ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 156 ก่อนจะถึงหมู่บ้านไผ่หยก

            บทที่ 156

            ก่อนจะถึงหมู่บ้านไผ่หยก

            ใช้เวลาในการเดินทางออกมาประมาณห้าวันเต็มๆ

            ในตอนนี้เขาเดินทางออกมาได้ห้าวันผ่านพ้นเส้นทางมากมายจางหยวนเดินทางมาพร้อมกับขบวนการเดินทางของนายท่านสวี

            พวกเขาทั้งสองคนมีจุดหมายปลายทางเดียวกันเพราะแบบนั้นจึงทำการเดินทางมา

            ด้วยกันหมู่บ้านไผ่หยกที่เป็นสถานที่ที่นัดหมายจำเป็นจะต้องใช้เวลาในการเดินทางอยู่ประมาณสักเจ็ดวัน

            ในตอนนี้พวกเขาเดินทางผ่านมาได้เกินครึ่งทางแล้วในตอนนี้ผ่านมาได้ประมาณห้าวันหลังจากที่เริ่มออกเดินทางจากเมืองจินหยวน

            หลังจากที่ผ่านพ้นมาห้าวันพวกเขามาหยุดพักที่เมืองใหญ่แห่งหนึ่ง

            เมืองใหญ่แห่งนี้เป็นเมืองใหญ่ก่อนที่จะเดินทางไปถึงหมู่บ้านไผ่หยกที่อยู่บริเวณด้านหน้า

            ถัดไปจากนี้ก็จะมีแต่เพียงแค่หมู่บ้านเล็กๆไม่มีเมืองใหญ่แบบนี้อีกแล้ว

            เพราะแบบนั้นจึงทำการหยุดแล้วก็กักตุนเสบียงในการเดินทางให้เพียบพร้อมกับการเดินทางสองวัน

            จางหยวนนั่งอยู่ภายในห้องพักของตนเองพร้อมกับนายท่านสวีที่มาสนทนา

            ในตอนนี้ขบวนการเดินหยุดพักเพราะว่ากำลังกั๊กเตรียมเสบียงการเดินทางที่จะใช้ในการเดินทางพวกเขาจะเริ่มออกเดินทางอีกครั้งคือในวันพรุ่งนี้

            สวีรั่วหยุนนั่งอยู่ด้านหน้าดื่มชาอย่างผ่อนคลายแล้วพูดขึ้น “การชุมนุมในครั้งนี้เดินทางไปมีแขกที่เป็นคนจากราชวงศ์เดินทางมาด้วย”

            “ และก็ยังมีพวกแขกที่เป็นพวกขุนนางระดับสูงเดินทางมาด้วยเช่นเดียวกัน”

            “ ตัวของเจ้าเข้าไปร่วมงานนี้จำเป็นต้องระวังตัวให้ดีแน่นอนว่าเรื่องการวางตัวถือว่าสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง”

            อีกฝ่ายทำการเตือนออกมาในฐานะผู้ที่เคยมาร่วมงานนี้แล้วหลายต่อหลายครั้ง

            สวี่รั่วหยุนมาร่วมงานชุมนุมแบบนี้ทุกๆปีแน่นอนว่าการที่มาร่วมงานชุมนุมนี้มันได้อันได้หลายอย่างครับไปมันเป็นพวกที่ชื่นชอบศิลปะเพราะแบบนั้นเมื่อเข้าร่วมงานชุมนุมจึงได้พบเจองานศิลปะมากมายที่ตนเองต้องตา

            งานชุมนุมในครั้งนี้ทำให้ได้รู้จักพวกจิตรกรหรือพวกนักศิลปะที่มีชื่อมากมาย

            เพราะแบบนั้นการเดินทางมาที่งานชุมนุมในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับสายงานของมัน

            จางหยวนเองก็มองเห็นว่าเขาเดินทางมาในครั้งนี้เองก็มีประโยชน์เช่นเดียวกันมันเป็นเพราะว่าตัวของเขานั้นคิดจะทำการเปิดโรงทอไหมในอีกไม่ช้า

            “ โดยทั่วไปแล้วงานชุมนุมมันจะถูกจัดขึ้นเป็นอย่างไรงั้นหรือขอรับ” 

            “ งานชุมนุมจัดขึ้นเป็นเวลาสามวัน”

            “ ในสามวันนี้มีผู้คนมากมายเดินทางมารวมตัวกันภายในสถานที่แห่งนี้แน่นอนพวกเราถูกจัดขึ้นมาเพื่อที่จะมาชื่นชมศิลปะของกันและกันรวมไปถึงการที่พวกเราจะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับมุมมองความคิดเห็นของตนเอง”

            “ งานชุมนุมในครั้งนี้มันไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนมากมายอะไรนัก”

            “ บางทีเจ้าเดินทางไปที่งานในครั้งนี้อาจจะได้พบเจอผู้คนมากมายที่เป็นประโยชน์กับเจ้า” 

            “ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนที่มาร่วมงานในครั้งนี้ถูกคัดเลือกเป็นอย่างดีมันเลยทำให้คนที่มาร่วมงานล้วนแล้วเป็นคนที่มีฐานะแล้วก็มีหน้าตาภายในสังคม”

            “ สำหรับพ่อค้าอย่างพวกเราแล้วแน่นอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ”

            “ อย่างไรเสียก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวเองนั้นจำเป็นจะต้องผูกสัมพันธ์กับคนอื่นเพื่อที่จะได้รับผลประโยชน์”

            “ เอาเถอะเดี๋ยวพอเจ้าเดินทางไปถึงเจ้าก็รู้เองว่าสถานที่แห่งนั้นเป็นแบบไหน”

            “ จริงสิข้าได้ยินข่าวมาด้วยว่าตัวของเจ้ากำลังจะเปิดโรงผ้าไหม”

            “ ใช่แล้วขอรับตัวของข้าคิดจะทำการเปิดโรงผ้าไหมจริงๆ” 

            “ เจ้าเป็นคนที่มีความสามารถในด้านการออกแบบและศิลปะแน่นอนถ้ามันเปิดขึ้นมาเจ้าคงจะสามารถทำกำไรได้มากมาย  ”

            “ เจ้าถือว่าเป็นคนเก่งในช่วงอายุเพียงแค่นี้กับมีกิจการมากมายภายในกำมือ”

            “ ถือว่าเป็นคนเก่งที่หาได้ยากยิ่งภายในยุคสมัยนี้ขนาดคนรุ่นหลังด้วยกันเองข้ายังไม่พบเห็นว่าผู้ใดมีความสามารถแบบเจ้าเลย ”อีกฝ่ายทำการเอ่ยชมออกมา

            จางหยวนหลังจากได้ยินแบบนั้นเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าคนผู้นี้ไม่ได้คิดโกรธเคืองเขาที่ทำการค้าขายผ้าไหม

            สวี่รั่วหยุนไม่ได้มองเกี่ยวกับกิจการของตนเองทำเป็นกิจการการค้าขายอยู่แล้ว

            ตัวของมันทำกิจการนี้เพียงเพราะว่าตัวของมันชอบแล้วเป็นกิจการที่ตระกูลนั้นทำมาเป็นเวลานาน

            เพราะแบบนั้นการค้าขายผ้าไหมของมันมันมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดที่สามารถมาตัดทอนผลประโยชน์ของมันได้อย่างแน่นอน

            ในตอนนี้เลยรู้สึกไม่มีความกังวลเลยแม้แต่น้อยในขณะเดียวกันกับรู้สึกยินดีด้วยซ้ำที่จางหยวนทำการเปิดกิจการผ้าไหมขึ้นมา

            มันมองเห็นว่าจางหยวนเป็นคนที่มีความสามารถในหมู่พวกเดียวกันเอง

            ขนาดคนรุ่นหลังคนที่มีความสามารถอย่างจังหยวนยังไม่ปรากฏเห็นเลยแม้แต่นิดเดียวเพราะแบบนั้นสวี่รั่วหยุนผู้นี้ก็อยากจะมองดูเช่นเดียวกันว่าจางหยวนนั้นจะสามารถนำกิจการของตนเองไปได้ไกลขนาดไหน

            อย่างไรเสียมันก็มองกิจการของตนเองไม่ใช่เป็นกิจการที่เกี่ยวกับการขัดผลประโยชน์กันและกัน

            นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีถือว่าพวกเขาทั้งสองนั้นสามารถเป็นมิตรกัน

            “ ข้ารออยู่ขอรับกำลังมองหาคนที่มีฝีมือด้านการตัดเย็บเสื้ออยู่”

            “ อย่างไรเสียช่างตัดเสื้อเองก็ต้องเลือกคนที่มีความสามารถไม่เช่นนั้นผ้าไหมที่ให้ไปแม้จะมีคุณภาพดีขนาดไหนก็คงจะกลายเป็นของที่เสียเปล่า” จางหยวนพูดขึ้นอย่างทอดถอนใจ

            ในตอนนี้ตัวของเขายังขาดคนตัดเย็บเสื้ออยู่ขาดช่างตัดเสื้อที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจหลักๆแล้วก็เป็นใจกลางสำคัญในการเปิดโรงทอผ้าไหมเพราะแบบนั้นกิจการเลยยังไม่สามารถลลงมือทำได้

            จางหยวนตัวของเขาก็พยายามเฟ้นหาช่างตัดเสื้อที่มีความสามารถอยู่แต่ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมากลับไม่พบเจอเลยแม้แต่น้อย

            มันไม่ใช่ว่าไม่มีคนมาทำการสมัครเพียงแต่ว่ามีคนที่มาทำการสมัครแต่ก็ยังไม่มีผู้ใดที่มีความสามารถโดดเด่นจนเข้าตา

            จางหยวนเขาถือคติว่ากิจการถ้าจะก้าวหน้าและก็สามารถเดินไปด้านหน้าได้อย่างรวดเร็วคนที่ลงมือทำจำเป็นจะต้องมีความสามารถ

            ตอนนี้ผ้าไหมแล้วพันธุ์ไหมทั้งหมดมันเตรียมพร้อมหมดแล้วเหลือเพียงแค่ช่างเสื้อเท่านั้น

            ถ้ามีช่างเสื้อที่มีความสามารถเขาคงจะสามารถเปิดกิจการของตนเองได้ในทันที“”

            “ เรื่องนั้นค่อยๆหาไปไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขอแนะนำในฐานะผู้ที่ทำกิจการนี้มาก่อน”

            “ แน่นอนคนที่มีความสามารถเฟ้นหายากเย็นเพราะแบบนั้นส่วนของเจ้าจำเป็นจะต้องใช้เวลา” 

            “ ข้าเองก็หวังเช่นนั้นเหมือนกันขอรับ ”จางหยวนพูดขึ้น

            หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำการออกเดินทางจากเมืองแห่งนี้ในวันรุ่งขึ้น

            ใช้เวลาในการเดินทางอีกสองวันเส้นทางในการเดินทางตลอดสองวันไม่มีเรื่องอันใดที่เข้ามารบกวน

            พวกเขาสามารถเดินทางได้อย่างราบรื่นผ่านไปสองวันก็เดินทางมาถึงเป้าหมายของตนเองเรียบร้อยแล้ว

            หมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าถนนที่ลากยาวไปสู่จุดหมายปลายทางในตอนนี้ด้านหน้ามันคือหมู่บ้านไผ่หยกที่เป็นเป้าหมายของพวกเขา

            หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณสุดเทือกเขาบรรยากาศบริเวณรอบๆยังคงเต็มไปด้วยความเย็นของฤดูหนาวที่เพิ่งผ่านพ้นมา

            หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่มีทางเข้าลึกลับถูกปิดกั้นจากโลกด้านนอกคนที่ไม่ได้รับอนุญาตจะไม่สามารถเดินเข้าไปบริเวณด้านในได้

            จางหยวนที่นั่งอยู่ภายในรถมาเลิกม่านของรถม้าขึ้นมองตรงไปยังเป้าหมายของตนเองที่อยู่ด้านหน้า“ เดินทางมาถึงแล้วหมู่บ้านไผ่หยก”

            ในขณะที่ชะโงกหน้าออกไปมองบริเวณด้านนอกกลิ่นบางอย่างลอยมาเตะจมูก“ กลิ่นหอม… ”

            จางหยวนใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปยังบริเวณด้านนอกเห็นเข้ากับรถม้าคันข้างที่กำลังวิ่งอยู่กลิ่นหอมปริศนาลอยมาจากภายในนั้น 

            จบบท 



    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน