ถัดจากวันนั้นมาสองอาทิตย์ ที่โรงเรียนก็มีการจัดประชุมงานกีฬาสี มีการจับฉลากแบ่งสี คัดเลือกนักกีฬา กองเชียร์ และมันก็ช่างจงใจที่น้ำไนล์กับเก้าทัพจับได้สีเดียวกัน ถึงอย่างนั้นต่างฝ่ายต่างเอาแต่มอง เก้าทัพเป็นักกีฬาส่วนน้ำไนล์เป็ทีมบริหารดูแลกองเชียร์ จนวันแข่งขัน
“ไอ้น้ำมึงช่วยเอายานวดไปให้นักกีฬาที่ห้องพักหน่อยสิ”
“อ้อ..ได้ๆ”
น้ำไนล์วิ่งเข้าไปในห้องที่เพื่อนนักฟุตบอลใช้เป็ที่เปลี่ยนเสื้อผ้า ขณะที่เก้าทัพ กำลังก้มหน้าก้มตานวดขาของเขาอยู่พอดี
“ยามาแล้วเหรอ? มึง เทใส่ขากูเลย”
“อ้อ..เอ่อ..อื้ม”
น้ำไนล์กลืนกินน้ำลายเหนียวลงคอ ก่อนจะรีบเปิดขวดยานวด อย่างประหม่า เพื่อจะเทลงขาของเก้าทัพตามคำสั่ง แต่แล้วก็ต้องใ
“อ่าว!..ไอ้น้ำ”
“น้ำ!”
เพื่อนร่วมชั้นเดียวกับน้ำไนล์ทักทายขึ้น ทำให้เก้าทัพถึงกับหัวใจเต้นสั่นระรัว ก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้นมอง
“อ้า..เอก..สู้ๆนะมึง”น้ำไนล์รีบส่งเสียงเชียร์เพื่อน
“แน่นอน”
สองเพื่อนร่วมชั้นพูดคุยกัน ขณะเก้าทัพเอาแต่นั่งมองตาไม่กะพริบ ก่อนที่จะมีเสียงใครบางคนเอ่ยขึ้น
“เก้าไปยัง”
“อ้อ..เอ้อ..”
“ดะ..เดี๊ยวเก้า..คือ..นายยังไม่..ทายา”
น้ำไนล์ส่งเสียงขึ้น หลังจากเห็นเก้าทัพเตรียมจะเดินออกไปตามเพื่อนของเขา แต่เพียงได้ยินเขาก็หยุดชะงัก ก่อนจะหันกลับมามองคนที่เอ่ย
“ไอ้วิน เดี๊ยวกูตามไป กูนวดยาแป๋บหนึ่ง”
“ได้ๆ”
หลังจากเพื่อนของเก้าทัพลับหลังไป เขาก็ค่อยๆทิ้งตัวลงนั่ง พร้อมกับยื่นมือไปรับขาดยาจากอีกคนช้าๆด้วยหัวใจเต้นสั่นระรัว
“ระ..เราทาให้”
“เราทาเองได้”
“ไม่เป็ไร”
“อ่ะ..อื้อ..~~~~~”
สองคนยื้อแย่งขวดยานวดไปมาจนสุดท้าย มือของเก้าทัพก็จับกุมมือของน้ำไนล์ไว้แน่น พอรู้ตัวเขาจึงรีบปล่อยออก ขณะที่ไนล์เขินอายจนใบหน้าขึ้นสีแดง ก่อนจะตั้งสติได้ รีบยื่นส่งขวดยาให้กับเก้าทัพ
“งื้อ~~”
“จะรบกวนไหม?...ถ้าจะให้ช่วย..ทะ..ทา....”
“อื้ม~~”
น้ำไนล์ขบกัดริมฝีปากตนอย่างเขินอาย ขณะที่เก้าทัพก็เอาแต่จับจ้องมองตาไม่กะพริบ จนไม่รู้ว่าอีกคนทายานวดที่ขา เสร็จสิ้นไปั้แ่เมื่อไหร่
“เสร็จแล้ว...ระ..เราไปดูข้างนอกก่อนนะ”
“นะ..น้ำ!”
“งื้อ..มีอะไรหรือเปล่า”
“เราชื่อเก้านะ ขอโทษเื่ลูกฟุตบอล...”
“อื้อ..เราน้ำไนล์..ขอบคุณนะเื่กล่องปากกา..เอ่อ..ต้องไปเตรียมเชียร์แล้ว..เอ่อ..ไปนะ” น้ำไนล์เสียอาการ ทำอะไรไม่ถูกหมุนตัวไปมา ขณะเก้าทัพรีบตอบ
“ครับน้ำ”
“อื้ม~~~”
น้ำไนล์วิ่งแจ้นดั่งเจอผี ขณะที่เก้าทัพกำลังตกอยู่ในสภาวะทิ้งตัว ไร้น้ำหนัก เฝ้าแต่มองช่องประตูที่ว่างเปล่า ที่ก่อนหน้าพึ่งนำพาคนน่ารักของเขาออกไป
“มีอะไรหรือเปล่าวะ”
เพื่อนเดินเข้ามามองเก้าทัพที่ยังยืนเหม่อมองยิ้มหวานให้ประตูที่ว่างเปล่าไม่วางตา
“อ่ะ..อ่า..ปะเปล่า..ไปกันเถอะใกล้ถึงเวลาแล้ว”
เก้าทัพกับเพื่อนตรงไปยังสนามฟุตบอลเพื่อเตรียมลงแข่ง เพียงวิ่งผ่านกองเชียร์เสียงหวีดร้องก็ดังกึ่งก้อง แต่มันกลับไม่เข้าในหูของเขา แม้แต่น้อย เพราะรอยยิ้มบางๆกับั์ตางอนคู่หนึ่ง ที่ถึงแม้ว่าจะเก็บซ่อนไว้ด้วยความอายอยู่นั้น กำลังส่งแรงใจอันมหาศาลให้กับเขา ต่อให้ไม่มีเสียงพูดใดก็ตาม
การแข่งขันจบลงด้วยผลเสมอ ทุกคนสนุกสนาน จนถึง่เย็น ก็มีงานเลี้ยงเล็กๆของแต่ละสี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นักกีฬากับทีมบริหารจัดการของแต่ละสีที่เฉลิมฉลองหลังจากเหน็ดเหนื่อยเตรียมการมาเป็เดือน
“น้ำครับ...เอ่อ..น้ำแดงไหม?”
เก้าทัพตัดสินใจอยู่นาน หลังจากงานเลี้ยงก่อตัวขึ้นที่สแตนด์เชียร์ั้แ่่บ่าย จนตอนนี้เริ่มมืดค่ำ และน้ำไนล์ซึ่งเป็ทีมบริหาร ที่พึ่งจัดการงานตัวเองจบ
“งื้อ~..ขอบใจนะ”
“ขอเก้า....”
“อ้อ..นั่งสิ!”
เก้าทัพยื่นแก้วน้ำแดงส่งให้น้ำไนล์พร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ ขณะที่น้ำไนล์ขยับตัวแบ่งพื้นที่ให้อีกคน ทั้งที่ใบหน้าขาวร้อนผ่าวด้วยความเคาะเขิน
“มาแล้ว!!”
“โอ๊ย!..เชี่ย! ไอ้ดิวกูใ”
ดิวที่อยู่อีกสีหนึ่งพุ่งพรวดเข้าหาเพื่อนรัก ทำเอาน้ำไนล์ร้องเสียงหลง ก่อนที่เก้าทัพจะรีบลุกขึ้นสระที่นั่งให้กับดิว แล้วเขาก็รีบเดินกลับไปหากลุ่มเพื่อน
“อ่ะ..นั่งนี้ครับ..เราต้องไปหาเพื่อนแล้ว..ไปนะ”
“....”
สองคนได้แต่ทำหน้ามึนงง ก่อนที่ดิวจะรีบเอ่ยถาม หลังจากเก้าทัพเดินไปร่วมวงกับกลุ่มเพื่อน
“มึงกับไอ้เก้า”
“ไม่มี..ไม่ใช่”
น้ำไนล์รีบกระดกแก้วน้ำแดงเข้าปาก พยายามกดข่มความตื่นเต้นไม่ให้มีพิรุธ แต่มันยิ่งดูน่าสงสัยหนักกว่าเดิม
“กูยังไม่ได้พูด..และรู้เหรอว่ากูจะถามเื่อะไร”
“ไม่ต้องเลย..มันอยู่สีเดียวกับกู..เป็นักกีฬา แค่นั้น”
“กูก็ยังไม่ได้สงสัย”
“เชี่ยดิว!”
“ฮ่าๆโอ๋ๆไม่งอแง..นี้มึงรู้เื่ไอ้เต้หรือยัง”
“ทำไม?”
“เห็นเพื่อนๆมันบอกว่า มันทำเด็ก มอ.ต้นท้อง”
“จริง!”
“เอ่อดิ..กูก็ว่า..พักหลังไม่เห็นมาตามจีบมึง..ว่าแต่ไอ้เก้ามันจีบมึงยัง”
“ห่ะ!”
“มึงอย่ามา..กูรู้..”
“รู้!”
“อื้ม~~..ไอ้เนมันบอกว่าไอ้เก้า..อื้อ~~”
“พอเลยมึง..มาช่วยกูเก็บของนี่เร็ว”
น้ำไนล์รีบยกมือนิ่มปิดปากเพื่อนรักทันที เมื่อรู้ว่าสิ่งที่เพื่อนจะพูดคืออะไร เพราะเขาเขินอายจนไม่กล้าจะรับฟัง
หลังจากวันนั้นมาเก้าทัพกับน้ำไนล์ก็ได้พบเจอกันบ้าง แต่ก็แค่ส่งยิ้มทักทาย จนมีวันหนึ่งที่ห้องสมุด
“หาเล่มไหนเหรอ?”
น้ำไนล์เดินมาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งเอ่ยถามขึ้น เพราะว่าก่อนหน้าเขาถูกจับจองด้วยสายตาใครบางคนมานานนับชั่วโมงแล้ว
ถึงแม้ว่าเก้าทัพจะแกล้งนั่งทำรายงานอยู่ไกลๆ แต่ก็แอบมองอย่างมีนัย จนสบจังหวะที่เขาเดินเข้าไปหยิบหนังสือในชั้น น้ำไนล์ที่แอบมองอีกฝ่ายไม่ต่างกัน ก็รีบตามเข้ามาทันที
“เอ่อ...”
เก้าทัพเอาแต่ก้มหน้าต่ำไม่กล้ามองหน้าอีกคน และก็แน่นอนว่าน้ำไนล์เองก็แกล้งหยิบหนังสือในชั้น ทำเหมือนว่าสองคนกำลังเลือกหาหนังสือ
“แอบมองไม่เบื่อเหรอ?”
“เอ่อ...คือ..”
“วันจบ..เอาเสื้อไปให้เขียนด้วยนะ..”
น้ำไนล์พูดจบก็รีบหยิบหนังสือ แล้วเดินออกไป ทิ้งให้เก้าทัพเอาแต่ยืนแช่แข็งแอบมองตามหลัง ด้วยหัวใจเต้นสั่นระรัว ก่อนจะคลี่ยิ้มในหัวใจ จนเผลอยิ้มบางออกมาบนใบหน้าอย่างห้ามไม่ได้
หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็จบการศึกษา โดยมีพิธีอำลาเขียนเสื้อกันเป็ที่ระลึก ทั้งโอบกอดร้องไห้ระงม แต่ที่มากกว่านั้น ในใจน้ำไนล์คือรอใครบางคน ที่เขาอยากจะบอกอะไรบางอย่าง
“พวงมึงพี่กูมาแล้ว ต้องไปแล้วนะ ไว้เจอกันนะเพื่อน กูรักพวกมึง”
น้ำไนล์บอกลาเพื่อนๆด้วยเสียงสั่นเครือรู้สึกใจหาย เพราะเขากำลังจะเดินทางไปจังหวัดที่เขาสอบเข้าเรียนต่อ ซึ่งแต่เดิมเขาจะต้องเดินทางอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า
แต่บังเอิญว่าเพื่อนของแม่ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน ดังนั้นทั้งครอบครัว จึงออกเดินทางบ่ายวันนี้ ทำให้น้ำไนล์ได้ล่ำลากับเพื่อนๆได้เพียงครึ่งวัน
“มาหาไอ้น้ำเหรอ?”
“เอ่อ..”
ดิวเห็นเก้าทัพเดินมาชะเง้อชะแง้มองหาคนในห้อง ขณะที่เก้าทัพเขินอายได้แต่ก้มหน้าต่ำ
“ไอ้น้ำมันไปั้แ่เที่ยงแล้ว”
“เที่ยง!”
“อื้ม~มันมีธุระด่วนนะ เพื่อนแม่มันเสีย และมันก็ถือโอกาสไปหาหอพักด้วยเลย เพราะมันก็เรียนต่อที่นั่นพอดี”
“อ้อ...เอ่อ..งั้นเราขอตัว”
“เดี๋ยวสิ!เก้า.....ไอ้น้ำมันสนใจมึงอยู่นะ..เอ่อ.”
“อื้ม..ขอบคุณนะ..เราไปหาเพื่อนก่อน โชคดีนะ”
เก้าทัพก้าวเดินด้วยความรู้สึกจุกในอก จนไม่รู้ว่าน้ำตาที่กำลังอัดอึ้งจ่อจะไหลนั้น มันคืออะไร เขารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ร่ำลา แต่กลับดีใจที่รู้ว่าน้ำไนล์ สนใจเขา