำเนิด

            นางชอบเล่นไฟเหลือเกิน

            ทว่านางเพียงแค่ก้าวไปตรงหน้าก็ถูกพี่ชายลากกลับมาเสียแล้ว

            “ยืนดูอยู่ด้านข้างเท่านั้น ห้ามแตะต้อง มิเช่นนั้นพี่จะให้เสี่ยวอู่ส่งเจ้ากลับไปเสีย” อาลู่กล่าวขึ้น

            เฉินโย่วจึงได้แต่ฝืนใจพยักหน้ารับทราบ

            ดังนั้นร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงจึงทำได้เพียงนั่งยองๆ อยู่ข้างกายท่านอาจารย์ ดวงตาแฝงแววริษยามองไปยังพี่สวินที่เล่นไฟอย่างตั้งอกตั้งใจ

            เปลวไฟไหวระริกนั้นเมื่อจุดขึ้นมาก็ดับลง

            นางดูแล้วช่างรู้สึกคุ้นเคยกับมันนัก

            เฉินโย่วเริ่มรู้สึกล้า จึงหย่อนก้นลงไปนั่งกับพื้น แล้วกล่าวเสียงเบา “โตแล้วช่างดีจริงๆ จะเล่นไฟเช่นใดก็ได้ เป็นข้าเล่นไฟเช่นนี้คงได้โดนหวด รอข้าโตก่อนเถิด ทุกวันข้าจะถือกระถางไฟไปเล่นทุกที่เลยคอยดู”

            ทุกครั้งที่เด็กหญิงตัวน้อยกล่าวอะไรขึ้นมา ทุกคนต่างก็รู้สึกว่าชวนขันนัก

            ที่นางเพิ่งกล่าวมานี้แท้จริงก็เป็นเรื่องที่ตลกมากเช่นกัน

            คิดภาพตามว่าเมื่อเฉินโย่วโตขึ้นโฉมงามแล้วยังคงแบกกระถางไฟอยู่ย่อมเป็นเรื่องที่น่าขันนัก

            ทว่าประโยคที่นางกล่าวว่า ‘รอให้ข้าโตก่อนเถอะ’ นั้นกลับให้คนทั้งถ้ำพลันเปลี่ยนเป็นเงียบงัน

            แม้แต่คนที่เยือกเย็นอยู่เสมออย่างอาสวิน มือทั้งคู่ที่ถือดินอยู่นั้นก็อดจะสั่นขึ้นมาไม่ได้

            จากตอนแรกที่จะจุดไฟอยู่ก็พลันเป่าให้มอดลง

            เสี่ยวอู่ที่ขุดดินอยู่อีกด้าน เขาใช้จอบเฉาะดินลงไปแรงๆ ทีหนึ่ง จึงมีเสียง “แกร๊ง” ของโลหะที่กระทบกันดังขึ้น

            อาลู่ยังคงก้มหน้าทำงานต่อ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา

            ราชครูบัดนี้อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเด็กหญิง แม้นางนั้นจะแสนซน ทว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่เรื่องนี้มีผลกระทบต่อใจเขาถึงเพียงนี้

            นายท่านสามกระแอมขึ้นดังๆ ครั้งหนึ่ง

            “น้องสาวมาช่วยพี่ชายทำงานดีกว่า เจ้าจุดดินกองนั้นที พี่จุดเท่าใดมันก็ไม่ติดไฟ” อาสวินตักดินตรงหน้าตนมากองตรงหน้าน้องสาว

            เฉินโย่วเมื่อได้ว่าตนนั้นช่วยจุดไฟได้ สิ่งแรกที่ทำคือหันไปมองอาลู่พี่ชายตนก่อน

            อาลู่นั้นยืนอยู่ไกลๆ แต่สายตาเขาดีนัก

            สายตาของน้องสาวก็ดีมากเช่นกัน

            เขาฝืนความเก็บงำความเจ็บปวดที่ทอดผ่านดวงตาเอาไว้ พยักหน้าให้น้องสาวเบาๆ

            จากนั้นจึงเห็นนางเริงเร่าเข้าไปคลอเคลียอยู่ข้างอาสวิน เห็นเป็นแผ่นหลังยืดตรงของเด็กหญิงตัวน้อยกำลังตั้งใจจุดไฟ

            ใต้แสงไฟนั้นมีเงาผมชี้ราวกับลูกนกของนางกำลังไหววูบอยู่

            อาสวินเดิมทีกำลังรู้สึกเศร้า จึงให้น้องสาวมาเล่นข้างกายตน

            ผลลัพธ์คือนางจุดไฟกองแรกก็ติด กองที่สองก็ติด กองที่สามก็ติด เพียงครู่เดียวก็จุดได้ถึงสามกอง

            ตอนแรกนั้นเขาคิดว่าน้องสาวนั้นแค่เล่นสนุก ทว่ากลับเห็นนางเก็บดินชนิดต่างกันใส่ลงไปในกองไฟกองต่างกัน ก็รู้สึกประหลาดใจนัก

            “ทำไมจึงต้องจุดถึงสามกองเล่า” อาสวินถามขึ้น

            “ก็มันร้อนไม่เหมือนกันน่ะสิ กองนี้น่ะร้อน ส่วนกองนี้น่ะร๊อนร้อน ส่วนกองนี้น่ะร๊อนร๊อนร้อน” เฉินโย่วตอบด้วยใบหน้าขึงขัง

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808