ใบหน้าหวานรูปไข่บิดเบี้ยวเพราะความเ็ปคิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันแน่นพร้อมกับที่นรินทร์ยกมือคลึงบ่าข้างที่เจ็บหวังคลายเจ็บ ก่อนจะรีบตั้งตัวแล้ววิ่งตามพรที่อยู่ตรงเชิงบันไดแล้วดึงถุงย่ามบนไหล่อย่างแรงอีกครั้ง
“ในเมื่อไม่มีอะไรทำไมดูไม่ได้”
“ปล่อยนะก็บอกว่าไม่มีอะไร ก็คือไม่มีอะไรไง”
ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรงและเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ พวกเธอยื้อยุดกันจนมาถึงบันได แม้ว่าหญิงสูงวัยจะอายุมากกว่านรินทร์อยู่หลายปีแต่เพราะเธอนั้นอวบอ้วนเลยเหมือนจะมีแรงมากกว่าอีกคนเยอะพอควร
ครั้งนี้พรกระชากหูถุงผ้าอย่างแรงจนร่างของรินแทบจะลอยตามก่อนจะรีบเดินลงบันไดไปแต่เคราะห์ดีที่หญิงสาวด้านหลังนั้นปล่อยมือแล้วคว้าราวบันไดได้ทันจึงไม่พลัดตกลงไป ก่อนจะรีบวิ่งตามร่างอ้วนไปจนถึงขั้นพักแล้วคว้าถุงผ้านั้นได้อีกครั้ง ก่อนจะออกแรงกระชากอย่างสุดกำลัง
“ช่วยด้วยขโมยช่วยด้วยค่ะ มีคนขโมยของ”
หญิงสสาวะโเสียงดังลั่นหลังได้ยินเสียงรถยนต์และเงารถเคลื่อนเข้ามาใกล้บ้าน
“นี่หยุดนะฉันไม่ใช่ขโมย”
พรมองคนอายุน้อยกว่าด้วยความใพร้อมโต้ตอบกลับไปเสียงดังใบหน้าร้อนรนหันไปมองทางหน้าต่างก่อนจะกลับมามองใบหน้าหวานของอีกคนที่ยังคงพยายามดึงเอาถุงย่ามบนบ่าเธอออกไปไม่หยุด
เดิมทีพรคิดว่าเพียงจะรีบมาเอาของแล้วรีบกลับไปแต่ไม่คิดว่าหญิงสาวที่ชอบเอ้อระเหยเวลาออกไปส่งหลานจะกลับมาเจอแล้วทำให้เื่ยุ่งยากเช่นนี้
พรมองรินสลับกับประตูบ้านอยู่นานมือทั้งสองข้างของเธอก็พยายามรั้งไม่ให้หญิงสาวเอาย่ามไปได้ก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าอีกไม่กี่ขั้นตัวเองก็จะถึงชั้นล่าง
พลันความคิดชั่วร้ายก็แว๊บเข้ามาในหัวเธอเบี่ยงตัวหมุนเพื่อให้ตัวเองอยู่ด้านในมือที่รั้งถุงผ้าสุดแรงก็คลายออกเล็กน้อย แล้วแสร้งเป็ผ่อนแรงตามอีกคนไปจนคนที่ออกแรงทั้งหมดที่มีเสียหลักเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึงขั้นเซ
สีหน้ามุ่งมั่นมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่คล้ายจะแพ้แรงเธอก่อนจะก้มลงมองถุงผ้าแล้วตั้งใจกระชากอย่างแรงหวังว่าครั้งนี้เธอจะเป็ฝ่ายชนะ
“พี่พรรินบอกให้ปล่อย”
“อยากได้ใช่ไหมคะงั้นเอาไปเลย”
นรินทร์มองรอยยิ้มเยาะของคนตรงหน้าด้วยความสงสัยก่อนดวงตาจะเบิกกว้างด้วยความใ เพราะทันทีที่เธอออกแรงดึงถุงผ้าเข้าหาตัวอีกคนที่ยื้อแย้งกับเธอมานานก็ปล่อยมือออก ทำให้คนที่ยืนหันหลังให้บันไดพลัดตกลงมา
“อ่ะโอ๊ยยย”
แม้ว่าจากขั้นพักลงมาชั้นล่างจะเพียงห้าขั้นแต่ก็สูงพอควรทำให้คนที่หงายหลังลงกระแทกพื้นอย่างจัง ร้องเสียงหลงอย่างเ็ป
นรินทร์พลิกตัวเมื่อรู้สึกเจ็บระบมไปทั้งแผ่นหลังหยาดน้ำตามากมายไหลออกมาอย่างไม่อาจห้ามเสียงร้องครางดังออกมาจากคนตัวบางที่พลิกตัวไปมาอย่างเ็ปไม่ขาดสาย
“อ๊า...”
“ก็บอกแล้วไงคะว่าอย่าแย่ง”
พรไม่แม้จะช่วยเหลือเธอเดินลงมาเก็บของที่กระจายออกจากกระเป๋าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยระหว่างกำลังเก็บของไม่สนใจเสียงร้องครางที่ดังออกมาด้วยความเ็ป
ในขณะพี่พรกำลังเก็บของอยู่ด้านนอกบ้านก็มีร่างสูงใหญ่ของพายัพอาจารย์มหาลัยเอกชนชื่อดังกำลังมองเข้ามาด้านในบ้านด้วยความลังเล
หลังจากที่เขามาจอดรถที่หน้าบ้านของตัวเองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อเปิดประตูรั่วก็เห็นรถของบ้านตรงข้ามจอดติดเครื่อง เปิดประตูค้างเอาไว้เลยมองเข้ามาด้านในก็เห็นว่าบานประตูเปิดอยู่พร้อมมีเสียงโต้เถียงและขอความช่วยเหลือดังออกมา
ก่อนจะตัดสินในวิ่งเข้ามาภายในหลังได้ยินเสียงร้องด้วยความเ็ปดังลั่นออกมา ทันทีที่ร่างสูงใหญ่วิ่งเข้ามาในบ้านสิ่งแรกที่เขาเห็นคือร่างเล็กบางที่เห็นประจำ่นี้นอนร้องด้วยความเ็ปข้างกายเธอมีร่างของคนที่เขาจำได้ว่าเป็พี่เลี้ยงลูกสาวบ้านนี้กำลังเก็บพระเครื่องและกล่องนาฬิกาใส่ถุงผ้าด้วยท่าทางรีบร้อน
ใบหน้าของพรหันมองผู้มาใหม่ด้วยความใก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งพุ่งออกไปทันทีแต่ก็ไม่ทันเมื่อชายร่างสูงคว้าบ่าของเธอเอาไว้แล้วใช้แขนทั้งสองข้างโอบล็อกเธอจากด้านหลังแน่นจนแทบขยับไม่ได้
ก่อนที่เขาจะดันร่างสูงแค่อกเข้าหากำแพงแล้วดึงเอามืออีกข้างออกมาล้วงโทรศัพท์โทรหาร.ป.ภ.ให้มาช่วยจับโจรพร้อมทั้งยังโทรเรียกรถพยาบาลมาอีกด้วยเมื่อเห็นว่าร่างที่นอนอยู่ยังไม่สามารถขยับลุกได้
ไม่เกินห้านาทีร.ป.ภ.ประจำโครงการก็มาที่บ้านของกรแล้วช่วยกันจับพรที่ร้องโวยวายอยู่ตลอดออกไปรอตำรวจที่หน้าบ้านส่วนร่างของอาจารย์หนุ่มก็เดินมาที่ข้างร่างเล็กเขาย่อตัวลงมองคนนอนร้องครางพลางลูบบ่าเล็กเบา ๆ ราวปลอบโยน
“อีกเดี๋ยวรถโรงพยาบาลก็มาแล้วนะครับทนหน่อยนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยออกมาเสียงแ่ก่อนจะนอนนิ่งหลับตากัดฟันทน โดยมีอีกคนนั่งเป็เพื่อนไม่ห่างไปไหน
ทางด้านกรหลังได้รับโทรศัพท์จากทางนิติโครงการว่ามีโจรเข้าบ้านพร้อมกับทำร้ายคนในบ้าน เขาก็รีบทิ้งงานแล้วกลับมาที่บ้านทันทีโชคดีว่าตอนที่รับสายนั้นเขากำลังขับรถเพื่อออกตรวจสาขาพอดีและทางที่กำลังจะไปก็เป็เส้นทางเดียวกับทางไปบ้านของเขาจึงใช้เวลาไม่นานก็เดินทางมาถึงบ้าน
เมื่อมาถึงก็เห็นทั้งรถตำรวจรถพยาบาลจอดที่หน้าบ้านอยู่ก่อนแล้ว เมื่อลงจากรถก็เห็นร่างของนรินทร์นอนคว่ำน้ำตานองหน้าบนแปลพยาบาลที่กำลังเข็นไปทางรถของโรงพยาบาลที่กำลังจอดอยู่
“ริน”
กรเอ่ยเรียกหญิงสาวด้วยความเป็ห่วงพร้อมวิ่งไปทางรถพยาบาลที่จอดอยู่หน้าบ้านใบหน้าของเขาเวลานี้คิดว่าซีดไม่ต่างจากคนที่กำลังนอนครางอยู่บนแปลพยาบาล
“คุณเป็อะไรกับคนเจ็บค่ะ”
“พี่เขยครับ”
“ตอนนี้ติดต่อญาติเขาได้ไหมคะ”
“เออเดี๋ยวผมโทรหาพ่อ แม่เธอครับ เธอเป็อะไรมากไหมคะ”
“ทางเราตอบไม่ได้ค่ะคงต้องรอตรวจดูก่อน จะมีใครไปกับรถไหมคะ”
“ผมครับๆ”
เขารับคำพร้อมกับกับรีบขึ้นรถไปพร้อมหญิงสาวทันทีโดยไม่สนใจจะเข้าไปตรวจดูบ้าน หรือคุยกับตำรวจถึงเื่ที่เกิดขึ้นสักน้อย
หลังมาถึงโรงพยาบาลนรินทร์ก็โดนส่งไปเอกซเรย์และตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนที่หมอจะฉีดยาระงับปวดให้กับเธอ แล้วปล่อยให้กลับบ้านเพราะหญิงสาวไม่ยอมที่จะนอนโรงพยาบาล
“ไม่นอนจริงๆ เหรอครับ” กรถามย้ำหญิงสาวอีกครั้งระหว่างทางที่บุรุษพยาบาลกำลังเข็นรถเข็นพาเขาและเธอมาที่รถ
“ค่ะถ้ารินนอน เดี๋ยวน้องพริ้มจะใ อีกอย่างก็ไม่ได้เป็อะไรมากขนาดนั้นเดี๋ยวทานยาก็หาย”
กรมองคนที่ปากบอกว่าไม่เป็อะไรแต่กลับซบแขนตัวเองหลับตาพูดออกมาด้วยท่าทางหมดแรง อย่างเหนื่อยใจก่อนจะพาเธอกลับบ้าน
เมื่อทั้งสองถึงบ้านก็เห็นรถของรินเข้าไปจอดในโรงรถพร้อมบ้านที่ปิดเรียบร้อยโดยฝีมือของเพื่อนบ้านที่เข้ามาช่วยหญิงสาวในทีแรกหลังเอารถเข้าจอดในโรงจอดรถ ร่างของใหญ่ของพายัพก็ออกมายืนอยู่ที่หน้าบ้านของตนทั้งสองพยักหน้าทักทายกันเพียงเล็กน้อย ก่อนที่ชายร่างสูงจะเดินเอากุญแจรถของหญิงสาวมายื่นให้กับกร
“เธอเป็อะไรมากไหมครับ”
“หมอบอกว่ากระดูกไม่แตกหัก แค่กล้ามเนื้ออักเสบครับ ขอบคุณมากนะครับที่เข้ามาช่วย ถ้าไม่ได้คุณเธอคงแย่”
“ยินดีครับถ้าเธอไม่เป็อะไรงั้นผมไปก่อนนะ ไม่รบกวนแล้ว”
“ขอบคุณมากครับ”
หลังพูดกันอีกไม่กี่ประโยคทั้งสองก็แยกย้ายโดยกรเดินเลยไปเปิดพระตูบ้านรอ ก่อนจะกลับไปที่รถเพื่อช่วยอีกคน ทว่าเมื่อเปิดประตูฝั่งข้างคนขับ ก็เห็นว่าคนตัวเล็กนอนหลับไปแล้ว
ั์ตาคมมองคิ้วเรียวที่ขมวดเข้าหากันแน่นมือที่ทำท่าจะสะกิดไหล่เล็กชะงักก่อนจะเปลี่ยนเป็ขอโทษ ขอโพยอีกคนในใจแล้วช้อนไปที่ข้อพับและไหล่ของคนที่หลับอยู่แทนโดนไม่รู้เลยว่าตลอดเวลาที่เขาอุ้มร่างเล็กของน้องภรรยาจนวางเธอ พร้อมจัดผ้าห่มให้คนที่คิดว่าหลับใหลกลับรู้สึกตัวอยู่ตลอดเพียงแต่ว่าเธอปวดหลังจนลืมตาไม่ขึ้นก็เท่านั้น